ThaiGovData

บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๘ ถึงวันเสาร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๒ (สมัยวิสามัญ) เปนพิเศษวันศุกรที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ขึ้นบัลลังกกลาวเปดประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมรับทราบเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุมซึ่งไมปรากฏในระเบียบวาระการประชุม รับทราบ เรื่อง ในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้จะมีการพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และมีการออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนซึ่งจําเปนตองใชบัตรออกเสียงลงคะแนนดังนั้น หากสมาชิกลืมบัตรออกเสียงลงคะแนนขอใหแจงเจาหนาที่เพื่อดําเนินการจัดทําบัตรออกเสียงลงคะแนนใหม หากไมมีบัตรออกเสียงลงคะแนนจะไมสามารถออกเสียงลงคะแนนในเรื่องดังกลาวได- ที่ประชุมรับทราบตอมา ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องรับรองรายงานการประชุม เรื่องกระทูถาม และไดปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อขอใหนําระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๕ขึ้นมาพิจารณากอน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวนตามลําดับ ดังนี้๑. ญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติ ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งใหความเห็นชอบกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจนกวามีคําตัดสินในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจํานวนมากตกเปนผูถูกรองและผูรองขณะนี้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉายเปนผูเสนอ (เรื่องดวนที่ ๕) หลังจากผูเสนอญัตติไดแถลงเหตุผลประกอบการเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกฯอภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควร และผูเสนอญัตติไดอภิปรายสรุปแลว ที่ประชุมไดลงมติไมเห็นชอบหนา ๒๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ใหชะลอการพิจารณาเรื่องดวนที่ ๑ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง(ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕) เรื่องดวนที่ ๒ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕) และเรื่องดวนที่ ๔ ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามญัตติที่เสนอ๒. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๑) ดวยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอใหที่ประชุมใหญศาลฎีกาดําเนินการคัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งจํานวนหนึ่งคนแทนกรรมการการเลือกตั้งที่พนจากตําแหนง ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๒ (๒) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘ (๒) และมาตรา ๑๖ วรรคหก ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญไดดําเนินการคัดเลือกผูสมควรไดรับแตงตั้งเปนกรรมการการเลือกตั้ง และไดมีมติใหเสนอชื่อมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ จํานวน ๑ คน คือ นายณรงค กลั่นวารินทร ผูพิพากษาหัวหนาคณะในศาลฎีกาโดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย๑. นายกมล รอดคลาย ๒. พันตํารวจเอก กอบ อัจนากิตติ๓. นายจําลอง อนันตสุข ๔. นายธนกร ถาวรชินโชติหนา ๒๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ๕. นายธนชัย แซจึง ๖. นางธารนี ปรีดาสันติ์๗. นายนิพนธ เอกวานิช ๘. ผูชวยศาสตราจารยนิฟาริด ระเดนอาหมัด๙. นายประพนธ ตั้งศรีเกียรติกุล ๑๐. นางรจนา เพิ่มพูล๑๑. นายฤชุ แกวลาย ๑๒. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๑๓. นางวลีรักษ พัชระเมธาพัฒน ๑๔. นายวิเชียร ชัยสถาพร๑๕. นางสาววิธาวีร ประทุมสวัสดิ์โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๓. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๒) ดวยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมไดพิจารณา เรื่อง การใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งการออกเสียงลงคะแนนลับ ผลปรากฏวาบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จํานวน ๒ คน (กรณีแทนนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายปญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระ)ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภาจึงถือวาวุฒิสภาไมใหความเห็นชอบ ดังนั้น จึงเปนเหตุใหคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตองดําเนินการสรรหาบุคคลใหมแทนผูนั้นโดยตองดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่วุฒิสภาไมใหความเห็นชอบแลวเสนอตอวุฒิสภาเพื่อใหความเห็นชอบตอไป บัดนี้ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(แทนตําแหนงที่วาง) โดยเปนผูมีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔) (๕) และตามมาตรา ๙รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการคัดสรรใหเปนบุคคลผูสมควรหนา ๒๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ไดรับการแตงตั้งเปนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยไดรับคะแนนเสียงถึงสองในสามของจํานวนทั้งหมดเทาที่มีอยูของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และไดมีมติใหเสนอชื่อมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ จํานวน ๒ คน คือ๑. ศาสตราจารย รอยตํารวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ศาสตราจารย สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตรคณะสังคมศาสตรและมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔)แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑๒. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนสงทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวงซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๕) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวาเมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. นายจตุพร เรียงเงิน ๒. นางสาวชญานนันท ติยะตระการชัย๓. นายนฤพล สุคนธชาติ ๔. นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น๕. นายพิชาญ พรศิริประทาน ๖. นายพิบูลยอัฑฒ หฤหรรษปราการ๗. นายภมร เชาวศิริกุล ๘. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๙. นายวิรัตน ลิ้มสุวัฒน ๑๐. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี๑๑. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ๑๒. นายสุทนต กลาการขาย๑๓. พลตํารวจตรี สุนทร ขวัญเพ็ชร ๑๔. นายโสภณ มะโนมะยา๑๕. นางเอมอร ศรีกงพาน หนา ๒๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๔. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๓) ดวยคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ไดมีมติใหเลื่อน นายอิทธิพร แกวทิพย รองอัยการสูงสุดขึ้นแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งตามพระราชบัญญัติองคกรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของ ก.อ. และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด ดังนั้น คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) จึงไดเสนอชื่อบุคคลดังกลาวมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ โดยที่ขอบังคับขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย๑. พันตํารวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๒. นางสาวเข็มรัตน สุรเมธีมาณพ๓. นายจําลอง อนันตสุข ๔. นายชาญวิศว บรรจงการ๕. นายธวัช สุระบาล ๖. นายบุญชอบ สระสมทรัพย๗. นายพิศูจน รัตนวงศ ๘. นายฤชุ แกวลาย๙. นางวราภัสร ไพพรรณรัตน ๑๐. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๑๑. นายวิรัตน ธรรมบํารุง ๑๒. นายวิรัตน รักษพันธ๑๓. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๑๔. นายสัมพันธ ชัยวิเศษจินดา๑๕. นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส หนา ๒๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๕. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) (เรื่องดวนที่ ๔) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (นายพิศูจน รัตนวงศ) ไดเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเฉพาะสวนที่มิไดเปนรายงานลับ โดยมีสมาชิกฯ อภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรแลว ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมลับ ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองขอตามขอบังคับ ขอ ๑๑๒ วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญสวนที่เปนรายงานลับหลังจากดําเนินการประชุมลับเสร็จสิ้นแลว ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหา บัญญัติวา การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใด ใหกระทําเปนการลับ เวนแตที่มีบัญญัติไวเปนอยางอื่นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหสมาชิกฯ ออกเสียงลงคะแนนใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ โดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนลับตามขอบังคับ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๑) โดยมีบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ จํานวน ๓ คน ปรากฏผลการออกเสียงลงคะแนน ดังนี้๑. นายประกอบ ลีนะเปสนันท- ใหความเห็นชอบ ๖๑ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๖๐ คะแนน- งดออกเสียง ๓๓ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนน๒. นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง- ใหความเห็นชอบ ๑๓๘ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๒ คะแนน- งดออกเสียง ๑๓ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนนหนา ๒๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ๓. นายประจวบ ตันตินนท- ใหความเห็นชอบ ๑๔ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑๐๘ คะแนน- งดออกเสียง ๓๑ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนนผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวา นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือ ไมนอยกวา ๑๐๐ คะแนนจึงถือวาไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติทั้งนี้ ผลการออกเสียงลงคะแนนของนายประกอบ ลีนะเปสนันท และนายประจวบ ตันตินนท ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือนอยกวา ๑๐๐ คะแนน จึงถือวาไมไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว เรื่องที่คางพิจารณา และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่เสนอใหม ขอใหวุฒิสภาพิจารณาเพื่อมีมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุม จํานวน ๔ ครั้ง และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหกของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย) (ระเบียบวาระที่ ๖) ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจํานวน ๔ ครั้ง ดังนี้ครั้งที่ ๑ วันอังคารที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ครั้งที่ ๒ วันจันทรที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๘ครั้งที่ ๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ครั้งที่ ๔ วันอังคารที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติหนา ๒๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ตอจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ รับทราบพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘ (ระเบียบวาระที่ ๗)ประธานวุฒิสภาไดมอบหมายใหรองเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการวุฒิสภา (นายทศพร แยมวงษ)อานพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘ตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘โดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน และเรื่องที่เสนอใหม ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๕.๓๕ นาฬิกาปณณิตา สทานไตรภพเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๒๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)