ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดนครปฐม เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้งสมาคมสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรครวมไทยสรางชาติ และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕และลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรครวมไทยสรางชาติ และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรครวมไทยสรางชาติไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรครวมไทยสรางชาติ ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๘โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรครวมไทยสรางชาติ ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๘ เมื่อวันที่๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓และที่แกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๘”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับนับแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรครวมไทยสรางชาติเปนตนไปขอ ๓ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๑๕ (๑๓) (๑๔) ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติพ.ศ. ๒๕๖๓ “(๑๓) ใหความเห็นชอบการแตงตั้ง รองหัวหนาพรรคการเมือง ผูชวยหัวหนาพรรคการเมืองรองเลขาธิการพรรคการเมือง และผูชวยเลขาธิการพรรคการเมือง ที่หัวหนาพรรคการเมืองแตงตั้ง(๑๔) ใหสมาชิกพรรคพนหรือขาดจากการเปนสมาชิกพรรคหรือใหสมาชิกภาพสิ้นสุดลง”หนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๔ ใหยกเลิกความในขอ ๑๖ (๑) (ช) ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ และใหใชความดังตอไปนี้แทน“(ช) เปนผูแตงตั้งสมาชิกพรรคใหดํารงตําแหนงรองหัวหนาพรรคการเมือง ผูชวยหัวหนาพรรคการเมือง รองเลขาธิการพรรคการเมือง ผูชวยเลขาธิการพรรคการเมือง คณะกรรมการ คณะทํางานและตําแหนงอื่นในพรรคการเมือง รวมทั้งมีอํานาจแตงตั้งหรือมอบหมายใหสมาชิกคนหนึ่งคนใดใหดําเนินการหรือกระทําการใด”ขอ ๕ ใหยกเลิกความในขอ ๕๓ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓และใหใชความดังตอไปนี้แทน“ขอ ๕๓ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อผูนั้นขาดจากการเปนสมาชิกพรรคในกรณี ดังตอไปนี้ (๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๕๑ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญและเปนการบวชตามประเพณีนิยมแตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคการเมืองมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติใหพนจากการเปนสมาชิกพรรคเพราะกระทําผิดวินัยหรือมาตรฐานทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณอยางรายแรง หรือไมปฏิบัติตามหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรคการเมืองตามขอ ๕๕ หรือกระทําความผิดกฎหมายรายแรง หรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) ฝกใฝพรรคการเมืองอื่นหรือสนับสนุนผูสมัครในตําแหนงทางการเมืองใด ๆที่ไมใชของพรรคการเมือง (๗) กระทําการใดที่ทําใหเกิดความแตกแยกหรือความเปนเอกภาพในพรรคการเมืองหรือการบริหารพรรคการเมือง รวมทั้งสนับสนุนหรือสงเสริมการกระทําเชนวานั้น(๘) พรรคการเมืองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมืองหนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ การลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อไดยื่นหนังสือลาออกตอหัวหนาพรรคการเมืองหรือเลขาธิการพรรคการเมืองหรือนายทะเบียนสมาชิกการขาดจากการเปนสมาชิกพรรคอันทําใหสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามวรรคหนึ่ง (๕)(๖) และ (๗) ใหถือวามีผลสมบูรณทันทีที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติ”ขอ ๖ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๕๕ (๕) (๖) (๗) ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติพ.ศ. ๒๕๖๓ “(๕) ไมอยูในความครอบงําหรือชี้นําของพรรคการเมืองอื่นหรือบุคคลใด(๖) ไมฝกใฝพรรคการเมืองอื่นและไมสนับสนุนผูสมัครในตําแหนงทางการเมืองใด ๆที่ไมใชของพรรคการเมือง(๗) ไมกระทําการใดที่ทําใหเกิดความแตกแยกหรือความเปนเอกภาพในพรรคการเมืองหรือการบริหารพรรคการเมือง รวมทั้งไมสนับสนุนหรือสงเสริมการกระทําเชนวานั้น”ขอ ๗ ใหยกเลิกความในขอ ๖๑ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓และใหใชความดังตอไปนี้แทน“ขอ ๖๑ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดทั้งจากสมาชิกพรรคและบุคคลภายนอกพรรค และไมอยูในความครอบงําหรือชี้นําของบุคคลใดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานหรือหนาที่หรือการทํากิจกรรมทางการเมืองหรือการบริหารพรรคการเมือง”ขอ ๘ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๖๒/๑ และขอ ๖๒/๒ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติพ.ศ. ๒๕๖๓ “ขอ ๖๒/๑ ตองยึดมั่นในอุดมการณ แนวทางการทํางาน และนโยบายของพรรคการเมืองตลอดจนระเบียบ วินัย ขอบังคับพรรคการเมืองโดยเครงครัดขอ ๖๒/๒ ตองไมสนับสนุนหรือชวยเหลือไมวาดวยประการใดใหบุคคลใดไมวาจะเปนสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม มีอิทธิพลเหนือการทํางานของพรรคการเมืองหรือเปนการครอบงําหรือชี้นําการปฏิบัติหนาที่ของตนเองหรือสมาชิกพรรคคนอื่น”ขอ ๙ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๗๒/๑ และขอ ๗๒/๒ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติพ.ศ. ๒๕๖๓ หนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ “ขอ ๗๒/๑ ไมกระทําการใดอันเปนการสรางความแตกแยกหรือยุยงปลุกปนใหเกิดความแตกแยกหรือแตกความสามัคคีหรือเสียความเปนเอกภาพหรือทําใหเกิดความเขาใจที่ไมถูกตองในหมูสมาชิกพรรคและไมยอมใหบุคคลใดครอบงําหรือชี้นําการปฏิบัติหนาที่หรือปฏิบัติงานในทางการเมืองขอ ๗๒/๒ ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและมติพรรคการเมืองรวมถึงระเบียบและขอบังคับพรรคการเมืองที่ไมใชเรื่องที่เปนเอกสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น หรือการลงมติในที่ประชุมสภาผูแทนราษฎรโดยเครงครัด”ขอ ๑๐ ใหยกเลิกความในขอ ๗๗ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓และใหใชความดังตอไปนี้แทน“ขอ ๗๗ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรง และการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ในสวนที่ ๒ และในสวนที่ ๓จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายหรือผลกระทบตอภาพพจนและการบริหารพรรคการเมืองและความสามัคคีของสมาชิกพรรคที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้น”ขอ ๑๑ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๗๘/๑ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓“ขอ ๗๘/๑ ใหมีคณะกรรมการจริยธรรมคณะหนึ่งประกอบดวยสมาชิกพรรคจํานวนไมเกินหาคนที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองแตงตั้งโดยการเสนอชื่อของหัวหนาพรรคการเมืองคณะกรรมการจริยธรรมมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้(๑) พิจารณา ปรับปรุง แกไขระเบียบ วินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค (๒) สอบสวนขอเท็จจริงและพิจารณาขอรองเรียนและขอกลาวหาที่มีตอสมาชิกพรรคและตรวจสอบขอเท็จจริงที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมอบหมายแลวเสนอผลการพิจารณา ตอคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาดําเนินการตอไป(๓) เสนอคณะกรรมการบริหารพรรคใหออกหรือแกไข ระเบียบ วินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรควาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการจริยธรรมใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกําหนด” หนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๒ ใหยกเลิกความในขอ ๘๒ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๖๕ และใหใชความดังตอไปนี้แทน“ขอ ๘๒ การสรรหาและการคัดเลือกสมาชิกเพื่อสงสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ใหดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายกําหนด”ขอ ๑๓ ใหยกเลิกความในขอ ๘๔ ของขอบังคับพรรครวมไทยสรางชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๖๕ และใหใชความดังตอไปนี้แทน“ขอ ๘๔ การสรรหาและการคัดเลือกสมาชิกเพื่อสงสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายกําหนด”จึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)