ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนาคตไทย

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนาคตไทยตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๒ มกราคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนาคตไทยมีคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนาคตไทย จํานวน ๓ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคเพื่ออนาคตไทยไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐กรณี ที่ประชุมใหญสามัญประจําปพรรคเพื่ออนาคตไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๗มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ มีมติแกไขขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับนับแตวันที่ไดรับมติจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคเพื่ออนาคตไทยครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกความในขอ ๕ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๕ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๑๖๗ ถนนเลี่ยงเมืองทุงมน ตําบลกาฬสินธุอําเภอเมืองกาฬสินธุ จังหวัดกาฬสินธุ ๔๖๐๐๐”ขอ ๔ ใหยกเลิกความในขอ ๒๗ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๒๗ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตั้งแตหารอยคนขึ้นไป”หนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๕ ใหยกเลิกความในขอ ๒๘ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๒๘ จังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรค ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศกําหนดโดยในการประชุมดังกลาวตองมีสมาชิกเขารวมประชุมไมนอยกวาหนึ่งรอยคนเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค กําหนดสถานที่ตั้งสาขาพรรค และอื่น ๆ ตามที่ที่ประชุมกําหนด และเมื่อหัวหนาพรรคไดมีประกาศจัดตั้งสาขาพรรคแลว ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศการจัดตั้งสาขาพรรค”ขอ ๖ ใหยกเลิกความในขอ ๓๗ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๓๗ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถาพรรคนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น โดยมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคตามที่พรรคมอบหมาย”ขอ ๗ ใหยกเลิกความในขอ ๓๘ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๓๘ การแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคน เมื่อพรรคเห็นควรแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตจังหวัดใดที่มีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคนใหมีสมาชิกพรรคไมนอยกวาหาสิบคนจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตัวแทนพรรคประจําจังหวัดแลวรายงานชื่อสมาชิกพรรคซึ่งไดรับคะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับใหครบจํานวนตามที่พรรคกําหนดใหหัวหนาพรรคทราบโดยเร็ว เมื่อหัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดังกลาวแลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัด”ขอ ๘ ใหยกเลิกความในขอ ๙๐ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ และใหใชความตอไปนี้แทน หนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ “ขอ ๙๐ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนเกาคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคซึ่งมาจากภาคตางกัน ภาคละหนึ่งสาขา(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนหนึ่งคน”ขอ ๙ ใหยกเลิกความในขอ ๙๓ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๙๓ พรรคซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๔”ขอ ๑๐ ใหยกเลิกความในขอ ๙๔ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๙๔ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดหนา ๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๔) ใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็น ตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง”ขอ ๑๑ ใหยกเลิกความในขอ ๙๕ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๙๕ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวยในกรณีที่พรรคใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๖”ขอ ๑๒ ใหยกเลิกความในขอ ๙๖ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๙๖ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลวใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อ โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริม การมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามที่กําหนดในขอบังคับ”ขอ ๑๓ ใหยกเลิกความในขอ ๑๒๑ ของขอบังคับพรรคเพื่ออนาคตไทย พ.ศ. ๒๕๖๒และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๑๒๑ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคแบบรายปไมนอยกวายี่สิบบาทและตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยการเริ่มนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปถัดไป ภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได”หนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๒. มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนาคตไทยชุดใหม จํานวน ๖ คน๒.๑ พันตรี ภรัณ กิตติวัฒน หัวหนาพรรค๒.๒ นายนพดล โปธิตา รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายยศพงศ นาทันรีบ เลขาธิการพรรค๒.๔ นายยงยุทธ พัฒนชัย เหรัญญิกพรรค๒.๕ นายณัฐวัฒน กาฬหวา นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๖ นายเนมิราช โพธิญาณกุล โฆษกพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)