คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๗/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๔/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายทรงยศ ไทยประดิษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา]
ไม่ระบุวันที่
ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th
ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๔/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๐ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายทรงยศ ไทยประดิษฐ ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองและแกไขคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง อําเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหามีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีเขารับตําแหนงภายในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๒ และกรณีพนจากตําแหนงภายในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหาไมไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินแลว แตผูถูกกลาวหาเพิกเฉย ผูรองจึงมีมติวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งระหวาง หนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑) และมาตรา ๑๖๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพพิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวาผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง อําเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพรเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหามีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงภายในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๒ และกรณีพนจากตําแหนงภายในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหาไมไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่ไดรับหนังสือ ผูถูกกลาวหาเพิกเฉย ผูรองจึงมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหา ผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาตามกําหนดนัดและตอมาผูถูกกลาวหาไดยื่นหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาปญหาตองวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง อําเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร หรือไมเห็นวา เมื่อผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ และเปนรองผูบริหารทองถิ่นตามประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติเรื่อง กําหนดตําแหนงผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตนเองคูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอผูรองเมื่อเขารับตําแหนงและเมื่อพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑หนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศดังกลาว ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเปนหนาที่ตามกฎหมายที่ตองปฏิบัติ และเปนมาตรการสําคัญในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของผูใชอํานาจรัฐ การที่ผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด จึงเปนการละเลยตอหนาที่ที่ผูถูกกลาวหาตองปฏิบัติตามกฎหมายและเปนผลใหไมสามารถตรวจสอบเปรียบเทียบความถูกตองและความมีอยูจริงของทรัพยสินและหนี้สินของผูถูกกลาวหาได ทั้งผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองแลว แตผูถูกกลาวหายังคงเพิกเฉย สวนที่ผูถูกกลาวหาชี้แจงแกขอกลาวหาวาผูถูกกลาวหาพักอาศัยอยูคนละสถานที่กับที่หนังสือราชการสงไป จึงทําใหไมไดรับหนังสือ และผูรับหนังสือแทนมิไดแจงใหทราบ แตขอเท็จจริงปรากฏวา เมื่อผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาโดยสงหนังสือทางไปรษณียไปยังที่อยูตามทะเบียนราษฎรเชนเดียวกันกับหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง จํานวน ๒ ฉบับผูถูกกลาวหาไดรับหนังสือและมารับทราบขอกลาวหาตามกําหนด ที่ผูถูกกลาวหาชี้แจงแกขอกลาวหามานั้น จึงฟงไมขึ้น ประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ ตามพฤติการณมีเหตุอันควรเชื่อไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินและหนี้สินนั้น จึงฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง มีผลใหผูถูกกลาวหาตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอัง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ อีกดวยพิพากษาวา นายทรงยศ ไทยประดิษฐ ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนงรองนายกเทศมนตรีตําบลนาชะอังหนา ๔๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
อําเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดหลายกรรมตางกัน ใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จําคุกกระทงละ ๒ เดือน และปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาทผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจําคุกกระทงละ ๑ เดือน และปรับกระทงละ๔,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เปนจําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน จึงใหรอการลงโทษจําคุกไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐.นายชาญณรงค ปราณีจิตตนายเดชา อัชรีวงศไพศาล นางจรรยา จีระเรืองรัตนานายสัญญา ภูริภักดี นายอนุรักษ สงาอารียกูลนายรุงศักดิ์ วงศกระสันต นางอัจฉรา หวังเกียรตินายโชติวัฒน เหลืองประเสริฐ นายชัยเจริญ ดุษฎีพรหนา ๔๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)