ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๓๒/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๔/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายเกษม ลาดกระโทก ผู้ถูกกล่าวหา]

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๓๒/๒๕๖๖คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๔/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๔ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายเกษม ลาดกระโทก ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียงอําเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เปนผูมีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองตามประกาศของผูรองผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงดังกลาว ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔, ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพพิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียงอําเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๗ ตอมาผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงดังกลาวระหวาง หนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงดังกลาว ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาทราบวายังไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง ตามหนังสือ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๕และวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ผูถูกกลาวหายังคงไมดําเนินการใด ๆ ตอมาผูรองจึงมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาตามหนังสือ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕ แตผูถูกกลาวหายังคงเพิกเฉย ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาอีกครั้งและสงบันทึกการแจงขอกลาวหาตามหนังสือ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยนองของผูถูกกลาวหาเปนผูรับหนังสือไวแทนผูถูกกลาวหามิไดชี้แจงขอกลาวหา แตอยางใดปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียง เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินหรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียง จึงเปนรองผูบริหารทองถิ่นและเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คูสมรสและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอผูรองเมื่อเขารับตําแหนงและพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙)และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่องกําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑แตผูถูกกลาวหาไมไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผูรองมีหนังสือแจงผูถูกกลาวหารวมถึงสงหนังสือแจงขอกลาวหาไปยังผูถูกกลาวหาโดยชอบแลว แตผูถูกกลาวหากลับเพิกเฉยไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงดังกลาว ซึ่งเปนหนาที่สําคัญที่ผูถูกกลาวหาตองปฏิบัติใหถูกตองตามกฎหมาย เมื่อพิจารณาประกอบคําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาในชั้นศาลแลวขอเท็จจริงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองและพฤติการณมีเหตุอันควรเชื่อไดวา ผูถูกกลาวหามีเจตนาที่จะไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียง เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ อันเปนความผิดหนา ๕๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๖๗ ทั้งมีผลใหผูถูกกลาวหาตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามพิพากษาวา นายเกษม ลาดกระโทก ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลเฉลียง อําเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน และปรับ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาทไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายปุณณะ จงนิมิตรสถาพรนายสุรินทร ชลพัฒนา นายวรวุฒิ ทวาทศินนายสิทธิพร บุญยฤทธิ์ นายอํานวย โอภาพันธนางอัจฉรา หวังเกียรติ นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศนายพิชัย เพ็งผอง นายเรวัตร สกุลคลอยหนา ๕๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)