ThaiGovData

บันทึกการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ถึงวันเสาร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

บันทึกการประชุมรวมกันของรัฐสภาครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง) เปนพิเศษวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ถึงวันเสารที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ณ หองประชุมสภาผูแทนราษฎร อาคารรัฐสภาเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๑๑ นาฬิกาเมื่อครบองคประชุมแลว นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา และนายมงคล สุระสัจจะรองประธานรัฐสภา ขึ้นบัลลังก ประธานรัฐสภาไดกลาวเปดประชุม จากนั้นไดเสนอใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวนคือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายตอรัฐสภา ตามมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยกอนที่ที่ประชุมจะพิจารณา ประธานรัฐสภาขอใหสมาชิกรัฐสภาซักถามและอภิปรายรวมกันตามขอบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๔๐ วรรคสอง ขอ ๑๔๑ ขอ ๑๔๒ และขอ ๑๔๓และไดแจงกําหนดเวลาการอภิปรายจะใชเวลาทั้งหมด ๒ วัน เปนเวลา ๒๙ ชั่วโมง มีสัดสวน คือประธานในที่ประชุมใชเวลา ๑ ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายและตอบขอซักถาม ๖ ชั่วโมงสมาชิกวุฒิสภา ๔.๕ ชั่วโมง สมาชิกฝายรัฐบาล ๔.๕ ชั่วโมง และสมาชิกฝายคาน ๑๓ ชั่วโมงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไดแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ดังตอไปนี้ตามที่ไดมีประกาศพระบรมราชโองการแตงตั้งให นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ และแตงตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ กันยายนพุทธศักราช ๒๕๖๗ นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยมีความสอดคลองกับหมวด ๕ หนาที่ของรัฐและหมวด ๖ แนวนโยบายแหงรัฐตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ตลอดจนยุทธศาสตรชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐) เรียบรอยแลวคณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายตอรัฐสภาใหทราบถึงเจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นจะสรางความสามัคคี ปรองดอง ใหเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําไปสูความรวมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครองของประเทศ ใหกาวหนาเพื่อประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน หนา ๙๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ประเทศไทยกําลังเผชิญความทาทายอยูหลายประการ โดยเฉพาะดานเศรษฐกิจที่เราเติบโตนอยกวาศักยภาพจริง ปญหาหนี้สินเรื้อรัง ปญหาความเหลื่อมล้ําที่รุนแรงขึ้นทุกที ปญหาสิ่งแวดลอมปญหาสังคมและการเมืองทั้งหมดนี้คือ “ความทาทาย” ที่รัฐบาลพรอมจะประสานพลังกับทุกภาคสวน (Collaboration)เปลี่ยนความทาทายใหกลายเปน “ความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม”ของคนทุกกลุมอยางเทาเทียม (Inclusiveness) รัฐบาลพรอมเสริมศักยภาพ สรางโอกาสใหประชาชนทั้งบทบาทและสิทธิ (Empowerment) เพื่อพลิกฟนประเทศจากปญหาที่รุมเราและทําใหประเทศไทยเดินไปขางหนาไดอยางมั่นคงประเทศไทยมีพื้นฐานศักยภาพที่แข็งแกรง แตเมื่อมองไปขางหนายังตองเผชิญความทาทายอีกหลายประการ ไดแกประการแรก ความทาทายของชีวิตความเปนอยูของประชาชนที่มีรายไดไมเพียงพอกับรายจายโดยเฉพาะปญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งขณะนี้มีมูลคากวา ๑๖ ลานลานบาท หรือมากกวารอยละ ๙๐ของมูลคาผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่สัดสวนหนี้เสีย (NPLs) ก็มีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้นเชนเดียวกับปญหาหนี้นอกระบบภายใตบริบทของความเหลื่อมล้ําของรายไดระหวางคนจนและคนรวยและความเจริญกระจุกตัวอยูในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญเปนหลัก สงผลใหคนไทยจํานวนมากเขาไมถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จําเปนและไมมีสิทธิในที่ดินทํากินประการที่สอง สังคมและเศรษฐกิจเราถูกทาทายดวยการเขาสูสังคมสูงวัยที่เร็วกวาระดับการพัฒนาประเทศและเร็วกวาประเทศอื่นในภูมิภาค โดยในป ๒๕๖๖ ประเทศไทยเริ่มเขาสูสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ (Aged Society)นั่นคือมีสัดสวนผูสูงอายุมากกวารอยละ ๒๐ ของประชากรทั้งหมด และคาดวาอีก ๑๐ ป จะเขาสูสังคมสูงวัยแบบสุดยอด (Super Aged Society) ในขณะที่มีอัตราการเกิดลดลง คุณภาพและทักษะแรงงานของไทยสวนใหญอยูในระดับต่ํา เยาวชนและประชากรวัยแรงงานที่มีความรู อานออกเขียนไดขั้นพื้นฐานต่ํากวาเกณฑถึงรอยละ ๖๔.๗ คะแนนวัดผล PISA ของเด็กไทยต่ําสุดในรอบ ๒๐ ป ทุกทักษะนอกจากนี้ ยังมีเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษามากกวา ๑ ลานคน ยิ่งไปกวานั้นคนไทยทุกชวงวัยกําลังเผชิญกับภาวะเครียดสะสมรุนแรงขึ้น คาดวาขณะนี้มีผูมีปญหาสุขภาพจิตกวา๑๐ ลานคน สูงกวาคาเฉลี่ยโลก กลาวโดยสรุปคือ คุณภาพของคนไทยในวัยทํางานลดลงมาก ในขณะที่การเขาสูสังคมสูงวัยและภาระคาใชจายของภาครัฐในการดูแลสวัสดิการและงบประมาณดานสาธารณสุขมีแนวโนมจะสูงขึ้นอยางหลีกเลี่ยงไมได หนา ๑๐๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ประการที่สาม ความมั่นคง ปลอดภัยของสังคมถูกคุกคามจากการแพรระบาดของยาเสพติดที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ โดยในชวงไตรมาสที่ ๒ ของป ๒๕๖๗พบวามีคดีอาญาที่เกี่ยวของกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นรอยละ ๒๙.๙ เมื่อเทียบกับชวงเวลาเดียวกันในป ๒๕๖๖และมีจํานวนผูติดยาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้นถึง ๑.๙ ลานคน นอกจากนี้ อาชญากรรมออนไลนและการพนันออนไลนยังเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง โดยมีสถิติการรับแจงความกวา ๕ แสนเรื่อง รวมมูลคาความเสียหายมากกวา๖ หมื่นลานบาทประการที่สี่ ผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (SMEs) ซึ่งรองรับแรงงานกวารอยละ ๓๒ - ๓๕ ของแรงงานทั้งหมด และมีมูลคาประมาณรอยละ ๓๕ ของ GDP กําลังประสบปญหาสภาพคลองและสัดสวนหนี้เสีย (NPLs) ตอสินเชื่อรวมของ SMEs ที่เพิ่มสูงขึ้นเปนรอยละ ๗.๖ ซึ่งเปนผลจากกําลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง กระทบตอความสามารถในการจางงาน การปรับคาจางแรงงาน และกลายเปนขอจํากัดของการฟนตัวของเศรษฐกิจประการที่หา ผูประกอบการในอุตสาหกรรมดั้งเดิมไทยโดยเฉพาะ SMEs ยังไมสามารถปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอยางรวดเร็ว (Technological Disruption) รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสรางการผลิตในหวงโซอุปทานและแนวโนมความตองการใหม ๆ ของโลก ในขณะที่ตองเผชิญกับการแขงขันทางดานราคาของสินคานําเขาจากตางประเทศที่มีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้นทั้งในรูปการนําเขาสินคาสําเร็จรูปและวัตถุดิบ โดยเฉพาะผานแพลตฟอรมออนไลนสงผลใหตองลดกําลังการผลิต ลดการจางงานหรือปดตัวลง สะทอนใหเห็นจากอัตราการใชกําลังการผลิตที่ลดระดับลงมาอยูในระดับต่ํากวารอยละ ๖๐ประการที่หก จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Climate Change)ที่สงผลกระทบตอทั้งภาคเกษตรกรรมและภาคการทองเที่ยว ตัวอยางเชน ในป ๒๕๖๗ ประเทศไทยเผชิญกับภาวะภัยแลงในชวงครึ่งปแรกและจะเผชิญภาวะฝนตกหนักผิดปกติในชวงครึ่งหลังของปนอกจากนี้ ในชวงหลายปที่ผานมาสถานการณมลพิษทางอากาศ PM2.5 ของไทยยังย่ําแยตอเนื่องสงผลกระทบตอสุขภาพของพี่นองคนไทยอยางหลีกเลี่ยงไมไดและทําใหมีคนปวยจากมลพิษทางอากาศกวา๑๐ ลานคน ในป ๒๕๖๖ประการที่เจ็ด ประเทศไทยเราเผชิญกับความไรเสถียรภาพทางการเมืองมาอยางยาวนานอันเปนผลจากการรัฐประหาร ความขัดแยงแบงขั้วที่รุนแรง รวมถึงการถอดถอนรัฐบาลออกจากอํานาจในแบบที่คาดเดาไมได สงผลใหความเชื่อมั่นตอเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทยไดรับผลกระทบกระเทือนอยางรุนแรงโดยไมอาจหลีกเลี่ยงได หนา ๑๐๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ประการที่แปด ระบบรัฐราชการแบบรวมศูนยและตอบสนองความตองการของประชาชนไดไมเต็มที่การทํางานระหวางหนวยงานที่มีอํานาจและบทบาทซ้ําซอน โครงสรางของหนวยราชการที่แตกกระจายและไมประสานรวมมือกัน มีการขยายตัวไปสูสํานักงานสวนภูมิภาคมากเกินความจําเปน ระบบขนาดใหญโตเทอะทะ และเชื่องชา รูปแบบการประเมินและตัวชี้วัดการทํางานไมสะทอนความตองการของประชาชนเทาที่ควรขนาดและศักยภาพไมทันกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แถมยังเปนภาระของประชาชนในการใชบริการอีกดวยและประการสุดทาย ประเทศไทยกําลังเผชิญความทาทายจากสถานการณภูมิรัฐศาสตร(Geopolitics) ที่เปลี่ยนไป เกิดการแบงฝายแยกขั้วระหวางประเทศมหาอํานาจและประเทศตาง ๆการกีดกันทางการคา (Protectionism) การใชกฎระเบียบโลกสรางอุปสรรคทางออมในการแขงขันสงผลใหทุกประเทศจําเปนตองปรับเปลี่ยนทาทีและยุทธศาสตรในการดําเนินนโยบายภาครัฐและปรับทาทีของประเทศในการมีปฏิสัมพันธกับนานาประเทศรัฐบาลจะรวมมือกับทุกภาคสวนพลิกความทาทายเปนโอกาสในการพัฒนาประเทศ โดยมุงที่จะแกไขปญหาเรงดวน พรอมกับสรางโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมใหกับประชาชนทุกคนและตอยอดการพัฒนาของภาคการผลิตและการบริการ เพิ่มความสามารถในการแขงขันเพื่อวางรากฐานสูการพัฒนาประเทศในอนาคต พรอมทั้งวางยุทธศาสตรใหไทยเปนศูนยกลางการผลิตทั้งอุตสาหกรรมและการเกษตรเพื่อตอบสนองปญหาทางภูมิรัฐศาสตรพลิกฟนความเชื่อมั่นของคนไทยและสากล เพื่อใหประเทศไทยเปนความภูมิใจของคนไทยที่นานาประเทศใหการยอมรับและเชื่อถือรัฐบาลตระหนักดีวาความเดือดรอนของพี่นองประชาชน ทั้งเรื่องปญหาหนี้สิน รายได คาครองชีพรวมทั้งความมั่นคงและปลอดภัยในสังคม คือ ปญหาเรงดวนที่รัฐบาลจะตองเรงสรางโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ดวยการแกหนี้ ลดรายจาย เพิ่มรายได กระตุนเศรษฐกิจ และแกไขปญหาที่กระทบความมั่นคงของสังคม เพื่อนําความหวังของคนไทยกลับมาใหเร็วที่สุด โดยมีนโยบายเรงดวนที่จะดําเนินการทันที ดังนี้นโยบายแรก รัฐบาลจะผลักดันใหเกิดการปรับโครงสรางหนี้ทั้งระบบโดยเฉพาะกลุมสินเชื่อบานและรถชวยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ภายใตปรัชญาที่จะไมขัดตอวินัยทางการเงินและไมทําใหเกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard) ของผูมีภาระหนี้สิน ควบคูกับการเพิ่มความรูทางการเงินและสงเสริมการออมในรูปแบบใหม ๆ ที่สอดคลองกับวิถีชีวิตของคนไทย โดยจะดําเนินนโยบายผานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย และบริษัทบริหารสินทรัพยหนา ๑๐๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ นโยบายที่สอง รัฐบาลจะดูแลและสงเสริมพรอมกับปกปองผลประโยชนของผูประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs จากการแขงขันที่ไมเปนธรรมของคูแขงทางการคาตางชาติโดยเฉพาะผานแพลตฟอรมออนไลนและการแกไขปญหาหนี้ของ SMEs เชน การพักหนี้ การจัดทํา Matching Fund ซึ่งเปนการลงทุนรวมกันระหวางรัฐบาลและเอกชน เพื่อประคับประคองใหกลับมาเปนกลไกที่แข็งแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนโยบายที่สาม รัฐบาลจะเรงออกมาตรการเพื่อลดราคาคาพลังงานและสาธารณูปโภคปรับโครงสรางราคาพลังงานควบคูกับการเรงรัดจัดทํา ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ เชน ขอกําหนดเกี่ยวกับการทําสัญญาซื้อขายพลังงานไดโดยตรง (Direct PPA) รวมทั้งการพัฒนาระบบสํารองน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตรของประเทศ (Strategic Petroleum Reserve : SPR) สํารวจหาแหลงพลังงานเพิ่มเติม และการเจรจาประเด็นพื้นที่ทับซอนกับกัมพูชา (OCA) เพื่อลดตนทุนดานพลังงานพรอมทั้งผลักดันการพัฒนาระบบขนสงมวลชนสาธารณะ (Mass Transit) และการกําหนดโครงสรางอัตราคาโดยสารรวม ในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อรองรับนโยบาย “คาโดยสารราคาเดียว” ตลอดสายเพื่อลดภาระคาเดินทางนโยบายที่สี่ รัฐบาลจะสรางรายไดใหมของรัฐดวยการนําเศรษฐกิจนอกระบบภาษี (Informal Economy)และเศรษฐกิจใตดิน (Underground Economy) เขาสูระบบภาษีที่คาดวาจะมีมูลคาสูงกวารอยละ ๕๐ของ GDP เพื่อนําไปจัดสรรสวัสดิการดานการศึกษา สาธารณสุข และสาธารณูปโภค รวมทั้งอุดหนุนคาใชจายขั้นพื้นฐานของประชาชน พรอมทั้งจะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของใหทันสมัย สอดคลองกับสถานการณปจจุบันนโยบายที่หา รัฐบาลจะเรงกระตุนเศรษฐกิจ สรางความเชื่อมั่นและกระตุนใหเกิดการจับจายใชสอยควบคูกับการบรรเทาภาระคาใชจายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยใหความสําคัญกับกลุมเปราะบางเปนลําดับแรก และผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ซึ่งจะเปนการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลและพัฒนาศูนยขอมูลภาครัฐที่มุงการพัฒนานโยบายที่ตอบสนองความตองการของประชาชน พรอมเพิ่มโอกาสในการเขาถึงแหลงทุนเพื่อการพัฒนาหมูบานและชุมชน และการประกอบอาชีพนโยบายที่หก รัฐบาลจะยกระดับการทําเกษตรแบบดั้งเดิมใหเปนเกษตรทันสมัย โดยใชแนวคิด“ตลาดนํา นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได” นําเทคโนโลยีดานการเกษตร (Agri-Tech) เชน เกษตรแมนยํา(Precision Agriculture) และเทคโนโลยีดานอาหาร (Food Tech) มาใชพัฒนาอาชีพดานการเกษตรหนา ๑๐๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ประมง ปศุสัตว และอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสรางความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงการควาโอกาสในตลาดใหม ๆรวมทั้งอาหารฮาลาล และฟนนโยบาย “ครัวไทยสูครัวโลก” ซึ่งเปนจุดเดนของประเทศไทยเพื่อตอบสนองความตองการของโลกดานความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และเรงเพิ่มมูลคาสินคาเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งเพื่อยกระดับรายไดของเกษตรกรนโยบายที่เจ็ด รัฐบาลจะเรงสงเสริมการทองเที่ยว ดวยการสานตอความสําเร็จในการปรับโครงสรางการตรวจลงตราทั้งหมดของประเทศเพื่ออํานวยความสะดวกแกผูขอวีซา เชน กลุมผูเขารวมงานแสดงสินคานานาชาติ (MICE) และกลุมชาวตางชาติที่ทํางานทางไกล (Digital Nomad) ซึ่งสรางรายไดจากการทองเที่ยวถึง ๑.๘๙๒ ลานลานบาท ในป ๒๕๖๖ โดยสงเสริมอุตสาหกรรมทองเที่ยวรูปแบบใหมเพิ่มแหลงทองเที่ยวที่มนุษยสรางขึ้น (Man-made Destinations) เชน สวนน้ํา สวนสนุก ศูนยการคาสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) นําคอนเสิรต เทศกาล และการแขงขันกีฬาระดับโลกมาจัดในประเทศไทย รวมถึงสงเสริมการทองเที่ยวเมืองนาเที่ยว เพื่อดึงดูดนักทองเที่ยวและเม็ดเงินมหาศาลที่จะกระจายลงสูผูประกอบการภายในประเทศไดอยางรวดเร็วปญหาที่กระทบตอสังคมและสรางความสูญเสียอยางมหาศาลอีกสองประเด็นปญหา คือปญหายาเสพติด ปญหาอาชญากรรมและอาชญากรรมออนไลนนโยบายที่แปด รัฐบาลจะแกปญหายาเสพติดอยางเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแตการตัดตนตอการผลิตและจําหนายดวยการรวมมือกับประเทศเพื่อนบาน การสกัดกั้นควบคุมการลักลอบนําเขาและตัดเสนทางการลําเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพยผูคาอยางเด็ดขาด การคนหาผูเสพในชุมชนเพื่อเขาสูกระบวนการรักษา ตลอดจนการบําบัดรักษาผูติดยาเสพติด การฝกอาชีพ การศึกษา และการฟนฟูสภาพทางสังคม รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลชวยเหลือเพื่อไมใหกลับไปสูวงจรยาเสพติดอีก เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสูสังคมนโยบายที่เกา รัฐบาลจะเรงแกปญหาอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน/มิจฉาชีพ และอาชญากรรมขามชาติเพื่อปกปองผลประโยชนของประชาชน โดยการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการปองกันและปราบปรามแกงคอลเซ็นเตอร และรับมือกับอาชญากรรมออนไลนอยางรวดเร็ว ชวยเหลือเหยื่อของมิจฉาชีพอยางทันทวงทีโดยผนึกกําลังกับประเทศเพื่อนบานและสรางกลไกการรวมรับผิดชอบของบริษัทผูประกอบกิจการโทรคมนาคมและธนาคารพาณิชย หนา ๑๐๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ นโยบายที่สิบ รัฐบาลจะสงเสริมพัฒนาศักยภาพ และจัดสวัสดิการสังคมใหสอดคลองกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สรางความเทาเทียมทางโอกาสและเศรษฐกิจโดยเฉพาะกลุมเปราะบางที่สําคัญ ไดแกคนพิการ ผูสูงอายุ กลุมชาติพันธุ บุคคลไรรัฐ ไรสัญชาติเพื่อใหสามารถเขาถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐไดโดยสะดวกตามที่กฎหมายบัญญัติเพื่อใหการพัฒนาประเทศเปนไปอยางตอเนื่องในระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลจะตอยอดการพัฒนาของภาคการผลิตและการบริการ เพิ่มความสามารถในการแขงขันเพื่อวางรากฐานสูการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยปรับโครงสรางของเศรษฐกิจ (Industry Transformation) และพัฒนาเครื่องยนตทางเศรษฐกิจใหม ๆ (New Growth Engine) ที่จะปูพื้นฐานใหเศรษฐกิจไทยขยายตัวอยางแข็งแกรงดวยการสงเสริมความคิดริเริ่มสรางสรรคและการปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของความตองการของผูบริโภคดวยการใชเทคโนโลยี เพื่อเรงใหประเทศไทยหลุดพนจากกับดักรายไดปานกลางโดยเร็วและพัฒนาบทบาทใหเปนผูเลนสําคัญทางเศรษฐกิจในเวทีโลก โดยดําเนินการ ดังนี้๑. การสรางโอกาสตอยอดจากอุตสาหกรรมเดิม โดย๑.๑ รัฐบาลจะสงเสริมการเปลี่ยนผานอุตสาหกรรมยานยนตเครื่องยนตสันดาปไปสูยานยนตแหงอนาคต(HEVs PHEVs BEVs และ FCEVs) โดยเรงดึงดูดนักลงทุนจากตางประเทศใหมาตั้งฐานการผลิตยานยนตไฟฟาในประเทศอยางตอเนื่อง ดวยแนวทางที่จะเพิ่มสัดสวนการใชวัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content)และการถายโอนเทคโนโลยีสมัยใหมใหแกธุรกิจไทย ในขณะที่ยังรักษาการจางงานควบคูกับสงเสริมการพัฒนายกระดับทักษะและการปรับทักษะของแรงงานไทยในอุตสาหกรรมยานยนตเครื่องยนตสันดาปและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง๑.๒ รัฐบาลจะสงเสริมการยกระดับภูมิปญญาไทยไปสูวัฒนธรรมสรางสรรค (Creative Culture)เพื่อสงเสริม Soft Power ของประเทศ เราจะสนับสนุนและสงเสริมการปรับใชภูมิปญญาพื้นบาน (Local Wisdom)ซึ่งเปนศักยภาพของคนไทยและทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ทั้งอาหารทองถิ่นไทย ผาไทย มวยไทยศิลปะการแสดงไทย ดนตรีไทย ผสมผสานกับศิลปะรวมสมัย และสุราชุมชน เพื่อยกระดับสินคาโครงการ OTOPทั้งดานมาตรฐานและดีไซนใหทันสมัย โดดเดน แตกตาง และสามารถตอบสนองตอความตองการของผูบริโภคทั่วโลกรวมทั้งจะสนับสนุนการสอดแทรกทุนทางวัฒนธรรมในภาพยนตรไทยและสื่อทุกรูปแบบหนา ๑๐๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๒. สงเสริมโอกาสในอุตสาหกรรมแหงอนาคต โดย๒.๑ รัฐบาลจะสงเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy or Eco-friendly Economy)โดยอาศัยจุดแข็งของที่ตั้งใกลเสนศูนยสูตรเขาถึงพลังงานแสงอาทิตยไดตลอดทั้งป สนับสนุนใหประเทศไทยเปนแหลงผลิตพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย เชน การติดตั้งแผงโซลารเซลลบนหลังคาและผืนน้ําพลังงานน้ํา และพลังงานทางเลือกอื่น ๆ รวมทั้งพัฒนาตลาดซื้อขายไฟฟาเสรีและคารบอนเครดิต (Carbon Credit)เพื่อความยั่งยืน และการเสริมสรางความมั่นคงดานพลังงานรูปแบบใหมสําหรับทั้งการบริโภคภายในประเทศและการสงออกพลังงานสูภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งการปรับกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจบริการใหเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม๒.๒ รัฐบาลจะตอยอดพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) จากความเขมแข็งเดิมในอุตสาหกรรมดิจิทัล เชน การผลิตอุปกรณอิเล็กทรอนิกส การผลิตฮารดดิสกใหเปนอุตสาหกรรมดิจิทัลสมัยใหมจะดึงดูดนักลงทุนจากตางประเทศเพื่อตั้ง Data Center และโรงงานผลิตชิปและชิปดีไซน และผลิตSemiconductor ในประเทศไทย กระตุนใหเกิดความตองการใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกสอัจฉริยะในประเทศรัฐบาลนี้จะวางรากฐานใหคนไทยทุกกลุมวัยใชปญญาประดิษฐ (AI) ในการพัฒนาตนเอง เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานและสรางสรรคนวัตกรรม นําประเทศสูความล้ําสมัย โดยไมละเลยจุดสมดุลของความเปนเจาของอธิปไตยขอมูลและการเปดกวางของโอกาสสําหรับการพัฒนา๒.๓ รัฐบาลจะมุงเนนการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ (Care and Wellness Economy)และบริการทางการแพทย (Medical Hub) โดยอาศัยพื้นฐานจิตวิญญาณการบริการของคนไทยที่ไดรับการยอมรับจากนานาชาติ โดยตอยอดจากธุรกิจการทองเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทยแผนไทยที่เปนจุดแข็งเพื่อรองรับความตองการดานสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากการที่ประชากรโลกเขาสูสังคมสูงวัย พรอมกับสงเสริมการผลิตและการใชงานอุปกรณทางการแพทยภายในประเทศ สนับสนุนการยกระดับสมุนไพรและผลิตภัณฑสมุนไพรไทยโดยใชนวัตกรรม รวมถึงการใชกัญชาเพื่อการแพทยที่สรางมูลคาเพิ่มในทางเศรษฐกิจและควบคุมผลกระทบทางสังคมโดยการตรากฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนการนําเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) และนวัตกรรมดานเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) มายกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยใหทัดเทียมมาตรฐานนานาชาติเพื่อใหประเทศไทยเปนศูนยกลางบริการทางการแพทยของภูมิภาคหนา ๑๐๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๒.๔ รัฐบาลจะมุงสูเปาหมายที่จะทําใหประเทศไทยเปนหนึ่งในศูนยกลางการเงินของโลก(Financial Hub) โดยรัฐบาลจะผลักดันการยกรางกฎหมายชุดใหมที่มีความเปนสากล โปรงใส และเอื้อตอการประกอบธุรกิจ ออกแบบสิทธิประโยชนที่จูงใจนักลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการเงินโดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรและโครงสรางพื้นฐานที่ทันสมัยใหสอดรับกับความตองการของบริษัทดานการเงินระดับโลก๓. รัฐบาลจะพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อขยายโอกาส โดย๓.๑ รัฐบาลจะพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมใหสามารถแขงขันไดในเวทีโลก โดยมุงเนนการพัฒนางานวิจัยใหเปนผลิตภัณฑและบริการที่สามารถออกขายสูตลาดโลกไดจริง สรางงาน สรางมูลคาเพิ่มจากหิ้งสูหาง และเปดการรวมมือกับภาคเอกชนเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการใชสิทธิประโยชนดานการลงทุน การตั้งกองทุนสนับสนุน การจัดซื้อโครงสรางพื้นฐานและเทคโนโลยีของภาครัฐมาสนับสนุน การนําเขาเทคโนโลยีจากตางประเทศมาสูผูประกอบการไทย๓.๒ รัฐบาลจะเดินหนาลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนาดใหญ (Mega Projects)อยางตอเนื่อง ทั้งทางราง ทางน้ํา ทางถนน และทางอากาศอยางไรรอยตอ สงเสริมใหเกิดความปลอดภัยทางถนนลดตนทุนระบบโลจิสติกส พัฒนาระบบขนสงควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) สรางรถไฟทางคูและรถไฟความเร็วสูงควบคูกับการพัฒนาเมืองที่สอดคลองกับความตองการของพื้นที่ เพื่อใหเกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ ยกระดับทาเรือเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมตอการขนสงสินคา พัฒนาสนามบินและเสนทางการบินใหม ๆเชน สนามบินลานนา สนามบินอันดามัน เพื่อมุงสูการเปนศูนยกลางทางการบิน (Aviation Hub)เพิ่มประตูบานใหม (Gateway) รองรับความตองการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ขับเคลื่อนโครงการ Landbridgeโดยเฉพาะดานการลงทุนโดยเอกชน เพื่อใหประเทศเปนศูนยกลางการคมนาคมและขนสงของภูมิภาค(Logistics Hub)๓.๓ รัฐบาลจะเรงพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพ ครอบคลุมและเขาถึงไดทั้งในดานพื้นที่และราคา สรางความมั่นคงทางพลังงาน สงเสริมการใชพลังงานอยางคุมคา สนับสนุนใหประชาชนผลิตกระแสไฟฟาระบบโซลารเซลลใชในครัวเรือนและมีรายไดจากการจําหนายกระแสไฟฟาที่ผลิตเกินกวาความตองการคืนใหรัฐ และจัดหาแหลงน้ําใหเพียงพอตอความตองการเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หนา ๑๐๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๓.๔ รัฐบาลจะพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกํากับดูแลใหเกิดการจัดสรรคลื่นความถี่และสิทธิในวงโคจรดาวเทียมใหเกิดประโยชนสูงสุดตอการพัฒนาประเทศและการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานทางดิจิทัลที่มีคุณภาพ มั่นคง ปลอดภัย ครอบคลุม เพียงพอและเขาถึงไดทั้งในดานพื้นที่และราคาเพื่อใหประชาชนสามารถเขาถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมอยางทั่วถึงและเปนธรรม ตลอดจนสรางระบบนิเวศเพื่อดึงดูดใหผูประกอบการดานเทคโนโลยีขนาดใหญของโลกลงทุนในอุตสาหกรรมที่จะเอื้อใหเกิดประโยชนตอผูประกอบการไทยในอุตสาหกรรมดิจิทัลตลอดหวงโซอุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ๓.๕ รัฐบาลจะเปลี่ยนโครงสรางทางภาษีครั้งใหญที่ใหความสําคัญกับการกระจายรายไดดึงแรงงานนอกระบบที่มีอยูมากกวารอยละ ๕๐ เขาสูระบบ ศึกษาความเปนไปไดของการปฏิรูประบบภาษีไปสูแบบ Negative Income Tax ที่ผูมีรายไดนอยจะไดรับ “เงินภาษีคืนเปนขั้นบันได” ตามเกณฑที่กําหนด๓.๖ รัฐบาลจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ เรงจัดทําแผนที่ที่ทันสมัยและใชเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐและแกปญหาที่ดินทับซอน ยุติความขัดแยงและแกไขขอพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน ทั้งระหวางหนวยงานภาครัฐดวยกันเองและระหวางภาครัฐและประชาชนเพื่อสนับสนุนใหประชาชนเขาถึงสิทธิที่ดิน ที่อยูอาศัย และที่ดินทํากินเพิ่มขึ้นรัฐบาลเชื่อวาทุนมนุษยเปนรากฐานที่สําคัญของการพัฒนาประเทศ รัฐบาลจะเรงสงเสริมผลักดันใหเกิดการพัฒนาคนไทยทุกชวงวัยอยางเต็มกําลังและความสามารถ โดย๑. รัฐบาลจะสงเสริมการเกิดและเติบโตอยางมีคุณภาพของเด็กทุกคนอยางเทาเทียม เด็กไทยทุกคนจะตองเขาถึงศูนยดูแลเด็กปฐมวัยที่มีมาตรฐาน เมื่อเติบโตก็ไดเรียนหนังสือที่ใหความสําคัญกับการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และการคิดวิเคราะหอยางมีเหตุผล สงเสริมการปลดล็อกศักยภาพทั้งดานศิลปะวัฒนธรรม และความสามารถทางกีฬา และพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุนทั้งในระบบ นอกระบบตามอัธยาศัย และการเรียนรูตลอดชีวิต โดยใชเทคโนโลยีที่ทันสมัยเขามาสนับสนุน ตอบโจทยศักยภาพของผูเรียนลดภาระและลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ สงเสริมใหเกิดการเรียนสองภาษาโดยใช AIเปนตัวชวย เนนการสอนทักษะที่ใชประโยชนไดในชีวิตจริงเพื่อการสรางรายได (Learn to Earn)สงเสริมใหเกิดความรวมมือระหวางรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับรวมทั้งการเฟนหาและชวยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา พรอมทั้งสงเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเพื่อใหตอบสนองตอความตองการแรงงานในอนาคตและรองรับการเรียนรูตลอดชีวิต(Life-Long Learning) หนา ๑๐๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๒. รัฐบาลจะยกระดับทักษะและปลดล็อกศักยภาพของคนไทยเพื่อสรางงานสรางรายได โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการสราง Soft Power ของประเทศ ผานการสงเสริม ๑ ครอบครัว ๑ ซอฟตพาวเวอร (OFOS)จัดตั้งศูนยสรางสรรคการออกแบบและสงเสริมวัฒนธรรมในพื้นที่ เชน ศูนยสรางสรรคการออกแบบ (TCDC)สํานักงานสงเสริมวัฒนธรรมสรางสรรค (THACCA) เพื่อยกระดับและพัฒนาความสามารถดานวัฒนธรรมสรางสรรคของคนไทยใหสรางมูลคาเสริมทักษะเดิม (Reskill) เพิ่มทักษะใหม (Upskill) ใหเทาทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อใหแรงงานไดรับคาจางที่เหมาะสมกับทักษะที่เพิ่มขึ้น เชน ทักษะดานการประยุกตใช AI รวมทั้งสงเสริมใหผูประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนดึงศักยภาพของผูสูงอายุมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด๓. รัฐบาลจะยกระดับระบบสาธารณสุขใหดียิ่งกวาเดิม รัฐบาลนี้จะตอยอดจากรัฐบาลที่แลวในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทย จาก “๓๐ บาทรักษาทุกโรค” จากพื้นฐานความสําเร็จหลายสิบปของนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มาเปน “๓๐ บาทรักษาทุกที่” ผานการเชื่อมโยงขอมูลสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุข และการขยายเครือขายการบริการระดับปฐมภูมิ พัฒนาระบบการแพทยทางไกล(Telemedicine) เพื่อใหคนไทยเขาถึงระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ลดเวลาและคาใชจายและสามารถรองรับความตองการใหม ๆ จากสถานการณสังคมสูงวัย รัฐบาลจะสานตอโครงการฉีดวัคซีนปากมดลูก (HPV) ใหครอบคลุมทุกพื้นที่ และใชศักยภาพของเครือขายสาธารณสุขในการสงเสริมปองกัน และควบคุมโรคไมติดตอพรอมทั้งเพิ่มการเขาถึงการรักษาและบริการดานสุขภาพจิตและยาเสพติดโดยเนนการปองกัน (Prevention) ใหความรูและการสรางความตระหนัก๔. รัฐบาลจะสงเสริมความเสมอภาคทางเพศ โดยเรงแกไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของใหผูที่มีความหลากหลายทางเพศไดเขาถึงสิทธิที่พึงมี ทั้งการสมรสที่ถูกตองตามกฎหมายเชน สิทธิในการตั้งครอบครัว สิทธิในการดูแลระหวางคูชีวิต การเขาถึงสวัสดิการ โดยเริ่มตนจากสวัสดิการขาราชการรัฐบาลจะตอยอดความสําเร็จของรัฐบาลชุดที่ผานมาเพื่อใหกฎหมายสมรสเทาเทียมถูกบังคับใชอยางมีประสิทธิภาพและเปนไปตามเจตนารมณที่ตั้งไวและในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ ๒ ของประเทศไทย จะสงเสริมความเทาเทียมของชายและหญิงทั้งในระดับครอบครัวและในที่ทํางาน เพื่อใหผูหญิงทุกคนในประเทศไทยไมตองเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ อยูในสังคมที่สามารถเปนทั้งแมและเจริญเติบโตในหนาที่การงานไดไมนอยไปกวาผูชาย หนา ๑๐๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ในการบริหารประเทศในยุคนี้ เราจะไมสามารถมองผานความทาทายและโอกาสของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไปได รัฐบาลมีนโยบายในการสรางความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมควบคูไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนี้๑. รัฐบาลจะใหความสําคัญกับการฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษความหลากหลายทางชีวภาพและรักษาสมดุลของระบบนิเวศทองถิ่น เพื่อใหเปนรากฐานสําคัญในการดํารงชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่และชุมชนทองถิ่นในการจัดการสิ่งแวดลอมและปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรัฐบาลจะสรางการมีสวนรวมในการรับมือกับภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะการแกปญหา PM2.5 และการบริหารจัดการน้ําที่จะตองไดรับความรวมมือระหวางประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลจะจัดการกับปญหาการลักลอบกําจัดหรือฝงกลบกากอุตสาหกรรม/ของเสียอันตรายดวยความเขมงวด และสนับสนุนการมีสวนรวมของชุมชนในการอนุรักษ ฟนฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ซึ่งรวมถึงทรัพยากรทางทะเลและชายฝงทั้งระบบ๒. รัฐบาลจะยกระดับการบริหารจัดการน้ํา จะจัดหาน้ําสะอาดสําหรับอุปโภคบริโภคใหประชาชนทุกพื้นที่เขาถึงได และจะเรงใหน้ําถึงไรนาดวยการเพิ่มศักยภาพแหลงกักเก็บน้ํา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ํา ควบคูกับการขยายเขตชลประทาน พรอมทั้งเพิ่มแหลงน้ําเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รัฐบาลจะแกปญหาน้ําทวม น้ําแลงรวมกับทุกภาคสวน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ําทั้งระบบโดยคํานึงถึงความสอดคลองกับศักยภาพของลุมน้ําและความตองการของประชาชนในพื้นที่เพื่อสรางสมดุลระหวางการอนุรักษ ฟนฟู และการใชประโยชนจากทรัพยากรน้ําอยางยั่งยืน๓. รัฐบาลจะสานตอนโยบายความเปนกลางทางคารบอน (Carbon Neutrality) เพื่อใหประเทศไทยเปนผูนําของอาเซียนในดานการลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสูชั้นบรรยากาศซึ่งจะชวยเปดประตูบานใหญสูการคาโลกและชวยสรางขอไดเปรียบใหผูผลิตสินคาและบริการในประเทศตลอดจนสงเสริมใหไทยเปนศูนยกลางดานการซื้อขายคารบอนเครดิต (Carbon Credit) ของอาเซียนผานตลาดหลักทรัพยไทยประเทศไทยเราเผชิญกับความไรเสถียรภาพทางการเมืองและความขัดแยงแบงขั้วอุดมการณที่รุนแรงมาอยางยาวนาน สงผลกระทบตอความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและตางประเทศกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง ดังนั้น รัฐบาลนี้จําเปนจะตองพลิกฟนความเชื่อมั่นของทั้งคนไทยและตางชาติ ดวยการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยใหเขมแข็ง มีเสถียรภาพมีนิติธรรม และความโปรงใส ดังนี้ หนา ๑๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๑. รัฐบาลจะเรงจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนใหเปนประชาธิปไตยมากขึ้นโดยเร็วที่สุดโดยยึดโยงกับประชาชนและหลักการของประชาธิปไตย สอดคลองกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล เคารพพหุวัฒนธรรม เพื่อเปนบันไดสูการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยใหมีความเขมแข็งและยั่งยืนโดยมีเสถียรภาพทางการเมืองเปนปจจัยเรงที่สําคัญ รวมถึงการสรางสันติภาพและสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตที่ประชาชนมีสวนรวมอยางยั่งยืน๒. รัฐบาลจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) และความโปรงใส (Transparency)สรางความชอบธรรมในการบริหารราชการแผนดินดวยการฟนฟูหลักนิติธรรมที่เขมแข็ง มีประสิทธิภาพใชงบประมาณของรัฐนอยที่สุดแตมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสรางรายไดและสรางโอกาสแกประเทศและประชาชน โปรงใส และเปนที่ยอมรับจากนานาประเทศใหเปนทุนทางสังคมและทางความคิดที่สําคัญในการพัฒนาประเทศ๓. รัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการและกองทัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เปลี่ยนผานราชการไทยไปสูราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล (Digital Government) ปรับขนาดใหมีความคลองตัว เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใชงบประมาณและการปฏิบัติราชการ ปรับขนาดและกําลังคนภาครัฐใหสอดคลองกับภารกิจเปลี่ยนผานรูปแบบการเกณฑทหารไปสูแบบสมัครใจ เนนใชเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรภาครัฐเปนคนดีและเกง มีคุณธรรม มุงมั่นและมืออาชีพ โปรงใสและตรวจสอบได สงเสริมใหมีการเผยแพรขอมูลหรือขาวสารสาธารณะของรัฐและตอตานการทุจริตคอรรัปชันทุกรูปแบบ เนนการมีสวนรวมของภาคประชาชนรวมทั้งใหความสําคัญกับการกระจายอํานาจสูองคกรปกครองสวนทองถิ่นและภาคประชาชนเพื่อใหประชาชนมีสวนรวมคิดตัดสินใจในกระบวนการพัฒนาทองถิ่น และการดูแลชุมชน๔. รัฐบาลจะยกระดับการบริการภาครัฐใหตอบสนองความตองการของประชาชนมากยิ่งขึ้นปรับบทบาทภาครัฐเปนการสงเสริมสนับสนุน (Enable) การอํานวยความสะดวก (Facilitate)และการกํากับกฎกติกา (Regulate) เพื่อใหประชาชนและเอกชนไดรับบริการที่สะดวก รวดเร็วพรอมทั้งจะลดกฎหมายและขั้นตอนที่ไมจําเปน (Ease of Doing Business) เพื่อไมใหภาครัฐเปนอุปสรรคของภาคธุรกิจหรือขัดขวางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศรัฐบาลจะแปลงความทาทายดานภูมิรัฐศาสตรระหวางประเทศมหาอํานาจไปสูยุทธศาสตรที่จะเสริมสรางโอกาสใหประเทศไทยและเกื้อกูลผลประโยชนของพี่นองประชาชนมากที่สุด ดังนี้หนา ๑๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ๑. รัฐบาลจะรักษาจุดยืนของการไมเปนสวนหนึ่งของความขัดแยงระหวางประเทศ (Non-Conflict)และจะดําเนินความสัมพันธกับนานาประเทศอยางจริงใจและสรางสรรคในกรอบของกฎหมายระหวางประเทศและบรรทัดฐานสากล โดยมีผลประโยชนของชาติเปนแกนกลางสําคัญ และมุงมั่นที่จะทํางานรวมกับนานาประเทศเพื่อสงเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งรวมกัน (Active Promoter of Peace and Common Prosperity)เพื่อใหประเทศไทยเปนพื้นที่แหงโอกาสสําหรับคนไทยและชาวตางชาติ เพื่อดึงดูดแรงงานทักษะสูงผูประกอบการและนักลงทุนกลุมเปาหมายเขามาเพื่อสงเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย๒. รัฐบาลจะเดินหนาสานตอนโยบายการทูต เศรษฐกิจเชิงรุก และการสราง Soft Powerเพื่อสงเสริมการคา การลงทุน และการทองเที่ยวระหวางกัน โดยเฉพาะตลาดใหม ๆ เพื่อเสริมสรางโอกาสความรวมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ และแกไขปญหาที่ตองอาศัยความรวมมือระหวางประเทศทั้งระบบทวิภาคี (Bilateral) และพหุภาคี (Multilateral) และเรงเจรจาขอตกลงการคาเสรี (FTA)กับประเทศคูคาสําคัญ ยกระดับมาตรฐานของประเทศ เพิ่มบทบาทประเทศไทยในเวทีโลกและเตรียมความพรอมเพื่อเขาเปนสมาชิกองคการเพื่อความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่รัฐบาลจะสานตอจากรัฐบาลชุดที่ผานมาแมวาการบริหารงานของรัฐบาลจะเผชิญกับความทาทายหลายดาน อันเปนปญหาโครงสรางทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่สั่งสมตอเนื่องมากวา ๑๐ ป และถูกซ้ําเติมดวยโควิด-๑๙ ทําใหระดับหนี้สาธารณะของประเทศอยูในระดับที่สูงขึ้นอยางตอเนื่อง หากไรซึ่งมาตรการทางการเงินและการคลังที่เอื้อตอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ คาดวาประเทศจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยูในระดับไมเกินรอยละ ๓ ตอปซึ่งจะสงผลใหระดับหนี้สาธารณะของประเทศใกลเต็มเพดานที่รอยละ ๗๐ ของ GDP ในป ๒๕๗๐จึงเปนความทาทายอันยิ่งยวดที่รัฐบาลจะตองเรงฟนฟูเศรษฐกิจของประเทศใหกลับมาเติบโตอยางเขมแข็งอีกครั้งโดยเร็ว โดยการแสวงหาโอกาสใหม ๆ ที่จะเพิ่มรายไดทั้งในระดับประเทศและระดับปจเจกบุคคลไมวาจะเปนการปรับโครงสรางเศรษฐกิจ การพัฒนาเครื่องยนตทางเศรษฐกิจใหม ๆ การยกระดับภูมิปญญาไทยไปสูวัฒนธรรมสรางสรรค รวมถึงการเรงบริหารทรัพยสินของรัฐใหไดประโยชนสูงสุดซึ่งการดําเนินการตาง ๆเหลานั้นจะกลายเปนเม็ดเงินกลับเขาสูระบบภาษี และจะกลับกลายเปนศักยภาพทางนโยบายการคลัง(Fiscal Space) ที่เพียงพอสําหรับการเปนแกนหลักในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคตหนา ๑๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจะใหความสําคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและดําเนินนโยบายการคลังโดยบริหารคาใชจายในการพัฒนาประเทศใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและเหมาะสมและเกิดประโยชนสูงสุด ที่สําคัญไดแก การเรงรัดเพิ่มประสิทธิภาพของการใชจายงบประมาณใหสามารถกระจายเม็ดเงินสูเศรษฐกิจโดยเร็ว การพิจารณาใชจายจากแหลงเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณทั้งในสวนของเงินกูและการใหเอกชนเขามามีสวนรวมในการลงทุนพัฒนาประเทศ รวมทั้งพิจารณาใชเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ในการสนับสนุนการดําเนินนโยบายเพื่อลดภาระการลงทุนจากงบประมาณแผนดินและการกูเงินภายใตกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศอยางเครงครัดทายที่สุด รัฐบาลมีความมุงมั่นที่จะพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย สรางความเขาใจที่ถูกตอง เผยแพรขอมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริยและดําเนินงานตามแนวพระราชดําริอยางตอเนื่อง รวมทั้งสงเสริมสถาบันศาสนาใหเปนกลไกในการสรางคุณธรรมและจริยธรรมในการดําเนินชีวิต ตลอดจนดูแลใหมีการปฏิบัติตามและบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัดและจริงจังโดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวของกับผลกระทบตอชีวิตและทรัพยสิน รวมถึงการปองกันและลดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมในนามนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ในนามรัฐบาล ขอใหความมั่นใจกับรัฐสภาแหงนี้วาจะมุงมั่นตั้งใจบริหารราชการแผนดินดวยความซื่อสัตยสุจริต และยึดประโยชนของประชาชนเปนที่ตั้งพรอมทั้งประสานพลังจากทุกภาคสวน จากทุกชวงวัย จากทุกความเชี่ยวชาญขับเคลื่อนนโยบายที่อยูบนพื้นฐานของความเปนจริง ซึ่งตอบสนองสถานการณปจจุบันใหสําเร็จ พัฒนาเศรษฐกิจ สังคมการเมืองของประเทศชาติใหเจริญกาวหนาเพื่อสรางโอกาสอยางเทาเทียม ทําใหคนไทย มีกิน มีใช มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเพื่อนําพาความภาคภูมิใจกลับมาสูคนไทย และ ประเทศไทยเพื่อสรางความหวังและอนาคตที่ดีกวาใหประเทศไทย จากวันนี้ไปถึงอนาคตเมื่อนายกรัฐมนตรีไดแถลงนโยบายจบแลว ประธานรัฐสภาไดอนุญาตใหสมาชิกรัฐสภาไดอภิปรายซักถามนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง(นายพิชัย ชุณหวชิร) รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม (พันตํารวจเอก ทวี สอดสอง) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศ (นายมาริษ เสงี่ยมพงษ)รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นายชูศักดิ์ ศิรินิล) และรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงการคลังหนา ๑๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ (นายจุลพันธ อมรวิวัฒน) ตอบขอซักถามของสมาชิกรัฐสภา โดยมีประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาผลัดเปลี่ยนกันดําเนินการประชุม เมื่อสมาชิกฯ อภิปรายจนไดเวลาพอสมควรแลว ประธานรัฐสภาไดสั่งพักการประชุมเวลา ๐๐.๔๑ นาฬิกา ของวันศุกรที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๗ และนัดประชุมตอในเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเมื่อถึงเวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา รองประธานรัฐสภาไดดําเนินการประชุมตอ ภายหลังการอภิปรายซักถามนโยบายของสมาชิกรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม (นายสุริยะ จึงรุงเรืองกิจ)รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง)รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย (นายพิชัย นริพทะพันธุ) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา(นายสรวงศ เทียนทอง) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย(นายวราวุธ ศิลปอาชา) รัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน (นายพิพัฒน รัชกิจประการ) รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตํารวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) รัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายเอกนัฏ พรอมพันธุ)รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม (พันตํารวจเอก ทวี สอดสอง) รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชย(นายนภินทร ศรีสรรพางค) รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงการคลัง (นายเผาภูมิ โรจนสกุล) รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงการคลัง (นายจุลพันธ อมรวิวัฒน) รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงศึกษาธิการ(นายสุรศักดิ์ พันธเจริญวรกุล) รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม (นางมนพร เจริญศรี)และรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม (นายสุรพงษ ปยะโชติ) ตอบขอซักถามของสมาชิกรัฐสภาโดยมีประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาผลัดเปลี่ยนกันดําเนินการประชุม เมื่อการอภิปรายไดยุติลงการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีตอรัฐสภา ตามมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงเปนอันเสร็จสิ้น จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม (นายภูมิธรรม เวชยชัย)ไดกลาวขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ไดอภิปรายใหความคิดเห็นและขอเสนอแนะที่เปนประโยชนตอการบริหารราชการแผนดิน รัฐบาลจะรับไปประกอบการพิจารณาดําเนินการขับเคลื่อนนโยบายใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนตอไปเลิกประชุมเวลา ๐๑.๑๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗วาที่รอยตํารวจตรี อาพัทธ สุขะนันทเลขาธิการรัฐสภาหนา ๑๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)