ThaiGovData

บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และพลเอก เกรียงไกร ศรีรักษรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ขึ้นบัลลังก ประธานวุฒิสภากลาวเปดประชุม และมอบหมายใหรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหนาที่ประธานของที่ประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุมซึ่งไมปรากฏในระเบียบวาระการประชุม รับทราบ เรื่อง ประธานวุฒิสภาเห็นสมควรใหบริหารจัดการการประชุมวุฒิสภาตามแนวทางดังตอไปนี้๑. สมาชิกวุฒิสภาที่ประสงคจะอภิปรายเรื่องใดในการประชุมแตละครั้งใหมาลงชื่อแจงความประสงคดวยตนเอง บริเวณดานหนาบัลลังก ตั้งแตเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา เปนตนไป จนกวาประธานของที่ประชุมจะปดรับรายชื่อ๒. การจัดลําดับการอภิปรายจะใหมีการอภิปรายตามลําดับที่ไดแจงความประสงคไวโดยประธานของที่ประชุมจะประกาศแจงลําดับใหสมาชิกวุฒิสภาทราบลวงหนาเพื่อเตรียมตัวอภิปราย๓. เมื่อถึงลําดับการอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภาแลวหากผูอภิปรายไมอยูในหองประชุมใหขามลําดับการอภิปรายไปกอน เมื่อสมาชิกวุฒิสภากลับเขามาในหองประชุมและยังประสงคจะอภิปรายโดยประธานของที่ประชุมยังไมไดสั่งปดการอภิปราย รวมทั้งกรณีที่สมาชิกวุฒิสภายกมือขออภิปรายในที่ประชุมประธานของที่ประชุมจะพิจารณาใหอภิปรายตามความเหมาะสม- ที่ประชุมรับทราบตอมา ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องรับรองรายงานการประชุม เรื่องกระทูถาม และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวน ดังนี้๑. รางพระราชบัญญัติยกเลิกคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต และการกําหนดอํานาจหนาที่หนา ๑๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘ ของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙พ.ศ. .... ซึ่งสภาผูแทนราษฎรลงมติเห็นชอบแลว (วุฒิสภาตองพิจารณาใหเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่รางพระราชบัญญัติมาถึงวุฒิสภา ซึ่งจะครบกําหนด ๖๐ วัน ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗)(เปนเรื่องที่เลื่อนมาจากการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่๖ สิงหาคม ๒๕๖๗) (เรื่องดวนที่ ๑) หลังจากที่ปรึกษาดานระบบงานนิติบัญญัติ (นางนวนันทน เนติธนากูล)อานบันทึกหลักการและเหตุผลแลว รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม (นางมนพร เจริญศรี)ไดแถลงสาระสําคัญของรางพระราชบัญญัติฯ โดยมีสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม (นางมนพร เจริญศรี) และรองเลขาธิการศูนยอํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต (นายชนธัญ แสงพุม) ไดตอบชี้แจงตอที่ประชุมแลว ที่ประชุมไดลงมติในวาระที่หนึ่งรับรางพระราชบัญญัติดังกลาวไวพิจารณา และที่ประชุมไดอนุมัติใหพิจารณารางพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สองโดยกรรมาธิการเต็มสภา ตามญัตติที่สมาชิกฯ เสนอ ตามขอบังคับ ขอ ๑๒๓ วรรคสองที่ประชุมจึงพิจารณารางพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สองโดยกรรมาธิการเต็มสภา เริ่มตนดวยชื่อรางคําปรารภ แลวพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราจนจบราง และลงมติในวาระที่สาม เห็นชอบดวยกับสภาผูแทนราษฎร ๑๘๙ เสียง ไมเห็นชอบ ไมมี งดออกเสียง ๓ เสียง และไมลงคะแนนเสียง ไมมี๒. รางพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแกการกอการรายและการแพรขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายลางสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผูแทนราษฎรลงมติเห็นชอบแลว(วุฒิสภาตองพิจารณาใหเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่รางพระราชบัญญัติมาถึงวุฒิสภา ซึ่งจะครบกําหนด ๖๐ วันในวันศุกรที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๗) (เปนเรื่องที่เลื่อนมาจากการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗) (เรื่องดวนที่ ๒) หลังจากที่ปรึกษาดานกฎหมาย(นางสาวสุพัตรา วรรณศิริกุล) อานบันทึกหลักการและเหตุผลแลว รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม(นางมนพร เจริญศรี) และเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (นายเทพสุ บวรโชติดารา)ไดแถลงสาระสําคัญของรางพระราชบัญญัติฯ โดยมีสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรและเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (นายเทพสุ บวรโชติดารา) ไดตอบชี้แจงตอที่ประชุมแลว ที่ประชุมไดลงมติในวาระที่หนึ่ง รับรางพระราชบัญญัติดังกลาวไวพิจารณา และมีมติใหตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา จํานวน ๒๑ คน ประกอบดวยหนา ๑๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘ ๑. วาที่พันตรี กรพด รุงหิรัญวัฒน ๒. นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ๓. นายขวัญชัย แสนหิรัณย ๔. นายจิระศักดิ์ ชูความดี๕. พลตํารวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ๖. นายชัยธัช เพราะสุนทร๗. พลตรี ณกานต กลัดสวัสดิ์ ๘. นายเทพสุ บวรโชติดารา๙. นายธนกร ถาวรชินโชติ ๑๐. นางประทุม วงศสวัสดิ์๑๑. นายพิสิษฐ อภิวัฒนาพงศ ๑๒. นายวร หินดี๑๓. นายวราวุธ ตีระนันทน ๑๔. นายวิทยา นีติธรรม๑๕. นางศิรสา ไชยหมาน ๑๖. นายศุภโชค ศาลากิจ๑๗. นายเศก จุลเกษร ๑๘. นายสมทบ ถีระพันธ๑๙. นายสมหมาย ศรีจันทร ๒๐. พันตํารวจโท สุริยา บาราสัน๒๑. นายอิสระ บุญสองชั้นโดยมีกําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันทําการ ตามขอบังคับ ขอ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง๓. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ (ตามขอบังคับ ขอ ๑๓๘) (เรื่องดวนที่ ๓) โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๓๘กําหนดวา เมื่อสภาผูแทนราษฎรลงมติรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ รางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายเพิ่มเติม หรือรางพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจายแลว ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจํานวนตามที่ที่ประชุมวุฒิสภากําหนดเพื่อพิจารณาศึกษารางพระราชบัญญัติดังกลาว และในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปที่ ๑ครั้งที่ ๒ (สมัยวิสามัญ) เปนพิเศษ วันพุธที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๓ (สมัยวิสามัญ)เปนพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ถึงวันศุกรที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ แลวในการนี้ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเกี่ยวกับการกําหนดจํานวนกรรมาธิการวิสามัญฯโดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จํานวน ๓๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบหลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯจํานวน ๓๕ คน ประกอบดวย หนา ๑๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘ ๑. นางสาวกนกรัตน ขุนทอง ๒. นายกมล สุขคะสมบัติ๓. นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ๔. นายกุลเศขร ลิมปยากร๕. นางเกล็ดนที มโนสันติ์ ๖. นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ๗. นายจําลอง อนันตสุข ๘. นางจินดารัตน วิริยะทวีกุล๙. นางจุฑารัตน นิลเปรม ๑๐. นายชาญชัย ไชยพิศ๑๑. นายชินโชติ แสงสังข ๑๒. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม๑๓. นายธัชชญาณณัช เจียรธนัทกานนท ๑๔. นายนรเศรษฐ ปรัชญากร๑๕. นายนิพนธ เอกวานิช ๑๖. นายนิฟาริด ระเดนอาหมัด๑๗. นายนิรัตน อยูภักดี ๑๘. นายประพนธ ตั้งศรีเกียรติกุล๑๙. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ๒๐. นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ๒๑. นายพรเพิ่ม ทองศรี ๒๒. นายไพบูลย ณะบุตรจอม๒๓. นายมานะ มหาสุวีระชัย ๒๔. นางสาวมาเรีย เผาประทาน๒๕. นางสาวรัชนีกร ทองทิพย ๒๖. นายศรายุทธ ยิ้มยวน๒๗. นางสาวศศิธร พลัตถเดช ๒๘. นายเศรณี อนิลบล๒๙. นายสมชาย เลงหลัก ๓๐. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา๓๑. นายสุวิช จําปานนท ๓๒. นายโสภณ มะโนมะยา๓๓. นายอภิชาติ งามกมล ๓๔. นายอภินันท เผือกผอง๓๕. นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรสทั้งนี้ เมื่อสภาผูแทนราษฎรไดใหความเห็นชอบรางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ และเสนอรางพระราชบัญญัติมายังวุฒิสภา ประธานวุฒิสภาจะสงรางพระราชบัญญัติดังกลาวไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้พิจารณาศึกษาและใหรายงานความเห็นตอประธานวุฒิสภาใหแลวเสร็จภายใน ๑๐ วันนับแตวันที่ไดรับรางพระราชบัญญัติดังกลาว ตามขอบังคับ ขอ ๑๓๙วรรคหนึ่ง หนา ๑๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘ จากนั้น ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว เรื่องที่คางพิจารณา เรื่องที่เสนอใหม และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตั้งกรรมาธิการรวมกันเพื่อพิจารณารางพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (เปนเรื่องที่เลื่อนมาจากการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗) (ระเบียบวาระที่ ๗)ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ที่ประชุมสภาผูแทนราษฎรไดลงมติไมเห็นชอบดวยกับการแกไขเพิ่มเติมรางพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของวุฒิสภา จึงไดกําหนดจํานวนบุคคลที่จะประกอบเปนคณะกรรมาธิการรวมกันเพื่อพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาวเปนจํานวนสภาละ ๑๐ คน และลงมติตั้งกรรมาธิการรวมกันฝายสภาผูแทนราษฎรแลว ตามมาตรา ๑๓๗ (๓)ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาไดพิจารณาและมีมติใหตั้งกรรมาธิการรวมกันฝายวุฒิสภา จํานวน ๑๐ คน เพื่อพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว ประกอบดวย๑. พลตํารวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ๒. นายชูชีพ เอื้อการณ๓. พลโท นพพร โควหกุล ๔. นายนิคม มากรุงแจง๕. นายไพบูลย ณะบุตรจอม ๖. นายวิรัตน รักษพันธ๗. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ๘. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร๙. นางอังคณา นีละไพจิตร ๑๐. นายอัษฎางค แสวงการโดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน และเรื่องอื่น ๆ ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งและรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๔.๕๐ นาฬิกานภาภรณ ใจสัจจะเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๑๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)