ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทยพร้อม
ไม่ระบุวันที่
ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th
ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคใหมตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคใหม มีคณะกรรมการบริหารพรรคใหม จํานวน ๑๓ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคใหมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ขอบังคับพรรคใหม (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคใหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับนับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกความในขอ ๓๕ ของขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน “ขอ ๓๕ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการสาขาพรรคของหัวหนาสาขาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๓๔(๓) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจในการเรียกประชุมใหญ เพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในสี่สิบหาวันนับแตวันที่พนจากตําแหนงทั้งคณะ หนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม และใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาสาขาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๓) ใหกรรมการสาขาพรรคเทาที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุอื่น นอกจากเหตุตาม (๑) (๒)และ (๓) ใหกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะอยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเอง หรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ได”ขอ ๔ ใหยกเลิกความในขอ ๕๗ ของขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน “ขอ ๕๗ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุมแทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่ง โดยที่ประชุมลงมติในที่ประชุมเลือกใหทําหนาที่แทนหนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กรณีรองหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้นเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามารถดําเนินการประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสหรือสื่อสังคมออนไลนตาง ๆ ได โดยการใหผูเขารวมประชุมยืนยันตัวตนและมีการบันทึกขอมูลการเขารวมประชุมไว โดยใหถือเสมือนหนึ่งวาเปนการเขารวมประชุมตามปกติของคณะกรรมการบริหารพรรคในการประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกส หรือสื่อสังคมออนไลนตาง ๆ นั้น คณะกรรมการบริหารพรรคสามารถลงมติรวมกัน เพื่อใหการประชุมนั้นมีผลบังคับไดตามกฎหมาย โดยใหถือเสมือนหนึ่งวาไดมีการเขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตามแบบปกติทั่วไปได รวมทั้งสามารถบันทึกรายงานการประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกส หรือสื่อสังคมออนไลนตาง ๆ เสมือนหนึ่งวาไดมีการบันทึกการประชุมดวยขอความลงในเอกสารตามปกติทั่วไป โดยใหมีผลบังคับใชไดตามกฎหมายทุกประการ”ขอ ๕ ใหยกเลิกความในขอ ๘๗ ของขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๘๗ กรณีที่มีมูลวา สมาชิกพรรคฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด ๘ สวนที่ ๑ สวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ หรือกระทําการซึ่งขัดขอบังคับ ระเบียบแบบแผนหรือมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวของใหที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงขึ้นหนึ่งคณะคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงใหมีอยางนอยหาคน และใหมีอํานาจหนาที่ในการสอบสวนขอเท็จจริง และรายงานผลการสอบสวนขอเท็จจริงใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาและสั่งการ ทั้งนี้ การแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง และอํานาจหนาที่อื่นใดของคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงใหเปนไปตามคําสั่งของพรรคหลักเกณฑ วิธีการสอบสวนขอเท็จจริง การพิจารณาขอกลาวหา และการอุทธรณใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดการพิจารณาขอกลาวหาและการวินิจฉัยอุทธรณของคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเปนที่สิ้นสุด”ขอ ๖ ใหยกเลิกความในขอ ๘๘ ของขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ และใหใชความตอไปนี้แทนหนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“ขอ ๘๘ สมาชิกผูใดกระทําการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมที่กําหนดไวในขอบังคับพรรคละเมิดขอบังคับพรรค ระเบียบแบบแผน หรือมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวของจะตองไดรับโทษตามความรายแรงของการกระทํานั้น ดังนี้(๑) ตักเตือน(๒) ภาคทัณฑ(๓) ตัดสิทธิที่พึงมีของสมาชิกตามขอบังคับ(๔) ใหสิ้นสุดสมาชิกภาพ(๕) ไลออกจากตําแหนงความรายแรงของโทษที่สมาชิกผูนั้นจะไดรับใหเปนไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และเมื่อที่ประชุมมีมติแลว ใหจัดทําเปนคําสั่งและหนังสือแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วกรณีที่สมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงเปนกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาโทษตามความรายแรงและเมื่อที่ประชุมมีมติแลว ใหจัดทําเปนคําสั่งและหนังสือแจงผูนั้นทราบโดยเร็วกรณีที่สมาชิก กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดกระทําความผิดตามกฎหมายซึ่งมิไดกําหนดไวในขอบังคับ ใหดําเนินคดีตามกฎหมายในกรณีที่มีปญหาเกี่ยวกับการตีความ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูวินิจฉัยโดยตองมีคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุม”๒. กรณี นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ลาออกจากหัวหนาพรรคใหมตอที่ประชุมใหญสามัญพรรคใหมประจําป ๒๕๖๗ ตามหนังสือลาออก ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ โดยพรรคใหมไดรับทราบการลาออกดังกลาวในวันเดียวกัน ทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคใหมสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๒๓ วรรคหนึ่ง (๒) และเปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคใหมทั้งคณะพนจากตําแหนง จํานวน ๑๒ คน ตามขอบังคับพรรคใหม พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๒๔ วรรคหนึ่ง (๒) ดังนี้๒.๑ นายนิพล อาบทอง รองหัวหนาพรรค๒.๒ นายกาวาล โสชู รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายจีรวุฒิ เสงี่ยมวงษ รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายทิวา ขําศิริ เหรัญญิกพรรค๒.๕ นายวิเชษฐ บุนนาค นายทะเบียนสมาชิกพรรคหนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๒.๖ นางสาวปริมปรางค แสงสวาง โฆษกพรรค๒.๗ นายอโนชา สกุลธนพันธ กรรมการบริหารพรรค๒.๘ นายภาวัช เตชะเอนกวงค กรรมการบริหารพรรค๒.๙ นายรินทรไทม ยี่เผติ๊บ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๐ นายสมบูรณ สุคนธศุภมาลย กรรมการบริหารพรรค๒.๑๑ นายจิรายุ ทับสุวรรณ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๒ นายรุงเจริญ โชติมั่ง กรรมการบริหารพรรค๓. กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหม จํานวน ๑๓ คน ไดแก๓.๑ นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน หัวหนาพรรค๓.๒ นายกาวาล โสชู รองหัวหนาพรรค คนที่ ๑๓.๓ นายนิพล อาบทอง รองหัวหนาพรรค คนที่ ๒๓.๔ นายจีรวุฒิ เสงี่ยมวงษ รองหัวหนาพรรค คนที่ ๓๓.๕ นายสิทธิพร สาระพิน รองหัวหนาพรรค คนที่ ๔๓.๖ นายทิวา ขําศิริ เลขาธิการพรรค๓.๗ นายอโนชา สกุลธนพันธ เหรัญญิกพรรค๓.๘ นายวิเชษฐ บุนนาค นายทะเบียนสมาชิกพรรค๓.๙ นายภาวัช เตชะเอนกวงค โฆษกพรรค๓.๑๐ นายรินทรไทม ยี่เผติ๊บ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๑ นายจิรายุ ทับสุวรรณ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๒ นายรุงเจริญ โชติมั่ง กรรมการบริหารพรรค๓.๑๓ นายปยพัชร อ่ําสําอางค กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)