ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดเชียงราย เรื่อง จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคม [สมาคมพุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงราย]
ไม่ระบุวันที่
ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th
ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง
ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดเชียงรายเรื่อง จดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของสมาคมดวย นายนิรันดร ภิระบรรณ ไดยื่นคําขอจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับสมาคมพุทธสมาคมแหงจังหวัดเชียงราย ดังนี้ ขอบังคับพุทธสมาคมจังหวัดเชียงรายพ.ศ. ๒๕๖๗............โดยที่สมควรแกไขขอบังคับพุทธสมาคมแหงจังหวัดเชียงรายใหสอดคลองกับสภาวการณปจจุบันอาศัยบทบัญญัติตามมาตรา ๔๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา ๗๘แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญสามัญสมาชิกพุทธสมาคมแหงจังหวัดเชียงรายในคราวประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗จึงออกขอบังคับไว ดังตอไปนี้ หมวด ๑บททั่วไปขอ ๑ ใหยกเลิกขอบังคับพุทธสมาคมแหงจังหวัดเชียงรายฉบับเริ่มใชบังคับตั้งแตวันที่๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ และใหใชขอบังคับนี้แทนขอ ๒ ใหใชขอบังคับนี้นับตั้งแตวันที่นายทะเบียนสมาคมจังหวัดเชียงรายไดจดทะเบียนแลวเปนตนไปขอ ๓ ในขอบังคับนี้“สมาคม” หมายความวา พุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย“นายกสมาคม” หมายความวา นายกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย“อุปนายก” หมายความวา อุปนายกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย“เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการพุทธสมาคมจังหวัดเชียงรายหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“นายกสมาคมสาขาอําเภอ” หมายความวา นายกพุทธสมาคมสาขาอําเภอซึ่งสมาคมไดจัดตั้งขึ้นใหปฏิบัติหนาที่ตามวัตถุประสงคของสมาคมในเขตอําเภอตาง ๆ ของจังหวัดเชียงราย“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงรายขอ ๔ ใหสมาคมนี้มีชื่อวา “พุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย” เรียกชื่อยอวา “พสจ.ชร.”เรียกเปนภาษาอังกฤษวา “CHIANG RAI BUDDHIST ASSOCIATION” เรียกชื่อยอวา “CRBA”ขอ ๕ เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเปนรูปธรรมจักร ดานบนมีขอความวา “พุทธสมาคม”ดานลางมีขอความวา “จังหวัดเชียงราย”ขอ ๖ สํานักงานของสมาคม ตั้งอยู ณ อาคารสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงรายถนนฤทธิประศาสน ตําบลเวียง อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายขอ ๗ วัตถุประสงคของสมาคม(๑) สงเสริม สนับสนุนการเผยแผพระพุทธศาสนา และการปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา(๒) ทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา พระภิกษุสงฆ และสงเสริมกิจการของคณะสงฆ(๓) อนุรักษฟนฟูหรือสงเสริมภูมิปญญาศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามของทองถิ่นและของชาติ(๔) ดําเนินการอื่น ๆ อันเปนประโยชนแกพระพุทธศาสนาและสังคมอันไมขัดตอขอบังคับของสมาคมขอ ๘ ใหสมาคมเปนองคกรเครือขายของสมาพันธชาวพุทธ องคกรพระพุทธศาสนา พุทธสมาคมแหงประเทศไทยพระบรมราชูปถัมภ และสภาสังคมสงเคราะหแหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภและองคกรที่มีภารกิจเพื่อพระพุทธศาสนาและหรือสังคมหมวด ๒สมาชิกขอ ๙ สมาชิกของสมาคม มีสามประเภท(๑) สมาชิกสามัญ ไดแก พุทธศาสนิกชนที่มีอายุยี่สิบปบริบูรณขึ้นไป ที่สมัครเขาเปนสมาชิกโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอยางนอยหนึ่งคนหนา ๑๐๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก บุคคลผูทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ หรือผูมีอุปการคุณแกสมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นชอบใหเชิญเขามาเปนสมาชิกของสมาคม(๓) ยุวสมาชิก ไดแก พุทธศาสนิกชนที่ยังไมบรรลุนิติภาวะที่สมัครเขาเปนสมาชิกโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอยางนอยหนึ่งคนขอ ๑๐ คุณสมบัติของสมาชิก(๑) เปนพุทธศาสนิกชน(๒) เปนผูมีความประพฤติเรียบรอยและอยูในศีลธรรมอันดีขอ ๑๑ คาบํารุงสมาคม(๑) สมาชิกสามัญจะตองชําระคาบํารุงสมาคมปละ ๒๐ บาท หรือคาบํารุงตลอดชีพ๑๐๐ บาท และอาจบริจาคเพื่อเปนรายไดของสมาคมไดไมจํากัดจํานวน(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์และยุวสมาชิกไมตองชําระคาบํารุงสมาคมแตอาจบริจาคเพื่อเขาเปนรายไดของสมาคมไดไมจํากัดจํานวนขอ ๑๒ การสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคม ใหผูประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบฟอรมของสมาคมตอเลขาธิการ พรอมชําระคาบํารุงสมาคมตามอัตราที่กําหนด ใหเลขาธิการติดประกาศรายชื่อผูสมัครไว ณ สํานักงานของสมาคมเปนเวลาไมนอยกวาเจ็ดวัน เพื่อใหสมาชิกอื่น ๆของสมาคมไดคัดคานการสมัครนั้น เมื่อครบกําหนดประกาศแลว ใหเลขาธิการนําใบสมัครและหนังสือคัดคานการสมัครนั้นเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณากรณีที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบใหรับผูสมัครเขาเปนสมาชิก ใหสมาชิกภาพของผูนั้นเริ่มตั้งแตวันยื่นใบสมัคร แตหากคณะกรรมการพิจารณาไมเห็นชอบใหรับผูสมัครผูนั้นเขาเปนสมาชิกใหคืนเงินคาบํารุงสมาคมใหแกผูนั้น และใหเลขาธิการแจงผลตอผูสมัครนั้นโดยไมชักชาพรอมเหตุผลประกอบที่ไมเห็นชอบการรับผูนั้นเขาเปนสมาชิก ทั้งนี้ ใหผูสมัครผูนั้นมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณตอสมาคมเพื่อใหคณะกรรมการทบทวนการไมเห็นชอบใหรับเขาเปนสมาชิกได กรณีนี้คณะกรรมการอาจพิจารณาทบทวนและรับผูสมัครผูนั้นเขาเปนสมาชิกไดขอ ๑๓ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ใหเริ่มตั้งแตวันที่สมาคมไดรับคําตอบของผูที่คณะกรรมการไดพิจารณาเห็นชอบใหเชิญเปนสมาชิกของสมาคมไดมาถึงยังสมาคมหนา ๑๐๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๔ สมาชิกภาพของสมาชิกสมาคมสิ้นสุดลงดวยเหตุ ดังตอไปนี้(๑) ตาย(๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกตอคณะกรรมการ หรือขาดการชําระคาบํารุงสมาคมเกินสองป (๓) ขาดคุณสมบัติตามขอ ๑๐(๔) คณะกรรมการพิจารณาลงมติดวยคะแนนเสียงเกินกวากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการที่มาประชุมใหพนสมาชิกภาพ เพราะสมาชิกผูนั้นไดประพฤตินําความเสื่อมเสียมาสูสมาคมขอ ๑๕ หนาที่และสิทธิของสมาชิก(๑) มีหนาที่ปฏิบัติตามระเบียบและขอบังคับของสมาคมโดยเครงครัด(๒) ตรวจสอบ กํากับ ติดตามการดําเนินงานของคณะกรรมการใหเปนไปตามวัตถุประสงคของสมาคม กฎหมายและขอบังคับของสมาคม(๓) เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดําเนินงานของสมาคมตอคณะกรรมการ โดยเสนอเปนหนังสือตอนายกสมาคมหรือกรรมการสมาคม(๔) เขารวมประชุมใหญของสมาคม(๕) สมาชิกสามัญมีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งและมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกสมาคมหรือไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติตาง ๆ ในที่ประชุม(๖) เขาชื่อรวมกันอยางนอยหนึ่งในหาของสมาชิกทั้งหมด หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนทําหนังสือรองขอตอคณะกรรมการใหจัดประชุมวิสามัญได(๗) เขาชื่อรวมกันอยางนอยหนึ่งในหาของสมาชิกทั้งหมดหรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนทําหนังสือรองขอตอคณะกรรมการใหจัดประชุมวิสามัญเพื่อลงมติถอดถอนนายกสมาคมและหรือกรรมการสมาคมใหพนจากตําแหนง ทั้งนี้ มติของที่ประชุมในการถอดถอนตองมีจํานวนคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของผูมารวมประชุม(๘) เขารวมสังเกตการณในการประชุมคณะกรรมการ โดยตองไดรับอนุญาตจากนายกสมาคมแตไมมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เวนแตไดรับอนุญาตจากนายกสมาคมหรือประธานในที่ประชุม หรือเขาปฏิบัติหนาที่ชวยเหลือคณะกรรมการในการประชุม หรือเขาชี้แจงขอมูลตอที่ประชุมคณะกรรมการตามที่ไดรับการรองขอ(๙) รองขอตอคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพยสินของสมาคมหนา ๑๐๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑๐) มีสิทธิเขาใชสถานที่ของสมาคมไดโดยเทาเทียมกัน(๑๑) ไดรับสวัสดิการตาง ๆ ที่สมาคมไดจัดใหมีขึ้น(๑๒) ประพฤติตนใหสมเกียรติที่เปนสมาชิกของสมาคม(๑๓) ใหความรวมมือและสนับสนุนการดําเนินกิจการตาง ๆ ของสมาคม(๑๔) รวมกิจกรรมตาง ๆ ที่สมาคมใหจัดใหมีขึ้น(๑๕) เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเขารวมเปนสมาชิกของสมาคมและเผยแพรชื่อเสียงของสมาคมใหเปนที่รูจักอยางแพรหลาย หมวด ๓การดําเนินงานของสมาคมขอ ๑๖ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการบริหารสมาคม” ทําหนาที่บริหารกิจการของสมาคมใหเปนไปตามวัตถุประสงคของสมาคม มีจํานวนไมนอยกวาสิบหาคนแตไมเกินยี่สิบหาคนประกอบดวยนายกสมาคม อุปนายก กรรมการในตําแหนงตาง ๆ และกรรมการกลางใหที่ประชุมใหญของสมาคม เลือกสมาชิกสามัญคนหนึ่งเปนนายกสมาคมใหนายกสมาคมมีหนาที่ดําเนินกิจการของสมาคมใหเปนไปตามขอบังคับและระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตรและจัดทําแผนงานของสมาคม และเปนหัวหนาในการบริหารกิจการของสมาคม เปนผูแทนสมาคมในการติดตอกับบุคคลภายนอก และทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญของสมาคมขอ ๑๗ ใหนายกสมาคมเลือกสรรสมาชิกสามัญและแตงตั้งเขารวมเปนคณะกรรมการ ประกอบดวย(๑) อุปนายก จํานวนสี่คน มีหนาที่เปนผูชวยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคมปฏิบัติหนาที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย และทําหนาที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได แตการทําหนาที่แทนนายกสมาคมใหอุปนายกตามลําดับตําแหนงเปนผูทําการแทน(๒) เลขาธิการ มีหนาที่เกี่ยวกับงานธุรการทั้งหมดของสมาคม เปนหัวหนาเจาหนาที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคําสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทําหนาที่เปนเลขานุการในการประชุมของสมาคมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๓) เหรัญญิก มีหนาที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เปนผูจัดทําบัญชีรายรับรายจายบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของสมาคมไวเพื่อตรวจสอบและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย หนา ๑๐๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๔) ปฏิคม มีหนาที่ในการตอนรับแขกของสมาคม รักษาความเปนระเบียบเรียบรอยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดเตรียมสถานที่ประชุมตาง ๆ ของสมาคม และปฏิบัติหนาที่อื่น ๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๕) นายทะเบียน มีหนาที่เกี่ยวกับทะเบียนของสมาชิกทั้งหมดของสมาคมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๖) ประชาสัมพันธ มีหนาที่โฆษณาเชิญชวนหาสมาชิก ผลิตสื่อประชาสัมพันธเผยแพรกิจการ ผลงานและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมใหสมาชิกและบุคคลทั่วไปไดรับรูอยางแพรหลายและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๗) จัดหาทุน มีหนาที่จัดหารายไดเพื่อใชจายในการดําเนินกิจการของสมาคมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๘) เครือขายสมาคมสัมพันธ มีหนาที่ประสานสัมพันธกับสมาคมสาขาอําเภอและองคกรหรือสมาคมอื่นที่มีวัตถุประสงคสอดคลองกับพุทธสมาคมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๙) การศึกษาและเผยแผ มีหนาที่ใหการสงเสริมสนับสนุนกิจกรรมดานการเผยแพรความรูและการปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนาและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๑๐) สาธารณกุศล มีหนาที่ใหการสงเสริมและสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลตลอดจนเยี่ยมอาพาธภิกษุสามเณรที่อาพาธตามความเหมาะสมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๑๑) นโยบายและแผน มีหนาที่กําหนดนโยบายและแผนงานของพุทธสมาคมและปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย(๑๒) พัสดุ มีหนาที่จัดหา เบิกจาย เก็บรักษาและดูแลพัสดุและทรัพยสินของสมาคมใหสามารถใชงานไดตลอดเวลา ทํารายการบัญชีทรัพยสิน พัสดุของสมาคมและตรวจสอบปรับปรุงใหเปนปจจุบัน(๑๓) กรรมการกลาง จํานวนไมเกินสิบเอ็ดคน มีหนาที่ปฏิบัติหนาที่ชวยเหลือกรรมการอื่นและปฏิบัติหนาที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายขอ ๑๘ นายกสมาคมและกรรมการสมาคมมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจจะไดรับการเลือกตั้งหรือแตงตั้งอีกได นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระในวรรคหนึ่งแลวนายกสมาคมและกรรมการสมาคมพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย หนา ๑๐๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติตามขอ ๑๐(๔) ขาดประชุมเกินกวาสามครั้งในหนึ่งป โดยไมมีเหตุอันสมควร หรือมิไดแจงขอลาการประชุมตอนายกสมาคมหรือเลขาธิการเปนลายลักษณอักษร(๕) คณะกรรมการลงมติใหพนจากตําแหนง เพราะประพฤติเสื่อมเสีย หยอนความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ หรือถูกพิพากษาโดยคําสั่งของศาลใหจําคุกหรือรอลงอาญา เวนแตเปนความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ไดกระทําโดยประมาท โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการตองมีจํานวนคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของผูที่มาประชุม(๖) สมาชิกสามัญจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนหรือไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเขาชื่อกันรองขอตอคณะกรรมการ ใหเชิญประชุมวิสามัญตามขอ ๕๐ หรือ ตามขอ ๑๕ (๗)และสมาชิกสามัญลงมติถอดถอนใหพนจากตําแหนงเพราะยอหยอนในการปฏิบัติหนาที่หรือการปฏิบัติหนาที่ไมมีประสิทธิภาพ หรือมิไดดําเนินกิจการตามวัตถุประสงคของสมาคมติดตอกันตั้งแตหกเดือนขึ้นไปโดยมติของที่ประชุมตองมีจํานวนคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของผูมารวมประชุม(๗) ถูกยุบเลิกสมาคม เหตุเพราะนายทะเบียนสั่งถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนเนื่องจากสมาคมหยุดดําเนินกิจการติดตอกันตั้งแตสองปขึ้นไปสมาคมที่ถูกนายทะเบียนสั่งถอนชื่อออกจากทะเบียน เนื่องจากหยุดดําเนินกิจการติดตอกันตั้งแตสองปขึ้นไป สมาชิกที่เหลือสามารถรวมตัวกันเพื่อยื่นขอจดทะเบียนเปนสมาคมในชื่อเดิมใหมไดแตทั้งนี้หามมิใหกรรมการในชุดที่ดํารงตําแหนงอยูในขณะที่สมาคมถูกยุบเลิกรวมลงชื่อดวย และหามมิใหกรรมการเหลานั้นดํารงตําแหนงนายกสมาคม อุปนายก หรือกรรมการในสมาคมที่ขอจดทะเบียนกอตั้งขึ้นใหมเปนเวลาสิบปขอ ๑๙ กรรมการที่ประสงคจะลาออกจากตําแหนงใหยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรหรือแสดงเจตนาขอลาออกตอนายกสมาคมและใหพนจากตําแหนงนับตั้งแตวันยื่นใบลาออก หรือวันที่แสดงเจตนาขอลาออก กรณีที่นายกสมาคมประสงคจะลาออกจากตําแหนง ใหยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรหรือแสดงเจตนาขอลาออกตอคณะกรรมการและใหการลาออกมีผลนับแตวันที่ยื่นใบลาออกหรือวันที่แสดงเจตนาขอลาออก เมื่อนายกสมาคมพนจากตําแหนง ใหอุปนายกและกรรมการสมาคมพนจากตําแหนงดวยหนา ๑๐๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๒๐ กรณีที่คณะกรรมการพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหคณะกรรมการที่พนจากตําแหนงนั้นอยูรักษาการไปกอน และใหดําเนินการเรียกประชุมสมาชิกสามัญเพื่อใหสมาชิกเลือกนายกสมาคมตามขอ ๑๖วรรคสองและดําเนินการสงมอบตําแหนงกันใหแลวเสร็จภายในสี่สิบหาวันขอ ๒๑ เมื่อคณะกรรมการชุดเดิมจะครบวาระการดํารงตําแหนง ใหนายกสมาคมหรือเลขาธิการเรียกประชุมสมาชิกสามัญ เพื่อใหสมาชิกไดเลือกนายกสมาคมตามขอ ๑๖ วรรคสอง ใหแลวเสร็จไมนอยกวาหกสิบวันกอนวันที่คณะกรรมการชุดเดิมจะครบวาระ และใหดําเนินการสงมอบตําแหนงกันในวันที่คณะกรรมการชุดเดิมครบวาระการดํารงตําแหนง วาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการชุดใหมใหเริ่มตั้งแตวันที่ไดมีการรับมอบตําแหนงกันขอ ๒๒ ตําแหนงกรรมการสมาคม หากตองวางลงกอนครบกําหนดตามวาระ นายกสมาคมอาจแตงตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเขาดํารงตําแหนงที่วางลงนั้นก็ได และใหผูนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทากับวาระที่เหลืออยูของผูซึ่งตนแทน แตหากนายกสมาคมมิไดแตงตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งเขาดํารงตําแหนงแทนก็ใหสมาคมประกอบดวยกรรมการสมาคมเทาที่มีอยู แตตองไมนอยกวาจํานวนที่กําหนดในขอ ๑๖ วรรคแรก มีอํานาจและปฏิบัติหนาที่ตามขอ ๑๗ และขอ ๒๓ ตอไปไดขอ ๒๓ หนาที่และอํานาจของคณะกรรมการ(๑) กําหนดนโยบายยุทธศาสตรและจัดทําแผนงานของสมาคมและอนุมัติแผนการดําเนินงานบริหารกิจการของสมาคมใหเปนไปตามวัตถุประสงคของสมาคม ตลอดจนมีหนาที่และอํานาจอื่น ๆตามที่ขอบังคับกําหนดไว(๒) ออกกฎระเบียบประกาศและขอบังคับของสมาคมเพื่อปฏิบัติในสมาคมและใหสมาชิกไดปฏิบัติโดยไมขัดตอขอบังคับของสมาคมและกฎหมาย(๓) แตงตั้งและถอดถอนเจาหนาที่ของสมาคม(๔) แตงตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือมอบหมายใหปฏิบัติการอยางหนึ่งอยางใดอันอยูในหนาที่และอํานาจของสมาคม(๕) เรียกประชุมใหญสามัญ และประชุมใหญวิสามัญ(๖) รับผิดชอบในกิจการของสมาคม รวมทั้งการเงินและทรัพยสินของสมาคมหนา ๑๐๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๗) จัดใหมีการประชุมวิสามัญตามที่กําหนดไวในขอ ๕๐(๘) จัดทําเอกสารหลักฐานตาง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพยสิน และการดําเนินกิจการตาง ๆของสมาคมใหถูกตอง และสามารถใหสมาชิกตรวจสอบดูไดเมื่อสมาชิกรองขอ(๙) จัดทําบันทึกการประชุมตาง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไวเปนหลักฐานและจัดสงใหสมาชิกไดรับทราบ(๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมที่มิไดระบุใหเปนหนาที่ของผูใดโดยเฉพาะขอ ๒๔ การดําเนินงานของสมาคมตองเปนไปตามวัตถุประสงคของสมาคม และตองไมดําเนินกิจการอันมีลักษณะเปนการแสวงหากําไรมาแบงปนกันขอ ๒๕ กรรมการบริหารสมาคมตองรับผิดชอบรวมกันในบรรดามติของคณะกรรมการบริหารสมาคมและในการดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารสมาคมตามขอบังคับนี้และระเบียบตลอดถึงประกาศของสมาคม เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไดคัดคานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมโดยปรากฏหลักฐานการคัดคานนั้นในรายงานการประชุม หรือไดทําหนังสือคัดคานยื่นตอประธานในที่ประชุมภายในเจ็ดวันนับแตวันที่การประชุมนั้นสิ้นสุดลงขอ ๒๖ คณะกรรมการจะตองประชุมกันอยางนอยปละหกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือและดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม ใหเลขาธิการเปนผูแจงนัดหมายการประชุมพรอมสงระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม ใหคณะกรรมการไดรับทราบไมนอยกวาเจ็ดวันกอนวันประชุมในการประชุมคณะกรรมการ หากมีกรณีจําเปนไมสามารถจัดประชุมซึ่งหนาได คณะกรรมการอาจมีมติใหจัดประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสไดขอ ๒๗ การประชุมของคณะกรรมการ ตองมีกรรมการเขาประชุมไมนอยกวาหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือวาครบองคประชุม ยกเวนการประชุมเพื่อพิจารณาถอดถอนผูใดผูหนึ่งออกจากการเปนกรรมการหรือตําแหนงอื่นใด ตองมีกรรมการเขาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดมติของที่ประชุมใหถือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ ในการลงคะแนนเสียงใหกรรมการคนหนึ่งมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงหนึ่งคะแนน แตหากคะแนนเสียงเทากันก็ใหประธานในการประชุมลงคะแนนเสียงไดอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๒๘ การประชุมคณะกรรมการ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมอยูในที่ประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานในการประชุมคราวนั้น หนา ๑๐๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๔การเงินและทรัพยสินของสมาคมขอ ๒๙ สมาคมอาจมีรายได ดังนี้(๑) การรับบริจาค(๒) กิจกรรมที่สมาคมจัดใหมีขึ้น(๓) คาบํารุงสมาคม(๔) รายไดอื่น ๆขอ ๓๐ การเงินและทรัพยสินทั้งหมดใหอยูในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถามีใหนําฝากไวในธนาคารพาณิชยหรือธนาคารที่เปนรัฐวิสาหกิจขอ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงิน เช็ค จะตองมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผูทําการแทนลงนามรวมกับเหรัญญิก เลขาธิการ รวมเปนสามคน พรอมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือวาใชไดการถอนเงินฝากธนาคารของสมาคม ตองลงนามโดยนายกสมาคม รวมกับเหรัญญิก และเลขาธิการหรือผูทําการแทน รวมเปนสามคน กรณีมีความจําเปนไมอาจลงนามไดครบทั้งสามคน ก็ใหลงนามอยางนอยสองในสามโดยตองใหนายกสมาคมหรือผูทําการแทนเปนผูลงนามหลักจึงจะถือวาใชไดขอ ๓๒ ใหนายกสมาคมมีอํานาจสั่งจายเงินของสมาคมไดครั้งละไมเกินสองหมื่นบาท ถาเกินกวานั้นจะตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ คณะกรรมการจะอนุมัติใหจายเงินไดครั้งละไมเกินหนึ่งแสนบาทถาจําเปนตองจายเกินกวานี้ตองไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของสมาคมขอ ๓๓ ใหเหรัญญิกมีอํานาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมไดไมเกินหาพันบาท ถาเกินกวาจํานวนนี้จะตองนําฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมในโอกาสแรกที่สามารถดําเนินการไดขอ ๓๔ เหรัญญิกจะตองทําบัญชีรายรับ-รายจาย และบัญชีงบดุลใหถูกตองตามหลักวิชาการการรับหรือจายเงินทุกครั้งจะตองมีหลักฐานเปนหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผูทําการแทนรวมกับเหรัญญิกหรือผูทําการแทน พรอมกับประทับตราของสมาคมขอ ๓๕ สมาคมตองดําเนินการใหมีผูตรวจสอบบัญชี โดยผูตรวจสอบบัญชี จะตองไมใชกรรมการหรือเจาหนาที่ของสมาคม หนา ๑๑๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๓๖ ใหผูตรวจสอบบัญชี มีอํานาจหนาที่เรียกเอกสารที่เกี่ยวของกับการเงินและทรัพยสินจากคณะกรรมการหรือเจาหนาที่ของสมาคมและมีอํานาจเชิญกรรมการหรือเจาหนาที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพยสินของสมาคมไดขอ ๓๗ กรรมการและเจาหนาที่ของสมาคมมีหนาที่ตองใหความรวมมือกับผูตรวจสอบบัญชีเมื่อไดรับการรองขอ หมวด ๕การจัดตั้งสมาคมสาขาอําเภอขอ ๓๘ เมื่อเห็นเปนการสมควรหรือเพื่อประโยชนแกการดําเนินงานตามวัตถุประสงคของสมาคมสมาคมอาจพิจารณาจัดตั้งสมาคมสาขาอําเภอขึ้นได โดยควรดําเนินการรวมกับคณะสงฆอําเภอโดยใหสมาชิกสามัญที่มีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตอําเภอแหงนั้นเปนผูเลือกสมาชิกสามัญคนหนึ่งใหเปนผูสมควรดํารงตําแหนงนายกสมาคมสาขาอําเภอแหงนั้น ใหผูสมควรดํารงตําแหนงนายกสมาคมสาขาอําเภอรวมกับคณะสงฆอําเภอดําเนินการเลือกสรรสมาชิกสามัญใหเปนผูสมควรดํารงตําแหนงอุปนายกและกรรมการสมาคมสาขาอําเภอตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๑๖ ใหแลวเสร็จภายในสี่สิบหาวันนับแตวันที่ไดรับเลือกใหเปนผูสมควรดํารงตําแหนงขอ ๓๙ ใหผูสมควรดํารงตําแหนงนายกสมาคมสาขาอําเภอ นําเสนอบัญชีรายชื่อผูสมควรดํารงตําแหนงกรรมการสมาคมสาขาอําเภอแหงนั้นตอนายกสมาคมเพื่อพิจารณาแตงตั้งเปนกรรมการสมาคมสาขาอําเภอแหงนั้น โดยไมชักชาขอ ๔๐ ใหกรรมการสมาคมสาขาอําเภอ มีหนาที่ปฏิบัติตามขอบังคับนี้ และใหมีหนาที่และอํานาจตามขอ ๑๗ และขอ ๒๓ แหงขอบังคับนี้ เฉพาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสมาคมสาขาอําเภอแหงนั้นขอ ๔๑ วาระการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนงของกรรมการสมาคมสาขาอําเภอใหเปนไปตามขอ ๑๘ โดยอนุโลม ใหวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการสมาคมสาขาอําเภอเริ่มตั้งแตวันที่สมาคมมีมติแตงตั้งขอ ๔๒ เพื่อประโยชนในการดําเนินงานของสมาคมสาขาอําเภอ นายกสมาคมจะมอบอํานาจในการอนุมัติการปฏิบัติการหรือการดําเนินการอื่นใดที่นายกสมาคมจะพึงปฏิบัติหรือดําเนินการตามกฎหมายระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ โดยทําเปนหนังสือใหนายกสมาคมสาขาอําเภอปฏิบัติหนาที่แทนนายกสมาคมเฉพาะในขอบเขตของอําเภอนั้นก็ไดใหผูปฏิบัติหนาที่แทนตามวรรคหนึ่ง มีหนาที่และอํานาจตามที่นายกสมาคมกําหนดหนา ๑๑๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๔๓ สมาคมอาจพิจารณาถอดถอนนายกสมาคมสาขาอําเภอใหพนจากตําแหนงไดกรณีที่มีหลักฐานเชิงประจักษวานายกสมาคมสาขาอําเภอผูนั้นมีลักษณะตามขอ ๑๘ (๔) มีความประพฤติเสื่อมเสียตาม (๕) หรือละเวนไมดําเนินงานสมาคมตามวัตถุประสงคขอ ๗ ติดตอกันตั้งแตหกเดือนขึ้นไปหรือไมใหความรวมมือกับสมาคมในการดําเนินงานของสมาคม มติของคณะกรรมการในการถอดถอนนายกสมาคมสาขาอําเภอใหพนจากตําแหนง ใหใชคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการที่มาประชุมขอ ๔๔ นายกสมาคมสาขาอําเภอผูใดที่ประสงคจะลาออกจากตําแหนง ใหยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรหรือแสดงเจตนาขอลาออกตอนายกสมาคม ทั้งนี้ นายกสมาคมอาจยับยั้งการลาออกนั้นก็ไดแตหากนายกสมาคมไมยับยั้ง หรืออนุมัติใหลาออก ก็ใหนายกสมาคมสาขาอําเภอผูนั้นพนจากตําแหนงนับตั้งแตวันยื่นใบลาออกหรือวันที่แสดงเจตนาขอลาออก เมื่อนายกสมาคมสาขาอําเภอพนจากตําแหนงใหอุปนายก และกรรมการสมาคมสาขาอําเภอพนจากตําแหนงดวย กรณีที่กรรมการสมาคมสาขาอําเภอผูใดประสงคจะลาออกจากตําแหนง ใหกรรมการสมาคมสาขาอําเภอผูนั้นยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรหรือแสดงเจตนาขอลาออกตอนายกสมาคมสาขาอําเภอนั้น และใหการลาออกมีผลนับแตวันที่ยื่นใบลาออกหรือวันที่แสดงเจตนาขอลาออกขอ ๔๕ เมื่อคณะกรรมการสมาคมสาขาอําเภอใดวางลงเพราะเหตุที่นายกสมาคมสาขาอําเภอนั้นพนจากตําแหนง ใหนายกสมาคมรวมกับคณะสงฆอําเภอนั้นดําเนินการใหไดมาซึ่งผูสมควรดํารงตําแหนงนายกสมาคมสาขาอําเภอนั้นภายในสี่สิบหาวัน ใหผูที่ไดรับเลือกใหเปนผูสมควรดํารงตําแหนงนายกสมาคมสาขาอําเภอดําเนินการตามขอ ๓๘ วรรคสอง ใหแลวเสร็จภายในเวลาที่กําหนดขอ ๔๖ การดําเนินงานและการประชุมของสมาคมสาขาอําเภอใหนําหมวด ๓ และโดยเฉพาะขอ ๒๖ ขอ ๒๗ และขอ ๒๘ มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๔๗ ที่ตั้งสํานักงานของสมาคมสาขาอําเภอ ใหจัดตั้งในบริเวณที่ตั้งของสํานักงานเจาคณะอําเภอหรือในวัดซึ่งคณะกรรมการสมาคมสาขาอําเภอและเจาคณะอําเภอแหงนั้นเห็นสมควรหมวด ๖การประชุมใหญขอ ๔๘ การประชุมใหญของสมาคมมีสองประเภท(๑) ประชุมใหญสามัญ(๒) ประชุมใหญวิสามัญ หนา ๑๑๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๔๙ คณะกรรมการจะตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญประจําป อยางนอยปละหนึ่งครั้งภายในเดือนมีนาคมของทุกปหรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกําหนดขอ ๕๐ คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญวิสามัญเมื่อใดก็สุดแตจะเห็นสมควร สมาชิกสามัญจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมด หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหาสิบคน จะทําหนังสือรองขอตอคณะกรรมการใหประชุมใหญวิสามัญก็ได ในหนังสือนั้นตองระบุวาประสงคใหเรียกประชุมเพื่อการใดเมื่อคณะกรรมการไดรับหนังสือรองขอใหเรียกประชุมใหญวิสามัญ ตามวรรคสอง ใหคณะกรรมการเรียกประชุมใหญวิสามัญ โดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคํารองขอถาคณะกรรมการไมเรียกประชุมภายในระยะเวลาตามวรรคสาม สมาชิกที่เปนผูรองขอใหเรียกประชุมหรือสมาชิกอื่นรวมกันมีจํานวนไมนอยกวาจํานวนสมาชิกที่กําหนดตามวรรคสองจะเรียกประชุมเองก็ไดขอ ๕๑ การแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหเลขาธิการเปนผูแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหสมาชิกไดทราบเปนลายลักษณอักษร โดยตองระบุวัน เวลา และสถานที่ใหชัดเจนและจะตองแจงใหสมาชิกทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันกอนถึงกําหนดวันประชุมใหญ โดยประกาศแจงกําหนดนัดประชุมไวณ สํานักงานของสมาคมและหรือในชองทางอื่น ๆ เพื่อใหสมาชิกไดรับทราบอยางทั่วถึงขอ ๕๒ การประชุมใหญสามัญประจําป จะตองมีระเบียบวาระการประชุมอยางนอย ดังนี้(๑) แถลงกิจการที่ผานมาในรอบป(๒) แถลงบัญชีรายรับ-รายจาย และบัญชีงบดุลของปที่ผานมาใหสมาชิกไดรับทราบโดยใหผูตรวจสอบบัญชีเปนผูตรวจสอบและรับรองบัญชีดังกลาว(๓) เลือกตั้งนายกสมาคมคนใหมตามขอ ๑๖ วรรคสอง ขอ ๒๐ และขอ ๒๑(๔) เลือกผูตรวจสอบบัญชี กรณีครบกําหนดวาระ(๕) เรื่องอื่น ๆ ถามีขอ ๕๓ ในการประชุมใหญสามัญประจําป หรือการประชุมใหญวิสามัญจะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไมนอยกวาหาสิบคน หรือไมนอยกวาหนึ่งในหาของสมาชิกทั้งหมดจึงจะถือวาครบองคประชุมแตถาเมื่อถึงกําหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเขารวมไมครบองคประชุม ใหคณะกรรมการเรียกประชุมใหญอีกครั้งหนึ่งโดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายในสิบสี่วันนับแตวันที่นัดประชุมครั้งแรก สําหรับการประชุมครั้งหลังนี้ถามีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมเปนจํานวนเทาใด ก็ใหถือวาครบองคประชุม ยกเวนถาเปนการประชุมใหญวิสามัญที่เกิดขึ้นจากการรองขอของสมาชิก ก็ไมตองจัดประชุมใหญ ใหถือวาการประชุมใหญเปนอันยกเลิกไปหนา ๑๑๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๕๔ การลงมติตาง ๆ ในที่ประชุมใหถือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ โดยในการลงคะแนนเสียงใหสมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงหนึ่งคะแนน แตถาคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมลงคะแนนไดอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๕ ในการประชุมใหญของสมาคม ถานายกและอุปนายกไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมเลือกกรรมการที่มารวมประชุมคนใดคนหนึ่ง ใหทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุมคราวนั้นหมวด ๗การเปลี่ยนแปลงแกไขขอบังคับและการเลิกสมาคมขอ ๕๖ ขอบังคับของสมาคมจะแกไขเปลี่ยนแปลงไดโดยมติของที่ประชุมใหญเทานั้นและองคประชุมจะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไมนอยกวาหาสิบคนหรือไมนอยกวาหนึ่งในหาของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือตามขอ ๕๓มติของที่ประชุมใหญในการแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับจะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของสมาชิกสามัญที่เขารวมประชุมทั้งหมดขอ ๕๗ การเลิกสมาคม จะเลิกไดโดยมติของที่ประชุมใหญของสมาคม มติของที่ประชุมใหญที่ใหเลิกสมาคมจะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของสมาชิกที่เขารวมประชุมทั้งหมด และองคประชุมใหญจะตองไมนอยกวาหนึ่งรอยคนหรือไมนอยกวากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดขอ ๕๘ เมื่อสมาคมตองเลิกไมวาดวยเหตุใดก็ตาม ใหทรัพยสินของสมาคมที่เหลืออยูหลังจากที่ไดชําระบัญชีเปนที่เรียบรอยแลวตกเปนของ “มูลนิธิพระพุทธศาสนาเชียงราย”หมวด ๘บทเฉพาะกาลขอ ๕๙ ใหผูซึ่งเปนสมาชิกสามัญ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และยุวสมาชิกของสมาคมอยูกอนวันที่ขอบังคับนี้ใชบังคับคงเปนสมาชิกสามัญ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และยุวสมาชิก ของสมาคมตามขอบังคับนี้ตอไปขอ ๖๐ ใหผูดํารงตําแหนงนายกสมาคม อุปนายก และกรรมการสมาคมอยูกอนวันที่ขอบังคับนี้ใชบังคับยังคงเปนนายกสมาคม อุปนายก และกรรมการ ตามขอบังคับนี้ตอไปจนกวาจะครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับเดิมที่ใชบังคับอยูขณะออกขอบังคับนี้หนา ๑๑๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
นายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดเชียงราย ไดมีคําสั่งรับจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับสมาคมรายนี้แลว ตามทะเบียนเลขที่ ๘/๒๕๕๑ ตั้งแตวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗บัลลังก ไวทยศิริปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผูวาราชการจังหวัดเชียงรายนายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดเชียงรายหนา ๑๑๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)