ThaiGovData

บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ)วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว ศาสตราจารยพิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาพลเอก สิงหศึก สิงหไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ขึ้นบัลลังก ประธานวุฒิสภากลาวเปดประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมรับทราบเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุม ดังนี้๑. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ทั้งนี้ ตั้งแตวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗- ที่ประชุมรับทราบ๒. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศแตงตั้ง นายมณเฑียร เจริญผล เปนผูวาการตรวจเงินแผนดิน ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗เปนปที่ ๙ ในรัชกาลปจจุบัน- ที่ประชุมรับทราบ๓. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศแตงตั้ง นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๔ มิถุนายนพุทธศักราช ๒๕๖๗ เปนปที่ ๙ ในรัชกาลปจจุบัน- ที่ประชุมรับทราบ๔. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศแตงตั้งสมาชิกวุฒิสภา แทนตําแหนงที่วาง ดังนี้๑) นายภาณุวัฒน พันธุวิชาติกุล๒) พลตํารวจตรี พิสิษฐ เปาอินทรหนา ๑๑๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ทั้งนี้ ตั้งแตวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ เปนปที่ ๙ ในรัชกาลปจจุบัน- ที่ประชุมรับทราบ และประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหสมาชิกวุฒิสภาที่ไดรับการโปรดเกลาฯแตงตั้ง กลาวคําปฏิญาณตนในที่ประชุมกอนเขารับหนาที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย๕. รับทราบ เรื่อง ผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง ขอเสนอการสรางเสริมสุขภาวะระยะสุดทายของชีวิตรองรับสังคมสูงวัย ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุ คนพิการ และผูดอยโอกาส- ที่ประชุมรับทราบ๖. รับทราบ เรื่อง ผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การขยายโอกาสการมีงานทําและสงเสริมการจางงานผูสูงอายุที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณของคณะกรรมาธิการการแรงงาน- ที่ประชุมรับทราบ๗. รับทราบ เรื่อง ผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การแกปญหาโครงสรางราคาพลังงาน (น้ํามันเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงชีวภาพ และกาซปโตรเลียมเหลว)ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน- ที่ประชุมรับทราบ๘. รับทราบ เรื่อง ผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนแผนระบบโครงขายไฟฟาอัจฉริยะ (Smart Grid) ของประเทศไทยเพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุด ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน- ที่ประชุมรับทราบ๙. รับทราบ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงผูแทนคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชนในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาดวยประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชน(นายเสรี สุวรรณภานนท) ไดมีหนังสือแจงวา วาที่รอยตรี วงศสยาม เพ็งพานิชภักดี สมาชิกวุฒิสภาในฐานะเลขานุการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชนไดมีหนังสือหนา ๑๑๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ แจงความประสงคขอลาออกจากคณะกรรมาธิการ สงผลใหความเปนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาสิ้นสุดลง ในการนี้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชนไดมีมติตั้ง นายสถิตย ลิ่มพงศพันธุ เปนกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา แทนตําแหนงที่วาง ตามขอบังคับขอ ๑๐๓ - ที่ประชุมรับทราบ๑๐. สมาชิกวุฒิสภาแจงความประสงคขอลาออกตามที่สมาชิกวุฒิสภาไดมีหนังสือแจงความประสงคขอลาออกจากตําแหนงสมาชิกวุฒิสภาจํานวน ๓ คน ดังนี้๑) พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ โดยมีผลตั้งแตวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗เปนตนไป ๒) นางทัศนา ยุวานนท โดยมีผลตั้งแตวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เปนตนไป๓) นายอมร นิลเปรม โดยมีผลตั้งแตวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เปนตนไปทําใหปจจุบันมีสมาชิกวุฒิสภา จํานวน ๒๔๗ คน ดังนั้น ในการประชุมวุฒิสภาจะตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยู หรือตั้งแต ๑๒๔ คนขึ้นไปจึงจะเปนองคประชุม- ที่ประชุมรับทราบ๑๑. แจงเหตุขัดของที่ไมสามารถถายทอดสดการประชุมวุฒิสภาทางสถานีวิทยุโทรทัศนรัฐสภาไดตามขอบังคับ ขอ ๑๓เนื่องจากในวันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ถึงวันศุกรที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗มีการประชุมสภาผูแทนราษฎร ซึ่งมีการถายทอดสดการประชุมสภาผูแทนราษฎรผานทางสถานีวิทยุโทรทัศนรัฐสภาซึ่งมีชองสัญญาณเพียงชองเดียว ดังนั้น การประชุมวุฒิสภาในวันนี้จนถึงวันศุกรที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗จึงมีเหตุขัดของที่ทําใหไมสามารถถายทอดสดการประชุมวุฒิสภาทางสถานีวิทยุโทรทัศนรัฐสภาไดตามขอบังคับ ขอ ๑๓ หนา ๑๑๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ อยางไรก็ตาม การประชุมวุฒิสภาทั้ง ๔ วัน ดังกลาว จะมีการถายทอดสดการประชุมวุฒิสภาผานชองทางตาง ๆ ดังนี้๑) Facebook ของวุฒิสภา๒) Youtube Senate Channel๓) เว็บไซตวุฒิสภา๔) แอปพลิเคชั่น TP Channel ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศนรัฐสภานอกจากนี้ ยังมีการถายทอดสดผานโทรทัศนวงจรปด (ระบบ Internet Protocol Television : IPTV)ของวุฒิสภา และมีการเผยแพรสัญญาณเสียงการประชุมผานทางระบบเสียงตามสายของวุฒิสภาดวย- ที่ประชุมรับทราบตอมา ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องรับรองรายงานการประชุมซึ่งที่ประชุมพิจารณารับรองรายงานการประชุมวุฒิสภา จํานวน ๑๘ ครั้ง ดังนี้ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) เปนพิเศษ วันจันทรที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๗หนา ๑๑๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๓๒ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) เปนพิเศษ วันพุธที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๓๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๗- ที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมวุฒิสภาทั้ง ๑๘ ครั้ง โดยไมมีการแกไขจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวน ดังนี้๑. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๑) ดวยคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ไดมีมติใหเลื่อน นายไพรัช พรสมบูรณศิริ รองอัยการสูงสุดขึ้นแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด ทั้งนี้ ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ เปนตนไป ซึ่งตามพระราชบัญญัติองคกรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของ ก.อ. และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาและใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด ดังนั้น คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)จึงเสนอชื่อบุคคลดังกลาวมายังวุฒิสภาใหความเห็นชอบตอไป โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่งกําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้นรวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ประธานวุฒิสภาจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯเสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯเสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. นายกรรณภว ธนภรรคภวิน ๒. พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ๓. วาที่รอยตรี เชิดศักดิ์ จําปาเทศ ๔. นายณรงค รัตนานุกูล๕. นายณรงค ออนสอาด ๖. นายถวิล เปลี่ยนศรีหนา ๑๑๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๗. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ ๘. นายปญญา งานเลิศ๙. นายพีระศักดิ์ พอจิต ๑๐. พลเอก สกนธ สัจจานิตย๑๑. นายสมชาย แสวงการ ๑๒. นายสําราญ ครรชิต๑๓. นายเสรี สุวรรณภานนท ๑๔. นายอนุพร อรุณรัตน๑๕. พลเอก อูด เบื้องบนโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๒. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงประธานศาลปกครองสูงสุด (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๒) ดวยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ไดมีมติคัดเลือก นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภรองประธานศาลปกครองสูงสุด ดํารงตําแหนงประธานศาลปกครองสูงสุด ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗เปนตนไป เนื่องจาก นายวรพจน วิศรุตพิชญ ประธานศาลปกครองสูงสุด จะตองพนจากตําแหนงเนื่องจากมีอายุครบ ๗๐ ปบริบูรณ และตองพนจากตําแหนงเมื่อสิ้นปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบมาตรา ๓๑ วรรคสามแหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ นายกรัฐมนตรีจึงไดเสนอชื่อนายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ผูไดรับการคัดเลือกจากที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.)ดังกลาวตอวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕/๑ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่งกําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้นรวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ประธานวุฒิสภาจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหหนา ๑๒๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯเสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. นายจเด็จ อินสวาง ๒. นายเจน นําชัยศิริ๓. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจง ๔. นายประดิษฐ เหลืองอราม๕. พลเอก พหล สงาเนตร ๖. นายพิทักษ ไชยเจริญ๗. นายเพิ่มพงษ เชาวลิต ๘. นายมหรรณพ เดชวิทักษ๙. นายวิวรรธน แสงสุริยะฉัตร ๑๐. พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์๑๑. พลเอก สมเจตน บุญถนอม ๑๒. นายสังศิต พิริยะรังสรรค๑๓. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๔. พลเอก สุรเชษฐ ชัยวงศ๑๕. พลเอก อูด เบื้องบนโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๓. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด(ตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐)(เรื่องดวนที่ ๓) ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่๒ เมษายน ๒๕๖๗ ไดมีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด นั้นบัดนี้ คณะกรรมาธิการสามัญไดดําเนินการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด จํานวน ๕ คน รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนเสร็จเรียบรอยแลวหลังจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด(พลเอก อูด เบื้องบน) ไดเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเฉพาะสวนที่มิไดเปนรายงานลับหนา ๑๒๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ โดยมีสมาชิกฯ อภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรแลว ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการประชุมลับตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองขอ ตามขอบังคับ ขอ ๑๑๒ วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญสวนที่เปนรายงานลับ หลังจากดําเนินการประชุมลับเสร็จสิ้นแลว ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหาบัญญัติวา การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใด ใหกระทําเปนการลับเวนแตที่มีบัญญัติไวเปนอยางอื่นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหสมาชิกฯออกเสียงลงคะแนนใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุดโดยใชบัตรออกเสียงลงคะแนนลับ ตามขอบังคับ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๒) โดยมีบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด จํานวน ๕ คน ปรากฏผลการออกเสียงลงคะแนน ดังนี้๑. นางสาวผึ้งรวง ประเสริฐพานิชการ- ใหความเห็นชอบ ๑๙๒ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑ คะแนน- ไมออกเสียง ๔ คะแนน๒. นายประเวศ รักษพล- ใหความเห็นชอบ ๑๙๑ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑ คะแนน- ไมออกเสียง ๕ คะแนน๓. นายวิชญชัย ธรรมประดิษฐ- ใหความเห็นชอบ ๑๘๗ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๔ คะแนน- ไมออกเสียง ๖ คะแนน๔. นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล- ใหความเห็นชอบ ๑๘๗ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๔ คะแนน- ไมออกเสียง ๖ คะแนนหนา ๑๒๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๕. นายศรัณยู โพธิรัชตางกูร- ใหความเห็นชอบ ๑๘๒ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๗ คะแนน- ไมออกเสียง ๘ คะแนนจากผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวาบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด ทั้ง ๕ คน ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงขางมากจึงถือวาไดรับความเห็นชอบใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุดตอจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อขอใหนําเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาในระหวางการนับคะแนน ตามขอบังคับ ขอ ๗๓ โดยขอใหยกระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม ระเบียบวาระที่ ๗เรื่องอื่น ๆ และเรื่องดวนขึ้นมาพิจารณากอน ตามลําดับ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ ประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระตามลําดับ ดังนี้๑. ขอใหวุฒิสภาพิจารณาเพื่อมีมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุม จํานวน ๖ ครั้ง และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหกของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย) (ระเบียบวาระที่ ๖)ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด จํานวน ๖ ครั้ง ดังนี้ครั้งที่ ๑ วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๒ วันอังคารที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๓ วันอังคารที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๗ครั้งที่ ๔ วันอังคารที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุดหนา ๑๒๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๒. ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตํารวจ แทนตําแหนงที่วาง(ระเบียบวาระที่ ๗.๑) โดยรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ปฏิบัติหนาที่แทนประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตํารวจ (พลเอก นิวัตร มีนะโยธิน) ไดมีหนังสือแจงวาตําแหนงกรรมาธิการฯ ในคณะกรรมาธิการฯ วางลง จึงเสนอใหวุฒิสภาตั้ง นายภาณุวัฒน พันธุวิชาติกุลเปนกรรมาธิการฯ แทนตําแหนงที่วาง ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๓ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ๓. ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการปกครองทองถิ่น แทนตําแหนงที่วาง (ระเบียบวาระที่ ๗.๒)โดยประธานคณะกรรมาธิการฯ (พลเอก เลิศรัตน รัตนวานิช) ไดมีหนังสือแจงวา ตําแหนงกรรมาธิการฯในคณะกรรมาธิการฯ วางลง จึงเสนอใหวุฒิสภาตั้ง นายภาณุวัฒน พันธุวิชาติกุล เปนกรรมาธิการฯแทนตําแหนงที่วาง ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๓ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ๔. รางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแลว (วุฒิสภาตองพิจารณาใหเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมวิสามัญแลว เหลือเวลาพิจารณาอีก ๔๔ วัน ซึ่งจะครบกําหนดในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗) (เรื่องดวนที่ ๔) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ(นายวัลลภ ตังคณานุรักษ) แถลงชี้แจงประกอบการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แลวที่ประชุมไดพิจารณาในวาระที่สอง เริ่มตนดวยชื่อราง คําปรารภ แลวพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราจนจบรางและลงมติในวาระที่สาม เห็นชอบดวยกับสภาผูแทนราษฎร ๑๓๐ เสียง ไมเห็นดวย ๔ เสียง งดออกเสียง๑๘ เสียง และไมลงคะแนนเสียง ไมมี พรอมทั้งมีมติเห็นดวยกับขอสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯเพื่อสงไปยังคณะรัฐมนตรีประกอบการพิจารณาดําเนินการตอไป๕. รางพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..)พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแลว (วุฒิสภาตองพิจารณาใหเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมวิสามัญแลว เหลือเวลาพิจารณาอีก ๓๓ วันซึ่งจะครบกําหนดในวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๗) (เรื่องดวนที่ ๕) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ(นายเสรี สุวรรณภานนท) แถลงชี้แจงประกอบการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แลวที่ประชุมไดพิจารณาในวาระที่สอง เริ่มตนดวยชื่อราง คําปรารภ แลวพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราจนจบรางหนา ๑๒๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ และลงมติในวาระที่สาม ใหแกไขเพิ่มเติม ๑๒๘ เสียง ไมเห็นดวย ๑ เสียง งดออกเสียง ๔ เสียงและไมลงคะแนนเสียง ไมมี พรอมทั้งมีมติเห็นดวยกับขอสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯเพื่อสงไปยังคณะรัฐมนตรีประกอบการพิจารณาดําเนินการตอไปโดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน เรื่องที่เสนอใหม และเรื่องอื่น ๆ ประธานวุฒิสภารองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุม เลิกประชุมเวลา ๑๗.๕๕ นาฬิกานภาภรณ ใจสัจจะเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๑๒๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)