ThaiGovData

ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน และจังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง

ไม่ระบุวันที่

ไฟล์ PDF ต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

ข้อความด้านล่างสกัดจากชั้นข้อความของไฟล์ PDF ต้นฉบับ ไม่ใช่การอ่านด้วย OCR — ให้ยึดไฟล์ PDF เป็นหลักฐานอ้างอิง

บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ)วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๙ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และพลเอก เกรียงไกรศรีรักษ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ขึ้นบัลลังก กอนเขาสูระเบียบวาระการประชุม ประธานวุฒิสภาไดเชิญสมาชิกวุฒิสภายืนสงบนิ่ง ๑ นาที เพื่อนอมเกลานอมกระหมอมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิไดและรวมถวายความอาลัยแดสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวงเสด็จสูสวรรคาลัย จากนั้น ประธานวุฒิสภาไดกลาวเปดประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมรับทราบเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุม ดังนี้๑. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภาพ.ศ. ๒๕๖๙ ตั้งแตวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๙- ที่ประชุมรับทราบ๒. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศแตงตั้งกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ดังนี้๑. นายสุชาติ สุนทรีเกษม เปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ๒. นายมนูภาน ยศธแสนย เปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙เปนปที่ ๑๑ ในรัชกาลปจจุบัน- ที่ประชุมรับทราบ๓. รับทราบ เรื่อง ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ใหผูมีชื่ออยูในบัญชีสํารองเลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกวุฒิสภาแทนตําแหนงที่วาง หนา ๖๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ ดวยศาลฎีกามีคําพิพากษา ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๙ ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายวิเชียร ชัยสถาพร สมาชิกวุฒิสภา เปนเวลา ๑๐ ป ตามคํารองของคณะกรรมการการเลือกตั้งเนื่องจากฝาฝนรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๖ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๒ จึงสงผลใหสมาชิกภาพการเปนสมาชิกวุฒิสภาของนายวิเชียร ชัยสถาพร สิ้นสุดลงนับแตวันที่หยุดปฏิบัติหนาที่ คือวันที่๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ และมีผลทําใหตําแหนงสมาชิกวุฒิสภา กลุมที่ ๑๖ กลุมศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรีการแสดงและบันเทิง นักกีฬา หรืออื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน วางลง ๑ ตําแหนงในการนี้ จึงไดมีประกาศวุฒิสภา เรื่อง ใหผูมีชื่ออยูในบัญชีสํารองเลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกวุฒิสภาแทนตําแหนงที่วาง โดยใหผูมีชื่ออยูในบัญชีสํารองตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (บัญชีสํารอง) ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกวุฒิสภาแทนตําแหนงที่วาง และใหอยูในตําแหนงเทาอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู จํานวน ๑ คน คือนายพิสุทธิ์ ทรัพยวิจิตร- ที่ประชุมรับทราบ และประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหสมาชิกวุฒิสภาที่ไดรับการเลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกวุฒิสภา แทนตําแหนงที่วาง กลาวปฏิญาณตนในที่ประชุมกอนเขารับหนาที่ จึงทําใหขณะนี้วุฒิสภามีจํานวนสมาชิกทั้งหมด ๑๙๙ คน ดังนั้น ในการประชุมวุฒิสภาจะตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยู คือ ตั้งแต ๑๐๐ คน ขึ้นไป จึงจะเปนองคประชุม๔. รับทราบ เรื่อง การนัดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญในวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๙เพื่อใหวุฒิสภาดําเนินการประชุมเพื่อพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงตามมาตรา ๑๒๖ (๒)ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยสืบเนื่องจากในขณะนี้อยูระหวางที่ไมมีสภาผูแทนราษฎรดวยเหตุที่สภาผูแทนราษฎรถูกยุบซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๖ บัญญัติวา “ในระหวางที่ไมมีสภาผูแทนราษฎรไมวาดวยเหตุสภาผูแทนราษฎรสิ้นอายุ สภาผูแทนราษฎรถูกยุบ หรือเหตุอื่นใด จะมีการประชุมวุฒิสภามิไดเวนแต (๑) มีกรณีที่รัฐสภาตองดําเนินการตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑หรือมาตรา ๑๗๗ หรือ (๒) มีกรณีที่วุฒิสภาตองประชุมเพื่อทําหนาที่พิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ ...” ซึ่งวุฒิสภามีกรณีที่ตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๒๖ (๒) ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย จํานวน๓ ตําแหนง ดังนี้ หนา ๖๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ ๑. กรรมการการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒๒๒. ผูตรวจการแผนดิน ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒๘ และ๓. กรรมการตรวจเงินแผนดิน ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๘ดังนั้น จึงมีความจําเปนเพื่อประโยชนแหงรัฐตามมาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ที่ประธานวุฒิสภาจะไดนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภาในวันนี้ คือ วันพฤหัสบดีที่๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๙ เพื่อใหวุฒิสภาดําเนินการประชุม ตามมาตรา ๑๒๖ (๒) ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย เพื่อพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงตามกรณีดังกลาวสําหรับการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันนี้จะเปนการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเทานั้น และจะไมมีการพิจารณาระเบียบวาระอื่น ๆ ที่ไมเกี่ยวของกับการพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ และจะไมอนุญาตใหหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นหารือในการประชุมวันนี้ ทั้งนี้ เปนไปตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๖ (๒)และขอบังคับ ขอ ๒๓- ที่ประชุมรับทราบ๕. รับทราบ เรื่อง การออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนเนื่องจากระเบียบวาระการประชุมเรื่องดวนที่ ๓ ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง (ตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐) ซึ่งจะมีการออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนตามขอบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๑) จึงตองใชบัตรออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภาในการลงคะแนน ดังนั้น หากสมาชิกวุฒิสภาทานใดลืมบัตรออกเสียงลงคะแนนหรือบัตรออกเสียงลงคะแนนชํารุด ใหติดตอเจาหนาที่เพื่อดําเนินการจัดทําบัตรออกเสียงลงคะแนนใหมหากไมมีบัตรออกเสียงลงคะแนนจะไมสามารถออกเสียงลงคะแนนในเรื่องดังกลาวได- ที่ประชุมรับทราบ๖. รับทราบ เรื่อง สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรซึ่งเปนผูรับผิดชอบดูแลระบบการออกเสียงลงคะแนนในหองประชุมสภาผูแทนราษฎรและหองประชุมวุฒิสภาจะมีการพัฒนาซอฟตแวรทําใหตองมีการลงขอมูลในบัตรออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาใหมทั้งหมด จึงขอใหสมาชิกวุฒิสภาสงคืนบัตรออกเสียงลงคะแนนใหแกเจาหนาที่หลังจากปดการประชุมในวันนี้- ที่ประชุมรับทราบ หนา ๖๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ ตอมา ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องรับรองรายงานการประชุม เรื่องกระทูถาม และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวน ดังนี้๑. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการตรวจเงินแผนดิน (ตามขอบังคับขอ ๑๐๕) (เรื่องดวนที่ ๑) ดวยคณะกรรมการสรรหากรรมการตรวจเงินแผนดินไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการตรวจเงินแผนดิน แทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๒ คนกรณีแทนนางยุพิน ชลานนทนิวัฒน และกรณีแทนนายสรรเสริญ พลเจียก กรรมการตรวจเงินแผนดินซึ่งพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระ โดยเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง และมาตรา ๑๓รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการตรวจเงินแผนดินพ.ศ. ๒๕๖๑ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการสรรหาใหเปนบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการตรวจเงินแผนดิน จํานวน ๑ คน คือ นายยุทธนา สาโยชนกร รองผูอํานวยการสํานักงบประมาณสํานักงบประมาณ กรณีแทนนายสรรเสริญ พลเจียก กรรมการตรวจเงินแผนดิน ซึ่งพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระ สวนกรณีนางยุพิน ชลานนทนิวัฒน กรรมการตรวจเงินแผนดิน ซึ่งพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระนั้น ไมมีบุคคลใดไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหากรรมการตรวจเงินแผนดินจึงตองดําเนินการสรรหาใหม ตามมาตรา ๑๖ วรรคสี่ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการตรวจเงินแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ดังนั้น คณะกรรมการสรรหากรรมการตรวจเงินแผนดิน จึงมีมติใหเสนอชื่อบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการตรวจเงินแผนดินดังกลาวมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการตรวจเงินแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ ตอไป ทั้งนี้ โดยไดรับความยินยอมจากบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อดังกลาวแลว โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวาเมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานวุฒิสภาจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมหนา ๖๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. นายชวพล วัฒนพรมงคล ๒. นายชัยธัช เพราะสุนทร๓. นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน ๔. นายนรเศรษฐ ปรัชญากร๕. นายนิรุตติ สุทธินนท ๖. นายประพนธ ตั้งศรีเกียรติกุล๗. นายพรเพิ่ม ทองศรี ๘. นายพิชาญ พรศิริประทาน๙. นางสาวภิญญาพัชญ ศันสนียชีวิน ๑๐. นางวราภัสร ไพพรรณรัตน๑๑. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน ๑๒. นายวีรยุทธ สรอยทอง๑๓. นายสุทนต กลาการขาย ๑๔. นายอัษฎางค แสวงการ๑๕. นายอิสระ บุญสองชั้นโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๒. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงผูตรวจการแผนดิน (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๒) ดวยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผูตรวจการแผนดิน พนจากตําแหนงเนื่องจากมีอายุครบ ๗๐ ป ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง (๓)และมาตรา ๙ (๒) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๐จึงเปนเหตุใหคณะกรรมการสรรหาผูตรวจการแผนดินตองดําเนินการสรรหาผูตรวจการแผนดินตามมาตรา ๑๘ วรรคหก แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๐บัดนี้ คณะกรรมการสรรหาผูตรวจการแผนดินไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนผูตรวจการแผนดิน แทนตําแหนงที่วาง โดยเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๒)และมาตรา ๙ รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการสรรหาใหเปนบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนผูตรวจการแผนดิน จํานวน ๑ คน คือ นายสุจินต ไชยชุมศักดิ์หนา ๖๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ อดีตผูวาราชการจังหวัดนนทบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดนครนายก ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาผูตรวจการแผนดิน จึงไดมีมติเสนอชื่อบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนผูตรวจการแผนดินดังกลาวมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ โดยไดรับความยินยอมจากบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อดังกลาวแลวโดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานวุฒิสภาจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯจํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลวที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย๑. นายจําลอง อนันตสุข ๒. นายจิระศักดิ์ ชูความดี๓. พลตํารวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ๔. นายไชยยงค มณีรุงสกุล๕. นายธวัช สุระบาล ๖. นางประทุม วงศสวัสดิ์๗. นายปราณีต เกรัมย ๘. พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี๙. นางสาวรัชนีกร ทองทิพย ๑๐. นายรุจิภาส มีกุศล๑๑. นายฤชุ แกวลาย ๑๒. นายศุภโชค ศาลากิจ๑๓. นายสมทบ ถีระพันธ ๑๔. นายสิทธิกร ธงยศ๑๕. นายสุวิทย ขาวดีโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๓. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง(ตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐)(เรื่องดวนที่ ๓) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติหนา ๖๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง(นายกมล รอดคลาย) ไดเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเฉพาะสวนที่มิไดเปนรายงานลับโดยมีสมาชิกฯ อภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรแลว ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการประชุมลับตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองขอ ตามขอบังคับ ขอ ๑๑๒ วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญสวนที่เปนรายงานลับ หลังจากดําเนินการประชุมลับเสร็จสิ้นแลวประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยมาตรา ๑๒๐ วรรคหา บัญญัติวา การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใดใหกระทําเปนการลับ เวนแตที่มีบัญญัติไวเปนอยางอื่นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ประธานของที่ประชุมจึงดําเนินการใหสมาชิกฯ ออกเสียงลงคะแนนลับเพื่อใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง โดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนน ตามขอบังคับ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๑)โดยมีบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง จํานวน ๒ คน คือ นายจิรุตม วิศาลจิตรและนายมณฑล สุดประเสริฐ ปรากฏผลการออกเสียงลงคะแนน ดังนี้๑) นายจิรุตม วิศาลจิตร- ใหความเห็นชอบ ๑๔๔ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑ คะแนน- งดออกเสียง ๒๖ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง - คะแนน๒) นายมณฑล สุดประเสริฐ- ใหความเห็นชอบ ๙ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑๐๒ คะแนน- งดออกเสียง ๕๗ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๑ คะแนนผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวา นายจิรุตม วิศาลจิตร ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือ ไมนอยกวา๑๐๐ คะแนน จึงถือวา นายจิรุตม วิศาลจิตร เปนผูไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๗๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ สําหรับ นายมณฑล สุดประเสริฐ ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือ นอยกวา ๑๐๐ คะแนน จึงถือวานายมณฑล สุดประเสริฐไมไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้งจากนั้น ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว เรื่องที่คางพิจารณา เรื่องที่เสนอใหม และดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ คือ พระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๙ (ระเบียบวาระที่ ๗)ประธานของที่ประชุมไดมอบหมายใหที่ปรึกษาดานระบบงานนิติบัญญัติ ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการวุฒิสภา(นางสาวสุพัตรา วรรณศิริกุล) อานพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๙ ตั้งแตวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๙โดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน และเรื่องอื่น ๆ ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง และรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๒.๔๐ นาฬิกาปณณิตา สทานไตรภพเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๗๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)