กลองเส็ง
This dataset is published in Thai only. Titles are shown as published — we do not machine-translate source data.
กลองเส็ง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กลองกิ่ง ในสมัยโบราณกลองเส็งใช้เป็นสัญญาณส่งข่าวบอกเหตุนอกจากนี้กลองเส็งยังเป็นเครื่องดนตรีสำคัญที่ใช้ตีในพิธีกรรม ตีในกิจกรรมบันเทิงประกอบการฟ้อนรำ ในอดีตแทบทุกหมู่บ้านของจังหวัดชัยภูมิมีกลองเส็งแทบทุกหมู่บ้านโดยนิยมนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดเพราะเชื่อถือกันว่าวัดเป็นศูนย์กลางของบ้านเวลามีงานเทศกาลทุกคนก็จะมารวมกันอยู่ที่วัด ในปัจจุบันมีข้อมูลพบว่ากลองเส็งมีอยู่ ๔ อำเภอคือ เมืองชัยภูมิมีที่บ้านขี้เหล็กใหญ่ บ้านหนองบัวขาว บ้านหัวนอง อำเภอจัตุรัสมีที่บ้านละหาน บ้านห้วยยาง บ้านหนองสมบูรณ์ บ้านมะเกลือ บ้านหนองม่วง บ้านตลาด บ้านหนองบัวใหญ่ บ้านหนองบัวบาน บ้านส้มป่อย บ้านโนนม่วงและบ้านโนนเชือก อำเภอบ้านเขว้ามีที่บ้านเขว้า วัดเจริญผล วัดมัชฌิมาวาส วัดปทุมาวาสและอำเภอหนองบัวระเหวมีที่วัดละหานค่าย กลองเส็งเป็นกลองสองหน้า ตัวกลองทำด้วยไม้ประดู่หุ้มด้วยหนัง ดึงให้ตึงด้วยเชือกหนังแต่ในปัจจุบันใช้เชือกไนล่อนแทน กลองเส็งมีขนาดต่างกันความยาวประมาณ ๘๕ เซนติเมตร ความกว้างของหน้ากลองประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ส่วนความกว้างด้นล่างประมาณ ๒๐ เซนติเมตร กลองเส็งที่ชาวบ้านนิยมทำกันจะมีขนาดหน้ากลอง ๓ ขนาดคือขนาด ๑๘ นิ้ว ขนาด ๒๐ นิ้วและขนาด ๒๒ นิ้วขึ้นอยู่กับการใช้งานชุดหนึ่งจะมีกลอง ๒ ลูกตีด้วยแส้ที่ทำจากไม้เค็งยาวประมาณ ๘๕ เซนติเมตรเสียงดังมากการปรับเสียงจะปรับให้ดังกังวานมากที่สุด ชาวบ้านมีความเชื่อว่ากลองเส็งเป็นสัญญาณแห่งความสามัคคี ผู้ทำจึงมีวิธีการ ที่ละเอียดอ่อน ประณีตบรรจงผู้ทำใส่ ความรู้สึกใส่จิตวิญญาณเข้าไปในตัวกลองในทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่เข้าป่า เพื่อเลือกไม้ต้องเลือกวัน เดือนที่เจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อขออนุญาตตัดไม้ซึ่งวันที่เจ้าป่าเจ้าเขาไม่อยู่ก็คือวันพระ เมื่อเลือกต้นไม้ที่จะตัดแล้วก็ต้องขอให้นางไม้ช่วยให้เสียงกลอง ดังเมื่อทำเสร็จแล้วจึงต้องบูชาเทวดา เจ้าป่า เจ้าเขา นางไม้และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ ณ ป่าแห่งนี้ด้วยการจัดทำขันธ์ ๕ ประกอบด้ายดอกไม้ขาว ๕ คู่ เทียน ๕ คู่ วางใส่ถาดอย่างเหมาะสมให้เทวดานางไม้ไดรับรู้ว่าตัดไม้ไปทำกลองเส็งขออย่าให้มีอุปสรรคใดๆเมื่อทำเช่นนี้เชื่อกันว่ากลองจะตีเสียงดัง ทำง่าย ไม่มีอุปสรรค ตลอดทั้งสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนทุกคนที่ได้ยินเสียงกลองและถ้ามีการจัดแข่งขันก็จะได้รับชัยชนะดังที่เป็นภาษาชาวบ้านว่า “โอ้น้องนางไม้เอ๋ยผู้ข้าจะขอไม้งามๆ ไปเฮ็ดกลองเส็งแล้วผู้ข้าสิพาไปประชันขันแข่งขออย่าให้ตื่น ได้ท่วงมั่นๆ เหนียวๆ สิบบ้านซาห้าบ้านลือ พุ่นเด้อ สาธุ” นำไปตากแดด ๓-๕ วัน ใช้สำหรับร้อยหูกลองเพื่อโยงหนังหน้ากลองแล้วดึงมาร้อยกับเหล็กส่วนล่างให้ตึงแต่ปัจจุบันเนื่องจากหนังหายากจึงใช้เชือกไนล่อนเบอร์ ๑๒
- Agency:
- cpm_m-culture
- Licence:
- Open Data Common
- Category:
- ข้อมูลสาธารณะ
- Geographic coverage:
- จังหวัด
- Update frequency:
- ปี
- Source portal:
- gdc_chaiyaphum
- Updated:
- 01/09/2022