{"status":200,"row":924,"message":"Result found.","result":[{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามพร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ. 2325 การสร้างวัดแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2327 และมีการสมโภชฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2328</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามพร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ. 2325 การสร้างวัดแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2327 และมีการสมโภชฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2328</p>","subject":"อุโบสถ, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, พระอุโบสถ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751161,100.492654)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/1"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทพระเทพบิดร","creator":"","description":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2398และมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งในปลายรัชกาลได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เครื่องหลังคาทั้งหมดเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร จึงได้ทำการบูรณะเครื่องหลังคาขึ้นใหม่ โดยการบูรณะแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","provenance":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2398และมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งในปลายรัชกาลได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เครื่องหลังคาทั้งหมดเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร จึงได้ทำการบูรณะเครื่องหลังคาขึ้นใหม่ โดยการบูรณะแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, ปราสาทพระเทพบิดร, พระพุทธปรางค์ปราสาท, วังหลวง, ปราสาท","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751633,100.492765)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/2"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระศรีรัตนเจดีย์","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการประดับเพิ่มเติมด้วยโมเสกทองที่สั่งจากประเทศอิตาลีในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการประดับเพิ่มเติมด้วยโมเสกทองที่สั่งจากประเทศอิตาลีในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, พระศรีรัตนเจดีย์, เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงลังกา","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7516,100.492358)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/3"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระมหามณฑป","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, พระมหามณฑป, พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, รัชกาลที่ 1","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751621,100.492562)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/4"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หมู่พระมหามณเฑียร","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, ที่ประทับ, พระที่นั่ง, วังหลวง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750114,100.492071)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/5"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, พระมหาปราสาท, วังหลวง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750148,100.490573)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/6"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 </p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 </p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พระมหาปราสาท, วังหลวง, พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7503148,100.490811)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/7"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งไชยชุมพล","creator":"","description":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พระที่นั่งไชยชุมพล, วังหลวง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751274,100.493593)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/8"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพื้นที่พระตำหนักเดิมที่ทรงพระราชสมภพ และเคยเสด็จประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์พระที่นั่งองค์นี้ออกแบบการก่อสร้างโดย นายยอน คลูนิซ สถาปนิกชาวอังกฤษ</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพื้นที่พระตำหนักเดิมที่ทรงพระราชสมภพ และเคยเสด็จประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์พระที่นั่งองค์นี้ออกแบบการก่อสร้างโดย นายยอน คลูนิซ สถาปนิกชาวอังกฤษ</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, พระที่นั่ง, วังหลวง, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750056,100.491313)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/9"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม","creator":"","description":"<p>พระวิหารหลวงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และมีการบูรณะเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>พระวิหารหลวงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และมีการบูรณะเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"วิหาร, วัดสุทัศนเทพวราราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751068,100.501101)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/10"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม","creator":"","description":"<p>พระมหาธาตุเจดีย์องค์เดิมมีมาแต่สมัยอยุธยา เริ่มก่อสร้างให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>พระมหาธาตุเจดีย์องค์เดิมมีมาแต่สมัยอยุธยา เริ่มก่อสร้างให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"ปรางค์, วัดอรุณราชวราราม , วัดแจ้ง, วัดมะกอก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.743715,100.488953)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/11"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โลหะปราสาท","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2394 แต่ก่อสร้างสำเร็จเป็นเพียงปราสาทโกลน ก็สิ้นสมัยรัชกาลที่ 3ในสมัยรัชกาลที่ 4 ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการก่อสร้างโลหะปราสาท กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 พระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) เจ้าอาวาส ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาทจนสมบูรณ์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2394 แต่ก่อสร้างสำเร็จเป็นเพียงปราสาทโกลน ก็สิ้นสมัยรัชกาลที่ 3ในสมัยรัชกาลที่ 4 ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการก่อสร้างโลหะปราสาท กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 พระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) เจ้าอาวาส ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาทจนสมบูรณ์</p>","subject":"วัดราชนัดดาราม, รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 3, พระที่นั่งมหาเจษฏาบดินทร์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.754835,100.504257)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/12"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดราชโอรสาราม","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรส ซึ่งต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรส ซึ่งต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"อุโบสถ, วัดราชโอรสาราม, วัดจอมทอง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.702877,100.464359)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/13"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระบรมบรรพต","creator":"","description":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยก่อเป็นเจดีย์ทรงปรางค์ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้แก้ไขแบบให้เป็นเจดีย์ทรงระฆัง การก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","provenance":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยก่อเป็นเจดีย์ทรงปรางค์ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้แก้ไขแบบให้เป็นเจดีย์ทรงระฆัง การก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","subject":"ภูเขาทอง, วัดสระเกศ, วัดภูเขาทอง, เจดีย์ภูเขาทอง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7538702,100.506666)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/14"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างในวัดเดิมทั้งหมด แล้วปรับพื้นที่ก่อสร้างโดยทรงมอบหมายให้ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เป็นผู้รับผิดชอบ กับโปรดเกล้าฯให้สร้างพระอุโบสถชั่วคราวเพื่อทำสังฆกรรมไปพลางก่อน</p><p style=\"text-align: justify;\">ในส่วนพระอุโบสถถาวร และพระระเบียง โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการในขณะนั้นเป็นสถาปนิกเขียนแบบแปลนแผนผัง และเริ่มการก่อสร้างโดยมีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ดำเนินการก่อสร้าง ในการผูกลายพระราชลัญจกรเพื่อประกอบหน้าบันพระอุโบสถนั้น นอกจากสมเด็จฯเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์แล้ว ส่วนหนึ่งพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์ศุภากรได้ทรงช่วยเขียนแบบในกำกับของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ด้วย </p> การก่อสร้างพระอุโบสถยังไม่แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมารัชกาลที่ 6 จึงทรงดำเนินการต่อโดยโปรดเกล้าฯให้ยกช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ขึ้น และเมื่อหินอ่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สั่งซื้อจากประเทศอิตาลีเข้ามาถึงแล้วก็โปรดเกล้าฯให้ประดับในส่วนที่ยังค้างอยู่จนเรียบร้อย กับให้ช่างกรมศิลปากรเขียนผนังภายในพระอุโบสถด้วยสีน้ำมัน เป็นลายไทยเทพนมพุ่มข้าวบิณฑ์สีเหลืองบนพื้นขาว","provenance":"<p>รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างในวัดเดิมทั้งหมด แล้วปรับพื้นที่ก่อสร้างโดยทรงมอบหมายให้ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เป็นผู้รับผิดชอบ กับโปรดเกล้าฯให้สร้างพระอุโบสถชั่วคราวเพื่อทำสังฆกรรมไปพลางก่อน</p><p style=\"text-align: justify;\">ในส่วนพระอุโบสถถาวร และพระระเบียง โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการในขณะนั้นเป็นสถาปนิกเขียนแบบแปลนแผนผัง และเริ่มการก่อสร้างโดยมีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ดำเนินการก่อสร้าง ในการผูกลายพระราชลัญจกรเพื่อประกอบหน้าบันพระอุโบสถนั้น นอกจากสมเด็จฯเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์แล้ว ส่วนหนึ่งพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์ศุภากรได้ทรงช่วยเขียนแบบในกำกับของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ด้วย </p> การก่อสร้างพระอุโบสถยังไม่แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมารัชกาลที่ 6 จึงทรงดำเนินการต่อโดยโปรดเกล้าฯให้ยกช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ขึ้น และเมื่อหินอ่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สั่งซื้อจากประเทศอิตาลีเข้ามาถึงแล้วก็โปรดเกล้าฯให้ประดับในส่วนที่ยังค้างอยู่จนเรียบร้อย กับให้ช่างกรมศิลปากรเขียนผนังภายในพระอุโบสถด้วยสีน้ำมัน เป็นลายไทยเทพนมพุ่มข้าวบิณฑ์สีเหลืองบนพื้นขาว","subject":"อุโบสถ, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.766563,100.514177)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/15"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งอนันตสมาคม","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ออกแบบโดยนายมาริโอ ตามานโญ โดยมีเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองก่อสร้าง และมี พระยาประชากรกิจวิจารณ์ (โอ อมาตยกุล) เป็นผู้ช่วย แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้เสด็จสวรรคตก่อนที่พระที่นั่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2458 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 8 ปี</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ออกแบบโดยนายมาริโอ ตามานโญ โดยมีเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองก่อสร้าง และมี พระยาประชากรกิจวิจารณ์ (โอ อมาตยกุล) เป็นผู้ช่วย แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้เสด็จสวรรคตก่อนที่พระที่นั่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2458 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 8 ปี</p>","subject":"พระที่นั่ง, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระราชวังดุสิต","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7716329,100.513189)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/16"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดราชาธิวาส","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระอุโบสถเดิมได้รับการซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3-4 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถขึ้นใหม่โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ทรงออกแบบ โดยมีนายซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง การบูรณะพระอุโบสถแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระอุโบสถเดิมได้รับการซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3-4 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถขึ้นใหม่โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ทรงออกแบบ โดยมีนายซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง การบูรณะพระอุโบสถแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","subject":"อุโบสถ, วัดราชาธิวาส","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7759724,100.503463)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/17"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งพิมานจักรี","creator":"","description":"<p>เริ่มการก่อสร้างในเดือนมีนาคม พ.ศ.2462 นายยี. คลูเซอร์ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้าง 17 เดือน</p>","provenance":"<p>เริ่มการก่อสร้างในเดือนมีนาคม พ.ศ.2462 นายยี. คลูเซอร์ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้าง 17 เดือน</p>","subject":"ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พระที่นั่งพิมานจักรี, พระราชวังพญาไท","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7686632,100.53298)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/18"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอศาสตราคม","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอศาสตราคมขึ้นในตำแหน่งเดิมที่เคยมีพระที่นั่งโถงคู่กับพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เป็นที่บอกหนังสือแก่พระสงฆ์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอศาสตราคมขึ้นในตำแหน่งเดิมที่เคยมีพระที่นั่งโถงคู่กับพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เป็นที่บอกหนังสือแก่พระสงฆ์</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, วังหลวง, หอศาสตราคม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.75049724,100.4922499)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/19"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอพิสัยศัลยลักษณ์","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"หอพิสัยศัลยลักษณ์, พระราชวังจันทรเกษม","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.3646377,100.575061)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/20"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419ตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีสำเนาพระราชหัตถเลขาแสดงพระราชประสงค์ในการถวายพระอารามความตอนหนึ่งว่า “จะทรงบูชาพระพุทธศาสนาด้วยของแปลกประหลาด แลเพื่ออาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงได้ชมเล่นเป็นของแปลกซึ่งไม่เคยมีในพระอารามอื่นมาก่อน ใช่ว่าจะเลื่อมใสในลัทธิศาสนาอื่นนั้นหามิได้” การสร้างวัดแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2421</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419ตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีสำเนาพระราชหัตถเลขาแสดงพระราชประสงค์ในการถวายพระอารามความตอนหนึ่งว่า “จะทรงบูชาพระพุทธศาสนาด้วยของแปลกประหลาด แลเพื่ออาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงได้ชมเล่นเป็นของแปลกซึ่งไม่เคยมีในพระอารามอื่นมาก่อน ใช่ว่าจะเลื่อมใสในลัทธิศาสนาอื่นนั้นหามิได้” การสร้างวัดแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2421</p>","subject":"อุโบสถ, วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/21"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2432 โดยมีพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวัสดิ์) เป็นนายงาน หลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) และหลวงโภคานุกุล (จื๋ว) เป็นผู้ควบคุมในการก่อสร้าง และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถม กรมหมื่นสรรพศาสตร์ศุภกิจ เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้าง</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2432 โดยมีพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวัสดิ์) เป็นนายงาน หลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) และหลวงโภคานุกุล (จื๋ว) เป็นผู้ควบคุมในการก่อสร้าง และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถม กรมหมื่นสรรพศาสตร์ศุภกิจ เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้าง</p>","subject":"พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ, พระที่นั่งเก๋งจีน, พระที่นั่งเทียนเม่งเต้ย, พระราชวังบางปะอิน, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.2340439,100.580548)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/22"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอวิฑูรทัศนา","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","subject":"พระราชวังบางปะอิน, หอวิฑูรทัศนา, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.2334706,100.580272)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/23"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งวิหารสมเด็จ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่าพระที่นั่งวิหารสมเด็จสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าปราสาทอง พ.ศ. 2186 ครั้งนั้นเกิดฟ้าผ่าลงที่ยอดพระมหาปราสาททำให้เกิดเพลิงไหม้ เปลวเพลิงได้ลามไปติดเรือนต่างๆมากถึง 110 เรือน พระที่นั่งมังคลาภิเษกได้ไหม้ลงไปด้วย พระองค์จึงโปรดให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ขึ้นมาใหม่ ใช้เวลา 1 ปีจึงสำเร็จ แล้วพระราชทานนามพระที่นั่งว่า พระที่นั่งวิหารสมเด็จ</p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) และฉบับพระราชหัตถเลขา มีข้อความอีกตอนหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2079 ว่า “...ในปีนั้นให้ยกกำแพงพระราชวังออกไป ให้สร้างพระมหาปราสาทพระวิหารสมเด็จ...” จึงยังจำเป็นต้องค้นคว้าต่อไปว่าพระที่นั่งวิหารสมเด็จสร้างขึ้นเมื่อศักราชใดแน่ </p> ล่วงมาถึงรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. 2285 พระองค์โปรดให้เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เป็นแม่การบูรณปฏิสังขรณ์พระที่นั่งวิหารสมเด็จ โดยรื้อเครื่องบนของพระที่นั่งลงทำใหม่ ใช้เวลาสิบเดือนจึงสำเร็จ","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่าพระที่นั่งวิหารสมเด็จสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าปราสาทอง พ.ศ. 2186 ครั้งนั้นเกิดฟ้าผ่าลงที่ยอดพระมหาปราสาททำให้เกิดเพลิงไหม้ เปลวเพลิงได้ลามไปติดเรือนต่างๆมากถึง 110 เรือน พระที่นั่งมังคลาภิเษกได้ไหม้ลงไปด้วย พระองค์จึงโปรดให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ขึ้นมาใหม่ ใช้เวลา 1 ปีจึงสำเร็จ แล้วพระราชทานนามพระที่นั่งว่า พระที่นั่งวิหารสมเด็จ</p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) และฉบับพระราชหัตถเลขา มีข้อความอีกตอนหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2079 ว่า “...ในปีนั้นให้ยกกำแพงพระราชวังออกไป ให้สร้างพระมหาปราสาทพระวิหารสมเด็จ...” จึงยังจำเป็นต้องค้นคว้าต่อไปว่าพระที่นั่งวิหารสมเด็จสร้างขึ้นเมื่อศักราชใดแน่ </p> ล่วงมาถึงรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. 2285 พระองค์โปรดให้เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เป็นแม่การบูรณปฏิสังขรณ์พระที่นั่งวิหารสมเด็จ โดยรื้อเครื่องบนของพระที่นั่งลงทำใหม่ ใช้เวลาสิบเดือนจึงสำเร็จ","subject":"พระราชวังกรุงศรีอยุธยา, พระที่นั่งวิหารสมเด็จ","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.358648,100.558416)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/24"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา เป็นต้น ให้ข้อมูลว่าเป็นพระมหาปราสาทที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปราสาททอง เมื่อ พ.ศ. 2175 ใช้เวลาสร้างนาน 11 เดือน ให้นามว่า ศิริยศโสธรมหาพิมานบรรยงก์ ต่อมาพระองค์พระสุบินว่าพระอินทร์ตรัสบอกว่าให้ตั้งจักรพยุหะ พระโหราจารย์ได้ถวายพยากรณ์ว่านามพระที่นั่งไม่ต้องด้วยพระอินทร์ และให้เอาจักรพยุหะนั้นมาตั้งเป็นนามพระที่นั่งว่า จักรวรรดิไพชยนต์มหาปราสาท</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา เป็นต้น ให้ข้อมูลว่าเป็นพระมหาปราสาทที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปราสาททอง เมื่อ พ.ศ. 2175 ใช้เวลาสร้างนาน 11 เดือน ให้นามว่า ศิริยศโสธรมหาพิมานบรรยงก์ ต่อมาพระองค์พระสุบินว่าพระอินทร์ตรัสบอกว่าให้ตั้งจักรพยุหะ พระโหราจารย์ได้ถวายพยากรณ์ว่านามพระที่นั่งไม่ต้องด้วยพระอินทร์ และให้เอาจักรพยุหะนั้นมาตั้งเป็นนามพระที่นั่งว่า จักรวรรดิไพชยนต์มหาปราสาท</p>","subject":"พระที่นั่ง, พระราชวังกรุงศรีอยุธยา","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.357028,100.560099)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/25"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์วัดพุทไธสวรรย์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 1896 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง โปรดให้สร้างวัดพุทไธสวรรย์ขึ้นบนพื้นที่ที่เป็นตำหนักเวียงเหล็ก ความว่า “ที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้นให้สถาปนาพระวิหารแลพระมหาธาตุเป็นพระอาราม ให้นามชื่อวัดพุทไธสวรรย์”</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 1896 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง โปรดให้สร้างวัดพุทไธสวรรย์ขึ้นบนพื้นที่ที่เป็นตำหนักเวียงเหล็ก ความว่า “ที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้นให้สถาปนาพระวิหารแลพระมหาธาตุเป็นพระอาราม ให้นามชื่อวัดพุทไธสวรรย์”</p>","subject":"ปรางค์, วัดพุทไธสวรรย์","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.339829,100.558698)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/26"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเพทราชาเพื่อถวายแด่พระอาจารย์ของพระองค์ </p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเพทราชาเพื่อถวายแด่พระอาจารย์ของพระองค์ </p>","subject":"วิหาร, วัดพุทไธสวรรย์, ตำหนัก","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.339321,100.557728)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/27"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ระบุว่าสร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เมื่อ พ.ศ. 1967 ในขณะที่พระราชพงศาวดารฉบับอื่น เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุศักราชการสร้างไว้เมื่อ พ.ศ. 1961 และอธิบายขยายความว่าสถานที่สร้างวัดเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา ผู้เป็นพระเชษฐาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ระบุว่าสร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เมื่อ พ.ศ. 1967 ในขณะที่พระราชพงศาวดารฉบับอื่น เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุศักราชการสร้างไว้เมื่อ พ.ศ. 1961 และอธิบายขยายความว่าสถานที่สร้างวัดเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา ผู้เป็นพระเชษฐาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 </p>","subject":"ปรางค์, วัดราชบูรณะ","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.35881,100.56725)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/28"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธานวัดมเหยงคณ์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เจดีย์ประธานวัดช้างล้อมคงสร้างขึ้นตั้งแต่แรกสร้างวัดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุศักราชการสร้างว่าตรงกับ พ.ศ.1981 ในขณะที่พระราชพงศาวดารฉบับอื่นๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุศักราชการสร้างว่า พ.ศ.1967</p> ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ.2254 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ วัดมเหยงคณ์ชำรุดทรุดโทรม จึงโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้น ข้อความในพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ กล่าวรายละเอียดผิดแผกกันไป แต่ใจความสำคัญตรงกัน สรุปได้ว่าพระองค์ให้สร้างตำหนักไว้ริมวัดเพื่อใช้เป็นที่ประทับในคราวเสด็จพระราชดำเนินมาควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วย คราวละ 1 เดือนบ้าง หรือ 2 เดือนบ้าง หรือ 3 เดือนบ้าง ใช้เวลา 3 ปีจึงสำเร็จ เจดีย์ประธานคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้ด้วย","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เจดีย์ประธานวัดช้างล้อมคงสร้างขึ้นตั้งแต่แรกสร้างวัดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุศักราชการสร้างว่าตรงกับ พ.ศ.1981 ในขณะที่พระราชพงศาวดารฉบับอื่นๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุศักราชการสร้างว่า พ.ศ.1967</p> ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ.2254 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ วัดมเหยงคณ์ชำรุดทรุดโทรม จึงโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้น ข้อความในพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ กล่าวรายละเอียดผิดแผกกันไป แต่ใจความสำคัญตรงกัน สรุปได้ว่าพระองค์ให้สร้างตำหนักไว้ริมวัดเพื่อใช้เป็นที่ประทับในคราวเสด็จพระราชดำเนินมาควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วย คราวละ 1 เดือนบ้าง หรือ 2 เดือนบ้าง หรือ 3 เดือนบ้าง ใช้เวลา 3 ปีจึงสำเร็จ เจดีย์ประธานคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้ด้วย","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงกลม, เจดีย์ทรงลังกา, วัดมเหยงคณ์, เจดีย์ช้างล้อม","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.36373,100.594365)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/29"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธานวัดพระศรีสรรเพชญ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวว่าเมื่อขึ้นครองราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 1977 แล้ว สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ยกพื้นที่พระราชวังเดิมให้เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ และย้ายพระราชวังไปทางด้านเหนือติดริมน้ำ ดังความว่า <i>“ยกวังทำเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ เสด็จมาอยู่ริมน้ำ”</i></p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตามไม่อาจทราบแน่ชัดว่าเจดีย์ประธานทั้ง 3 องค์ สร้างขึ้นคราวเดียวกันในรัชกาลของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถหรือไม่</p><p style=\"text-align: justify;\">ปัจจุบันข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการสร้างเจดีย์ประธาน 3 องค์นี้อิงกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ มีข้อความตอนหนึ่งที่เกิดขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ว่า <i>“ศักราช 854 ชวดศก (พ.ศ.2035) ประดิษฐานมหาสถูปพระบรมธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แลสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า”</i> และฉบับพระราชหัตถเลขามีข้อความคล้ายคลึงกันว่า <i>“ศักราช 836 ปีมะเมีย ฉศก (พ.ศ. 2017) ประดิษฐานพระอัฐิธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้า และพระอัฐิธาตุสมเด็จพระอินทราชาไว้ในมหาสถูป”</i> (อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) และฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ระบุเพียงการประดิษฐานพระอัฐิธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไว้ในสถูปเพียงพระองค์เดียว)</p><p style=\"text-align: justify;\">จากข้อความดังกล่าวนี้ทำให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า มหาสถูปทั้ง 2 องค์นี้ได้แก่เจดีย์ประธานของวัดพระศรีสรรเพชญ โดยสร้างขึ้นครั้งแรก 2 องค์ ต่อมาจึงมีการสร้างเพิ่มเติมอีก 1 องค์ โดยองค์หลังนี้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิธาตุสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2</p><p style=\"text-align: justify;\">ต่อมาหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้สันนิษฐานเพิ่มเติมจากแนวทางที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพให้ไว้ โดยเพิ่มเติมความเห็นว่าเจดีย์องค์หลังที่บรรจุพระอัฐิธาตุของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั้น คงสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4) </p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตามบางท่านว่าเจดีย์ทั้ง 3 องค์ควรสร้างขึ้นมาพร้อมกัน เช่น ศาสตราจารย์ ดร.สันติ เล็กสุขุม ให้ความเห็นว่าข้อความในพระราชพงศาวดารที่ระบุว่า “..<i>ประดิษฐานมหาสถูปพระบรมธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แลสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า</i>...” อาจหมายถึงสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 1 องค์ บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ 1 องค์ และบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 อีก 1 องค์ ก็เป็นได้ </p> นอกจากนี้ ผศ. ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร ยังเสนอข้อสันนิษฐานที่ต่างออกไปอีก ว่าเจดีย์องค์ทิศตะวันออกน่าจะสร้างขึ้นก่อนในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อประดิษฐานพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ส่วนเจดีย์อีก 2 องค์ น่าจะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวว่าเมื่อขึ้นครองราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 1977 แล้ว สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ยกพื้นที่พระราชวังเดิมให้เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ และย้ายพระราชวังไปทางด้านเหนือติดริมน้ำ ดังความว่า <i>“ยกวังทำเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ เสด็จมาอยู่ริมน้ำ”</i></p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตามไม่อาจทราบแน่ชัดว่าเจดีย์ประธานทั้ง 3 องค์ สร้างขึ้นคราวเดียวกันในรัชกาลของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถหรือไม่</p><p style=\"text-align: justify;\">ปัจจุบันข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการสร้างเจดีย์ประธาน 3 องค์นี้อิงกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เช่น ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ มีข้อความตอนหนึ่งที่เกิดขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ว่า <i>“ศักราช 854 ชวดศก (พ.ศ.2035) ประดิษฐานมหาสถูปพระบรมธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แลสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า”</i> และฉบับพระราชหัตถเลขามีข้อความคล้ายคลึงกันว่า <i>“ศักราช 836 ปีมะเมีย ฉศก (พ.ศ. 2017) ประดิษฐานพระอัฐิธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้า และพระอัฐิธาตุสมเด็จพระอินทราชาไว้ในมหาสถูป”</i> (อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) และฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ระบุเพียงการประดิษฐานพระอัฐิธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไว้ในสถูปเพียงพระองค์เดียว)</p><p style=\"text-align: justify;\">จากข้อความดังกล่าวนี้ทำให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า มหาสถูปทั้ง 2 องค์นี้ได้แก่เจดีย์ประธานของวัดพระศรีสรรเพชญ โดยสร้างขึ้นครั้งแรก 2 องค์ ต่อมาจึงมีการสร้างเพิ่มเติมอีก 1 องค์ โดยองค์หลังนี้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิธาตุสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2</p><p style=\"text-align: justify;\">ต่อมาหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้สันนิษฐานเพิ่มเติมจากแนวทางที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพให้ไว้ โดยเพิ่มเติมความเห็นว่าเจดีย์องค์หลังที่บรรจุพระอัฐิธาตุของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั้น คงสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4) </p><p style=\"text-align: justify;\">อย่างไรก็ตามบางท่านว่าเจดีย์ทั้ง 3 องค์ควรสร้างขึ้นมาพร้อมกัน เช่น ศาสตราจารย์ ดร.สันติ เล็กสุขุม ให้ความเห็นว่าข้อความในพระราชพงศาวดารที่ระบุว่า “..<i>ประดิษฐานมหาสถูปพระบรมธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แลสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า</i>...” อาจหมายถึงสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 1 องค์ บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ 1 องค์ และบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 อีก 1 องค์ ก็เป็นได้ </p> นอกจากนี้ ผศ. ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร ยังเสนอข้อสันนิษฐานที่ต่างออกไปอีก ว่าเจดีย์องค์ทิศตะวันออกน่าจะสร้างขึ้นก่อนในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อประดิษฐานพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ส่วนเจดีย์อีก 2 องค์ น่าจะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงกลม, เจดีย์ทรงกลม, เจดีย์ทรงลังกา, เจดีย์ทรงลังกา, วัดพระศรีสรรเพชญ, วัดพระศรีสรรเพชญ","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.355909,100.558348)","temporal":"อยุธยา, อยุธยาตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/30"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วิหารพระศรีสรรเพชญ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่าพระวิหารสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2042 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ส่วนองค์พระศรีสรรเพชญซึ่งเป็นประธานหล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2043 ทำพิธีฉลองเมื่อ พ.ศ. 2046 ส่วนพระราชพงศาวดารฉบับอื่น เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ให้ศักราชการสร้างพระวิหารและพระศรีสรรเพชญไว้เมื่อ พ.ศ. 2022 และฉลองเมื่อ พ.ศ.2026 </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่าพระวิหารสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2042 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ส่วนองค์พระศรีสรรเพชญซึ่งเป็นประธานหล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2043 ทำพิธีฉลองเมื่อ พ.ศ. 2046 ส่วนพระราชพงศาวดารฉบับอื่น เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขา ให้ศักราชการสร้างพระวิหารและพระศรีสรรเพชญไว้เมื่อ พ.ศ. 2022 และฉลองเมื่อ พ.ศ.2026 </p>","subject":"วิหาร, วัดพระศรีสรรเพชญ","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.356021,100.559262)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/31"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ศรีสุริโยทัย","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เชื่อว่าเป็นวัดสบสวรรค์ (วัดศพสวรรค์) วัดนี้สร้างขึ้นบนสถานที่ที่ถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระสุริโยทัยเมื่อ พ.ศ. 2086 ดังข้อความในพระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) และฉบับพระราชหัตถเลขาว่า “...ให้แต่งการพระราชทานเพลิงศพพระสุริโยทัยซึ่งขาดคอช้างเสร็จ.... ให้สถาปนาที่พระราชทานเพลิงนั้นเป็นพระเจดีย์วิหาร เสร็จแล้วให้นามชื่อวัดศพสวรรค์...” จากขนาดที่ใหญ่โตของเจดีย์องค์นี้ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นเจดีย์ประธานของวัด จึงควรสร้างเมื่อ พ.ศ. 2086</p> ทั้งนี้พื้นที่ตั้งวัดเป็นส่วนหนึ่งของสวนหลวง จึงเรียกนามวัดนี้อีกนามหนึ่งว่า วัดสวนหลวงสบสวรรค์","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เชื่อว่าเป็นวัดสบสวรรค์ (วัดศพสวรรค์) วัดนี้สร้างขึ้นบนสถานที่ที่ถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระสุริโยทัยเมื่อ พ.ศ. 2086 ดังข้อความในพระราชพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) และฉบับพระราชหัตถเลขาว่า “...ให้แต่งการพระราชทานเพลิงศพพระสุริโยทัยซึ่งขาดคอช้างเสร็จ.... ให้สถาปนาที่พระราชทานเพลิงนั้นเป็นพระเจดีย์วิหาร เสร็จแล้วให้นามชื่อวัดศพสวรรค์...” จากขนาดที่ใหญ่โตของเจดีย์องค์นี้ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นเจดีย์ประธานของวัด จึงควรสร้างเมื่อ พ.ศ. 2086</p> ทั้งนี้พื้นที่ตั้งวัดเป็นส่วนหนึ่งของสวนหลวง จึงเรียกนามวัดนี้อีกนามหนึ่งว่า วัดสวนหลวงสบสวรรค์","subject":"เจดีย์ศรีสุริโยทัย, เจดีย์เพิ่มมุม, เจดีย์ย่อมุม","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.352766,100.547439)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/32"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ภูเขาทอง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขาเอ่ยถึงวัดภูเขาทองว่าสมเด็จพระราเมศวรโปรดให้สถาปนาวัดภูเขาทองขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1930 ถือว่าเป็นสมัยอยุธยาตอนต้น แต่ไม่มีรายละเอียดว่ามีสิ่งก่อสร้างใดบ้าง อีกทั้งปีนั้นพระองค์ได้สวรรคตลง จึงไม่อาจทราบได้ว่าการสร้างวัดภูเขาทองได้สำเร็จตามพระราชประสงค์หรือไม่ ศิลปกรรมที่พบได้ในวัดก็ยังไม่พบว่าสิ่งใดเก่าจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้นนี้เลย</p><p style=\"text-align: justify;\">สำหรับองค์เจดีย์ประธานวัดภูเขาทองก็ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างในพระราชพงศาวดาร แต่ทว่าปรากฏอยู่ในหลักฐานอื่นๆ บ้างสอดคล้องกัน บ้างขัดแย้งกัน </p><p style=\"text-align: justify;\">คำให้การชาวกรุงเก่าระบุว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า เมื่อพระองค์สามารถยึดครองกรุงศรีอยุธยาได้ใน พ.ศ. 2112 ได้ประทับอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาระยะหนึ่ง ครั้งนั้นโปรดให้สร้างเจดีย์ภูเขาทองขึ้น ความว่า <i>“...ในเวลาเมื่อพระเจ้าหงสาวดียังประทับอยู่ที่พระนครศรีอยุธยานั้น ได้โปรดให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่องค์ 1 ที่ตำบลทุ่งภูเขาทอง ขนานนามพระเจดีย์นั้นว่า เจดีย์ภูเขาทอง ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้...”</i> อย่างไรก็ตาม บันทึกของนายแพทย์แกมเฟอร์ ชาวฮอลันดา ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2233 กลับให้ข้อมูลว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงชัยชนะแก่กษัตริย์มอญอย่างใหญ่หลวง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นไทยได้เข่นฆ่าและตีทัพของข้าศึกแตกพ่ายไป เมื่อนำข้อความดังกล่าวนี้ไปพิจารณาร่วมกันกับพระราชพงศาวดารจะพบได้ว่าชัยชนะที่มีเหนือกองทัพพม่าหรือมอญเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชด้วยการทำยุทธหัตถี บางท่านจึงเชื่อว่าสมเด็จพระนเรศวรเป็นผู้สร้างเจดีย์องค์นี้ และเห็นว่าเจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ยุทธหัตถี</p><p style=\"text-align: justify;\">การวิจัยของนักวิชาการ ศ.เกียรติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม ได้เสนอว่ารูปแบบของเจดีย์บริวารในวัดภูเขาทองควรมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 22 หรือรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรได้ เจดีย์บริวารเหล่านี้มีรูปแบบเดียวกันกับเจดีย์ประธานองค์นี้ จึงทำให้เชื่อว่าทเจดีย์ทั้งหมดนี้ควรสร้างขึ้นพร้อมๆ กัน </p> บันทึกของนายแพทย์แกมเฟอร์ซึ่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2233 ยังพรรณนาถึงรูปทรงของเจดีย์ภูเขาทองและวาดภาพลายเส้นไว้ด้วย ซึ่งมีรูปแบบที่ไม่ต่างจากปัจจุบัน ย่อมหมายความว่าการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. 2287 ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของเจดีย์ไปจากเดิม","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพระราชหัตถเลขาเอ่ยถึงวัดภูเขาทองว่าสมเด็จพระราเมศวรโปรดให้สถาปนาวัดภูเขาทองขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1930 ถือว่าเป็นสมัยอยุธยาตอนต้น แต่ไม่มีรายละเอียดว่ามีสิ่งก่อสร้างใดบ้าง อีกทั้งปีนั้นพระองค์ได้สวรรคตลง จึงไม่อาจทราบได้ว่าการสร้างวัดภูเขาทองได้สำเร็จตามพระราชประสงค์หรือไม่ ศิลปกรรมที่พบได้ในวัดก็ยังไม่พบว่าสิ่งใดเก่าจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้นนี้เลย</p><p style=\"text-align: justify;\">สำหรับองค์เจดีย์ประธานวัดภูเขาทองก็ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างในพระราชพงศาวดาร แต่ทว่าปรากฏอยู่ในหลักฐานอื่นๆ บ้างสอดคล้องกัน บ้างขัดแย้งกัน </p><p style=\"text-align: justify;\">คำให้การชาวกรุงเก่าระบุว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า เมื่อพระองค์สามารถยึดครองกรุงศรีอยุธยาได้ใน พ.ศ. 2112 ได้ประทับอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาระยะหนึ่ง ครั้งนั้นโปรดให้สร้างเจดีย์ภูเขาทองขึ้น ความว่า <i>“...ในเวลาเมื่อพระเจ้าหงสาวดียังประทับอยู่ที่พระนครศรีอยุธยานั้น ได้โปรดให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่องค์ 1 ที่ตำบลทุ่งภูเขาทอง ขนานนามพระเจดีย์นั้นว่า เจดีย์ภูเขาทอง ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้...”</i> อย่างไรก็ตาม บันทึกของนายแพทย์แกมเฟอร์ ชาวฮอลันดา ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2233 กลับให้ข้อมูลว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงชัยชนะแก่กษัตริย์มอญอย่างใหญ่หลวง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นไทยได้เข่นฆ่าและตีทัพของข้าศึกแตกพ่ายไป เมื่อนำข้อความดังกล่าวนี้ไปพิจารณาร่วมกันกับพระราชพงศาวดารจะพบได้ว่าชัยชนะที่มีเหนือกองทัพพม่าหรือมอญเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชด้วยการทำยุทธหัตถี บางท่านจึงเชื่อว่าสมเด็จพระนเรศวรเป็นผู้สร้างเจดีย์องค์นี้ และเห็นว่าเจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ยุทธหัตถี</p><p style=\"text-align: justify;\">การวิจัยของนักวิชาการ ศ.เกียรติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม ได้เสนอว่ารูปแบบของเจดีย์บริวารในวัดภูเขาทองควรมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 22 หรือรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรได้ เจดีย์บริวารเหล่านี้มีรูปแบบเดียวกันกับเจดีย์ประธานองค์นี้ จึงทำให้เชื่อว่าทเจดีย์ทั้งหมดนี้ควรสร้างขึ้นพร้อมๆ กัน </p> บันทึกของนายแพทย์แกมเฟอร์ซึ่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2233 ยังพรรณนาถึงรูปทรงของเจดีย์ภูเขาทองและวาดภาพลายเส้นไว้ด้วย ซึ่งมีรูปแบบที่ไม่ต่างจากปัจจุบัน ย่อมหมายความว่าการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ.ศ. 2287 ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของเจดีย์ไปจากเดิม","subject":"เจดีย์ย่อมุม, วัดภูเขาทอง, เจดีย์ภูเขาทอง, พระนเรศวร, หงสาวดี","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.369049,100.53977)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/33"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดไชยวัฒนาราม","creator":"","description":"<p>พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) และฉบับพระราชหัตถเลขา ให้ข้อมูลตรงกันว่าวัดไชยวัฒนารามสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173</p>","provenance":"<p>พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เช่น ฉบับพันจันทานุมาศ (เจิม) ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) และฉบับพระราชหัตถเลขา ให้ข้อมูลตรงกันว่าวัดไชยวัฒนารามสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173</p>","subject":"วัดไชยวัฒนาราม, พระเจ้าปราสาททอง","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.342968,100.541796)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/34"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อุโบสถวัดหน้าพระเมรุ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดหน้าพระเมรุไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัดปรากฏในพระราชพงศาวดาร แต่มีตำนานเล่าว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระองค์อินทร์ มเหสีของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2046</p><p style=\"text-align: justify;\">จากชื่อวัดทำให้สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพระเมรุเจ้านายสมัยอยุธยา เพราะวัดแห่งนี้อยู่ทางเหนือของพระราชวังโบราณ มีเพียงแม่น้ำลพบุรีสายเดิมคั่นกลาง</p><p style=\"text-align: justify;\">วัดแห่งนี้คงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยลำดับตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุให้ทราบได้ แต่จากการเปรียบเทียบทางรูปแบบศิลปกรรมพบว่าอุโบสถหลังนี้ประดับช่องแสงด้วยลายลูกมะหวดเหลี่ยม คล้ายระเบียงคดวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และวิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุอยุธยาที่อาจจะบูร</p> ณะในสมัยพระองค์เช่นกัน พระพุทธรูปประธานก็เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบเดียวกันกับวัดไชยวัฒนาราม จึงเชื่อว่าวัดแห่งนี้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดหน้าพระเมรุไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัดปรากฏในพระราชพงศาวดาร แต่มีตำนานเล่าว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระองค์อินทร์ มเหสีของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2046</p><p style=\"text-align: justify;\">จากชื่อวัดทำให้สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพระเมรุเจ้านายสมัยอยุธยา เพราะวัดแห่งนี้อยู่ทางเหนือของพระราชวังโบราณ มีเพียงแม่น้ำลพบุรีสายเดิมคั่นกลาง</p><p style=\"text-align: justify;\">วัดแห่งนี้คงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยลำดับตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุให้ทราบได้ แต่จากการเปรียบเทียบทางรูปแบบศิลปกรรมพบว่าอุโบสถหลังนี้ประดับช่องแสงด้วยลายลูกมะหวดเหลี่ยม คล้ายระเบียงคดวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และวิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุอยุธยาที่อาจจะบูร</p> ณะในสมัยพระองค์เช่นกัน พระพุทธรูปประธานก็เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบเดียวกันกับวัดไชยวัฒนาราม จึงเชื่อว่าวัดแห่งนี้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง","subject":"อุโบสถ, วัดหน้าพระเมรุ, วัดเมรุราชิการาม","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.3626,100.55877)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/35"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กลุ่มปราสาทประธานปราสาทเมืองต่ำ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของลวดลายประดับบนส่วนต่างๆ เช่น ทับหลัง หน้าบัน ซึ่งมีรูปแบบตรงกับศิลปะบาปวน จึงทำให้กำหนดอายุปราสาทหลังนี้ไว้ราว พ.ศ.1600 โดยอาจสร้างก่อนหรือหลังจากนี้ไม่นาน</p> อนึ่ง แม้ว่าได้พบทับหลังแบบคลังที่ปราสาทเมืองต่ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปราสาทแห่งนี้ให้เก่าไปจนถึง พ.ศ.1510-1560 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ศิลปะคลังแพร่หลาย แต่น่าจะอธิบายได้ว่าช่างผู้สลักลวดลายยังนำเอาศิลปะแบบเก่ามาใช้ จึงเกิดการปะปนกันระหว่างศิลปะแบบใหม่คือบาปวนกับศิลปะแบบเก่าคือคลังในศาสนสถานแห่งนี้","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของลวดลายประดับบนส่วนต่างๆ เช่น ทับหลัง หน้าบัน ซึ่งมีรูปแบบตรงกับศิลปะบาปวน จึงทำให้กำหนดอายุปราสาทหลังนี้ไว้ราว พ.ศ.1600 โดยอาจสร้างก่อนหรือหลังจากนี้ไม่นาน</p> อนึ่ง แม้ว่าได้พบทับหลังแบบคลังที่ปราสาทเมืองต่ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปราสาทแห่งนี้ให้เก่าไปจนถึง พ.ศ.1510-1560 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ศิลปะคลังแพร่หลาย แต่น่าจะอธิบายได้ว่าช่างผู้สลักลวดลายยังนำเอาศิลปะแบบเก่ามาใช้ จึงเกิดการปะปนกันระหว่างศิลปะแบบใหม่คือบาปวนกับศิลปะแบบเก่าคือคลังในศาสนสถานแห่งนี้","subject":"ปราสาทเมืองต่ำ, ปราสาทเมืองต่ำ, ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร","spatial":"บุรีรัมย์ (14.496203,102.982387)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/36"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทพนมรุ้ง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทพนมรุ้งซึ่งเป็นศิลปะแบบนครวัด แต่ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบบางประการที่สืบต่อจากศิลปะแบบบาปวน จึงทำให้นักวิชาการกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 ไม่มีข้อมูลจากจารึกระบุชื่อผู้สร้าง แต่สันนิษฐานกันว่างานส่วนใหญ่คงอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของท่านนเรนทราทิตย์ เชื้อสายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ เพราะจารึกที่พบจากปราสาทพนมรุ้งกล่าวสรรเสริญท่านไว้มาก และยังกล่าวว่าท่านได้บวชเป็นฤาษีอยู่ที่ศาสนสถานแห่งนี้</p> อย่างไรก็ตาม ปราสาทพนมรุ้งที่ท่านนเรนทราทิตย์ให้สร้างขึ้นนี้มิใช่หลังที่เก่าที่สุด เพราะได้พบปราสาทอิฐ 2 หลัง ทางด้านเหนือของปราสาทประธาน กำหนดอายุจากเสาประดับกรอบประตูได้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 15 และปรางค์น้อยซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธานมีลวดลายแบบบปาวน จึงกำหนดอายุได้ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 จึงแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้าที่ท่านนเรนทราทิตย์จะสร้างปราสาทพนมรุ้งให้ใหญ่โตในแบบที่เห็นในปัจจุบันนั้น ที่แห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานมาก่อนหน้านั้นแล้ว","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทพนมรุ้งซึ่งเป็นศิลปะแบบนครวัด แต่ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบบางประการที่สืบต่อจากศิลปะแบบบาปวน จึงทำให้นักวิชาการกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 ไม่มีข้อมูลจากจารึกระบุชื่อผู้สร้าง แต่สันนิษฐานกันว่างานส่วนใหญ่คงอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของท่านนเรนทราทิตย์ เชื้อสายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ เพราะจารึกที่พบจากปราสาทพนมรุ้งกล่าวสรรเสริญท่านไว้มาก และยังกล่าวว่าท่านได้บวชเป็นฤาษีอยู่ที่ศาสนสถานแห่งนี้</p> อย่างไรก็ตาม ปราสาทพนมรุ้งที่ท่านนเรนทราทิตย์ให้สร้างขึ้นนี้มิใช่หลังที่เก่าที่สุด เพราะได้พบปราสาทอิฐ 2 หลัง ทางด้านเหนือของปราสาทประธาน กำหนดอายุจากเสาประดับกรอบประตูได้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 15 และปรางค์น้อยซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธานมีลวดลายแบบบปาวน จึงกำหนดอายุได้ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 จึงแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้าที่ท่านนเรนทราทิตย์จะสร้างปราสาทพนมรุ้งให้ใหญ่โตในแบบที่เห็นในปัจจุบันนั้น ที่แห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานมาก่อนหน้านั้นแล้ว","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทพนมรุ้ง, ปราสาทพนมรุ้ง","spatial":"บุรีรัมย์ (14.531947,102.940271)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/37"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธานปราสาทพนมรุ้ง","creator":"","description":"<p>จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทประธานปราสาทพนมรุ้งแสดงให้เห็นว่าเป็นศิลปะแบบนครวัด แต่ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบบางประการที่สืบต่อจากศิลปะแบบบาปวน จึงทำให้นักวิชาการกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 แต่ไม่มีข้อมูลจากจารึกระบุชื่อผู้สร้าง สันนิษฐานกันว่างานส่วนใหญ่คงอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของท่านนเรนทราทิตย์ เชื้อสายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ เพราะจารึกที่พบจากปราสาทพนมรุ้งกล่าวสรรเสริญท่านไว้มาก และยังกล่าวว่าท่านได้บวชเป็นฤาษีอยู่ที่ศาสนสถานแห่งนี้</p>","provenance":"<p>จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทประธานปราสาทพนมรุ้งแสดงให้เห็นว่าเป็นศิลปะแบบนครวัด แต่ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบบางประการที่สืบต่อจากศิลปะแบบบาปวน จึงทำให้นักวิชาการกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 แต่ไม่มีข้อมูลจากจารึกระบุชื่อผู้สร้าง สันนิษฐานกันว่างานส่วนใหญ่คงอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของท่านนเรนทราทิตย์ เชื้อสายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ เพราะจารึกที่พบจากปราสาทพนมรุ้งกล่าวสรรเสริญท่านไว้มาก และยังกล่าวว่าท่านได้บวชเป็นฤาษีอยู่ที่ศาสนสถานแห่งนี้</p>","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทพนมรุ้ง, ปราสาทพนมรุ้ง","spatial":"บุรีรัมย์ (14.531947,102.940271)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/38"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กู่คำ","creator":"","description":"<p>ตำนานทางภาคเหนือกล่าวถึงประวัติเจดีย์กู่คำว่าสร้างขึ้นโดยพระยามังราย รายละเอียดแตกต่างกันออกไปบ้าง เช่นศักราชที่ให้ไว้ไม่ตรงกัน โดยชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1847 อันเป็นปีเดียวกันกับที่พระองค์สร้างเวียงกุมกามขึ้นทั้งยังบรรยายรูปแบบไว้เล็กน้อยว่า “เรียงรายไปด้วยพระพุทธรูป 60 องค์” ส่วนในตำนานมูลศาสนาบรรยายไว้ว่า “ก่อเป็นสี่เหลี่ยม แต่ละด้านให้มีพระพุทธเจ้า 14 องค์ แล้วให้ใส่คำแต่ยอดลงมาดูงามนัก ใส่ชื่อว่ากู่คำ”</p> ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงโยนการพิจิตร (หม่องปันโหย่) คหบดีชาวพม่า เมื่อ พ.ศ. 2449","provenance":"<p>ตำนานทางภาคเหนือกล่าวถึงประวัติเจดีย์กู่คำว่าสร้างขึ้นโดยพระยามังราย รายละเอียดแตกต่างกันออกไปบ้าง เช่นศักราชที่ให้ไว้ไม่ตรงกัน โดยชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1847 อันเป็นปีเดียวกันกับที่พระองค์สร้างเวียงกุมกามขึ้นทั้งยังบรรยายรูปแบบไว้เล็กน้อยว่า “เรียงรายไปด้วยพระพุทธรูป 60 องค์” ส่วนในตำนานมูลศาสนาบรรยายไว้ว่า “ก่อเป็นสี่เหลี่ยม แต่ละด้านให้มีพระพุทธเจ้า 14 องค์ แล้วให้ใส่คำแต่ยอดลงมาดูงามนัก ใส่ชื่อว่ากู่คำ”</p> ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงโยนการพิจิตร (หม่องปันโหย่) คหบดีชาวพม่า เมื่อ พ.ศ. 2449","subject":"กู่คำ, เจดีย์เหลี่ยม, วัดจามเทวี, เจดีย์กู่กุด, วัดกู่คำ","spatial":"เชียงใหม่ (18.754046,98.995629)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/39"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์หลวง","creator":"","description":"<p>ตำนานทางภาคเหนือ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าพระเจ้าผายูกษัตริย์เชียงใหม่เป็นผู้สร้างเจดีย์หลวงขึ้นกลางเมือง มีความสูง 76 ศอก ฐานแต่ละด้านกว้าง 48 ศอก</p><p>ด้วยขนาดที่ใหญ่โตจึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาสร้างยาวนานหลายรัชกาล พบหลักฐานในชินกาลมาลีปกรณ์ว่าพระเจ้ากือนาสร้างซุ้มจระนำด้านทิศใต้ขึ้นมาใหม่เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ต่อมาพระเจ้าแสนเมืองมาได้สร้างเจดีย์หลวงต่อ แต่การยังไม่แล้วเสร็จพระองค์ได้สวรรคตลง พระมเหสีจึงดำเนินการต่อจนยอดเจดีย์หลวงสร้างสำเร็จ </p><p>ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุต่อไปว่า ในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อแล้วเสร็จทำให้ยอดของเจดีย์หลวงมียอดเป็นอันเดียว ฐานกว้างด้านละ 52 ศอก สูง 92 ศอก ทำแท่นวางดอกไม้แต่ละด้านยาวประมาณ 57 ศอก สูง 2 ศอกกว่า ล้อมด้วยกำแพงศิลายาว 228 ศอก กว้าง 150 ศอก ฉาบปูนพระเจดีย์ หุ้มเจดีย์หลวงด้วยแผ่นทองแดงอันอาบด้วยน้ำตะโกทอง (น้ำยาผสมน้ำมันยางและหรดาล) และปิดทองคำเปลวทับ</p> พงศาวดารโยนกกล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวงโดยพระเจ้าติโลกราชต่างออกไปจากชินกาลมาลีปกรณ์เป็นบางส่วน กล่าวคือ พระองค์โปรดให้หมื่นด้ำพร้าคต (สีหะเสนาบดี) ออกไปถ่ายแบบโลหะปราสาทและรัตนมาลีเจดีย์ที่ลังกาทวีปแล้วให้ท่านเป็นผู้อำนวยการปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวง โดยเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2022 เมื่อแล้วเสร็จได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากลังกาไว้ด้วย พร้อมกันนั้นยังสร้างหอประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระแก้วขาวตามอย่างโลหะปราสาท","provenance":"<p>ตำนานทางภาคเหนือ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าพระเจ้าผายูกษัตริย์เชียงใหม่เป็นผู้สร้างเจดีย์หลวงขึ้นกลางเมือง มีความสูง 76 ศอก ฐานแต่ละด้านกว้าง 48 ศอก</p><p>ด้วยขนาดที่ใหญ่โตจึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาสร้างยาวนานหลายรัชกาล พบหลักฐานในชินกาลมาลีปกรณ์ว่าพระเจ้ากือนาสร้างซุ้มจระนำด้านทิศใต้ขึ้นมาใหม่เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ต่อมาพระเจ้าแสนเมืองมาได้สร้างเจดีย์หลวงต่อ แต่การยังไม่แล้วเสร็จพระองค์ได้สวรรคตลง พระมเหสีจึงดำเนินการต่อจนยอดเจดีย์หลวงสร้างสำเร็จ </p><p>ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุต่อไปว่า ในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อแล้วเสร็จทำให้ยอดของเจดีย์หลวงมียอดเป็นอันเดียว ฐานกว้างด้านละ 52 ศอก สูง 92 ศอก ทำแท่นวางดอกไม้แต่ละด้านยาวประมาณ 57 ศอก สูง 2 ศอกกว่า ล้อมด้วยกำแพงศิลายาว 228 ศอก กว้าง 150 ศอก ฉาบปูนพระเจดีย์ หุ้มเจดีย์หลวงด้วยแผ่นทองแดงอันอาบด้วยน้ำตะโกทอง (น้ำยาผสมน้ำมันยางและหรดาล) และปิดทองคำเปลวทับ</p> พงศาวดารโยนกกล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวงโดยพระเจ้าติโลกราชต่างออกไปจากชินกาลมาลีปกรณ์เป็นบางส่วน กล่าวคือ พระองค์โปรดให้หมื่นด้ำพร้าคต (สีหะเสนาบดี) ออกไปถ่ายแบบโลหะปราสาทและรัตนมาลีเจดีย์ที่ลังกาทวีปแล้วให้ท่านเป็นผู้อำนวยการปฏิสังขรณ์เจดีย์หลวง โดยเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2022 เมื่อแล้วเสร็จได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากลังกาไว้ด้วย พร้อมกันนั้นยังสร้างหอประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระแก้วขาวตามอย่างโลหะปราสาท","subject":"เจดีย์หลวง, วัดเจดีย์หลวง, ศิลปะล้านนา, พระเจ้าติโลกราช, ชินกาลมาลีปกรณ์, พระเจ้าแสนเมืองมา, พระเจ้ากือนา","spatial":"เชียงใหม่ (18.786944,98.986552)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/40"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุดอยสุเทพ","creator":"","description":"<p>พงศาวดารโยนกให้ข้อมูลว่า พระเจ้ากือนาได้แสวงหาสถานที่อันควรประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระสุมนเถระอัญเชิญมาจากสุโขทัย จึงอัญเชิญผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสถิตเหนือช้างพระที่นั่ง เสี่ยงทายหาที่ประดิษฐาน ช้างพระที่นั่งจึงบ่ายหน้าขึ้นสู่ยอดดอยสุเทพ จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขา เมื่อ พ.ศ. 1929</p> ต่อมาพระเมืองเกษเกล้าได้บูรณปฏิสังขรณ์ให้ใหญ่โตขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2081 และในสมัยพระเมกุฏิ พ.ศ. 2100 ได้หุ้มทองจังโกเจดีย์ทั้งองค์","provenance":"<p>พงศาวดารโยนกให้ข้อมูลว่า พระเจ้ากือนาได้แสวงหาสถานที่อันควรประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระสุมนเถระอัญเชิญมาจากสุโขทัย จึงอัญเชิญผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสถิตเหนือช้างพระที่นั่ง เสี่ยงทายหาที่ประดิษฐาน ช้างพระที่นั่งจึงบ่ายหน้าขึ้นสู่ยอดดอยสุเทพ จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขา เมื่อ พ.ศ. 1929</p> ต่อมาพระเมืองเกษเกล้าได้บูรณปฏิสังขรณ์ให้ใหญ่โตขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2081 และในสมัยพระเมกุฏิ พ.ศ. 2100 ได้หุ้มทองจังโกเจดีย์ทั้งองค์","subject":"พระธาตุดอยสุเทพ, วัดพระธาตุดอยสุเทพ","spatial":"เชียงใหม่ (18.805023,98.921607)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/41"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วิหารมหาโพธิ์","creator":"","description":"<p>ตำนานทางล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ให้ข้อมูลว่าวัดมหาโพธรามแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าติโลกราช โดยพระองค์ได้สดับธรรมบรรยายถึงอานิสงส์ของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงโปรดให้สร้างวัดมหาโพธารามขึ้นเพื่อปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อ พ.ศ. 1999 นอกจากนี้พระองค์ยังโปรดให้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นอีก คือ สร้างเวทีให้เห็นเหมือนต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธองค์ผจญมาร และสัตตมหาสถาน ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2020 โปรดให้สร้างมหาวิหารขึ้นในวัดนี้ ซึ่งอาจหมายถึงอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่าวิหารเจ็ดยอดก็เป็นได้</p> ส่วนพงศาวดารโยนกเอ่ยถึงประวัติได้อย่างสังเขปว่า พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราชโปรดให้ปลูกโพธิ์ลังกาและสร้างมหาอาราม พร้อมทั้งผูกพัทธสีมา เรียกนามอารามว่า วัดโพธารามหาวิหาร","provenance":"<p>ตำนานทางล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ให้ข้อมูลว่าวัดมหาโพธรามแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าติโลกราช โดยพระองค์ได้สดับธรรมบรรยายถึงอานิสงส์ของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงโปรดให้สร้างวัดมหาโพธารามขึ้นเพื่อปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อ พ.ศ. 1999 นอกจากนี้พระองค์ยังโปรดให้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นอีก คือ สร้างเวทีให้เห็นเหมือนต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธองค์ผจญมาร และสัตตมหาสถาน ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2020 โปรดให้สร้างมหาวิหารขึ้นในวัดนี้ ซึ่งอาจหมายถึงอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่าวิหารเจ็ดยอดก็เป็นได้</p> ส่วนพงศาวดารโยนกเอ่ยถึงประวัติได้อย่างสังเขปว่า พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราชโปรดให้ปลูกโพธิ์ลังกาและสร้างมหาอาราม พร้อมทั้งผูกพัทธสีมา เรียกนามอารามว่า วัดโพธารามหาวิหาร","subject":"วัดเจ็ดยอด, วิหารมหาโพธิ์, ศิลปะล้านนา, วัดโพธารามมหาวิหาร","spatial":"เชียงใหม่ (18.80906,98.971712)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/42"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์กู่เต้า","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง</p>","subject":"เจดีย์กู่เต้า, กู่เต้า, วัดกู่เต้า","spatial":"เชียงใหม่ (18.802317,98.988464)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/43"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดอุโมงค์เถรจันทร์","creator":"","description":"<p>วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย โดยมีชื่อว่า วัดไผ่สิบเอ็ดกอ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากือนาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรจันทร์ ประกอบกับภายในวัดมีอาคารก่ออิฐที่มีอุโมงค์อยู่ภายใน จึงเรียกนามวัดนี้ว่า วัดอุโมงค์เถรจันทร์ เข้าใจว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงต้นของสมัยล้านนานี้เช่นกัน</p>","provenance":"<p>วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย โดยมีชื่อว่า วัดไผ่สิบเอ็ดกอ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากือนาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรจันทร์ ประกอบกับภายในวัดมีอาคารก่ออิฐที่มีอุโมงค์อยู่ภายใน จึงเรียกนามวัดนี้ว่า วัดอุโมงค์เถรจันทร์ เข้าใจว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงต้นของสมัยล้านนานี้เช่นกัน</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงกลม, วัดอุโมงค์เถรจันทร์, วัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ, วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์","spatial":"เชียงใหม่ (18.783139,98.951268)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/44"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อุโมงค์","creator":"","description":"<p>วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย โดยมีชื่อว่า วัดไผ่สิบเอ็ดกอ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากือนาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรจันทร์ ประกอบกับภายในวัดมีอาคารก่ออิฐที่มีอุโมงค์อยู่ภายใน จึงเรียกนามวัดนี้ว่า วัดอุโมงค์เถรจันทร์</p>","provenance":"<p>วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย โดยมีชื่อว่า วัดไผ่สิบเอ็ดกอ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากือนาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรจันทร์ ประกอบกับภายในวัดมีอาคารก่ออิฐที่มีอุโมงค์อยู่ภายใน จึงเรียกนามวัดนี้ว่า วัดอุโมงค์เถรจันทร์</p>","subject":"วัดอุโมงค์เถรจันทร์, วัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ, วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์","spatial":"เชียงใหม่ (18.783467,98.951369)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/45"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วิหารพระสิงห์","creator":"","description":"<p>ประวัติวัดพระสิงห์ปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนกว่า พระยาผายูโปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของพระยาคำฟูเมื่อ พ.ศ.1887 แล้วให้สถาปนาเป็นพระอารามชื่อ พระเชียง ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่หน้าตลาด (ลี) จึงเรียกกันว่า วัดลีเชียงพระ </p><p>สำหรับตำนานมูลศาสนากล่าวถึงประวัติการสร้างต่างออกไป โดยระบุว่า พระยาผายูสร้างวัดลีเชียงพระขึ้น ครั้งนั้นพระองค์ประสงค์สร้างเจดีย์ไว้ในวัดจึงให้คนทั้งหลายหาดินและอิฐ โดยดินและอิฐนั้นนำมานั้นนำมาจากเจดีย์หางรอบ (หางรอม) แต่มีจำนวนน้อยนัก พระยาผายูจึงให้ก่อเป็นเจดีย์องค์เล็กไว้องค์หนึ่ง เรียกว่าวัดกู่น้อย </p><p>เมื่อพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานยังอารามนี้ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาจึงเรียกนามใหม่ว่า วัดพระสิหิงค์ จากนั้นวัดพระสิงห์ก็ได้รับการทำนุบำรุงเสมอมา ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งก่อนสมัยปัจจุบันเกิดขึ้นโดยการนำของครูบาศริชัย</p><p> ในส่วนของวิหารลายคำนั้น จากการศึกษาทางรูปแบบศิลปกรรมที่เทียบได้กับวิหารที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะตรงกับ พ.ศ.2407 ตามที่ได้พบในพงศาวดารโยนกก็ได้ โดยเป็นการซ่อมแซมอยู่บนรากฐานวิหารหลังเดิม<br></p>","provenance":"<p>ประวัติวัดพระสิงห์ปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนกว่า พระยาผายูโปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของพระยาคำฟูเมื่อ พ.ศ.1887 แล้วให้สถาปนาเป็นพระอารามชื่อ พระเชียง ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่หน้าตลาด (ลี) จึงเรียกกันว่า วัดลีเชียงพระ </p><p>สำหรับตำนานมูลศาสนากล่าวถึงประวัติการสร้างต่างออกไป โดยระบุว่า พระยาผายูสร้างวัดลีเชียงพระขึ้น ครั้งนั้นพระองค์ประสงค์สร้างเจดีย์ไว้ในวัดจึงให้คนทั้งหลายหาดินและอิฐ โดยดินและอิฐนั้นนำมานั้นนำมาจากเจดีย์หางรอบ (หางรอม) แต่มีจำนวนน้อยนัก พระยาผายูจึงให้ก่อเป็นเจดีย์องค์เล็กไว้องค์หนึ่ง เรียกว่าวัดกู่น้อย </p><p>เมื่อพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานยังอารามนี้ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาจึงเรียกนามใหม่ว่า วัดพระสิหิงค์ จากนั้นวัดพระสิงห์ก็ได้รับการทำนุบำรุงเสมอมา ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งก่อนสมัยปัจจุบันเกิดขึ้นโดยการนำของครูบาศริชัย</p><p> ในส่วนของวิหารลายคำนั้น จากการศึกษาทางรูปแบบศิลปกรรมที่เทียบได้กับวิหารที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะตรงกับ พ.ศ.2407 ตามที่ได้พบในพงศาวดารโยนกก็ได้ โดยเป็นการซ่อมแซมอยู่บนรากฐานวิหารหลังเดิม<br></p>","subject":"วัดพระสิงห์, วิหารพระสิงห์, วิหารลายคำ","spatial":"เชียงใหม่ (18.788366,98.98119)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/46"},{"type":"จิตรกรรม","title":"วิหารพระสิงห์","creator":"","description":"<p>ประวัติวัดพระสิงห์ปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนกว่า พระยาผายูโปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของพระยาคำฟูเมื่อ พ.ศ.1887 แล้วให้สถาปนาเป็นพระอารามชื่อ พระเชียง ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่หน้าตลาด (ลี) จึงเรียกกันว่า วัดลีเชียงพระ</p><p>สำหรับตำนานมูลศาสนากล่าวถึงประวัติการสร้างต่างออกไป โดยระบุว่า พระยาผายูสร้างวัดลีเชียงพระขึ้น ครั้งนั้นพระองค์ประสงค์สร้างเจดีย์ไว้ในวัดจึงให้คนทั้งหลายหาดินและอิฐ โดยดินและอิฐนั้นนำมานั้นนำมาจากเจดีย์หางรอบ (หางรอม) แต่มีจำนวนน้อยนัก พระยาผายูจึงให้ก่อเป็นเจดีย์องค์เล็กไว้องค์หนึ่ง เรียกว่าวัดกู่น้อย </p><p>เมื่อพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานยังอารามนี้ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาจึงเรียกนามใหม่ว่า วัดพระสิหิงค์ จากนั้นวัดพระสิงห์ก็ได้รับการทำนุบำรุงเสมอมา ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งก่อนสมัยปัจจุบันเกิดขึ้นโดยการนำของครูบาศริชัย</p> ในส่วนของวิหารลายคำนั้น จากการศึกษาทางรูปแบบศิลปกรรมที่เทียบได้กับวิหารที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะตรงกับ พ.ศ.2407 ตามที่ได้พบในพงศาวดารโยนกก็ได้ โดยเป็นการซ่อมแซมอยู่บนรากฐานวิหารหลังเดิม","provenance":"<p>ประวัติวัดพระสิงห์ปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนกว่า พระยาผายูโปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของพระยาคำฟูเมื่อ พ.ศ.1887 แล้วให้สถาปนาเป็นพระอารามชื่อ พระเชียง ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่หน้าตลาด (ลี) จึงเรียกกันว่า วัดลีเชียงพระ</p><p>สำหรับตำนานมูลศาสนากล่าวถึงประวัติการสร้างต่างออกไป โดยระบุว่า พระยาผายูสร้างวัดลีเชียงพระขึ้น ครั้งนั้นพระองค์ประสงค์สร้างเจดีย์ไว้ในวัดจึงให้คนทั้งหลายหาดินและอิฐ โดยดินและอิฐนั้นนำมานั้นนำมาจากเจดีย์หางรอบ (หางรอม) แต่มีจำนวนน้อยนัก พระยาผายูจึงให้ก่อเป็นเจดีย์องค์เล็กไว้องค์หนึ่ง เรียกว่าวัดกู่น้อย </p><p>เมื่อพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานยังอารามนี้ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาจึงเรียกนามใหม่ว่า วัดพระสิหิงค์ จากนั้นวัดพระสิงห์ก็ได้รับการทำนุบำรุงเสมอมา ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งก่อนสมัยปัจจุบันเกิดขึ้นโดยการนำของครูบาศริชัย</p> ในส่วนของวิหารลายคำนั้น จากการศึกษาทางรูปแบบศิลปกรรมที่เทียบได้กับวิหารที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะตรงกับ พ.ศ.2407 ตามที่ได้พบในพงศาวดารโยนกก็ได้ โดยเป็นการซ่อมแซมอยู่บนรากฐานวิหารหลังเดิม","subject":"วัดพระสิงห์, วิหารพระสิงห์, วิหารลายคำ","spatial":"เชียงใหม่ (18.788366,98.98119)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/47"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เทวดาปูนปั้น","creator":"","description":"<p>ตำนานทางล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ให้ข้อมูลว่าวัดมหาโพธารามแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าติโลกราช โดยพระองค์ได้สดับธรรมบรรยายถึงอานิสงส์ของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงโปรดให้สร้างวัดมหาโพธารามขึ้นเพื่อปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อ พ.ศ. 1999 นอกจากนี้พระองค์ยังโปรดให้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นอีก คือ สร้างเวทีให้เห็นเหมือนต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธองค์ผจญมาร และสัตตมหาสถาน ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2020 โปรดให้สร้างมหาวิหารขึ้นในวัดนี้ ซึ่งอาจหมายถึงอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่าวิหารเจ็ดยอดก็เป็นได้</p> ส่วนพงศาวดารโยนกเอ่ยถึงประวัติได้อย่างสังเขปว่า พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราชโปรดให้ปลูกโพธิ์ลังกาและสร้างมหาอาราม พร้อมทั้งผูกพัทธสีมา เรียกนามอารามว่า วัดโพธารามหาวิหาร","provenance":"<p>ตำนานทางล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ให้ข้อมูลว่าวัดมหาโพธารามแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าติโลกราช โดยพระองค์ได้สดับธรรมบรรยายถึงอานิสงส์ของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงโปรดให้สร้างวัดมหาโพธารามขึ้นเพื่อปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อ พ.ศ. 1999 นอกจากนี้พระองค์ยังโปรดให้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นอีก คือ สร้างเวทีให้เห็นเหมือนต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธองค์ผจญมาร และสัตตมหาสถาน ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2020 โปรดให้สร้างมหาวิหารขึ้นในวัดนี้ ซึ่งอาจหมายถึงอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่าวิหารเจ็ดยอดก็เป็นได้</p> ส่วนพงศาวดารโยนกเอ่ยถึงประวัติได้อย่างสังเขปว่า พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราชโปรดให้ปลูกโพธิ์ลังกาและสร้างมหาอาราม พร้อมทั้งผูกพัทธสีมา เรียกนามอารามว่า วัดโพธารามหาวิหาร","subject":"วิหารมหาโพธิ์, วัดมหาโพธาราม, ศิลปะล้านนา, เทวดา, วัดโพธารามมหาวิหาร","spatial":"เชียงใหม่ (18.80906,98.971712)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/48"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดป่าสัก","creator":"","description":"<p>พงศาวดารภาคที่ 61 ให้ข้อมูลว่าพระเจ้าแสนภูโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นภายหลังจากสร้างเมืองเชียงแสน 4 ปี โดยตั้งอยู่นอกประตูเมือง ปลูกต้นสัก 300 ต้น จึงเรียกชื่ออารามนี้ว่า “อารามป่าสัก” ทั้งนี้ในชินกาลมาลีปกรณ์ระบุศักราชสร้างเมืองเชียงแสนว่าตรงกับ พ.ศ. 1871 ดังนั้นวัดป่าสักน่าจะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1875</p>","provenance":"<p>พงศาวดารภาคที่ 61 ให้ข้อมูลว่าพระเจ้าแสนภูโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นภายหลังจากสร้างเมืองเชียงแสน 4 ปี โดยตั้งอยู่นอกประตูเมือง ปลูกต้นสัก 300 ต้น จึงเรียกชื่ออารามนี้ว่า “อารามป่าสัก” ทั้งนี้ในชินกาลมาลีปกรณ์ระบุศักราชสร้างเมืองเชียงแสนว่าตรงกับ พ.ศ. 1871 ดังนั้นวัดป่าสักน่าจะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1875</p>","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท","spatial":"เชียงราย (20.273021,2242061.06)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/49"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สุนันทานุสาวรีย์","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2424เพื่อเป็นที่ระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระอัครมเหสีที่สิ้นพระชนม์จากเหตุการณ์เรือพระประเทียบล่มเมื่อ พ.ศ.2423 เนื่องจากทั้ง 2 พระองค์พระองค์เคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2417 และทรงชื่นชมความงามธรรมชาติของน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างยิ่ง</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2424เพื่อเป็นที่ระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระอัครมเหสีที่สิ้นพระชนม์จากเหตุการณ์เรือพระประเทียบล่มเมื่อ พ.ศ.2423 เนื่องจากทั้ง 2 พระองค์พระองค์เคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2417 และทรงชื่นชมความงามธรรมชาติของน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างยิ่ง</p>","subject":"สุนันทานุสาวรีย์, พีระมิดพระนางเรือล่ม, สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ , พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, น้ำตกพลิ้ว, อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเรือล่ม, พระนางเรือล่ม, รัชกาลที่ 5","spatial":"จันทบุรี (12.5261546,102.178528)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/50"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มณฑปพระสี่อิริยาบถ","creator":"","description":"<p>วัดพระสี่อิริยาบถไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของมณฑปประธานที่คล้ายคลึงกับวัดพระเชตุพนเมืองสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งจากรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่ยังพอหลงเหลืออยู่ ความนิยมทำพระพุทธรูปลีลา ทำให้กำหนดอายุการสร้างได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ทั้งนี้วัดแห่งนี้ยังอาจมีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งในราวพุทธศตวรรษที่ 21 ด้วย</p>","provenance":"<p>วัดพระสี่อิริยาบถไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของมณฑปประธานที่คล้ายคลึงกับวัดพระเชตุพนเมืองสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งจากรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่ยังพอหลงเหลืออยู่ ความนิยมทำพระพุทธรูปลีลา ทำให้กำหนดอายุการสร้างได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ทั้งนี้วัดแห่งนี้ยังอาจมีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งในราวพุทธศตวรรษที่ 21 ด้วย</p>","subject":"วัดพระสี่อิริยาบถ, พระสี่อิริยาบถ","spatial":"กำแพงเพชร (16.501321,99.51453)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/52"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธานวัดช้างรอบกำแพงเพชร","creator":"","description":"<p>วัดช้างรอบและเจดีย์ช้างรอบไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงศักราชการสร้าง แต่จากความนิยมเจดีย์ที่มีช้างล้อมในภาคกลางที่มีมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 จึงเชื่อว่าเจดีย์องค์นี้ควรสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นกัน</p>","provenance":"<p>วัดช้างรอบและเจดีย์ช้างรอบไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงศักราชการสร้าง แต่จากความนิยมเจดีย์ที่มีช้างล้อมในภาคกลางที่มีมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 จึงเชื่อว่าเจดีย์องค์นี้ควรสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นกัน</p>","subject":"เจดีย์ช้างล้อม, วัดช้างรอบกำแพงเพชร","spatial":"กำแพงเพชร (16.502948,99.509752)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/53"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเมืองสิงห์","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก ทำให้เทียบได้กับปราสาทในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือศิลปะบายนที่พบในประเทศไทย ประกอบกับโบราณวัตถุที่พบจากการขุดค้นขุดแต่ง เช่น พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ ก็สร้างขึ้นเนื่องในคติพุทธศาสนามหายาน และมีสุนทรียภาพตามที่นิยมในสมัยของพระองค์ จึงเชื่อว่าปราสาทเมืองสิงห์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18</p> ข้อความจากจารึกปราสาทพระขรรค์ ประเทศกัมพูชา ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ว่าโปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถไปยังเมืองต่างๆ 23 เมือง ในจำนวนดังกล่าวนั้นมีเมืองที่เชื่อว่าอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศไทยด้วย โดยเมืองสิงห์เชื่อว่าตรงกับชัยสิงหปุระ","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก ทำให้เทียบได้กับปราสาทในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือศิลปะบายนที่พบในประเทศไทย ประกอบกับโบราณวัตถุที่พบจากการขุดค้นขุดแต่ง เช่น พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ ก็สร้างขึ้นเนื่องในคติพุทธศาสนามหายาน และมีสุนทรียภาพตามที่นิยมในสมัยของพระองค์ จึงเชื่อว่าปราสาทเมืองสิงห์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18</p> ข้อความจากจารึกปราสาทพระขรรค์ ประเทศกัมพูชา ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ว่าโปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถไปยังเมืองต่างๆ 23 เมือง ในจำนวนดังกล่าวนั้นมีเมืองที่เชื่อว่าอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศไทยด้วย โดยเมืองสิงห์เชื่อว่าตรงกับชัยสิงหปุระ","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทเมืองสิงห์, ปราสาทเมืองสิงห์, เมืองสิงห์, เมืองสิงห์","spatial":"กาญจนบุรี (14.036178,99.243022)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/54"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุศรีสองรัก","creator":"","description":"<p>สร้างเมื่อ พ.ศ. 2103 ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา กับพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ล้านช้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธไมตรีระหว่างกัน เนื่องด้วยขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่ากำลังพยายามแผ่ขยายพระราชอำนาจมายังกรุงศรีอยุธยาและล้านช้าง เป็นสักขีพยานในความรักสนิทสนมระหว่างกษัตริย์ทั้งสอง จึงตั้งชื่อพระธาตุเจดีย์นี้ว่า “ศรีสองรัก”</p> นอกจากนี้พระธาตุศรีสองรักยังเสมือนเป็นหลักแดนระหว่างกรุงศรีอยุธยากับล้านช้างด้วย","provenance":"<p>สร้างเมื่อ พ.ศ. 2103 ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา กับพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ล้านช้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธไมตรีระหว่างกัน เนื่องด้วยขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่ากำลังพยายามแผ่ขยายพระราชอำนาจมายังกรุงศรีอยุธยาและล้านช้าง เป็นสักขีพยานในความรักสนิทสนมระหว่างกษัตริย์ทั้งสอง จึงตั้งชื่อพระธาตุเจดีย์นี้ว่า “ศรีสองรัก”</p> นอกจากนี้พระธาตุศรีสองรักยังเสมือนเป็นหลักแดนระหว่างกรุงศรีอยุธยากับล้านช้างด้วย","subject":"พระธาตุ, เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม, พระธาตุศรีสองรัก","spatial":"เลย (17.270075,101.140681)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/55"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุลำปางหลวง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างที่แน่ชัด แต่มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระธาตุลำปางหลวงซึ่งกล่าวถึงในสมัยพุทธกาลว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน หรือ บ้านลำปางหลวงในปัจจุบัน พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะชื่อลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร ได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามา 1 เส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอนผู้นั้น จึงได้นำพระเกศาบรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา จากนั้นได้ก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน</p> จากรูปแบบศิลปกรรมของพระธาตุลำปางหลวงสามารถเทียบได้กับเจดีย์องค์อื่นๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะนี้ และมีการซ่อมแซมมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2019 โดยพบหลักฐานจารึกที่วัดพระธาตุลำปางหลวงกล่าวถึงการบูรณะพระธาตุและพระเจ้าล้านทองในปีนั้น","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างที่แน่ชัด แต่มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระธาตุลำปางหลวงซึ่งกล่าวถึงในสมัยพุทธกาลว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน หรือ บ้านลำปางหลวงในปัจจุบัน พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะชื่อลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร ได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามา 1 เส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอนผู้นั้น จึงได้นำพระเกศาบรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา จากนั้นได้ก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน</p> จากรูปแบบศิลปกรรมของพระธาตุลำปางหลวงสามารถเทียบได้กับเจดีย์องค์อื่นๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะนี้ และมีการซ่อมแซมมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2019 โดยพบหลักฐานจารึกที่วัดพระธาตุลำปางหลวงกล่าวถึงการบูรณะพระธาตุและพระเจ้าล้านทองในปีนั้น","subject":"พระธาตุลำปางหลวง, ปราสาท","spatial":null,"temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/56"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มประตูโขง วัดพระธาตุลำปางหลวง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างที่แน่ชัด นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในคราวที่มีการบูรณะพระธาตุลำปางหลวงครั้งใหญ่ ในพ.ศ.2106</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างที่แน่ชัด นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในคราวที่มีการบูรณะพระธาตุลำปางหลวงครั้งใหญ่ ในพ.ศ.2106</p>","subject":"โขง, ซุ้มโขง, โขงประตู, ปราสาท","spatial":"ลำปาง (18.217315,99.389365)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/57"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์กู่กุด","creator":"","description":"<p>เจดีย์กู่กุดองค์นี้เชื่อว่าเป็นองค์เดียวกันกับเจดีย์มหาพล (วัดจามเทวีมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดทุ่งมหาพล) ซึ่งปรากฏในชินกาลมาลีปกรณ์ ว่าพระเจ้าทิตตะ (บางท่านเชื่อว่าเป็นองค์เดียวกันกับพระเจ้าอาทิตยราช) แห่งอาณาจักรหริภุญชัยสั่งให้เชลยศึกชาวละโว้สร้างขึ้น</p> ต่อมาเจดีย์องค์นี้คงได้รับการสร้างใหม่หรือปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าสรรพสิทธิ์ (สววาธิสิทธิ) ดังรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในจารึกซึ่งค้นพบบริเวณฐานเจดีย์องค์นี้ เนื้อความสรุปได้ว่าพระองค์ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์เจดีย์ที่ได้พังทลายลงเมื่อคราวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จโปรดให้ประดับเจดีย์ด้วยทอง","provenance":"<p>เจดีย์กู่กุดองค์นี้เชื่อว่าเป็นองค์เดียวกันกับเจดีย์มหาพล (วัดจามเทวีมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดทุ่งมหาพล) ซึ่งปรากฏในชินกาลมาลีปกรณ์ ว่าพระเจ้าทิตตะ (บางท่านเชื่อว่าเป็นองค์เดียวกันกับพระเจ้าอาทิตยราช) แห่งอาณาจักรหริภุญชัยสั่งให้เชลยศึกชาวละโว้สร้างขึ้น</p> ต่อมาเจดีย์องค์นี้คงได้รับการสร้างใหม่หรือปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าสรรพสิทธิ์ (สววาธิสิทธิ) ดังรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในจารึกซึ่งค้นพบบริเวณฐานเจดีย์องค์นี้ เนื้อความสรุปได้ว่าพระองค์ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์เจดีย์ที่ได้พังทลายลงเมื่อคราวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จโปรดให้ประดับเจดีย์ด้วยทอง","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, วัดจามเทวี, เจดีย์กู่กุด, วัดกู่กุด ","spatial":"ลำพูน (18.58168,98.996078)","temporal":"หริภุญชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/58"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"รัตนเจดีย์","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างรัตนเจดีย์แห่งวัดกู่กุด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมทำให้สามารถกำหนดอายุเจดีย์องค์นี้ว่าคงสร้างขึ้นในสมัยหริภุญชัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของพระพุทธรูปและซุ้มที่คล้ายคลึงกันกับที่พบในเจดีย์กู่กุด จึงกำหนดอายุไว้ในระยะเวลาเดียวกัน คือ พุทธศตวรรษที่ 16-18</p>","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างรัตนเจดีย์แห่งวัดกู่กุด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมทำให้สามารถกำหนดอายุเจดีย์องค์นี้ว่าคงสร้างขึ้นในสมัยหริภุญชัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของพระพุทธรูปและซุ้มที่คล้ายคลึงกันกับที่พบในเจดีย์กู่กุด จึงกำหนดอายุไว้ในระยะเวลาเดียวกัน คือ พุทธศตวรรษที่ 16-18</p>","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, วัดจามเทวี, เจดีย์กู่กุด, รัตนเจดีย์","spatial":"ลำพูน (18.581674,98.996314)","temporal":"หริภุญชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/59"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุหริภุญชัย","creator":"","description":"<p>พระธาตุหริภุญชัยปรากฏหลักฐานการสร้างในตำนานต่างๆ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ พงศาวดารโยนก รายละเอียดอาจแตกต่างกันไป แต่เนื้อหาหลักเป็นเช่นเดียวกันว่าพระเจ้าอาทิจจ์ หรือพระเจ้าอาทิตยราชผู้ครองอาณาจักรหริภุญชัยโปรดให้สร้างขึ้น</p><p>จามเทวีวงศ์ ตำนานมูลศาสนา และชินกาลมาลีปกรณ์ให้รายละเอียดกล่าวไว้คล้ายกันในลักษณะตำนานว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมายังตำแหน่งที่จะสร้างพระธาตุหริภุญชัย มีพุทธทำนายว่าเมื่อพระเจ้าอาทิจจ์ขึ้นครองราชสมบัติจะปรากฏพระบรมสารีริกธาตุขึ้นในที่แห่งนี้</p><p>เมื่อพระเจ้าอาทิตยราชขึ้นครองราชสมบัติก็ได้ทราบถึงพุทธทำนายดังกล่าว จึงอาราธนาให้พระบรมสารีริกธาตุแสดงปาฏิหาริย์ขึ้น พระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุอยู่ภายในผอบโดยพระเจ้าอโศกมหาราชก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ ชินกาลมาลีปกรณ์เล่าต่อว่า พระองค์จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ทรงปราสาทสูง 12 ศอก มีเสา 4 ต้น ประตู 4 ด้าน และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุลงในที่นั้น เมื่อ พ.ศ.1607 ครั้นต่อมาพระเจ้าสัพพาสิทธิได้ก่อเสริมให้สูงขึ้นเป็น 24 ศอก </p><p>ตำนานอื่นๆ มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไปบ้าง เช่น พงศาวดารโยนก กล่าวถึงพระธาตุที่สร้างขึ้นนี้ว่าสูง 1 เส้น 3 วา และยังสร้างโบสถ์ วิหาร การเปรียญ และอื่นๆ</p><p>ทั้งนี้น่าเสียดายที่เจดีย์ที่พระเจ้าอาทิตยราชโปรดให้สร้างขึ้นได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่หมดในสมัยล้านนา ไม่สามารถศึกษาได้แล้วในปัจจุบันทั้งนี้ร่องรอยหลักฐานการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในสมัยพระยามังราย ดังที่ตำนานมูลศาสนาได้ระบุว่า ให้คนทั้งหลายไปเอาหินมาแล้วก่อครอบให้กลม มิให้เป็นคูหาเหมือนดังก่อน สูงได้ 70 ศอก ตกแต่งให้สวยงาม</p><p>จากนั้นได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุหริภุญชัยมาเป็นระยะ ครั้งใหญ่และได้รับการบันทึกไว้ในตำนานฝ่ายเหนือ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าพระเจ้าแสนเมืองมาได้หุ้มพระธาตุด้วยแผ่นทองคำหนักสองแสนหนึ่งหมื่น ในขณะที่ตำนานมูลศาสนาระบุว่าหุ้มทองหนักเก้าแสนสามหมื่นห้าพัน จากนั้นยังคงมีการบูรณปฏิสังขรณ์มาเป็นระยะ </p><p> ทั้งนี้ได้ค้นพบว่าแผ่นทองบริเวณองค์ระฆังมีพระพุทธรูปดุนนูนประดับอยู่ 8 องค์ โดยองค์หนึ่งมีจารึกกำกับว่า เจ้าหมาเทวีผู้เป็นแม่แก่เจ้าพระยาทั้งสองพี่น้องเป็นผู้สร้าง จากรูปอักษรที่ใช้และเหตุการณ์ประวัติทำให้เชื่อว่าผู้สร้างน่าจะได้แก่พระนางจิตราเทวี ผู้เป็นพระราชชนนีของพระเจ้ากือนากับท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองเชียงใหม่และเชียงแสนในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ข้อมูลดังกล่าวนี้อาจทำให้ช่วยกำหนดอายุการสร้างหรือซ่อมแซมพระธาตุหริภุญชัยได้ดียิ่งขึ้น<br></p>","provenance":"<p>พระธาตุหริภุญชัยปรากฏหลักฐานการสร้างในตำนานต่างๆ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ พงศาวดารโยนก รายละเอียดอาจแตกต่างกันไป แต่เนื้อหาหลักเป็นเช่นเดียวกันว่าพระเจ้าอาทิจจ์ หรือพระเจ้าอาทิตยราชผู้ครองอาณาจักรหริภุญชัยโปรดให้สร้างขึ้น</p><p>จามเทวีวงศ์ ตำนานมูลศาสนา และชินกาลมาลีปกรณ์ให้รายละเอียดกล่าวไว้คล้ายกันในลักษณะตำนานว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมายังตำแหน่งที่จะสร้างพระธาตุหริภุญชัย มีพุทธทำนายว่าเมื่อพระเจ้าอาทิจจ์ขึ้นครองราชสมบัติจะปรากฏพระบรมสารีริกธาตุขึ้นในที่แห่งนี้</p><p>เมื่อพระเจ้าอาทิตยราชขึ้นครองราชสมบัติก็ได้ทราบถึงพุทธทำนายดังกล่าว จึงอาราธนาให้พระบรมสารีริกธาตุแสดงปาฏิหาริย์ขึ้น พระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุอยู่ภายในผอบโดยพระเจ้าอโศกมหาราชก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ ชินกาลมาลีปกรณ์เล่าต่อว่า พระองค์จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ทรงปราสาทสูง 12 ศอก มีเสา 4 ต้น ประตู 4 ด้าน และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุลงในที่นั้น เมื่อ พ.ศ.1607 ครั้นต่อมาพระเจ้าสัพพาสิทธิได้ก่อเสริมให้สูงขึ้นเป็น 24 ศอก </p><p>ตำนานอื่นๆ มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไปบ้าง เช่น พงศาวดารโยนก กล่าวถึงพระธาตุที่สร้างขึ้นนี้ว่าสูง 1 เส้น 3 วา และยังสร้างโบสถ์ วิหาร การเปรียญ และอื่นๆ</p><p>ทั้งนี้น่าเสียดายที่เจดีย์ที่พระเจ้าอาทิตยราชโปรดให้สร้างขึ้นได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่หมดในสมัยล้านนา ไม่สามารถศึกษาได้แล้วในปัจจุบันทั้งนี้ร่องรอยหลักฐานการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในสมัยพระยามังราย ดังที่ตำนานมูลศาสนาได้ระบุว่า ให้คนทั้งหลายไปเอาหินมาแล้วก่อครอบให้กลม มิให้เป็นคูหาเหมือนดังก่อน สูงได้ 70 ศอก ตกแต่งให้สวยงาม</p><p>จากนั้นได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุหริภุญชัยมาเป็นระยะ ครั้งใหญ่และได้รับการบันทึกไว้ในตำนานฝ่ายเหนือ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าพระเจ้าแสนเมืองมาได้หุ้มพระธาตุด้วยแผ่นทองคำหนักสองแสนหนึ่งหมื่น ในขณะที่ตำนานมูลศาสนาระบุว่าหุ้มทองหนักเก้าแสนสามหมื่นห้าพัน จากนั้นยังคงมีการบูรณปฏิสังขรณ์มาเป็นระยะ </p><p> ทั้งนี้ได้ค้นพบว่าแผ่นทองบริเวณองค์ระฆังมีพระพุทธรูปดุนนูนประดับอยู่ 8 องค์ โดยองค์หนึ่งมีจารึกกำกับว่า เจ้าหมาเทวีผู้เป็นแม่แก่เจ้าพระยาทั้งสองพี่น้องเป็นผู้สร้าง จากรูปอักษรที่ใช้และเหตุการณ์ประวัติทำให้เชื่อว่าผู้สร้างน่าจะได้แก่พระนางจิตราเทวี ผู้เป็นพระราชชนนีของพระเจ้ากือนากับท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองเชียงใหม่และเชียงแสนในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ข้อมูลดังกล่าวนี้อาจทำให้ช่วยกำหนดอายุการสร้างหรือซ่อมแซมพระธาตุหริภุญชัยได้ดียิ่งขึ้น<br></p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, พระธาตุหริภุญชัย, ศิลปะล้านนา, ชินกาลมาลีปกรณ์","spatial":"ลำพูน (18.577336,99.007765)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/60"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ","creator":"","description":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2399<br></p>","provenance":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2399<br></p>","subject":"พระที่นั่ง, หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ, พระนารายณ์ราชนิเวศน์, รัชกาลที่ 4","spatial":"ลพบุรี (14.7999927,100.609842)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/61"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์พระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี","creator":"","description":"<p>ปรางค์พระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรีไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากการศึกษาทางด้านรูปแบบ โครงสร้าง และลวดลาย พบว่ามีความใกล้เคียงกับปราสาทในวัฒนธรรมเขมรกว่าปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีราว 100 ปี หรือราว พ.ศ. 1800 และมีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งในราวรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์</p>","provenance":"<p>ปรางค์พระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรีไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากการศึกษาทางด้านรูปแบบ โครงสร้าง และลวดลาย พบว่ามีความใกล้เคียงกับปราสาทในวัฒนธรรมเขมรกว่าปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีราว 100 ปี หรือราว พ.ศ. 1800 และมีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งในราวรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์</p>","subject":"ปรางค์, ปรางค์, ปรางค์, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี","spatial":"ลพบุรี (14.798756,100.613852)","temporal":"ก่อนอยุธยา, สุโขทัย, อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/63"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระนารายณ์ราชนิเวศน์","creator":"","description":"<p>คำให้การชาวกรุงเก่าได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ขึ้นครองราชย์ได้ 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ตรงกับ พ.ศ. 2209 สันนิษฐานกันว่าพระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเพราะกรุงศรีอยุธยาใกล้กับปากน้ำเจ้าพระยาเกินไป หากเกิดข้อพิพาทกับชาติตะวันตกก็อาจทำให้เสียทีได้ง่าย เพราะเมื่อ พ.ศ.2207 ได้เกิดข้อพิพาทกับฮอลันดาจนนำเรือมาปิดปากอ่าว บังคับให้กรุงศรีอยุธยาทำสนธิสัญญาเสียเปรียบทางการค้า</p><p>พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์เกือบทั้งตลอดปี พระองค์สวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ในพระราชวังแห่งนี้ ก่อนที่พระองค์จะสวรรคตได้เกิดการยึดอำนาจโดยกลุ่มพระเพทราชา พระองค์เกรงว่าภัยจะมาถึงข้าราชบริพารจึงถวายพระราชวังให้เป็นวิสุงคามสีมาแด่สงฆ์ ให้ข้าราชบริพารอุปสมบทภายในพระราชวัง </p> เมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตพระราชวังแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างลง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ผาติกรรมคืนโดยซื้อที่ดินถวายแด่สงฆ์เพื่อแลกเปลี่ยนกับที่ดินของพระราชวัง และได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ อีก 3 วัด ได้แก่ วัดชุมพลนิกายาราม วัดเสนาสนาราม และวัดกรวิศราราม พระองค์ได้บูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังขึ้นใหม่และพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์","provenance":"<p>คำให้การชาวกรุงเก่าได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ขึ้นครองราชย์ได้ 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ตรงกับ พ.ศ. 2209 สันนิษฐานกันว่าพระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเพราะกรุงศรีอยุธยาใกล้กับปากน้ำเจ้าพระยาเกินไป หากเกิดข้อพิพาทกับชาติตะวันตกก็อาจทำให้เสียทีได้ง่าย เพราะเมื่อ พ.ศ.2207 ได้เกิดข้อพิพาทกับฮอลันดาจนนำเรือมาปิดปากอ่าว บังคับให้กรุงศรีอยุธยาทำสนธิสัญญาเสียเปรียบทางการค้า</p><p>พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์เกือบทั้งตลอดปี พระองค์สวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ในพระราชวังแห่งนี้ ก่อนที่พระองค์จะสวรรคตได้เกิดการยึดอำนาจโดยกลุ่มพระเพทราชา พระองค์เกรงว่าภัยจะมาถึงข้าราชบริพารจึงถวายพระราชวังให้เป็นวิสุงคามสีมาแด่สงฆ์ ให้ข้าราชบริพารอุปสมบทภายในพระราชวัง </p> เมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตพระราชวังแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างลง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ผาติกรรมคืนโดยซื้อที่ดินถวายแด่สงฆ์เพื่อแลกเปลี่ยนกับที่ดินของพระราชวัง และได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ อีก 3 วัด ได้แก่ วัดชุมพลนิกายาราม วัดเสนาสนาราม และวัดกรวิศราราม พระองค์ได้บูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังขึ้นใหม่และพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์","subject":"พระนารายณ์ราชนิเวศน์, พระนารายณ์มหาราช","spatial":"ลพบุรี (14.799766,100.61001)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/64"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท","creator":"","description":"<p>พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทคงสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เพราะเป็นพระที่นั่งหลัก ใช้เป็นที่ออกว่าราชการ คำให้การชาวกรุงเก่าให้ข้อมูลว่าหลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแล้ว 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2209<br></p>","provenance":"<p>พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทคงสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เพราะเป็นพระที่นั่งหลัก ใช้เป็นที่ออกว่าราชการ คำให้การชาวกรุงเก่าให้ข้อมูลว่าหลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแล้ว 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2209<br></p>","subject":"พระที่นั่ง, พระนารายณ์ราชนิเวศน์, พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท, พระนารายณ์มหาราช","spatial":"ลพบุรี (14.799766,100.61001)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/65"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตึกรับรองราชทูต","creator":"","description":"<p>ตึกรับรองราชทูตคงสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งคำให้การชาวกรุงเก่าให้ข้อมูลว่าหลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแล้ว 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2209</p>","provenance":"<p>ตึกรับรองราชทูตคงสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งคำให้การชาวกรุงเก่าให้ข้อมูลว่าหลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแล้ว 10 ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2209</p>","subject":"พระนารายณ์ราชนิเวศน์, พระนารายณ์ราชนิเวศน์, ตึกรับราชทูต, ตึกรับราชทูต","spatial":"ลพบุรี (14.799568,100.611352)","temporal":"อยุธยา, อยุธยาตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/66"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์แขก","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่พบจากปราสาทประธาน 3 หลัง เช่น การทำเสาอิงหรือเสาหลอกที่มุมประธาน การทำซุ้มประดิษฐานรูปเคารพภายในครรภคฤหะโดยซุ้มประกอบด้วยวงโค้งสามวง เป็นรูปแบบที่พบได้ในปราสาทเขมรช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 จึงเชื่อว่าปรางค์แขกคงสร้างขึ้นในระยะเวลานี้</p> จากนั้นมีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ มีการเสริมอิฐที่ปราสาททั้งสาม สร้างวิหารทางด้านหน้า และสร้างอาคารเก็บกักน้ำ ทั้งนี้สำหรับปราสาทหลังเหนือมีนักวิชาการบางท่าน เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง ให้ความเห็นว่าน่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดในสมัยกรุงศรีอยุธยาบนแทนที่ปราสาทหลังเดิมที่พังทลายไปแล้ว","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่พบจากปราสาทประธาน 3 หลัง เช่น การทำเสาอิงหรือเสาหลอกที่มุมประธาน การทำซุ้มประดิษฐานรูปเคารพภายในครรภคฤหะโดยซุ้มประกอบด้วยวงโค้งสามวง เป็นรูปแบบที่พบได้ในปราสาทเขมรช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 จึงเชื่อว่าปรางค์แขกคงสร้างขึ้นในระยะเวลานี้</p> จากนั้นมีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ มีการเสริมอิฐที่ปราสาททั้งสาม สร้างวิหารทางด้านหน้า และสร้างอาคารเก็บกักน้ำ ทั้งนี้สำหรับปราสาทหลังเหนือมีนักวิชาการบางท่าน เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง ให้ความเห็นว่าน่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดในสมัยกรุงศรีอยุธยาบนแทนที่ปราสาทหลังเดิมที่พังทลายไปแล้ว","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปรางค์แขก","spatial":"ลพบุรี (14.802295,100.611642)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/67"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์สามยอด","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากวัสดุที่ใช้ศิลาแลงเป็นหลัก ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้น ซึ่งเป็นวัสดุที่พบได้ในปราสาทเขมรในดินแดนไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าพระปรางค์สามยอดน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลานี้เช่นกัน</p> ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีการบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม และสร้างวิหารทางด้านหน้าขึ้น","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากวัสดุที่ใช้ศิลาแลงเป็นหลัก ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้น ซึ่งเป็นวัสดุที่พบได้ในปราสาทเขมรในดินแดนไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าพระปรางค์สามยอดน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลานี้เช่นกัน</p> ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีการบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม และสร้างวิหารทางด้านหน้าขึ้น","subject":"ปรางค์, พระปรางค์สามยอด, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ลพบุรี, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, พระนารายณ์มหาราช","spatial":"ลพบุรี (14.803001,100.614006)","temporal":"เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/68"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทพิมาย","creator":"","description":"<p>ปราสาทพิมายไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดว่าเริ่มเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ข้อมูลจากรูปแบบทางศิลปกรรมและจารึกทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวกลาง - ครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 เพราะศิลปกรรมเป็นแบบบาปวนผสมกับนครวัด</p><p>อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นขุดต่างทางโบราณคดีทำให้พบปราสาทก่ออิฐอยู่ใต้ปราสาทประธานและโคปุระ ปราสาทอิฐนี้ถูกรื้อลงเมื่อคราวสร้างปราสาทพิมายหลังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นหลักฐานว่าปราสาทหินหลังปัจจุบันซ้อนทับอยู่บนศาสนสถานที่เก่าแก่กว่า แต่ไม่อาจกำหนดอายุที่แน่ชัดได้</p> ล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญมาก พระองค์จึงโปรดให้สร้างที่พักพร้อมไฟหรือที่พักคนเดินทางระหว่างทางจากเมืองพระนครมายังเมืองพิมาย ช่วงเวลานี้ปราสาทพิมายยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี อาจมีการสร้างปรางค์พรหมทัตเพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นปรางค์ที่สร้างจากศิลาแลงซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับปราสาทในสมัยของพระองค์ ภายในปรางค์พรหมทัตคันพบรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปท้าวพรหมทัตตามตำนานท้องถิ่น","provenance":"<p>ปราสาทพิมายไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดว่าเริ่มเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ข้อมูลจากรูปแบบทางศิลปกรรมและจารึกทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวกลาง - ครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 เพราะศิลปกรรมเป็นแบบบาปวนผสมกับนครวัด</p><p>อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นขุดต่างทางโบราณคดีทำให้พบปราสาทก่ออิฐอยู่ใต้ปราสาทประธานและโคปุระ ปราสาทอิฐนี้ถูกรื้อลงเมื่อคราวสร้างปราสาทพิมายหลังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นหลักฐานว่าปราสาทหินหลังปัจจุบันซ้อนทับอยู่บนศาสนสถานที่เก่าแก่กว่า แต่ไม่อาจกำหนดอายุที่แน่ชัดได้</p> ล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญมาก พระองค์จึงโปรดให้สร้างที่พักพร้อมไฟหรือที่พักคนเดินทางระหว่างทางจากเมืองพระนครมายังเมืองพิมาย ช่วงเวลานี้ปราสาทพิมายยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี อาจมีการสร้างปรางค์พรหมทัตเพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นปรางค์ที่สร้างจากศิลาแลงซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับปราสาทในสมัยของพระองค์ ภายในปรางค์พรหมทัตคันพบรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปท้าวพรหมทัตตามตำนานท้องถิ่น","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย","spatial":"นครราชสีมา (15.221047,102.493763)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/69"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธานพิมาย","creator":"","description":"<p>ปราสาทพิมายไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดว่าเริ่มเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ข้อมูลจากรูปแบบทางศิลปกรรมและจารึกทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวกลาง - ครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 เพราะศิลปกรรมเป็นแบบบาปวนผสมกับนครวัด</p><p>อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นขุดต่างทางโบราณคดีทำให้พบปราสาทก่ออิฐอยู่ใต้ปราสาทประธานและโคปุระ ปราสาทอิฐนี้ถูกรื้อลงเมื่อคราวสร้างปราสาทพิมายหลังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นหลักฐานว่าปราสาทหินหลังปัจจุบันซ้อนทับอยู่บนศาสนสถานที่เก่าแก่กว่า แต่ไม่อาจกำหนดอายุที่แน่ชัดได้</p> ล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญมาก พระองค์จึงโปรดให้สร้างที่พักพร้อมไฟหรือที่พักคนเดินทางระหว่างทางจากเมืองพระนครมายังเมืองพิมาย ช่วงเวลานี้ปราสาทพิมายยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี อาจมีการสร้างปรางค์พรหมทัตเพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นปรางค์ที่สร้างจากศิลาแลงซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับปราสาทในสมัยของพระองค์ ภายในปรางค์พรหมทัตคันพบรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปท้าวพรหมทัตตามตำนานท้องถิ่น","provenance":"<p>ปราสาทพิมายไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดว่าเริ่มเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ข้อมูลจากรูปแบบทางศิลปกรรมและจารึกทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวกลาง - ครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17 เพราะศิลปกรรมเป็นแบบบาปวนผสมกับนครวัด</p><p>อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นขุดต่างทางโบราณคดีทำให้พบปราสาทก่ออิฐอยู่ใต้ปราสาทประธานและโคปุระ ปราสาทอิฐนี้ถูกรื้อลงเมื่อคราวสร้างปราสาทพิมายหลังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นหลักฐานว่าปราสาทหินหลังปัจจุบันซ้อนทับอยู่บนศาสนสถานที่เก่าแก่กว่า แต่ไม่อาจกำหนดอายุที่แน่ชัดได้</p> ล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญมาก พระองค์จึงโปรดให้สร้างที่พักพร้อมไฟหรือที่พักคนเดินทางระหว่างทางจากเมืองพระนครมายังเมืองพิมาย ช่วงเวลานี้ปราสาทพิมายยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี อาจมีการสร้างปรางค์พรหมทัตเพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นปรางค์ที่สร้างจากศิลาแลงซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับปราสาทในสมัยของพระองค์ ภายในปรางค์พรหมทัตคันพบรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปท้าวพรหมทัตตามตำนานท้องถิ่น","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย","spatial":"นครราชสีมา (15.221047,102.493763)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/70"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุพนม","creator":"","description":"<p>แม้ว่าตำนานอุรังคธาตุจะย้อนประวัติการสร้างพระธาตุพนมให้เก่าแก่ไปจนถึงสมัยพุทธกาล แต่ตามข้อเท็จจริงทางศิลปกรรมและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สรุปได้ว่า พระธาตุพนมเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรืออาจมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว ต่อมาในสมัยล้านช้างราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ได้ปฏิสังขรณ์ศาสนสถานนี้จนกลายเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์</p><p>หลักฐานที่เก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือก่อนหน้านั้น คือ เรือนธาตุ แผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยอิฐไม่ฉาบปูน ประดับตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ เช่น กนกพรรณพฤกษา เสากลม จากการเปรียบเทียบรูปแบบทางศิลปกรรมพบว่าลักษณะเสากลมละม้ายกับเสาประดับกรอบประตูในศิลปะเขมรแบบไพรกเมง-กำพงพระ ทำให้นักวิชาการหลายท่านใช้เป็นหลักฐานกำหนดอายุเรือนธาตุว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 อย่างไรก็ตามบางท่านเห็นว่าการประดับผนังเรือนธาตุด้วยเสาจำนวนมาก และเสาบางต้นประดับลวดลายไว้ภายในอาจเกี่ยวข้องกับปราสาทในศิลปะจาม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ก็ได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบในภาพรวมของเรือนธาตุแสดงให้เห็นถึงลักษณะท้องถิ่นที่แตกต่างไปจากศิลปกรรมในสถานที่อื่นๆ อย่างแท้จริง</p><p>สำหรับหลักฐานสมัยล้านช้างได้แก่ยอดทรงบัวเหลี่ยมก่อนที่จะมีการขยายใหญ่สูงใหญ่ขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยอดดังกล่าวนี้มีรูปทรงอ้วนเตี้ยกว่าปัจจุบัน สามารถศึกษาได้จากภาพถ่ายเก่า สันนิษฐานว่าเป็นงานปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 โดยกษัตริย์หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าไชยเชษฐา พระยาสุริยวงศาธรรมิกราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งที่พระครูโพนสะเม็กเป็นผู้นำการปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2233-2234 เข้าใจว่าในครั้งนี้คงปิดเรือนธาตุของพระธาตุพนมจนไม่สามารถเข้าไปภายในได้ </p> สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2483 ได้ขยายยอดทรงบัวเหลี่ยมให้ใหญ่และสูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระธาตุพนมถล่มลงมาเมื่อ พ.ศ. 2518 ทางการได้บูรณะขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2522","provenance":"<p>แม้ว่าตำนานอุรังคธาตุจะย้อนประวัติการสร้างพระธาตุพนมให้เก่าแก่ไปจนถึงสมัยพุทธกาล แต่ตามข้อเท็จจริงทางศิลปกรรมและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สรุปได้ว่า พระธาตุพนมเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรืออาจมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว ต่อมาในสมัยล้านช้างราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ได้ปฏิสังขรณ์ศาสนสถานนี้จนกลายเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์</p><p>หลักฐานที่เก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือก่อนหน้านั้น คือ เรือนธาตุ แผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยอิฐไม่ฉาบปูน ประดับตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ เช่น กนกพรรณพฤกษา เสากลม จากการเปรียบเทียบรูปแบบทางศิลปกรรมพบว่าลักษณะเสากลมละม้ายกับเสาประดับกรอบประตูในศิลปะเขมรแบบไพรกเมง-กำพงพระ ทำให้นักวิชาการหลายท่านใช้เป็นหลักฐานกำหนดอายุเรือนธาตุว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 อย่างไรก็ตามบางท่านเห็นว่าการประดับผนังเรือนธาตุด้วยเสาจำนวนมาก และเสาบางต้นประดับลวดลายไว้ภายในอาจเกี่ยวข้องกับปราสาทในศิลปะจาม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ก็ได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบในภาพรวมของเรือนธาตุแสดงให้เห็นถึงลักษณะท้องถิ่นที่แตกต่างไปจากศิลปกรรมในสถานที่อื่นๆ อย่างแท้จริง</p><p>สำหรับหลักฐานสมัยล้านช้างได้แก่ยอดทรงบัวเหลี่ยมก่อนที่จะมีการขยายใหญ่สูงใหญ่ขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยอดดังกล่าวนี้มีรูปทรงอ้วนเตี้ยกว่าปัจจุบัน สามารถศึกษาได้จากภาพถ่ายเก่า สันนิษฐานว่าเป็นงานปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 โดยกษัตริย์หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าไชยเชษฐา พระยาสุริยวงศาธรรมิกราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งที่พระครูโพนสะเม็กเป็นผู้นำการปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2233-2234 เข้าใจว่าในครั้งนี้คงปิดเรือนธาตุของพระธาตุพนมจนไม่สามารถเข้าไปภายในได้ </p> สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2483 ได้ขยายยอดทรงบัวเหลี่ยมให้ใหญ่และสูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระธาตุพนมถล่มลงมาเมื่อ พ.ศ. 2518 ทางการได้บูรณะขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2522","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, พระธาตุ, พระธาตุพนม","spatial":"นครพนม (16.942662,104.723826)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/71"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระปฐมเจดีย์","creator":"","description":"<p>ประวัติความเป็นมาของพระปฐมเจดีย์นั้นระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 2374 เจ้าฟ้ามงกุฏขณะทรงผนวชได้เสด็จออกธุดงค์นอกราชธานีไปยังที่ต่างๆ และได้เสด็จไปนมัสการพระเจดีย์องค์หนึ่งที่เมืองนครชัยศรี ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ตอนบนเป็นปรางค์ โดยทรงพระราชดำริว่าน่าจะเป็นเจดีย์องค์แรกในสยามประเทศเนื่องจากมีขนาดใหญ่มาก และอาจจะสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้เผยแผ่พุทธศาสนาไปยังดินแดนต่างๆ จึงทรงเรียกเจดีย์นี้ว่า พระปฐมเจดีย์</p> เจ้าฟ้ามงกุฏได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานให้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ แต่รัชกาลที่ 3 ไม่โปรดเนื่องจากอยู่ในป่ารก การจะปฏิสังขรณ์ขึ้นนั้นเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อันใด ภายหลังเมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เป็นผู้ควบคุมการปฏิสังขรณ์เมื่อ พ.ศ. 2396 ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาได้ถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดีเป็นแม่กองแทน การก่อสร้างพระปฐมเจดีย์เสร็จสิ้นและมีการฉลองพระเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้มีการประดับกระเบื้องสีทองในสมัยรัชกาลที่ 5","provenance":"<p>ประวัติความเป็นมาของพระปฐมเจดีย์นั้นระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 2374 เจ้าฟ้ามงกุฏขณะทรงผนวชได้เสด็จออกธุดงค์นอกราชธานีไปยังที่ต่างๆ และได้เสด็จไปนมัสการพระเจดีย์องค์หนึ่งที่เมืองนครชัยศรี ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ตอนบนเป็นปรางค์ โดยทรงพระราชดำริว่าน่าจะเป็นเจดีย์องค์แรกในสยามประเทศเนื่องจากมีขนาดใหญ่มาก และอาจจะสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้เผยแผ่พุทธศาสนาไปยังดินแดนต่างๆ จึงทรงเรียกเจดีย์นี้ว่า พระปฐมเจดีย์</p> เจ้าฟ้ามงกุฏได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานให้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ แต่รัชกาลที่ 3 ไม่โปรดเนื่องจากอยู่ในป่ารก การจะปฏิสังขรณ์ขึ้นนั้นเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อันใด ภายหลังเมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เป็นผู้ควบคุมการปฏิสังขรณ์เมื่อ พ.ศ. 2396 ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาได้ถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดีเป็นแม่กองแทน การก่อสร้างพระปฐมเจดีย์เสร็จสิ้นและมีการฉลองพระเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้มีการประดับกระเบื้องสีทองในสมัยรัชกาลที่ 5","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, พระปฐมเจดีย์","spatial":"นครปฐม (13.8196296,100.060197)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/72"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระประโทณเจดีย์","creator":"","description":"<p>ประวัติการสร้างพระประโทณเจดีย์มีอยู่ในตำนานซึ่งเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาโดยไม่มีหลักฐานอื่นใดรองรับ</p><p>จากรูปแบบทางศิลปกรรมแสดงให้เห็นว่าพระประโทณเจดีย์ในส่วนที่เป็นชุดฐานก่ออิฐเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดี มีระเบียบต่างๆ เทียบได้กับเจดีย์หลายองค์ในสมัยนี้และเจดีย์ในประเทศอินเดียช่วงร่วมสมัยกัน จึงกำหนดอายุการสร้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา แต่ไม่ใหม่ไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 16 </p> สำหรับปรางค์ที่ตั้งอยู่ด้านบนสุดนั้น จากหลักฐานสมุดภาพไตรภูมิสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งวาดภาพพระประโทณเจดีย์ในรูปแบบของปรางค์ จึงเชื่อว่าคงมีการสร้างปรางค์มาแล้วตั้งต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ทว่าปรางค์องค์ปัจจุบันมีระบบระเบียบหลายอย่างที่ต่างไปจากรูปแบบปรางค์สมัยอยุธยา เช่น ฐานแปดเหลี่ยม ยอดมิได้เป็นชั้นซ้อนแต่ตั้งตรงขึ้นไป จึงน่าจะเป็นงานซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่ในชั้นหลังโดยช่างท้องถิ่น","provenance":"<p>ประวัติการสร้างพระประโทณเจดีย์มีอยู่ในตำนานซึ่งเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาโดยไม่มีหลักฐานอื่นใดรองรับ</p><p>จากรูปแบบทางศิลปกรรมแสดงให้เห็นว่าพระประโทณเจดีย์ในส่วนที่เป็นชุดฐานก่ออิฐเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดี มีระเบียบต่างๆ เทียบได้กับเจดีย์หลายองค์ในสมัยนี้และเจดีย์ในประเทศอินเดียช่วงร่วมสมัยกัน จึงกำหนดอายุการสร้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา แต่ไม่ใหม่ไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 16 </p> สำหรับปรางค์ที่ตั้งอยู่ด้านบนสุดนั้น จากหลักฐานสมุดภาพไตรภูมิสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งวาดภาพพระประโทณเจดีย์ในรูปแบบของปรางค์ จึงเชื่อว่าคงมีการสร้างปรางค์มาแล้วตั้งต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ทว่าปรางค์องค์ปัจจุบันมีระบบระเบียบหลายอย่างที่ต่างไปจากรูปแบบปรางค์สมัยอยุธยา เช่น ฐานแปดเหลี่ยม ยอดมิได้เป็นชั้นซ้อนแต่ตั้งตรงขึ้นไป จึงน่าจะเป็นงานซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่ในชั้นหลังโดยช่างท้องถิ่น","subject":"พระประโทณเจดีย์, เจดีย์","spatial":"นครปฐม (13.815016,100.096988)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/73"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดพระแก้วน้อย","creator":"","description":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"วัดพระแก้วน้อย, พระนครคีรี, เขาวัง, รัชกาลที่ 4","spatial":"เพชรบุรี (13.108209,99.939367)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/74"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"พระที่นั่ง, พระนครคีรี, เขาวัง, พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท","spatial":"เพชรบุรี (13.108944,99.936402)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/75"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอชัชวาลเวียงชัย","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"พระนครคีรี, เขาวัง, หอชัชวาลเวียงชัย, กระโจมแก้ว, หอส่องกล้อง","spatial":"เพชรบุรี (13.108758,99.936877)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/76"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระปรางค์แดง","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับการสร้างพระนครคีรี</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับการสร้างพระนครคีรี</p>","subject":"ปรางค์, วัดพระแก้วน้อย, พระนครคีรี, เขาวัง, พระปรางค์แดง","spatial":"เพชรบุรี (13.108448,99.939346)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/77"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระรามราชนิเวศน์","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้มิสเตอร์ คาร์ล เดอห์ริง (Mr. Karl Dohring) สถาปนิกชาวเยอรมันเป็นผู้ออกแบบ เริ่มก่อสร้างฐานรากเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2453 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในรัชกาล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จในพ.ศ.2459พระราชทานองค์พระที่นั่งว่า พระที่นั่งศรเพ็ชร์ปราสาท และพระราชทานนามพระราชวังว่า พระรามราชนิเวศน์</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้มิสเตอร์ คาร์ล เดอห์ริง (Mr. Karl Dohring) สถาปนิกชาวเยอรมันเป็นผู้ออกแบบ เริ่มก่อสร้างฐานรากเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2453 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในรัชกาล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จในพ.ศ.2459พระราชทานองค์พระที่นั่งว่า พระที่นั่งศรเพ็ชร์ปราสาท และพระราชทานนามพระราชวังว่า พระรามราชนิเวศน์</p>","subject":"ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พระรามราชนิเวศน์, พระราชวังบ้านปืน","spatial":"เพชรบุรี (13.093076,99.948401)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/78"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6</p>","subject":"พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/79"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นที่ประทับเวลาเสด็จมาทอดพระเนตรอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยมีพระยาชลยุทธโยธินเป็นแม่กองในการก่อสร้าง</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นที่ประทับเวลาเสด็จมาทอดพระเนตรอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยมีพระยาชลยุทธโยธินเป็นแม่กองในการก่อสร้าง</p>","subject":"พระที่นั่ง, พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ถ้ำพระยานคร, อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด, รัชกาลที่ 5","spatial":"ประจวบคีรีขันธ์ (12.1974088,100.011348)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/81"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เขาคลังใน","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี เช่น วัดโขลงสุวรรณคีรี และมีงานปูนปั้นแบบทวารวดีประดับอยู่ จึงเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 14-16</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี เช่น วัดโขลงสุวรรณคีรี และมีงานปูนปั้นแบบทวารวดีประดับอยู่ จึงเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 14-16</p>","subject":"เจดีย์, เขาคลังใน","spatial":"เพชรบูรณ์ (15.465544,101.144684)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/82"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เขาคลังนอก","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่แสดงถึงความสัมพันธ์กับศิลปะอินเดียแบบปาละตอนต้นและโจฬะตอนต้น และมหาสถูปบุโรพุทโธ ทำให้กำหนดอายุเขาคลังนอกไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 14-15</p>","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่แสดงถึงความสัมพันธ์กับศิลปะอินเดียแบบปาละตอนต้นและโจฬะตอนต้น และมหาสถูปบุโรพุทโธ ทำให้กำหนดอายุเขาคลังนอกไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 14-15</p>","subject":"เจดีย์, เขาคลังนอก","spatial":"เพชรบูรณ์ (15.486812,101.144482)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/83"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ดอนขุมเงิน","creator":"","description":"<p>ได้ค้นพบแท่นฐานประดิษฐานโคที่มีจารึกของพระเจ้ามเหนทรวรมัน (ราว พ.ศ. 1150-1159) ในศาสนสถานแห่งนี้ โดยข้อความจารึกเป็นภาษาสันสกฤต อักษรปัลลวะ แปลโดยสุรสิทธิ์ ไทยรัตน์ ได้ความว่า</p><p><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระราชาผู้ทรงพระนามว่า จิตรเสน ผู้เป็นพระนัดดาของพระศรีสารวเภามะ เป็นพระโอรสของพระศรีวีรวรมัน โดยแท้จริงแล้วแม้ว่าทรงพระอนุชาตามศักดิ์ แต่ทรงได้เป็นพระภราดาของพระศรีภววรมัน ได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ต่อจากนั้นมาจึงทรงได้รับการขนานพระนามใหม่ว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน </i><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระองค์ได้แสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระศิวะผู้ทรงพระนามว่า พระพฤษธวัช ได้สร้างรูปพระโค (สร้างรูปพระพฤษภแทนองค์พระศิวะ) ที่ตกแต่งด้วยศิลาอย่างดี ขณะที่ทรงสำเร็จความสมประสงค์ที่พระองค์ทรงมีชัยชนะอยู่เหนือราชอาณาจักรทั้งปวง</i><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระองค์ทรงมีพระปัญญาปราดเปรื่องที่สมบูรณ์ด้วย (ความยิ่งใหญ่ในการปราบข้าศึกศัตรู) ทรงมีพระดำรัสถึงเรื่องโบราณราชประเพณีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ทรงใฝ่พระทัยอยู่ทุกขณะที่จะปราบปรามศัตรูให้อยู่ในอำนาจ ด้วยการระมัดระวังกองทัพมิให้ประมาท บำรุงรักษากำลังกองทัพด้วยดี และจัดระเบียบกองทัพให้เข้มแข็ง </i><i></i></p><p><i></i></p> จากข้อความดังกล่าวที่เอ่ยถึงพระเจ้ามเหนทรวรมันว่าสร้างรูปโคประดิษฐานไว้บนแท่นฐานที่พบจารึก ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าศาสนสถานแห่งนี้ควรสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์ด้วย","provenance":"<p>ได้ค้นพบแท่นฐานประดิษฐานโคที่มีจารึกของพระเจ้ามเหนทรวรมัน (ราว พ.ศ. 1150-1159) ในศาสนสถานแห่งนี้ โดยข้อความจารึกเป็นภาษาสันสกฤต อักษรปัลลวะ แปลโดยสุรสิทธิ์ ไทยรัตน์ ได้ความว่า</p><p><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระราชาผู้ทรงพระนามว่า จิตรเสน ผู้เป็นพระนัดดาของพระศรีสารวเภามะ เป็นพระโอรสของพระศรีวีรวรมัน โดยแท้จริงแล้วแม้ว่าทรงพระอนุชาตามศักดิ์ แต่ทรงได้เป็นพระภราดาของพระศรีภววรมัน ได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ต่อจากนั้นมาจึงทรงได้รับการขนานพระนามใหม่ว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน </i><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระองค์ได้แสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระศิวะผู้ทรงพระนามว่า พระพฤษธวัช ได้สร้างรูปพระโค (สร้างรูปพระพฤษภแทนองค์พระศิวะ) ที่ตกแต่งด้วยศิลาอย่างดี ขณะที่ทรงสำเร็จความสมประสงค์ที่พระองค์ทรงมีชัยชนะอยู่เหนือราชอาณาจักรทั้งปวง</i><i></i></p><p><i></i></p><p><i> พระองค์ทรงมีพระปัญญาปราดเปรื่องที่สมบูรณ์ด้วย (ความยิ่งใหญ่ในการปราบข้าศึกศัตรู) ทรงมีพระดำรัสถึงเรื่องโบราณราชประเพณีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ทรงใฝ่พระทัยอยู่ทุกขณะที่จะปราบปรามศัตรูให้อยู่ในอำนาจ ด้วยการระมัดระวังกองทัพมิให้ประมาท บำรุงรักษากำลังกองทัพด้วยดี และจัดระเบียบกองทัพให้เข้มแข็ง </i><i></i></p><p><i></i></p> จากข้อความดังกล่าวที่เอ่ยถึงพระเจ้ามเหนทรวรมันว่าสร้างรูปโคประดิษฐานไว้บนแท่นฐานที่พบจารึก ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าศาสนสถานแห่งนี้ควรสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์ด้วย","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ดอนขุมเงิน, ดอนขุมเงิน","spatial":"ร้อยเอ็ด (15.555815,103.940716)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/84"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระบรมธาตุไชยา","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทที่มียอดเป็นองค์ระฆังทำให้นักวิชาการหลายท่านนำไปเปรียบเทียบกับจันทิในศิลปะชวาที่นิยมสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-15 จึงทำเชื่อว่าพระบรมธาตุไชยาน่าจะสร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ด้วย ซึ่งในขณะนั้นภาคใต้ของไทยอยู่ภายใต้การเมืองการปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย</p> ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในท้องถิ่น นำโดยพระชยาภิวัฒน์ (หนู ติสโส) เห็นได้ชัดเจนจากงานปูนปั้นประดับและรูปแบบของส่วนยอดที่เทียบได้กับศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทที่มียอดเป็นองค์ระฆังทำให้นักวิชาการหลายท่านนำไปเปรียบเทียบกับจันทิในศิลปะชวาที่นิยมสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-15 จึงทำเชื่อว่าพระบรมธาตุไชยาน่าจะสร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ด้วย ซึ่งในขณะนั้นภาคใต้ของไทยอยู่ภายใต้การเมืองการปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย</p> ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในท้องถิ่น นำโดยพระชยาภิวัฒน์ (หนู ติสโส) เห็นได้ชัดเจนจากงานปูนปั้นประดับและรูปแบบของส่วนยอดที่เทียบได้กับศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, พระบรมธาตุไชยา, วัดพระบรมธาตุไชยา, จันทิ, ศิลปะชวา","spatial":"สุราษฎร์ธานี (9.384582,99.184218)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/85"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดแก้ว","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่หลงเหลืออยู่ทำให้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 เพราะมีแผนผังที่คล้ายคลึงกันกับจันทิในศิลปะชวาภาคกลางที่สร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางอย่าง เช่น เสาอิง รูปจำลองอาคารประดับฐาน ที่เทียบได้กับปราสาทในศิลปะจามในระยะนี้เช่นกัน</p> เจดีย์วัดแก้วคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เห็นได้จากพระพุทธรูปหินทรายแดงที่ประดิษฐานอยู่ภายในมุขทิศแทนที่รูปเคารพเดิมที่อาจเป็นรูปในคติพุทธศาสนามหายาน","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่หลงเหลืออยู่ทำให้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 เพราะมีแผนผังที่คล้ายคลึงกันกับจันทิในศิลปะชวาภาคกลางที่สร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางอย่าง เช่น เสาอิง รูปจำลองอาคารประดับฐาน ที่เทียบได้กับปราสาทในศิลปะจามในระยะนี้เช่นกัน</p> เจดีย์วัดแก้วคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เห็นได้จากพระพุทธรูปหินทรายแดงที่ประดิษฐานอยู่ภายในมุขทิศแทนที่รูปเคารพเดิมที่อาจเป็นรูปในคติพุทธศาสนามหายาน","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, วัดแก้ว","spatial":"สุราษฎร์ธานี (9.378029,99.190177)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/86"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุเชิงชุม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้ทราบได้ว่าเดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นปราสาทศิลาแลงในวัฒนธรรมเขมรมาก่อน กำหนดอายุจากจารึกที่พบบนกรอบประตูด้านตะวันออกได้ราวพุทธศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามการสร้างปราสาทด้วยศิลาแลงทำให้นึกถึงศาสนสถานเขมรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18</p> ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22 ได้บูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ โดยสร้างพระธาตุแบบล้านช้างครอบทับปราสาทเขมร","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้ทราบได้ว่าเดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นปราสาทศิลาแลงในวัฒนธรรมเขมรมาก่อน กำหนดอายุจากจารึกที่พบบนกรอบประตูด้านตะวันออกได้ราวพุทธศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามการสร้างปราสาทด้วยศิลาแลงทำให้นึกถึงศาสนสถานเขมรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18</p> ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22 ได้บูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ โดยสร้างพระธาตุแบบล้านช้างครอบทับปราสาทเขมร","subject":"พระธาตุ, เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม, พระธาตุเชิงชุม","spatial":"สกลนคร (17.16445,104.15298)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/87"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระสมุทรเจดีย์","creator":"","description":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงกลม, เจดีย์ทรงลังกา, เจดีย์ช้างล้อม, เจดีย์, พระสมุทรเจดีย์, เจดีย์กลางน้ำ, วัดพระสมุทรเจดีย์","spatial":"สมุทรปราการ (13.6003244,100.586811)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/88"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทภูมิโปน","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานเอ่ยถึงประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทประธาน เช่น การใช้อิฐเป็นวัสดุหลัก แผนผังอาคารที่เป็นสี่เหลี่ยม ไม่มีระบบเพิ่มมุม-ย่อมุม ลวดลายสลักของหินที่วางอยู่เหนือทับหลัง สะท้อนว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นในช่วงก่อนเมืองพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p> สำหรับปราสาทหลังเล็กที่อยู่ทางเหนือเคยมีทับหลังและเสาประดับกรอบประตูติดตั้งอยู่ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล กำหนดให้เป็นศิลปะแบบไพรกเมง อายุราว พ.ศ.1200-1250 เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พระองค์กำหนดอายุปราสาทประธานว่าอยู่ระหว่าง พ.ศ.1200-1250 ด้วย ปัจจุบันได้เคลื่อนย้ายทับหลังไปรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานเอ่ยถึงประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของปราสาทประธาน เช่น การใช้อิฐเป็นวัสดุหลัก แผนผังอาคารที่เป็นสี่เหลี่ยม ไม่มีระบบเพิ่มมุม-ย่อมุม ลวดลายสลักของหินที่วางอยู่เหนือทับหลัง สะท้อนว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นในช่วงก่อนเมืองพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p> สำหรับปราสาทหลังเล็กที่อยู่ทางเหนือเคยมีทับหลังและเสาประดับกรอบประตูติดตั้งอยู่ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล กำหนดให้เป็นศิลปะแบบไพรกเมง อายุราว พ.ศ.1200-1250 เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พระองค์กำหนดอายุปราสาทประธานว่าอยู่ระหว่าง พ.ศ.1200-1250 ด้วย ปัจจุบันได้เคลื่อนย้ายทับหลังไปรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทภูมิโปน, ปราสาทภูมิโปน, ปราสาทประธาน, ปราสาทประธาน, ปราสาทขอม, ปราสาทขอม","spatial":"สุรินทร์ (14.548072,103.876578)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/89"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดมหาธาตุสุโขทัย","creator":"","description":"<p>วัดมหาธาตุสุโขทัยไม่มีประวัติการสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับการเป็นราชธานี อย่างน้อยสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (ราว พ.ศ. 1800) ผู้เป็นปฐมกษัตริย์ แต่ไม่ทราบว่าครั้งนั้นมีสิ่งก่อสร้างใดบ้าง จากนั้นกษัตริย์รัชกาลต่อมาได้บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆ มาโดยลำดับ จนมีสิ่งก่อสร้างมากมายดังที่เห็นในปัจจุบัน</p> ทั้งนี้ข้อความในจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บรรยายถึงกลางเมืองสุโขทัยไว้ตอนหนึ่งว่า “...กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม มีพิหารอันใหญ่ มีพิหารอันราม...” ซึ่งอาจเป็นการบรรยายถึงวัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัยด้วยก็ได้","provenance":"<p>วัดมหาธาตุสุโขทัยไม่มีประวัติการสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับการเป็นราชธานี อย่างน้อยสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (ราว พ.ศ. 1800) ผู้เป็นปฐมกษัตริย์ แต่ไม่ทราบว่าครั้งนั้นมีสิ่งก่อสร้างใดบ้าง จากนั้นกษัตริย์รัชกาลต่อมาได้บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆ มาโดยลำดับ จนมีสิ่งก่อสร้างมากมายดังที่เห็นในปัจจุบัน</p> ทั้งนี้ข้อความในจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บรรยายถึงกลางเมืองสุโขทัยไว้ตอนหนึ่งว่า “...กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม มีพิหารอันใหญ่ มีพิหารอันราม...” ซึ่งอาจเป็นการบรรยายถึงวัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัยด้วยก็ได้","subject":"วัดมหาธาตุ, วัดมหาธาตุสุโขทัย","spatial":"สุโขทัย (17.016926,99.703703)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/90"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธานวัดมหาธาตุสุโขทัย","creator":"","description":"<p>วัดมหาธาตุควรสร้างมาแล้วตั้งแต่ครั้งต้นกรุงสุโขทัย ในครั้งนั้นย่อมต้องสร้างพระมหาธาตุหรือเจดีย์ประธานไว้แล้ว อย่างไรก็ตามเจดีย์ประธานองค์ปัจจุบันเป็นเจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูม หรือยอดทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งไม่ใช่รูปแบบของศิลปะสุโขทัยตอนต้น นักวิชาการส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่มีมาแล้วตั้งแต่ครั้งสุโขทัยตอนต้น</p> เจดีย์องค์นี้ไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาเปรียบเทียบกับวัดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่มีจารึกระบุการสร้างแน่ชัด ทำให้สันนิษฐานว่าเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือยอดทรงดอกบัวตูม น่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา และแพร่หลายอย่างยิ่งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเชื่อว่าเจดีย์ประธานวัดมหาธาตุสุโขทัยก็คงสร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ โดยอาจเป็นรัชกาลของพระยาเลอไท หรือพระยาลิไท ซึ่งพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองก็เป็นได้","provenance":"<p>วัดมหาธาตุควรสร้างมาแล้วตั้งแต่ครั้งต้นกรุงสุโขทัย ในครั้งนั้นย่อมต้องสร้างพระมหาธาตุหรือเจดีย์ประธานไว้แล้ว อย่างไรก็ตามเจดีย์ประธานองค์ปัจจุบันเป็นเจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูม หรือยอดทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งไม่ใช่รูปแบบของศิลปะสุโขทัยตอนต้น นักวิชาการส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่มีมาแล้วตั้งแต่ครั้งสุโขทัยตอนต้น</p> เจดีย์องค์นี้ไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาเปรียบเทียบกับวัดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่มีจารึกระบุการสร้างแน่ชัด ทำให้สันนิษฐานว่าเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือยอดทรงดอกบัวตูม น่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา และแพร่หลายอย่างยิ่งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเชื่อว่าเจดีย์ประธานวัดมหาธาตุสุโขทัยก็คงสร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันนี้ โดยอาจเป็นรัชกาลของพระยาเลอไท หรือพระยาลิไท ซึ่งพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองก็เป็นได้","subject":null,"spatial":"สุโขทัย (17.016926,99.703703)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/91"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มณฑปพระสี่อิริยาบถ","creator":"","description":"<p>วัดแห่งนี้ไม่ปรากฏศักราชการสร้างที่แน่ชัด ทว่าข้อความที่ได้จากจารึกวัดสรศักดิ์ ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1960 มีคำว่าพระเชตุพนปรากฏในจารึกนี้ ความว่า “...ให้นายสังฆการีไปนิมนต์พระมหาเถรเจ้า ธ สบวันดีมาขึ้นกุฎีและสานุศิษย์ทั้งเจ็ดพระองค์นั้น อีกสงฆ์สบสังวาสอันมาถวายพระพรแก่พระมหาเถรเจ้า จึงพ่ออยู่หัว ธ นิมนต์เข้าชุมนุมกับพระเชตุพน...” หากคำว่าเชตุพนในจารึกนี้หมายถึงวัดเชตุพน ย่อมหมายความว่าเมื่อ พ.ศ. 1960 วัดเชตุพนแห่งนี้ได้สร้างขึ้นแล้ว</p>","provenance":"<p>วัดแห่งนี้ไม่ปรากฏศักราชการสร้างที่แน่ชัด ทว่าข้อความที่ได้จากจารึกวัดสรศักดิ์ ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1960 มีคำว่าพระเชตุพนปรากฏในจารึกนี้ ความว่า “...ให้นายสังฆการีไปนิมนต์พระมหาเถรเจ้า ธ สบวันดีมาขึ้นกุฎีและสานุศิษย์ทั้งเจ็ดพระองค์นั้น อีกสงฆ์สบสังวาสอันมาถวายพระพรแก่พระมหาเถรเจ้า จึงพ่ออยู่หัว ธ นิมนต์เข้าชุมนุมกับพระเชตุพน...” หากคำว่าเชตุพนในจารึกนี้หมายถึงวัดเชตุพน ย่อมหมายความว่าเมื่อ พ.ศ. 1960 วัดเชตุพนแห่งนี้ได้สร้างขึ้นแล้ว</p>","subject":"พระสี่อิริยาบถ, วัดเชตุพน","spatial":"สุโขทัย (16.997901,99.706694)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/92"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มณฑปวัดศรีชุม","creator":"","description":"<p>วัดศรีชุมไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่ข้อความตอนหนึ่งในจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บรรยายสิ่งต่างๆ ที่อยู่ด้านเหนือของสุโขทัยไว้ว่า “...เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว มีป่าหมากลาง...” พระอจนะดังกล่าวนี้อาจหมายถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในวัดศรีชุมก็เป็นได้</p> อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางศิลปกรรมที่ควรมีอายุเก่าแก่ไปจนถึงยุคต้นสุโขทัยก็ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะจากการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของภาพสลักเรื่องชาดกประดับภายในอุโมงค์ พบว่าศิลปกรรมที่วัดนี้น่าจะมีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ดังนั้นพระอจนะอาจจะไม่ใช่พระพุทธรูปที่วัดศรีชุมก็ได้ หรือหากใช่ก็อาจหมายความว่าวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งภายหลังรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงมหาราช","provenance":"<p>วัดศรีชุมไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด แต่ข้อความตอนหนึ่งในจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บรรยายสิ่งต่างๆ ที่อยู่ด้านเหนือของสุโขทัยไว้ว่า “...เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว มีป่าหมากลาง...” พระอจนะดังกล่าวนี้อาจหมายถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในวัดศรีชุมก็เป็นได้</p> อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางศิลปกรรมที่ควรมีอายุเก่าแก่ไปจนถึงยุคต้นสุโขทัยก็ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะจากการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของภาพสลักเรื่องชาดกประดับภายในอุโมงค์ พบว่าศิลปกรรมที่วัดนี้น่าจะมีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ดังนั้นพระอจนะอาจจะไม่ใช่พระพุทธรูปที่วัดศรีชุมก็ได้ หรือหากใช่ก็อาจหมายความว่าวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งภายหลังรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงมหาราช","subject":"มณฑป, วัดศรีชุม","spatial":"สุโขทัย (17.026873,99.693152)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/93"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มณฑปวัดตระพังทองหลาง","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาลวดลายปูนปั้นที่เคยประดับอยู่ภายในซุ้มประจำด้านเหนือ ตะวันตก และใต้ของมณฑป ทำให้สามารถกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาลวดลายปูนปั้นที่เคยประดับอยู่ภายในซุ้มประจำด้านเหนือ ตะวันตก และใต้ของมณฑป ทำให้สามารถกำหนดอายุศาสนสถานหลังนี้ไว้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20</p>","subject":"มณฑป, วัดตระพังทองหลาง","spatial":"สุโขทัย (17.01611,99.718895)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/94"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดช้างล้อมสุโขทัย","creator":"","description":"<p>ได้มีการค้นพบจารึกที่วัดแห่งนี้ เรียกว่าจารึกวัดช้างล้อม เนื้อหากล่าวถึงการสร้างวัดแห่งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 1927 โดยพ่อนมไสดำ ซึ่งเชื่อว่าคงหมายถึงวัดช้างล้อมแห่งนี้ พ่อนมไสดำได้ได้อุทิศบ้านและที่ดินของตนให้เป็นวัด ครั้งนั้นได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ มากมาย เช่น พระพุทธปฏิมา กุฏิ หอพระไตรปิฎก ต้นพระศรีมหาโพธิ์</p>","provenance":"<p>ได้มีการค้นพบจารึกที่วัดแห่งนี้ เรียกว่าจารึกวัดช้างล้อม เนื้อหากล่าวถึงการสร้างวัดแห่งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 1927 โดยพ่อนมไสดำ ซึ่งเชื่อว่าคงหมายถึงวัดช้างล้อมแห่งนี้ พ่อนมไสดำได้ได้อุทิศบ้านและที่ดินของตนให้เป็นวัด ครั้งนั้นได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ มากมาย เช่น พระพุทธปฏิมา กุฏิ หอพระไตรปิฎก ต้นพระศรีมหาโพธิ์</p>","subject":"เจดีย์ช้างล้อม, วัดช้างล้อม","spatial":"สุโขทัย (17.020071,99.719418)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/95"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม","creator":"","description":"<p>จารึกวัดตาเถรขึงหนังซึ่งค้นพบจากสถานที่แห่งนี้ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อ พ.ศ. 1943 สมเด็จพระราชชนนีศรีธรรมราชมาดา และสมเด็จมหาธรรมราชาธิบดีราชโอรส หรือพระยาไสลือไท ได้อาราธนาพระมหาศรีกีรติจากเมืองกำแพงเพชรมาสร้างอาราม ชื่อว่า ศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม อารามที่ปรากฏในจารึกนี้ก็คงหมายถึงวัดตาเถรขึงหนังซึ่งเป็นสถานที่ที่พบจารึกนั้นเอง ดังนั้นวัดแห่งนี้ควรสร้างขึ้นในระยะเวลานี้ โดยมีชื่อครั้งนั้นว่า วัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม นอกจากนี้จารึกนี้ยังกล่าวถึงการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยสมเด็จพระราชชนนีศรีธรรมราชมาดาด้วย</p>","provenance":"<p>จารึกวัดตาเถรขึงหนังซึ่งค้นพบจากสถานที่แห่งนี้ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อ พ.ศ. 1943 สมเด็จพระราชชนนีศรีธรรมราชมาดา และสมเด็จมหาธรรมราชาธิบดีราชโอรส หรือพระยาไสลือไท ได้อาราธนาพระมหาศรีกีรติจากเมืองกำแพงเพชรมาสร้างอาราม ชื่อว่า ศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม อารามที่ปรากฏในจารึกนี้ก็คงหมายถึงวัดตาเถรขึงหนังซึ่งเป็นสถานที่ที่พบจารึกนั้นเอง ดังนั้นวัดแห่งนี้ควรสร้างขึ้นในระยะเวลานี้ โดยมีชื่อครั้งนั้นว่า วัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม นอกจากนี้จารึกนี้ยังกล่าวถึงการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยสมเด็จพระราชชนนีศรีธรรมราชมาดาด้วย</p>","subject":"เจดีย์วัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม  , เจดีย์วัดตาเถรขึงหนัง , วัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม  , วัดตาเถรขึงหนัง, จารึก, จารึกวัดตาเถรขึงหนัง","spatial":"สุโขทัย (16.997044,99.712868)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/96"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดช้างล้อมศรีสัชนาลัย","creator":"","description":"<p>วัดช้างล้อมและเจดีย์ช้างล้อมอันเป็นประธานของวัดไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด เพราะไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรเอ่ยถึงประวัติความเป็นมาจากวัดแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าอาจสร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยอ้างอิงจากจารึกหลักที่ 1 ของพระองค์ ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า <i>“...1207 ศก ปีกุน ให้ขุดเอาพระธาตุออก ทั้งหลายเห็นกระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่งเอาลงฝังกลางเมืองศรีสัชชนาลัย ก่อพระเจดีย์เหนือหกเข้าจึ่งแล้ว ตั้งเวียงผาล้อมพระมหาธาตุ สามเข้าจึ่งแล้ว...”</i> บางท่านเชื่อว่าข้อความในจารึกดังกล่าวนี้ควรหมายถึงการสร้างเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง</p> อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นภายหลังจากสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระยาลิไท หรือราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 อันเป็นระยะเวลาที่พุทธศาสนาสายที่สัมพันธ์กับลังกาได้รับความนิยม เจดีย์ช้างล้อมซึ่งเกี่ยวข้องกับลังกาก็น่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้พระพุทธรูปปูนปั้นภายในซุ้มจระนำของเจดีย์ก็มีรูปแบบในระยะเวลานี้","provenance":"<p>วัดช้างล้อมและเจดีย์ช้างล้อมอันเป็นประธานของวัดไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด เพราะไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรเอ่ยถึงประวัติความเป็นมาจากวัดแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าอาจสร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยอ้างอิงจากจารึกหลักที่ 1 ของพระองค์ ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า <i>“...1207 ศก ปีกุน ให้ขุดเอาพระธาตุออก ทั้งหลายเห็นกระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่งเอาลงฝังกลางเมืองศรีสัชชนาลัย ก่อพระเจดีย์เหนือหกเข้าจึ่งแล้ว ตั้งเวียงผาล้อมพระมหาธาตุ สามเข้าจึ่งแล้ว...”</i> บางท่านเชื่อว่าข้อความในจารึกดังกล่าวนี้ควรหมายถึงการสร้างเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง</p> อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นภายหลังจากสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระยาลิไท หรือราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 อันเป็นระยะเวลาที่พุทธศาสนาสายที่สัมพันธ์กับลังกาได้รับความนิยม เจดีย์ช้างล้อมซึ่งเกี่ยวข้องกับลังกาก็น่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้พระพุทธรูปปูนปั้นภายในซุ้มจระนำของเจดีย์ก็มีรูปแบบในระยะเวลานี้","subject":"เจดีย์ช้างล้อม, วัดช้างล้อมศรีสัชนาลัย","spatial":"สุโขทัย (17.431952,99.785121)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/97"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธานวัดเจดีย์เจ็ดแถว","creator":"","description":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้</p>","provenance":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้</p>","subject":"เจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูม, เจดีย์ยอดทรงพุ่มข้าวบิณฑ์, วัดเจดีย์เจ็ดแถว","spatial":"สุโขทัย (17.430775,99.786263)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/98"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์รายทรงปราสาทยอดวัดเจดีย์เจ็ดแถว","creator":"","description":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้</p> เจดีย์รายซึ่งล้อมรอบเจดีย์ประธานและวิหารมีทั้งสิ้น 35 องค์ จัดวางอย่างเป็นระเบียบ จึงเชื่อว่าถูกออกแบบและสร้างขึ้นในครั้งเดียวกันทุกองค์","provenance":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้</p> เจดีย์รายซึ่งล้อมรอบเจดีย์ประธานและวิหารมีทั้งสิ้น 35 องค์ จัดวางอย่างเป็นระเบียบ จึงเชื่อว่าถูกออกแบบและสร้างขึ้นในครั้งเดียวกันทุกองค์","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, วัดเจดีย์เจ็ดแถว, เจดีย์ราย","spatial":"สุโขทัย (17.430775,99.786263)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/99"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์รายวัดเจดีย์เจ็ดแถว","creator":"","description":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวรวมถึงเจดีย์ทรงปราสาทยอดระฆังองค์นี้ไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้ </p> เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเจดีย์ประธาน จัดวางตำแหน่งร่วมกับเจดีย์อื่นๆได้อย่างเป็นระเบียบ จึงเชื่อว่าถูกออกแบบและสร้างขึ้นพร้อมกับเจดีย์องค์อื่นๆ เมื่อคราวแรกสร้างวัด","provenance":"<p>วัดเจดีย์เจ็ดแถวรวมถึงเจดีย์ทรงปราสาทยอดระฆังองค์นี้ไม่มีประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นนับแต่ครั้งที่พระยาลิไทครองเมืองนี้เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19-20 ได้ </p> เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเจดีย์ประธาน จัดวางตำแหน่งร่วมกับเจดีย์อื่นๆได้อย่างเป็นระเบียบ จึงเชื่อว่าถูกออกแบบและสร้างขึ้นพร้อมกับเจดีย์องค์อื่นๆ เมื่อคราวแรกสร้างวัด","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, วัดเจดีย์เจ็ดแถว, เจดีย์ราย","spatial":"สุโขทัย (17.430775,99.786263)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/100"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดนางพญา","creator":"","description":"<p>วัดนางพญาไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ระบุศักราชการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของเจดีย์ประธานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเจดีย์ศิลปะอยุธยาอย่างใกล้ชิด จึงเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะที่เมืองศรีสัชนาลัยอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยาแล้ว หรือราวสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์เป็นผู้ขับไล่กองทัพล้านนาออกจากเมืองศรีสัชนาลัยได้เป็นผลสำเร็จเมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 วัดนางพญาและเจดีย์ประธานองค์นี้ก็อาจสร้างขึ้นในระยะเวลานี้</p>","provenance":"<p>วัดนางพญาไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ระบุศักราชการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของเจดีย์ประธานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเจดีย์ศิลปะอยุธยาอย่างใกล้ชิด จึงเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะที่เมืองศรีสัชนาลัยอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยาแล้ว หรือราวสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์เป็นผู้ขับไล่กองทัพล้านนาออกจากเมืองศรีสัชนาลัยได้เป็นผลสำเร็จเมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 วัดนางพญาและเจดีย์ประธานองค์นี้ก็อาจสร้างขึ้นในระยะเวลานี้</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงกลม, เจดีย์ทรงลังกา, วัดนางพญา","spatial":"สุโขทัย (17.428698,99.788477)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/101"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทวัดพระพายหลวง","creator":"","description":"<p>ปราสาทวัดพระพายหลวงทั้ง 3 หลังไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุศักราชการสร้างและชื่อผู้สร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ เทียบได้กับศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมรในดินแดนไทยที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 หรือสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทำให้เชื่อว่าปราสาทวัดพระพายหลวงสร้างขึ้นในระยะเวลาดังกล่าวนี้เช่นกัน และคงสร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนามหายานซึ่งแพร่หลายอยู่ในช่วงเวลานี้</p> อย่างไรก็ตาม เมื่อล่วงสู่สมัยสุโขทัยวัดพระพายหลวงยังคงเป็นศาสนสถานที่สำคัญ จึงมีการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆเพิ่มเติม รวมทั้งมีการบูรณะเปลี่ยนแปลงปราสาทวัดพายพลวงด้วย เช่น การปรับทางเข้าสู่ห้องครรภคฤหะของปราสาทหลังกลางจากทางด้านตะวันออกเป็นตะวันตก สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ภายในครรภคฤหะ","provenance":"<p>ปราสาทวัดพระพายหลวงทั้ง 3 หลังไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุศักราชการสร้างและชื่อผู้สร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ เทียบได้กับศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมรในดินแดนไทยที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 หรือสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทำให้เชื่อว่าปราสาทวัดพระพายหลวงสร้างขึ้นในระยะเวลาดังกล่าวนี้เช่นกัน และคงสร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนามหายานซึ่งแพร่หลายอยู่ในช่วงเวลานี้</p> อย่างไรก็ตาม เมื่อล่วงสู่สมัยสุโขทัยวัดพระพายหลวงยังคงเป็นศาสนสถานที่สำคัญ จึงมีการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆเพิ่มเติม รวมทั้งมีการบูรณะเปลี่ยนแปลงปราสาทวัดพายพลวงด้วย เช่น การปรับทางเข้าสู่ห้องครรภคฤหะของปราสาทหลังกลางจากทางด้านตะวันออกเป็นตะวันตก สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ภายในครรภคฤหะ","subject":"ปราสาทหิน, ปราสาทหิน, ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร","spatial":"สุโขทัย (17.029207,99.699035)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/102"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปูนปั้นประดับวิหารวัดนางพญา","creator":"","description":"<p>วัดนางพญาไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ระบุศักราชการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของเจดีย์ประธานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเจดีย์ศิลปะอยุธยาอย่างใกล้ชิด จึงเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะที่เมืองศรีสัชนาลัยอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยาแล้ว หรือราวสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 เมื่อพระองค์ขับไล่กองทัพล้านนาออกจากเมืองนี้ได้สำเร็จ วิหารซึ่งรวมทั้งงานปูนปั้นประดับก็คงสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ลวดลายปูนปั้นแห่งนี้จึงมีความสัมพันธ์กับลายเครือเถาในศิลปะล้านนาอย่างมาก อันมีต้นแบบอยู่ในศิลปะจีนหรือตะวันออกลางอีกทอดหนึ่ง</p>","provenance":"<p>วัดนางพญาไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ระบุศักราชการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบของเจดีย์ประธานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเจดีย์ศิลปะอยุธยาอย่างใกล้ชิด จึงเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในระยะที่เมืองศรีสัชนาลัยอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยาแล้ว หรือราวสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 เมื่อพระองค์ขับไล่กองทัพล้านนาออกจากเมืองนี้ได้สำเร็จ วิหารซึ่งรวมทั้งงานปูนปั้นประดับก็คงสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ลวดลายปูนปั้นแห่งนี้จึงมีความสัมพันธ์กับลายเครือเถาในศิลปะล้านนาอย่างมาก อันมีต้นแบบอยู่ในศิลปะจีนหรือตะวันออกลางอีกทอดหนึ่ง</p>","subject":"วิหาร, วัดนางพญา","spatial":"สุโขทัย (17.428698,99.788477)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/103"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ท้องพระโรง วังท่าพระ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ท้องพระโรงแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในวังท่าพระ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประทับของเจ้านายอีกหลายพระองค์ จนเมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์เสด็จมาประทับในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการบูรณะปรับปรุงท้องพระโรงโดยยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ปัจจุบันใช้เป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ท้องพระโรงแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในวังท่าพระ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประทับของเจ้านายอีกหลายพระองค์ จนเมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์เสด็จมาประทับในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการบูรณะปรับปรุงท้องพระโรงโดยยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ปัจจุบันใช้เป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร</p>","subject":"ท้องพระโรง, ท้องพระโรง, วังท่าพระ, วังท่าพระ, กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์, กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์, รัชกาลที่ 3, รัชกาลที่ 3, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยศิลปากร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752841,100.490011)","temporal":"รัตนโกสินทร์, รัตนโกสินทร์ตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/104"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตำหนักพรรณราย","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ตำหนักพรรณรายสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในคราวที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์เสด็จมาทรงครองวังท่าพระ ชื่อของตำหนักมาจากพระนามของพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย พระมารดาของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ซึ่งโปรดให้มาประทับด้วยกัน</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ตำหนักพรรณรายสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในคราวที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์เสด็จมาทรงครองวังท่าพระ ชื่อของตำหนักมาจากพระนามของพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย พระมารดาของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ซึ่งโปรดให้มาประทับด้วยกัน</p>","subject":"สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์, ตำหนักพรรณราย, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5, มหาวิทยาลัยศิลปากร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752918,100.490001)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/105"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบรมรูปทรงม้าสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ.2450 และเสร็จทันในวโรกาสพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2451 โดยนำแบบอย่างมาจากพระบรมรูปของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กรุงปารีส พระบรมรูปทรงม้านี้หล่อที่กรุงปารีสโดยช่างหล่อจากบริษัทซุส เซอร์เฟรส ฟอร์เดอร์ โดยพระองค์เสด็จไปทำข้อตกลงและเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง รวมถึงฉายพระรูปเป็นแบบ เป็นแบบให้ มองซิเออร์ คาโรลัส ดูรังน์ เขียนรูป และเสด็จไปประทับเป็นแบบให้ช่างปั้นหุ่น พระบรมรูปนี้เมื่อหล่อเสร็จก็ส่งเข้ามายังกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทรงเปิดพระบรมราชานุสาวนีย์ด้วยพระองค์เอง</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบรมรูปทรงม้าสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ.2450 และเสร็จทันในวโรกาสพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2451 โดยนำแบบอย่างมาจากพระบรมรูปของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กรุงปารีส พระบรมรูปทรงม้านี้หล่อที่กรุงปารีสโดยช่างหล่อจากบริษัทซุส เซอร์เฟรส ฟอร์เดอร์ โดยพระองค์เสด็จไปทำข้อตกลงและเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง รวมถึงฉายพระรูปเป็นแบบ เป็นแบบให้ มองซิเออร์ คาโรลัส ดูรังน์ เขียนรูป และเสด็จไปประทับเป็นแบบให้ช่างปั้นหุ่น พระบรมรูปนี้เมื่อหล่อเสร็จก็ส่งเข้ามายังกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทรงเปิดพระบรมราชานุสาวนีย์ด้วยพระองค์เอง</p>","subject":"พระบรมรูปทรงม้า, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5, ศิลปะยุโรป","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.769253,100.512008)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/106"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตึกแถวถนนราชดำเนินกลาง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">อาคารตลอดแนวถนนราชดำเนินกลางนี้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2480 โดยเวนคืนที่ดินทั้งสองฝั่งข้างละ 40 เมตร สถาปนิกสำคัญคือ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ งานก่อสร้างดำเนินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 เรื่อยไปจนถึง พ.ศ. 2491 มีอาคารจำนวน 15 หลัง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 10 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ โรงมหรสพ และโรงแรม</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">อาคารตลอดแนวถนนราชดำเนินกลางนี้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2480 โดยเวนคืนที่ดินทั้งสองฝั่งข้างละ 40 เมตร สถาปนิกสำคัญคือ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ งานก่อสร้างดำเนินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 เรื่อยไปจนถึง พ.ศ. 2491 มีอาคารจำนวน 15 หลัง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 10 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ โรงมหรสพ และโรงแรม</p>","subject":"ตึกแถว, ถนนราชดำเนิน, ตึก, อาคาร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757387,100.500247)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/107"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตึกแถวถนนหน้าพระลาน","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ตึกแถวบริเวณถนนหน้าพระลานนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  พร้อมกับการขยายถนนหน้าพระลาน โดยได้โปรดเกล้าฯให้รื้อกำแพงวังและให้สร้างตึกแถวเพื่อใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้ในการพาณิชย์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ตึกแถวบริเวณถนนหน้าพระลานนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  พร้อมกับการขยายถนนหน้าพระลาน โดยได้โปรดเกล้าฯให้รื้อกำแพงวังและให้สร้างตึกแถวเพื่อใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้ในการพาณิชย์</p>","subject":"ตึกแถว, ถนนหน้าพระลาน, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752482,100.489977)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/108"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ศาลาเฉลิมกรุง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ศาลาเฉลิมกรุงเป็นโรงภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองกรุงเทพมหานครครบ 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 ในโอกาสเดียวกับการสร้างพระปฐมบรมราชานุสรณ์และสะพานพระพุทธยอดฟ้า สร้างบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งบ่อน้ำบาดาล พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 9 ล้านบาทในการสร้าง มีหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากรเป็นสถาปนิก อาจารย์นารท โพธิประสาทเป็นผู้คำนวณโครงสร้าง เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ. 2473 แล้วเสร็จพร้อมมีพิธีเปิดฉายภาพยนตร์เป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ศาลาเฉลิมกรุงเป็นโรงภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองกรุงเทพมหานครครบ 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 ในโอกาสเดียวกับการสร้างพระปฐมบรมราชานุสรณ์และสะพานพระพุทธยอดฟ้า สร้างบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งบ่อน้ำบาดาล พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 9 ล้านบาทในการสร้าง มีหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากรเป็นสถาปนิก อาจารย์นารท โพธิประสาทเป็นผู้คำนวณโครงสร้าง เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ. 2473 แล้วเสร็จพร้อมมีพิธีเปิดฉายภาพยนตร์เป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 </p>","subject":"ศาลาเฉลิมกรุง, โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง, โรงหนังเฉลิมกรุง, พระบาทสมเด็จพระปกเก้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 7","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746654,100.500002)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/109"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สถานีรถไฟกรุงเทพ","creator":"","description":"<p>สถานีรถไฟหัวลำโพงเดิมเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นต่อมาในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ในราวปีพ.ศ. 2449 เกิดแนวคิดการสร้างสถานีรถไฟในสวยสง่าด้วยแบบร่างของคาร์ล เดอริงห์ แต่สุดท้ายใช้แบบร่างของมาริโอ ตามาญโญ โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2453 มีนายเกอร์เบอร์เป็นวิศวกร แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459\r\n</p>","provenance":"<p>สถานีรถไฟหัวลำโพงเดิมเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นต่อมาในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ในราวปีพ.ศ. 2449 เกิดแนวคิดการสร้างสถานีรถไฟในสวยสง่าด้วยแบบร่างของคาร์ล เดอริงห์ แต่สุดท้ายใช้แบบร่างของมาริโอ ตามาญโญ โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2453 มีนายเกอร์เบอร์เป็นวิศวกร แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459\r\n</p>","subject":"สถานีรถไฟกรุงเทพ, สถานีรถไฟหัวลำโพง, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.738404,100.517137)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/110"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นี้สร้างขึ้นภายใต้มติของรัฐบาลไทยเพื่อให้เป็นสถานที่จัดงานประชุมแห่งชาติที่ได้มาตรฐานสากลในปี พ.ศ. 2532 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์บนพื้นที่ 20 เอเคอร์ติดกับโรงงานยาสูบเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 และแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปี พ.ศ. 2534 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดศูนย์การประชุมนี้และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระนามาภิไธยเป็นชื่อของศูนย์การประชุมนี้ เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นี้สร้างขึ้นภายใต้มติของรัฐบาลไทยเพื่อให้เป็นสถานที่จัดงานประชุมแห่งชาติที่ได้มาตรฐานสากลในปี พ.ศ. 2532 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์บนพื้นที่ 20 เอเคอร์ติดกับโรงงานยาสูบเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 และแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปี พ.ศ. 2534 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดศูนย์การประชุมนี้และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระนามาภิไธยเป็นชื่อของศูนย์การประชุมนี้ เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ</p>","subject":"ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.724065,100.558633)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/111"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซางตาครู้ส","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">โบสถ์ซางตาครู้สเป็นวัดของชุมชนชาวคริสต์เชื้อสายโปรตุเกส สร้างบนพื้นที่ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราชประทานให้แก่คุณพ่อกอรร์ในปี พ.ศ. 2312 โบสถ์หลังปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่ 3 สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2456 โดยบาทหลวงกูเลียลโม กิ๊น ดาครู๊ส เพื่อแทนโบสถ์หลังเดิมที่ผุพังไป โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2456 โบสถ์หลังนี้สร้างเสร็จและทำพิธีเสกเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2459 </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">โบสถ์ซางตาครู้สเป็นวัดของชุมชนชาวคริสต์เชื้อสายโปรตุเกส สร้างบนพื้นที่ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราชประทานให้แก่คุณพ่อกอรร์ในปี พ.ศ. 2312 โบสถ์หลังปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่ 3 สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2456 โดยบาทหลวงกูเลียลโม กิ๊น ดาครู๊ส เพื่อแทนโบสถ์หลังเดิมที่ผุพังไป โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2456 โบสถ์หลังนี้สร้างเสร็จและทำพิธีเสกเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2459 </p>","subject":"โบสถ์ซางตาครู้ส, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 6, ชุมชนกุฎีจีน, โปรตุเกส, พระเจ้าตากสินมหาราช","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.739091,100.493887)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/112"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาสนวิหารอัสสัมชัญ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">อาสนวิหารอัสสัมชัญก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2352 โดยบาทหลวงปาสกัล แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2364 และได้รับสถาปนาเป็นอาสนวิหารในเวลาต่อมา ก่อนจะมีการสร้างโบสถ์หลังใหม่ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับการขยายตัวของคริสศาสนิกชน โดยใช้สถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ โบสถ์หลังนี้ได้รับความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะมีการบูรณะในเวลาต่อมา</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">อาสนวิหารอัสสัมชัญก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2352 โดยบาทหลวงปาสกัล แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2364 และได้รับสถาปนาเป็นอาสนวิหารในเวลาต่อมา ก่อนจะมีการสร้างโบสถ์หลังใหม่ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับการขยายตัวของคริสศาสนิกชน โดยใช้สถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ โบสถ์หลังนี้ได้รับความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะมีการบูรณะในเวลาต่อมา</p>","subject":"อาสนวิหารอัสสัมชัญ, โบสถ์อัสสัมชัญ, มิสซัง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.723173,100.514766)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/113"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดบางหลวง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">มัสยิดบางหลวงนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยการนำของโต๊ะหยี พ่อค้าชาวมุสลิม ต่อมาก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง รูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบันน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากมีลักษณะแบบเดียวกับพระอุโบสถและพระวิหารแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">มัสยิดบางหลวงนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยการนำของโต๊ะหยี พ่อค้าชาวมุสลิม ต่อมาก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง รูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบันน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากมีลักษณะแบบเดียวกับพระอุโบสถและพระวิหารแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 </p>","subject":"มัสยิด, มัสยิดบางหลวง, มัสยิดกุฎีขาว, กุฎีโต๊ะหยี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.73799,100.48944)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/114"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดต้นสน","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">มัสยิดต้นสนสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชกาลของพระเจ้าทรงธรรม โดยเป็นอาคารไม้อย่างง่ายและต่อเติมเรื่อยมา ก่อนจะมีการสร้างมัสยิดหลังใหม่โดยใช้ช่างจากราชสำนักมาสร้าง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนโดยนำต้นแบบมาจากพระราชวังบวรสถานมงคล แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2359 ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 มัสยิดเดิมอยู่ในสภาพทรุดโทรมจึงมีการรื้อลงและสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กและใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2552 มัสยิดหลังเดิมเริ่มทรุดตัวจึงได้มีการบูรณะมัสยิดครั้งใหญ่อีกครั้ง </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">มัสยิดต้นสนสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชกาลของพระเจ้าทรงธรรม โดยเป็นอาคารไม้อย่างง่ายและต่อเติมเรื่อยมา ก่อนจะมีการสร้างมัสยิดหลังใหม่โดยใช้ช่างจากราชสำนักมาสร้าง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนโดยนำต้นแบบมาจากพระราชวังบวรสถานมงคล แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2359 ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 มัสยิดเดิมอยู่ในสภาพทรุดโทรมจึงมีการรื้อลงและสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กและใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2552 มัสยิดหลังเดิมเริ่มทรุดตัวจึงได้มีการบูรณะมัสยิดครั้งใหญ่อีกครั้ง </p>","subject":"มัสยิด, มัสยิดต้นสน, พระเจ้าทรงธรรม, อยุธยา, ชุมมชนบางกอกใหญ่","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.739897,100.488686)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/115"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธนวราชบพิตร","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธนวราชบพิตรนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร โดยโปรดเกล้าฯ ให้นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบหุ่นปั้น ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระพุทธรูปจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างเททองหล่อเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2509 และโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธนวราชบพิตร”</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธนวราชบพิตรนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร โดยโปรดเกล้าฯ ให้นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบหุ่นปั้น ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระพุทธรูปจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างเททองหล่อเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2509 และโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธนวราชบพิตร”</p>","subject":"พระพุทธนวราชบพิตร, ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร, ศาลากลางจังหวัด","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.754114,100.501622)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/116"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถวัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกสร้างขึ้นบนพื้นดินใกล้เคียงกับบึงพระราม 9 ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 </p><p style=\"text-align: justify;\">พระอุโบสถออกแบบโดยนาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น โดยการออกแบบในครั้งแรกเป็นพระอุโบสถอย่างสมพระเกียรติภายใต้งบประมาณ 57 ล้านบาท แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปรับแบบพระอุโบสถและอาคารอื่นๆให้มีขนาดเล็กลง มีพระราชประสงค์ให้เป็นเพียงวัดเล็กๆและให้ใช้งบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยทรงเน้นการใช้งานมากกว่าความใหญ่โต ซึ่งแตกต่างจากพระอุโบสถหรือวิหารในยุคสมัยนี้ที่นิยมสร้างอาคารขนาดใหญ่</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกสร้างขึ้นบนพื้นดินใกล้เคียงกับบึงพระราม 9 ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 </p><p style=\"text-align: justify;\">พระอุโบสถออกแบบโดยนาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น โดยการออกแบบในครั้งแรกเป็นพระอุโบสถอย่างสมพระเกียรติภายใต้งบประมาณ 57 ล้านบาท แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปรับแบบพระอุโบสถและอาคารอื่นๆให้มีขนาดเล็กลง มีพระราชประสงค์ให้เป็นเพียงวัดเล็กๆและให้ใช้งบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยทรงเน้นการใช้งานมากกว่าความใหญ่โต ซึ่งแตกต่างจากพระอุโบสถหรือวิหารในยุคสมัยนี้ที่นิยมสร้างอาคารขนาดใหญ่</p>","subject":"วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก, วัดพระราม 9, วัดพระรามเก้า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.670083,100.594076)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/117"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดญาณสังวรารามสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 นายแพทย์ขจร และคุณหญิงนิธิวดี อันตระการ พร้อมด้วยบุตรธิดาบริจาคที่ดินจำนวน 100 ไร่ 1 งาน 92 ตารางวา ถวายแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร โดยปรารถนาให้มีนามตามสมณศักดิ์ของสมเด็จฯ วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดญาณสังวราราม </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดญาณสังวรารามสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 นายแพทย์ขจร และคุณหญิงนิธิวดี อันตระการ พร้อมด้วยบุตรธิดาบริจาคที่ดินจำนวน 100 ไร่ 1 งาน 92 ตารางวา ถวายแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร โดยปรารถนาให้มีนามตามสมณศักดิ์ของสมเด็จฯ วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดญาณสังวราราม </p>","subject":"อุโบสถ, พุทธคยาจำลอง, พระบรมธาตุเจดีย์, วิหารเซียน, วัดญาณสังวราราม","spatial":"ชลบุรี (12.789495,100.959857)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/118"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อุโบสถวัดร่องขุ่น","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดร่องขุ่นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยขุนอุดมกิจเกษมราษฎร์ ต่อมามีการก่อสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2507  และ 2538 ก่อนที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จะทำการบูรณะซ่อมแซมและออกแบบใหม่ โดยใช้เงินทุนส่วนตัว เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และยังคงมีการสร้างและซ่อมแซมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดร่องขุ่นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยขุนอุดมกิจเกษมราษฎร์ ต่อมามีการก่อสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2507  และ 2538 ก่อนที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จะทำการบูรณะซ่อมแซมและออกแบบใหม่ โดยใช้เงินทุนส่วนตัว เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และยังคงมีการสร้างและซ่อมแซมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน </p>","subject":"อุโบสถวัดร่องขุ่น, วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย, พระอุโบสถ","spatial":"เชียงราย (19.824081,99.763128)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/119"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บ้านดำ","creator":"","description":"<p>บ้านดำ หรือ บ้านดำนางแล เป็นบ้านส่วนบุคคลของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี โดยสร้างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ภายในพื้นที่ 39 ไร่</p>","provenance":"<p>บ้านดำ หรือ บ้านดำนางแล เป็นบ้านส่วนบุคคลของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี โดยสร้างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ภายในพื้นที่ 39 ไร่</p>","subject":"บ้านดำ, ถวัลย์ ดัชนี, พิพิธภัณฑ์บ้านดำ","spatial":"เชียงราย (19.992197,99.860808)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/120"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">กองทัพอากาศได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 และน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมิรทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เคียงคู่กับพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมิรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2529 โดยมีพลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นประธาน มีนางไขศรี ตันศิริ และนายสันติ ชยสมบัติ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และนายกัญจนจักก์ สถาปนสุต เป็นวิศวกร<br></p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">กองทัพอากาศได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 และน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมิรทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เคียงคู่กับพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมิรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2529 โดยมีพลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นประธาน มีนางไขศรี ตันศิริ และนายสันติ ชยสมบัติ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และนายกัญจนจักก์ สถาปนสุต เป็นวิศวกร<br></p>","subject":"พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล, พระมหาธาตุนภเมทนีดล, ดอยอินทนนท์","spatial":"เชียงใหม่ (18.553193,110.479581)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/121"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">กองทัพอากาศได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริเมื่อ พ.ศ. 2535 และได้น้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เคียงคู่กับพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีรับการน้อมเกล้าฯ ถวาย พระมหาธาตุเจดีย์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยมีนางไขศรี ตันศิริและนายสันติ ชยสมบัติ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และนายกัญจนจักก์ สถาปนสุต เป็นวิศวกร </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">กองทัพอากาศได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริเมื่อ พ.ศ. 2535 และได้น้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เคียงคู่กับพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีรับการน้อมเกล้าฯ ถวาย พระมหาธาตุเจดีย์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยมีนางไขศรี ตันศิริและนายสันติ ชยสมบัติ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และนายกัญจนจักก์ สถาปนสุต เป็นวิศวกร </p>","subject":"พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ, พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ","spatial":"เชียงใหม่ (18.553174,110.479359)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/122"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ","creator":"","description":"<p>จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเริ่มเขียนเมื่อพ.ศ. 2532 โดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต และคณะ โดยพระอุโบสถหลังนี้เป็นพระอุโบสถซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2529</p>","provenance":"<p>จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเริ่มเขียนเมื่อพ.ศ. 2532 โดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต และคณะ โดยพระอุโบสถหลังนี้เป็นพระอุโบสถซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2529</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ, พระอุโบสถ วัดตรีทศเทพวรวิหาร, วัดตรีทศเทพ, จิตรกรรมฝาผนัง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.762032,100.503198)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/123"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสัมพุทธพรรณี","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปดรเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2373 เมื่อครั้งทรงผนวช ความดังนี้ “.... เมื่อศักราช 1192 ปีขาล โทศก มีรับสั่งขุนอินทรพินิจเจ้ากรมช่างหล่อให้ทำหุ้มรูปพระพุทธปฏิมากร หน้าตักศอกเศษ หล่อองค์หนึ่ง มีพระนามว่า พระสัมพุทธพรรณี” เดิมประดิษฐานอยู่ภายในพระตำหนักที่วัดสมอราย(วัดราชาธิวาส) ครั้นเมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานบนฐานชุกชีในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปดรเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2373 เมื่อครั้งทรงผนวช ความดังนี้ “.... เมื่อศักราช 1192 ปีขาล โทศก มีรับสั่งขุนอินทรพินิจเจ้ากรมช่างหล่อให้ทำหุ้มรูปพระพุทธปฏิมากร หน้าตักศอกเศษ หล่อองค์หนึ่ง มีพระนามว่า พระสัมพุทธพรรณี” เดิมประดิษฐานอยู่ภายในพระตำหนักที่วัดสมอราย(วัดราชาธิวาส) ครั้นเมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานบนฐานชุกชีในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม </p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, พระบรมมหาราชวัง, พระสัมพุทธพรรณี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751316,100.492618)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/124"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระพุทธรัตนสถาน","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธรัตนสถานสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัยโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับเป็นพระอุโบสถสำหรับฝ่ายใน สันนิษฐานว่าเดิมตั้งอยู่บนเกาะกลางสระที่เคยเป็นที่ตั้งหอพระ และพระราชทานนามว่า พระพุทธนิเวศน์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแปลงเป็นพระอุโบสถ ก่อนจะมีการยุบพัทธสีมาลงในภายหลัง</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธรัตนสถานสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัยโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับเป็นพระอุโบสถสำหรับฝ่ายใน สันนิษฐานว่าเดิมตั้งอยู่บนเกาะกลางสระที่เคยเป็นที่ตั้งหอพระ และพระราชทานนามว่า พระพุทธนิเวศน์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแปลงเป็นพระอุโบสถ ก่อนจะมีการยุบพัทธสีมาลงในภายหลัง</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, พระที่นั่ง, วังหลวง, พระพุทธรัตนสถาน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749472,100.492937)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/125"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังที่พระพุทธรัตนสถาน","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">จิตรกรรมฝาผนังภายในพุทธรัตนสถานที่เคยมีมาแต่เดิมเขียนโดยช่างจีน 10 คน โดยจ่ายค่าจ้างด้วยข้าวสาร จิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน เขียนเล่าประวัติของพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย พระพุทธรูปประธานเดิมของพระพุทธรัตนสถาน</p><p style=\"text-align: justify;\">ต่อมาพระพุทธรัตนสถานได้รับความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2504 สำนักพระราชวังได้มอบหมายให้กรมศิลปากรเขียนภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงพ.ศ. 2488 – 2499 </p> เมื่อปี พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชปรารภให้กรมศิลปากรแก้ไขจิตรกรรมฝาผนังในพระพุทธรัตนสถานให้สัมพันธ์กับอาคาร โดยให้ลอกของเดิมที่เขียนเมื่อ พ.ศ. 2504 ออกแล้วอนุรักษ์ไว้ แล้วเขียนจิตรกรรมฝาผนังใหม่ เป็นเรื่องประวัติของพระพุทธรัตนสถานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชได้ทอดพระเนตรและพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย กรมศิลปากรได้นำกลับไปแก้ไขตามพระราชประสงค์อีก 3 ครั้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเป็นแบบในการขยายลงสู่ผนังจริง เริ่มลงมือเขียนภาพจริงเมื่อพ.ศ. 2546 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2547","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">จิตรกรรมฝาผนังภายในพุทธรัตนสถานที่เคยมีมาแต่เดิมเขียนโดยช่างจีน 10 คน โดยจ่ายค่าจ้างด้วยข้าวสาร จิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน เขียนเล่าประวัติของพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย พระพุทธรูปประธานเดิมของพระพุทธรัตนสถาน</p><p style=\"text-align: justify;\">ต่อมาพระพุทธรัตนสถานได้รับความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2504 สำนักพระราชวังได้มอบหมายให้กรมศิลปากรเขียนภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงพ.ศ. 2488 – 2499 </p> เมื่อปี พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชปรารภให้กรมศิลปากรแก้ไขจิตรกรรมฝาผนังในพระพุทธรัตนสถานให้สัมพันธ์กับอาคาร โดยให้ลอกของเดิมที่เขียนเมื่อ พ.ศ. 2504 ออกแล้วอนุรักษ์ไว้ แล้วเขียนจิตรกรรมฝาผนังใหม่ เป็นเรื่องประวัติของพระพุทธรัตนสถานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชได้ทอดพระเนตรและพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย กรมศิลปากรได้นำกลับไปแก้ไขตามพระราชประสงค์อีก 3 ครั้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเป็นแบบในการขยายลงสู่ผนังจริง เริ่มลงมือเขียนภาพจริงเมื่อพ.ศ. 2546 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2547","subject":"พระบรมมหาราชวัง, พระที่นั่ง, วังหลวง, จิตรกรรมฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนังที่พระพุทธรัตนสถาน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (14.798756,100.613852)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/126"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสยามเทวาธิราช","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการซึ่งขณะนั้นรับราชการอยู่ในกรมช่างสิบหมู่ ประชุมช่างเอกและลงมือหล่อรูปพระสยามเทวาธิราชขึ้น ด้วยทรงเชื่อว่า การที่สยามสามารถผ่านวิกฤตต่างๆมาได้เป็นเพราะมีเทวดาคอยพิทักษ์รักษาอยู่ จึงโปรดให้หล่อรูปเทวดานั้นขึ้นไว้สักการบูชา </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการซึ่งขณะนั้นรับราชการอยู่ในกรมช่างสิบหมู่ ประชุมช่างเอกและลงมือหล่อรูปพระสยามเทวาธิราชขึ้น ด้วยทรงเชื่อว่า การที่สยามสามารถผ่านวิกฤตต่างๆมาได้เป็นเพราะมีเทวดาคอยพิทักษ์รักษาอยู่ จึงโปรดให้หล่อรูปเทวดานั้นขึ้นไว้สักการบูชา </p>","subject":"พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระสยามเทวาธิราช, พระพุทธรูป, รัชกาลที่ 4, เทวดา","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749955,100.492038)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/127"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างจักรพรรดิราช ถวายพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นเทเวศร์วัชรินทร์ ทรงกำกับการสร้างด้วยมูลเหตุว่า</p><p style=\"text-align: justify;\">1. ทรงสร้างเพื่อให้เป็นพระราชกุศลใหญ่และเป็นพระเกียรติยศโดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระอัยกาธิราชจักรพรรดินาถบพิตรเช่นเดียวกับการสร้างพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์และพระบรมรูปพระเชษฐบิดรครั้งกรุงศรีอยุธยา</p><p style=\"text-align: justify;\">2. เพื่อเปลี่ยนการขนานนามพระเจ้าแผ่นดินที่เคยเรียกรัชกาลที่ 1 ว่า แผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกศ หรือแผ่นดินต้น เป็นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</p><p style=\"text-align: justify;\">ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธเลิศหล้าสุราลัยเพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ โดยมีรูปแบบและคติความเชื่อเช่นเดียวกันกับพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้ทรงแก้ไขสร้อยนามใหม่เป็น พระพุทธเลิศหล้านภาลัย</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างจักรพรรดิราช ถวายพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นเทเวศร์วัชรินทร์ ทรงกำกับการสร้างด้วยมูลเหตุว่า</p><p style=\"text-align: justify;\">1. ทรงสร้างเพื่อให้เป็นพระราชกุศลใหญ่และเป็นพระเกียรติยศโดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระอัยกาธิราชจักรพรรดินาถบพิตรเช่นเดียวกับการสร้างพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์และพระบรมรูปพระเชษฐบิดรครั้งกรุงศรีอยุธยา</p><p style=\"text-align: justify;\">2. เพื่อเปลี่ยนการขนานนามพระเจ้าแผ่นดินที่เคยเรียกรัชกาลที่ 1 ว่า แผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกศ หรือแผ่นดินต้น เป็นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</p><p style=\"text-align: justify;\">ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธเลิศหล้าสุราลัยเพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ โดยมีรูปแบบและคติความเชื่อเช่นเดียวกันกับพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้ทรงแก้ไขสร้อยนามใหม่เป็น พระพุทธเลิศหล้านภาลัย</p>","subject":"พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, โบสถ์วัดพระแก้ว","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751316,100.492618)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/128"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 9","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธรูปประจำพระชนมวารเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพซึ่งมีปางต่างๆ ได้แก่ วันอาทิตย์ปางถวายเนตร วันจันทร์ปางห้ามญาติ วันอังคารปางไสยาสน์ (ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยนเป็นปางห้ามพระแก่นจันทน์) วันพุธปางอุ้มบาตร วันพฤหัสบดีปางสมาธิ วันศุกร์ปางรำพึง และวันเสาร์ปางนาคปรก </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธรูปประจำพระชนมวารเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพซึ่งมีปางต่างๆ ได้แก่ วันอาทิตย์ปางถวายเนตร วันจันทร์ปางห้ามญาติ วันอังคารปางไสยาสน์ (ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยนเป็นปางห้ามพระแก่นจันทน์) วันพุธปางอุ้มบาตร วันพฤหัสบดีปางสมาธิ วันศุกร์ปางรำพึง และวันเสาร์ปางนาคปรก </p>","subject":"พระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 9, รัชกาลที่ 9","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749948,100.491354)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/129"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดราชโอรสาราม","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดราชโอรสารามเดิมชื่อวัดจอมทอง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระยศพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ได้เสด็จผ่านวัดนี้เมื่อคราวยกทัพไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีและได้ทำพิธีเบิกโขลนทวารที่วัดแห่งนี้ เมื่อเสร็จศึกครั้งนั้น พระองค์ได้กลับมาบูรณปฏิสังขรณ์วัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งวัด</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดราชโอรสารามเดิมชื่อวัดจอมทอง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระยศพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ได้เสด็จผ่านวัดนี้เมื่อคราวยกทัพไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีและได้ทำพิธีเบิกโขลนทวารที่วัดแห่งนี้ เมื่อเสร็จศึกครั้งนั้น พระองค์ได้กลับมาบูรณปฏิสังขรณ์วัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งวัด</p>","subject":"วัดราชโอรสาราม, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, วัดจอมทอง, รัชกาลที่ 3","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.702566,100.464752)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/130"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดปรมัยยิกาวาส","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดปรมัยยิกาวาส เดิมชื่อวัดปากอ่าว สันนิษฐานว่ามีมาแล้วตั้งแต่สมัยธนบุรี เป็นวัดที่ชาวมอญในละแวกนั้นใช้เป็นสถานที่ทำบุญ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามรามัญในเขตเมืองนนทบุรี ซึ่งวัดปากอ่าวเป็นหนึ่งในนั้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ทั้งอารามเพื่อเป็นการสนองพระเดชพระคุณของพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาอัคนีศราภัย จางวางแสงปืนต้น เป็นแม่กองในการบูรณะ พร้อมได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดปรมัยยิกาวาศ แปลว่า วัดของยาย ภายหลังจึงเปลี่ยนวิธีสะกดเป็นวัดปรมัยยิกาวาส</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดปรมัยยิกาวาส เดิมชื่อวัดปากอ่าว สันนิษฐานว่ามีมาแล้วตั้งแต่สมัยธนบุรี เป็นวัดที่ชาวมอญในละแวกนั้นใช้เป็นสถานที่ทำบุญ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามรามัญในเขตเมืองนนทบุรี ซึ่งวัดปากอ่าวเป็นหนึ่งในนั้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ทั้งอารามเพื่อเป็นการสนองพระเดชพระคุณของพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาอัคนีศราภัย จางวางแสงปืนต้น เป็นแม่กองในการบูรณะ พร้อมได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดปรมัยยิกาวาศ แปลว่า วัดของยาย ภายหลังจึงเปลี่ยนวิธีสะกดเป็นวัดปรมัยยิกาวาส</p>","subject":"วัดปรมัยยิกาวาส, วัดปรมัยยิกาวาส, วัดปากอ่าว  , วัดปากอ่าว  ","spatial":"นนทบุรี (13.912798,100.49011)","temporal":"มอญ, รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/131"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระตำหนักดอยตุง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักดอยตุงสร้างโดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และสร้างตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ขอเช่าจากกรมป่าไม้เป็นเวลา 30 ปี ซึ่งส่วนราชการและเอกชนได้น้อมเกล้าฯ ถวายการสนับสนุน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมชลประทานเป็นฝ่ายออกแบบ มีนายทรงศักดิ์ ทวีเจริญ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักตามพระราชประสงค์ เพื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีจะได้ทรงประทับทรงงานดูแลการฟื้นฟูสภาพป่าดอยตุง แทนการเสด็จแปรพระราชฐานไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักดอยตุงสร้างโดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และสร้างตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ขอเช่าจากกรมป่าไม้เป็นเวลา 30 ปี ซึ่งส่วนราชการและเอกชนได้น้อมเกล้าฯ ถวายการสนับสนุน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมชลประทานเป็นฝ่ายออกแบบ มีนายทรงศักดิ์ ทวีเจริญ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักตามพระราชประสงค์ เพื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีจะได้ทรงประทับทรงงานดูแลการฟื้นฟูสภาพป่าดอยตุง แทนการเสด็จแปรพระราชฐานไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์</p>","subject":"พระตำหนักดอยตุง, ดอยตุง","spatial":"เชียงราย (20.287851,99.809983)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/132"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมภาพเหมือนพระอารามหลวง","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดโพธินิมิตสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2416 โดยสมเด็จพระวันรัตน (แดง สีลวฑฒโน) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระเทพกวี โดยอุทิศที่ดินและสวนของบิดามารดาเพื่อสร้างเป็นวัดแห่งนี้ขึ้น ในพ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชผ้าพระกฐินแก่วัดแห่งนี้เป็นครั้งแรก ขณะนั้นพระอุโบสถยังมิได้เขียนตกแต่งใดๆ จึงทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับจ้างช่าง คือ พระอาจารย์แดง วัดหงส์รัตนาราม ให้เขียนภาพจิตรกรรมจนเสร็จ </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดโพธินิมิตสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2416 โดยสมเด็จพระวันรัตน (แดง สีลวฑฒโน) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระเทพกวี โดยอุทิศที่ดินและสวนของบิดามารดาเพื่อสร้างเป็นวัดแห่งนี้ขึ้น ในพ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชผ้าพระกฐินแก่วัดแห่งนี้เป็นครั้งแรก ขณะนั้นพระอุโบสถยังมิได้เขียนตกแต่งใดๆ จึงทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับจ้างช่าง คือ พระอาจารย์แดง วัดหงส์รัตนาราม ให้เขียนภาพจิตรกรรมจนเสร็จ </p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, จิตรกรรมภาพเหมือนพระอารามหลวง, วัดโพธินิมิตสถิตมหาสีมาราม, วัดโพธินิมิต","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.720352,100.483749)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/134"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธปริตร","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธปริตรขึ้นตามสัดส่วนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงค้นคว้าจากพระไตรปิฎก และพบเกณฑ์สัดส่วนในสมัยพุทธกาลซึ่งเรียกว่า “พระสุคติวทัฐฏิ” หรือเรียกอย่างสามัญว่า “คืบพระสุคต” ที่ใช้ขนาดเม็ดข้าวเปลือกเป็นเกณฑ์ และทำอวัยวะให้เหมือนมนุษย์ปุถุชนทุกประการแม้จนคุยหฐานก็สร้างขึ้น</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธปริตรขึ้นตามสัดส่วนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงค้นคว้าจากพระไตรปิฎก และพบเกณฑ์สัดส่วนในสมัยพุทธกาลซึ่งเรียกว่า “พระสุคติวทัฐฏิ” หรือเรียกอย่างสามัญว่า “คืบพระสุคต” ที่ใช้ขนาดเม็ดข้าวเปลือกเป็นเกณฑ์ และทำอวัยวะให้เหมือนมนุษย์ปุถุชนทุกประการแม้จนคุยหฐานก็สร้างขึ้น</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, วังหลวง, หอศาสตราคม, พระพุทธปริตร, พระสาน, หอพระปริตร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750473,100.492224)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/135"},{"type":"ประติมากรรม","title":"อนุสาวรีย์สหชาติ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา โดยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ พระยาพิพัฒน์ (เศเลสติโน ซาเวียร์) และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล)</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา โดยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ พระยาพิพัฒน์ (เศเลสติโน ซาเวียร์) และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล)</p>","subject":"อนุสาวรีย์สหชาติ, อนุสาวรีย์หมู, สะพานปีกุน, สะพานหมู, คลองหลอด","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749866,100.496181)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/136"},{"type":"ประติมากรรม","title":"อุทยานราชภักดิ์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองทัพบกจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์พร้อมจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ และได้พระราชทานนามว่า “อุทยานราชภักดิ์” ใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 10 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 – สิงหาคม พ.ศ. 2558</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองทัพบกจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์พร้อมจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ และได้พระราชทานนามว่า “อุทยานราชภักดิ์” ใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 10 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 – สิงหาคม พ.ศ. 2558</p>","subject":"อุทยานประวัติศาสตร์บูรพกษัตริย์แห่งสยาม, อุทยานราชภักดิ์ , พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม , พระบรมราชานุสรณ์สัตตบูรพกษัตราธิราช, อนุสาวรีย์เจ็ดกษัตริย์","spatial":"ประจวบคีรีขันธ์ (12.503098,99.963079)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/137"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วังบางขุนพรหม","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เมื่อ พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระคลังข้างที่ซื้อที่ดิน ณ ตำบลบางขุนพรหมใกล้วัดสารพัดช่างริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกและพระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ ต่อมาได้ซื้อเพิ่มอีก 1 แปลงและโปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตนิมานการ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างพระตำหนัก แต่เหตุขัดข้องงานจึงคั่งค้างอยู่ ต่อมาจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้นายมาริโอ ตามาญโญ เป็นผู้ออกแบบ กำหนดรายละเอียดและส่งให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ ทรงตรวจแก้ไข ณ ต่างประเทศ เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปี พ.ศ. 2446 ได้เสด็จประทับ ณ ตำหนักไม้ หรือ ตำหนักหอที่พระสถิตนิมานการสร้างไว้เป็นที่ประทับชั่วคราว การก่อสร้างตำหนักใหญ่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2449 ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวีได้เสด็จมาประทับ ณ วังบางขุนพรหม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์จึงมีรับสั่งให้สร้างพระตำหนักสมเด็จ ออกแบบและก่อสร้างโดยนายคาร์ล เดอห์ริง</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เมื่อ พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระคลังข้างที่ซื้อที่ดิน ณ ตำบลบางขุนพรหมใกล้วัดสารพัดช่างริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกและพระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ ต่อมาได้ซื้อเพิ่มอีก 1 แปลงและโปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตนิมานการ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างพระตำหนัก แต่เหตุขัดข้องงานจึงคั่งค้างอยู่ ต่อมาจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้นายมาริโอ ตามาญโญ เป็นผู้ออกแบบ กำหนดรายละเอียดและส่งให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ ทรงตรวจแก้ไข ณ ต่างประเทศ เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปี พ.ศ. 2446 ได้เสด็จประทับ ณ ตำหนักไม้ หรือ ตำหนักหอที่พระสถิตนิมานการสร้างไว้เป็นที่ประทับชั่วคราว การก่อสร้างตำหนักใหญ่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2449 ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวีได้เสด็จมาประทับ ณ วังบางขุนพรหม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์จึงมีรับสั่งให้สร้างพระตำหนักสมเด็จ ออกแบบและก่อสร้างโดยนายคาร์ล เดอห์ริง</p>","subject":"ธนาคารแห่งประเทศไทย, วังบางขุนพรหม, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.76852,100.499728)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/138"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วังวรดิศ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วังวรดิศเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2453 บนที่ดินของเจ้าจอมมารดาชุ่มด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจำนวน 50,000 บาท ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จมาพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีขึ้นตำหนักใหม่เมื่อ พ.ศ. 2454</p><p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักวังวรดิศนี้ออกแบบโดยคาร์ล เดอห์ริง(Karl Döhring) สถาปนิกชาวเยอรมันที่ได้ออกแบบพระราชวังและวังอีกหลายแห่ง อาทิ พระรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี หรือตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม โดยงานออกแบบของเดอห์ริงแสดงถึงการนำสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมาประยุกต์กับลักษณะบางประการของสถาปัตยกรรมไทยภายใต้แนวคิดประโยชน์นิยม (Functionalism)</p> การก่อสร้างวังวรดิศนี้ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากเจ้านายและเหล่าข้าราชการซึ่งเป็นลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาสตรศุภกิจ ถวายหลังคาและบันได สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ประทานกระเบื้องเกาะยอมุงหลังคา เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยถวายเครื่องกลอนหน้าต่างประตูและขอสับทั้งหมด","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วังวรดิศเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2453 บนที่ดินของเจ้าจอมมารดาชุ่มด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจำนวน 50,000 บาท ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จมาพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีขึ้นตำหนักใหม่เมื่อ พ.ศ. 2454</p><p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักวังวรดิศนี้ออกแบบโดยคาร์ล เดอห์ริง(Karl Döhring) สถาปนิกชาวเยอรมันที่ได้ออกแบบพระราชวังและวังอีกหลายแห่ง อาทิ พระรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี หรือตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม โดยงานออกแบบของเดอห์ริงแสดงถึงการนำสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมาประยุกต์กับลักษณะบางประการของสถาปัตยกรรมไทยภายใต้แนวคิดประโยชน์นิยม (Functionalism)</p> การก่อสร้างวังวรดิศนี้ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากเจ้านายและเหล่าข้าราชการซึ่งเป็นลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาสตรศุภกิจ ถวายหลังคาและบันได สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ประทานกระเบื้องเกาะยอมุงหลังคา เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยถวายเครื่องกลอนหน้าต่างประตูและขอสับทั้งหมด","subject":"วังวรดิศ, สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/139"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์สร้างขึ้นราวพ.ศ. 2453 สำหรับประทับเมื่อเสด็จมาซ้อมรบเสือป่า โดยมีสถาปนิกคือหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เดิมเรียกว่าพระตำหนักเหล ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระตำหนักใหม่ว่า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2460</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์สร้างขึ้นราวพ.ศ. 2453 สำหรับประทับเมื่อเสด็จมาซ้อมรบเสือป่า โดยมีสถาปนิกคือหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เดิมเรียกว่าพระตำหนักเหล ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระตำหนักใหม่ว่า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2460</p>","subject":"พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 6, เสือป่า, ย่าเหล, ตำหนักเหล","spatial":"นครปฐม (13.818844,100.045969)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/140"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดสร้างขึ้น เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดสร้างขึ้น เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559</p>","subject":"พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระราชวังดุสิต, เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.771245,100.514057)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/141"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ชื่อหลัก\tพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้าปราสาททองและพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ ณ บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งพระที่นั่งในสมัยพระเจ้าปราสาททองและพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2415 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2419</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้าปราสาททองและพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ ณ บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งพระที่นั่งในสมัยพระเจ้าปราสาททองและพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2415 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2419</p>","subject":"พระราชวังบางปะอิน, พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.232339,100.578673)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/142"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ในปี พ.ศ. 2477 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ ผู้แทนจังหวัดธนบุรีในขณะนั้นได้เสนอเรื่องต่อคณะคณะรัฐมนตรีให้สร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ในปีต่อมา รัฐบาลรับเรื่องมาดำเนินการโดยกำหนดให้ตั้งอนุสาวรีย์ที่วงเวียนใหญ่ หลวงวิจิตรวาทการได้สั่งให้ออกแบบอนุสาวรีย์ทั้งสิ้น 7 แบบตั้งแสดงในงานรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2480 ให้มหาชนลงคะแนน ต่อมา การดำเนินการได้หยุดชะงักลงเพราะสงครามโลก 2 และปัญหาการเมือง ก่อนจะกลับมาดำเนินการใหม่ในปี พ.ศ. 2491 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ และนายเพทาย โชตินุชิต ได้ทำการรื้อฟื้นโครงการขึ้นใหม่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้อนุมัติเงินจำนวน 200,000 บาทเป็นทุนเริ่มแรก และได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นใหม่ โดยให้กรมศิลปากรซึ่งมอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ มีนายพิมาน มูลประมุข นายสิทธิเดช แสงหิรัญ และนายแสวง สงฆ์มั่งมีเป็นผู้ช่วย ซึ่งงานทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 สิ้นค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5,197,882.45 บาท มีพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 โดยกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ในปี พ.ศ. 2477 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ ผู้แทนจังหวัดธนบุรีในขณะนั้นได้เสนอเรื่องต่อคณะคณะรัฐมนตรีให้สร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ในปีต่อมา รัฐบาลรับเรื่องมาดำเนินการโดยกำหนดให้ตั้งอนุสาวรีย์ที่วงเวียนใหญ่ หลวงวิจิตรวาทการได้สั่งให้ออกแบบอนุสาวรีย์ทั้งสิ้น 7 แบบตั้งแสดงในงานรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2480 ให้มหาชนลงคะแนน ต่อมา การดำเนินการได้หยุดชะงักลงเพราะสงครามโลก 2 และปัญหาการเมือง ก่อนจะกลับมาดำเนินการใหม่ในปี พ.ศ. 2491 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ และนายเพทาย โชตินุชิต ได้ทำการรื้อฟื้นโครงการขึ้นใหม่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้อนุมัติเงินจำนวน 200,000 บาทเป็นทุนเริ่มแรก และได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นใหม่ โดยให้กรมศิลปากรซึ่งมอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ มีนายพิมาน มูลประมุข นายสิทธิเดช แสงหิรัญ และนายแสวง สงฆ์มั่งมีเป็นผู้ช่วย ซึ่งงานทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 สิ้นค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5,197,882.45 บาท มีพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 โดยกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์</p>","subject":"วงเวียนพระเจ้าตากสิน, อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี, พระเจ้าตากสินมหาราช, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ศิลป์ พีระศรี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.72632,100.493074)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/143"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แบบร่างประติมากรรมพระบรมราชาอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช","creator":"","description":"<p>ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ พ.ศ. 2474</p>","provenance":"<p>ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ พ.ศ. 2474</p>","subject":"พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1, แบบร่างประติมากรรมพระบรมราชาอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759074,100.493967)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/144"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว\t","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">สืบเนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสส่งพระบรมรูปเหมือนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์เองในปี พ.ศ. 2406 อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรดพระบรมรูปดังกล่าวเนื่องจากทรงเห็นว่าปั้นพระวรกายผิดส่วนไปจากความเป็นจริง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะช่างเคยเห็นแต่เพียงพระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้น จึงทรงมีพระราชดำริให้หลวงเทพรจนา (พลับ) ปั้นพระบรมรูปขนาดเท่าพระองค์จริงขึ้น โดยทรงเป็นแบบด้วยพระองค์เองและยึดคติการปั้นรูปเหมือนจริงตามแบบตะวันตก จึงอาจถือได้ว่าเป็นการปั้นพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังทรงดำรงพระชนม์อยู่เป็นครั้งแรกในวงการประติมากรรมไทย</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">สืบเนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสส่งพระบรมรูปเหมือนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์เองในปี พ.ศ. 2406 อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรดพระบรมรูปดังกล่าวเนื่องจากทรงเห็นว่าปั้นพระวรกายผิดส่วนไปจากความเป็นจริง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะช่างเคยเห็นแต่เพียงพระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้น จึงทรงมีพระราชดำริให้หลวงเทพรจนา (พลับ) ปั้นพระบรมรูปขนาดเท่าพระองค์จริงขึ้น โดยทรงเป็นแบบด้วยพระองค์เองและยึดคติการปั้นรูปเหมือนจริงตามแบบตะวันตก จึงอาจถือได้ว่าเป็นการปั้นพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังทรงดำรงพระชนม์อยู่เป็นครั้งแรกในวงการประติมากรรมไทย</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, ตำหนักเพชร, พระบรมรูปรัชกาลที่ 4, พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760173,100.500492)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/145"},{"type":"จิตรกรรม","title":"น้ำเงินเขียว","creator":"","description":"<p>อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ เป็นผู้วาดเมื่อ พ.ศ.2499</p>","provenance":"<p>อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ เป็นผู้วาดเมื่อ พ.ศ.2499</p>","subject":"น้ำเงินเขียว, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/146"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รำมะนา","creator":"","description":"<p>ชิต เหรียญประชา แกะสลักจากไม้มะฮอกกานี พ.ศ.2493</p>","provenance":"<p>ชิต เหรียญประชา แกะสลักจากไม้มะฮอกกานี พ.ศ.2493</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, หอศิลป์ ถ.เจ้าฟ้า, ศิลปกรรมร่วมสมัย, ชิต เหรียญประชา, ไม้แกะสลัก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759074,100.493967)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/147"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ขลุ่ยทิพย์","creator":"","description":"<p>เขียน ยิ้มศิริ ปั้นและหล่อ เมื่อ พ.ศ.2492</p>","provenance":"<p>เขียน ยิ้มศิริ ปั้นและหล่อ เมื่อ พ.ศ.2492</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, หอศิลป์ ถ.เจ้าฟ้า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759074,100.493967)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/148"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบรมรูป 4 รัชกาล","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พ.ศ. 2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูป 4 รัชกาลนี้ตามพระราชดำริเดิมของสมเด็จพระบรมชนกนาถที่ตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงประดิษฐานไว้สักการบูชาพระเทพบิดรแห่งกรุงรัตนโกสินทร์นอกเหนือไปจากการสร้างพระพุทธรูปฉลองพระองค์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ทรงเริ่มปั้นหุ่นรัชกาลที่ 1 โดยมีพระพุทธรูปฉลองพระองค์เป็นแบบให้วัดขนาดความสูง ส่วนเค้าพระพักตร์และพระวรกายนั้นได้จากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยเห็นรัชกาลที่ 1 ซึ่งเท่าที่หาได้ในเวลานั้นมีเพียง 4 ท่าน ได้แก่ พระองค์เจ้าหญิงปุก พระราชธิดาในรัชกาลที่ 2, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง, เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี), และเจ้าพระยาธรรมา (ลมั่ง สนธิรัตน) ส่วนพระบรมรูปรัชกาลอื่นๆ นั้นยังคงมีผู้ที่เคยเห็นพระองค์จริงอยู่มาก</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พ.ศ. 2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูป 4 รัชกาลนี้ตามพระราชดำริเดิมของสมเด็จพระบรมชนกนาถที่ตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงประดิษฐานไว้สักการบูชาพระเทพบิดรแห่งกรุงรัตนโกสินทร์นอกเหนือไปจากการสร้างพระพุทธรูปฉลองพระองค์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ทรงเริ่มปั้นหุ่นรัชกาลที่ 1 โดยมีพระพุทธรูปฉลองพระองค์เป็นแบบให้วัดขนาดความสูง ส่วนเค้าพระพักตร์และพระวรกายนั้นได้จากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยเห็นรัชกาลที่ 1 ซึ่งเท่าที่หาได้ในเวลานั้นมีเพียง 4 ท่าน ได้แก่ พระองค์เจ้าหญิงปุก พระราชธิดาในรัชกาลที่ 2, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง, เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี), และเจ้าพระยาธรรมา (ลมั่ง สนธิรัตน) ส่วนพระบรมรูปรัชกาลอื่นๆ นั้นยังคงมีผู้ที่เคยเห็นพระองค์จริงอยู่มาก</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, ปราสาทพระเทพบิดร, พระบรมมหาราชวัง, วังหลวง, พระบรมรูป 4 รัชกาล, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 3, รัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, พระบรมรูป","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751591,100.492722)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/149"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาหรือพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงดำริสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 50 ปี พ.ศ.2539</p><p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิฉัยสรุปได้ว่า สมควรจัดสร้างเป็นแบบลายเส้น แต่ให้ลึกและชัดขึ้นเห็นเป็นรูปพระพุทธรูปในระยะไกลจะดีกว่าการสร้างแบบนูนต่ำ ซึ่งไม่เหมาะสมเพราะจะมีปัญหาในด้านการบำรุงรักษาตลอดจนระยะเวลาและค่าก่อสร้าง เพราะเป็นเขาหินปูนและให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยโดยกันพื้นที่ด้านหน้าใกล้องค์พระเป็นเขตห้ามเข้าเด็ดขาด</p> ครั้นเมื่อแล้วเสร็จได้รับพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” มีความหมายว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรือง สว่างประเสริฐ ดุจดังมหาวชิระ","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาหรือพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงดำริสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 50 ปี พ.ศ.2539</p><p style=\"text-align: justify;\">พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิฉัยสรุปได้ว่า สมควรจัดสร้างเป็นแบบลายเส้น แต่ให้ลึกและชัดขึ้นเห็นเป็นรูปพระพุทธรูปในระยะไกลจะดีกว่าการสร้างแบบนูนต่ำ ซึ่งไม่เหมาะสมเพราะจะมีปัญหาในด้านการบำรุงรักษาตลอดจนระยะเวลาและค่าก่อสร้าง เพราะเป็นเขาหินปูนและให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยโดยกันพื้นที่ด้านหน้าใกล้องค์พระเป็นเขตห้ามเข้าเด็ดขาด</p> ครั้นเมื่อแล้วเสร็จได้รับพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” มีความหมายว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรือง สว่างประเสริฐ ดุจดังมหาวชิระ","subject":"พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา, พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์, เขาชีจรรย์ , พระพุทธรูป","spatial":"ชลบุรี (12.763611,100.955556)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/151"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระอัครชายาเธอ 1 พระองค์ พระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์ ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน ได้แก่</p><p>1.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430</p><p>2.พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430</p><p>3.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430</p> 4.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระอัครชายาเธอ 1 พระองค์ พระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์ ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน ได้แก่</p><p>1.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430</p><p>2.พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430</p><p>3.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430</p> 4.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430","subject":"พระราชวังบางปะอิน, อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.232131,100.58071)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/152"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ในระหว่างทางเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังบางปะอิน ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้ขึ้น พร้อมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ครบรอบ 3 ปี</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ในระหว่างทางเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังบางปะอิน ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้ขึ้น พร้อมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ครบรอบ 3 ปี</p>","subject":"พระราชวังบางปะอิน, พระบรมราชเทวี, สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ , พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเรือล่ม, พระนางเรือล่ม","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.232131,100.58071)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/153"},{"type":"จิตรกรรม","title":"อวมงคล","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ภายหลังจากการตั้งภาควิชาศิลปะไทยขึ้นภายในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2519 ทำให้เกิดศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะไทยแนวประเพณีในทัศนะใหม่ที่มีรูปแบบร่วมสมัยและมีความหลากหลาย รวมทั้งสร้างความเคลื่อนไหวให้กับวงการศิลปะไทย เช่น เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่มีความชัดเจนในการนำเสนอจิตรกรรมไทยประเพณีร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ภายหลังจากการตั้งภาควิชาศิลปะไทยขึ้นภายในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2519 ทำให้เกิดศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะไทยแนวประเพณีในทัศนะใหม่ที่มีรูปแบบร่วมสมัยและมีความหลากหลาย รวมทั้งสร้างความเคลื่อนไหวให้กับวงการศิลปะไทย เช่น เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่มีความชัดเจนในการนำเสนอจิตรกรรมไทยประเพณีร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, หอศิลป์ ถ.เจ้าฟ้า, อวมงคล","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759074,100.493967)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/154"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">พ.ศ.2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารหลังนี้เพื่อเป็นสำนักงานของห้างยอน แซมป์สัน แอนด์ ซัน เปิดดำเนินการธุรกิจจำหน่ายเครื่องแต่งกายแบบตะวันตก ลงนามทำสัญญาเช่ากับกรมพระคลังข้างที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2455 จนกระทั่ง พ.ศ.2469 ได้เปลี่ยนสิทธิการเช่ามาเป็นห้างสุธาดิลก จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องสุขภัณฑ์สมัยใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 กรมโยธาเทศบาลได้เช่าอาคารหลังนี้เป็นสำนักงาน จนกระทั่ง พ.ศ. 2545 เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงปัจจุบัน</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">พ.ศ.2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารหลังนี้เพื่อเป็นสำนักงานของห้างยอน แซมป์สัน แอนด์ ซัน เปิดดำเนินการธุรกิจจำหน่ายเครื่องแต่งกายแบบตะวันตก ลงนามทำสัญญาเช่ากับกรมพระคลังข้างที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2455 จนกระทั่ง พ.ศ.2469 ได้เปลี่ยนสิทธิการเช่ามาเป็นห้างสุธาดิลก จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องสุขภัณฑ์สมัยใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 กรมโยธาเทศบาลได้เช่าอาคารหลังนี้เป็นสำนักงาน จนกระทั่ง พ.ศ. 2545 เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงปัจจุบัน</p>","subject":"ผ่านฟ้าลีลาศ, พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 7, อาคารกรมโยธาธิการเดิม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.756101,100.506518)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/155"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทานพร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ทวารวดี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/156"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"วัดมหาธาตุสุโขทัย, พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,1521418.09)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/157"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางแสดงธรรม","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางแสดงธรรม, ทวารวดี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/158"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางสมาธิ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางสมาธิ, ทวารวดี, เมืองศรีมโหสถ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/159"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนาคปรก ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/160"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางสมาธิ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง , พระพุทธรูปปางสมาธิ, ทวารวดี","spatial":"สุพรรณบุรี (14.373126,99.891406)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/161"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ธรรมจักร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"ธรรมจักร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/162"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพิมพ์","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพิมพ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธเจ้า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/163"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอนางอุสา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าหลักหิน-ใบเสมาที่ล้อมรอบควรปักในช่วงที่วัฒนธรรมปักหินที่นิยมเรียกว่าทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือแพร่หลายอยู่ หรือราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 ในขณะที่ตัวโขดหินที่เรียกว่าหอนางอุสาอาจได้รับการบูชาในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก่อนหน้านั้นแล้ว และยังคงใช้งานสืบเนื่องต่อมาแม้สิ้นสมัยทวารวดีแล้วก็ตาม </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าหลักหิน-ใบเสมาที่ล้อมรอบควรปักในช่วงที่วัฒนธรรมปักหินที่นิยมเรียกว่าทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือแพร่หลายอยู่ หรือราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 ในขณะที่ตัวโขดหินที่เรียกว่าหอนางอุสาอาจได้รับการบูชาในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก่อนหน้านั้นแล้ว และยังคงใช้งานสืบเนื่องต่อมาแม้สิ้นสมัยทวารวดีแล้วก็ตาม </p>","subject":"หลักหิน, ใบเสมา, หอนางอุสา, ภูพระบาท","spatial":"อุดรธานี (17.732129,102.352872)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/164"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นใบเสมาแบบแผ่นแบนที่พบได้ทั่วไปในอีสาน ทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นใบเสมาแบบแผ่นแบนที่พบได้ทั่วไปในอีสาน ทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"หลักหิน, ใบเสมา, วัดพระพุทธบาทบัวบาน","spatial":"อุดรธานี (17.628085,102.336628)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/165"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบใบเสมาและอักขระทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 14-15 </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบใบเสมาและอักขระทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 14-15 </p>","subject":"ใบเสมา","spatial":"ขอนแก่น (16.446119,102.83852)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/166"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สระแก้ว ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"สระแก้ว, ศรีมโหสถ","spatial":"ปราจีนบุรี (13.88938,101.412415)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/167"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดพระเมรุ ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ทั้งนี้นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าสัมพันธ์กับศิลปะอินเดียแบบปาละ จึงไม่ควรเก่าไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 14 </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ทั้งนี้นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าสัมพันธ์กับศิลปะอินเดียแบบปาละ จึงไม่ควรเก่าไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 14 </p>","subject":"วัดพระเมรุ, เจดียวิหาร","spatial":"นครปฐม (13.811326,100.06721)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/168"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์จุลประโทน ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"เจดีย์จุลประโทน","spatial":"นครปฐม (13.815198,100.099469)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/169"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดโขลงสุวรรณคีรี ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"วัดโขลงสุวรรณคีรี, เมืองคูบัว","spatial":"ราชบุรี (13.48645,99.835813)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/170"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์","creator":"","description":"<p>ชิ้นส่วนดั้งเดิมของเจดีย์องค์นี้เริ่มต้นจากส่วนที่คล้ายหม้อน้ำ (อิฐที่รองรับเป็นของที่ทำขึ้นใหม่) อาจเป็นส่วนที่เทียบได้กับอัณฑะหรือองค์ระฆังของเจดีย์ทรงกลม ตอนล่างของส่วนที่คล้ายหม้อน้ำนี้ประดับด้วยกลีบบัวคว่ำบัวหงาย มีจารึกคาถาเย ธมฺมา ปรากฏอยู่ที่ตอนบนของส่วนที่คล้ายหม้อน้ำ ถัดขึ้นไปเป็นส่วนยอดซึ่งเริ่มต้นจากแท่งกลมหรือก้านฉัตร ถัดขึ้นไปเป็นแผ่นหินซ้อนดหลั่นกันและลำดับขนาดจากใหญ่ไปเล็ก ส่วนนี้คือฉัตรซ้อนชั้นนั่นเอง บนยอดสุดเป็นรูปลูกแก้วกลม</p>","provenance":"<p>ชิ้นส่วนดั้งเดิมของเจดีย์องค์นี้เริ่มต้นจากส่วนที่คล้ายหม้อน้ำ (อิฐที่รองรับเป็นของที่ทำขึ้นใหม่) อาจเป็นส่วนที่เทียบได้กับอัณฑะหรือองค์ระฆังของเจดีย์ทรงกลม ตอนล่างของส่วนที่คล้ายหม้อน้ำนี้ประดับด้วยกลีบบัวคว่ำบัวหงาย มีจารึกคาถาเย ธมฺมา ปรากฏอยู่ที่ตอนบนของส่วนที่คล้ายหม้อน้ำ ถัดขึ้นไปเป็นส่วนยอดซึ่งเริ่มต้นจากแท่งกลมหรือก้านฉัตร ถัดขึ้นไปเป็นแผ่นหินซ้อนดหลั่นกันและลำดับขนาดจากใหญ่ไปเล็ก ส่วนนี้คือฉัตรซ้อนชั้นนั่นเอง บนยอดสุดเป็นรูปลูกแก้วกลม</p>","subject":"เจดีย์","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/171"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับประติมากรรมศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร และศิลปะอินเดียแบบปัลลวะ รวมถึงเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับประติมากรรมศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร และศิลปะอินเดียแบบปัลลวะ รวมถึงเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","subject":"พระวิษณุ, พระพรหม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/172"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสุริยเทพ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย และศิลปะทวารวดี ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย และศิลปะทวารวดี ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","subject":"พระสุริยเทพ, พระอาทิตยเทพ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/173"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย และเทวรูปศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เทียบได้กับเทวรูปยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย และเทวรูปศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร ทำให้กำหนดอายุพระวิษณุองค์นี้ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","subject":"พระวิษณุ, พระนารายณ์","spatial":"ปราจีนบุรี (14.047306,101.37467)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/174"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประตูเสี้ยวกาง","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบวร, ประตูเสี้ยวกาง, เซี่ยวกาง, ทวารบาล","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/175"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระปั้นหย่า","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เดิมสร้างอยู่ที่สวนขวาในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาสร้างที่วัดบวรนิเวศวิหารเมื่อ พ.ศ.2394 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้ามงกุฎเมื่อทรงผนวช</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เดิมสร้างอยู่ที่สวนขวาในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาสร้างที่วัดบวรนิเวศวิหารเมื่อ พ.ศ.2394 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้ามงกุฎเมื่อทรงผนวช</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบวร, พระปั้นหย่า, พระตำหนักปั้นหย่า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760041,100.500609)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/176"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อุโบสถวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน","creator":"","description":"<p>สร้างในสมัยรัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี </p><p>พลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ และ หลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง</p><p> หลวงวิจิตรวาทการ และ พระพรหมพิจิตร เป็นผู้ออกแบบ นายช่างกรมศิลปากรและกรมรถไฟเป็นนายช่างก่อสร้าง กระทำพิธีเปิดและถวายเป็นเสนาสนะแก่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485<br></p>","provenance":"<p>สร้างในสมัยรัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี </p><p>พลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ และ หลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง</p><p> หลวงวิจิตรวาทการ และ พระพรหมพิจิตร เป็นผู้ออกแบบ นายช่างกรมศิลปากรและกรมรถไฟเป็นนายช่างก่อสร้าง กระทำพิธีเปิดและถวายเป็นเสนาสนะแก่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485<br></p>","subject":"วัดพระศรีมหาธาตุ, วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน, พระอุโบสถ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.874256,100.593433)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/177"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปคันธารราฐ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี ช่างชาวอิตาเลียนปั้นโดยอนุโลมตามพระพุทธรูปคันธารราฐในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2453</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี ช่างชาวอิตาเลียนปั้นโดยอนุโลมตามพระพุทธรูปคันธารราฐในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2453</p>","subject":"พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระพุทธรูป, พระพุทธรูปคันธารราฐ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, รัชกาลที่ 5","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/178"},{"type":"จิตรกรรม","title":"หนังพระนครไหว","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, หนังใหญ่, หนังพระนครไหว","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.758237,100.491362)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/179"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดเฉลิมพระเกียรติ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยกี และเจ้าจอมมารดาเรียม พระราชมารดา การก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยกี และเจ้าจอมมารดาเรียม พระราชมารดา การก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"วัดเฉลิมพระเกียรติ, วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร จ.นนทบุรี","spatial":"นนทบุรี (13.848337,100.484608)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/180"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปูนปั้นเรื่องพุทธศาสนาวัดบางกะพ้อม","creator":"","description":"<p>ปูนปั้น ระบายสี ปิดทอง ประดับกระจกสี</p>","provenance":"<p>ปูนปั้น ระบายสี ปิดทอง ประดับกระจกสี</p>","subject":"ปูนปั้นเรื่องพุทธศาสนาวัดบางกะพ้อม, วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม, ปูนปั้นในวิหารพระพุทธบาทวัดบางกะพ้อม","spatial":"สมุทรสงคราม (13.414917,99.963426)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/181"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดเขาสมณซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับพระนครคีรีหรือเขาวังและเคยได้เสด็จไปเมื่อทรงผนวช ภายหลังได้พระราชทานนามว่าวัดมหาสมณาราม สันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังอาจเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4-5<br></p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดเขาสมณซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับพระนครคีรีหรือเขาวังและเคยได้เสด็จไปเมื่อทรงผนวช ภายหลังได้พระราชทานนามว่าวัดมหาสมณาราม สันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังอาจเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4-5<br></p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, พระพุทธบาท, จิตรกรรมเรื่องนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี","spatial":"เพชรบุรี (13.110932,99.939032)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/182"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดคงคาราม จ.ราชบุรีตั้งอยู่ในย่านชุมชนมอญที่อพยพมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ได้ทรงอุปถัมภ์  ไม่ปรากฏหลักฐานการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ น. ณ ปากน้ำ เชื่อว่ามีการเขียนทับภาพเดิมที่เขียนไว้ในสมัยอยุธยาโดยยังคงเหลือเค้าเดิมอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม ให้ความเห็นว่า หากมีการเขียนทับจริง คงหมายถึงการลบของเดิมที่ชำรุดทิ้งแล้วเขียนใหม่ เนื่องจากระเบียบในการจัดวางภาพเป็นแบบแผนที่นิยมในรัชกาลที่ 3 แล้ว โดยมีรายละเอียดที่เพิ่มเติมและแปลกตา ซึ่งอาจเป็นการปรับตัวของงานช่างในรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดคงคาราม จ.ราชบุรีตั้งอยู่ในย่านชุมชนมอญที่อพยพมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ได้ทรงอุปถัมภ์  ไม่ปรากฏหลักฐานการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ น. ณ ปากน้ำ เชื่อว่ามีการเขียนทับภาพเดิมที่เขียนไว้ในสมัยอยุธยาโดยยังคงเหลือเค้าเดิมอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม ให้ความเห็นว่า หากมีการเขียนทับจริง คงหมายถึงการลบของเดิมที่ชำรุดทิ้งแล้วเขียนใหม่ เนื่องจากระเบียบในการจัดวางภาพเป็นแบบแผนที่นิยมในรัชกาลที่ 3 แล้ว โดยมีรายละเอียดที่เพิ่มเติมและแปลกตา ซึ่งอาจเป็นการปรับตัวของงานช่างในรัชกาลที่ 4</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม, วัดคงคาราม จ.ราชบุรี","spatial":"ราชบุรี (13.715471,99.850906)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/183"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องฉฬาภิชาติ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br></p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br></p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบวร, จิตรกรรมฝาผนังเรื่องฉฬาภิชาติ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760601,100.500057)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/184"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดเสนาสนารามหรือวัดเสื่อเป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ.2406 เนื่องจากเป็นวัดที่เคยเสด็จไปเมื่อครั้งทรงผนวชและเป็นหนึ่งในวัดที่ทรงปฏิสังขรณ์เพื่อทำผาติกรรมในการปฏิสังขรณ์พระนารายราชนิเวศน์</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดเสนาสนารามหรือวัดเสื่อเป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ.2406 เนื่องจากเป็นวัดที่เคยเสด็จไปเมื่อครั้งทรงผนวชและเป็นหนึ่งในวัดที่ทรงปฏิสังขรณ์เพื่อทำผาติกรรมในการปฏิสังขรณ์พระนารายราชนิเวศน์</p>","subject":"จิตรกรรมเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน, วัดเสื่อ, วัดเสนาสนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.363494,100.57364)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/185"},{"type":"ประติมากรรม","title":"บุษบกธรรมาสน์ยอดทรงมงกุฎ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างแน่ชัด จากรูปแบบศิลปะสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 – รัชกาลที่ 5</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างแน่ชัด จากรูปแบบศิลปะสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 – รัชกาลที่ 5</p>","subject":"บุษบกธรรมาสน์ยอดทรงมงกุฎ, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749515,100.495353)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/186"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธมหาชนก","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดสำเพ็งซึ่งเป็นวัดในสมัยอยุธยา เพื่อทรงอุทิศถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถ เมื่อแล้วเสร็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้พระราชทานนามวัดว่า วัดปทุมคงคา ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่เนื่องจากชำรุดทรุดโทรม และได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรมเป็นนายช่างแก้ไขแบบพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถให้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องต้น พร้อมกับแก้ไขฐานชุกชีให้สูงขึ้นและทำรูปเทวดาแวดล้อม 4 องค์ </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดสำเพ็งซึ่งเป็นวัดในสมัยอยุธยา เพื่อทรงอุทิศถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถ เมื่อแล้วเสร็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้พระราชทานนามวัดว่า วัดปทุมคงคา ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่เนื่องจากชำรุดทรุดโทรม และได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรมเป็นนายช่างแก้ไขแบบพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถให้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องต้น พร้อมกับแก้ไขฐานชุกชีให้สูงขึ้นและทำรูปเทวดาแวดล้อม 4 องค์ </p>","subject":"พระพุทธมหาชนก, พระพุทธรูปประธานวัดปทุมคงคา, พระพุทธรูปทรงเครื่องต้น, วัดสำเพ็ง, วัดปทุมคงคา, วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.736019,100.510774)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/187"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ","creator":"","description":"<p>พสกนิกรผู้จงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ห้าสิบออกแบบโดยม.ร.ว. มิตรารุณเกษมศรี นายช่างสถาปนิกประจำสำนักพระราชวังและศิลปินแห่งชาติ</p>","provenance":"<p>พสกนิกรผู้จงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ห้าสิบออกแบบโดยม.ร.ว. มิตรารุณเกษมศรี นายช่างสถาปนิกประจำสำนักพระราชวังและศิลปินแห่งชาติ</p>","subject":"เจดีย์, พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ, วัดทางสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์, พระมหาเจดีย์เก้ายอด","spatial":"ประจวบคีรีขันธ์ (11.361546,99.58013)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/188"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องมโหสถชาดก","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย หรือ วัดทอง เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามว่า วัดสุวรรณาราม สันนิษฐานว่าพระอุโบสถคงสร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 1 และอาจมีภาพจิตรกรรมฝีมือพระอาจารย์นาค ช่างพระที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น แต่เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 3 จิตรกรรมคงชำรุดมากจึงบูรณะใหม่โดยเขียนแทนของเดิมทั้งหมด</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย หรือ วัดทอง เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามว่า วัดสุวรรณาราม สันนิษฐานว่าพระอุโบสถคงสร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 1 และอาจมีภาพจิตรกรรมฝีมือพระอาจารย์นาค ช่างพระที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น แต่เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 3 จิตรกรรมคงชำรุดมากจึงบูรณะใหม่โดยเขียนแทนของเดิมทั้งหมด</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, จิตรกรรมเรื่องมโหสถชาดก, วัดสุวรรณาราม , วัดสุวรรณาราม บางกอกน้อย, วัดทอง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.763302,100.476838)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/190"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมากร","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2389 ณ โรงหล่อหลวง ในพระบรมมหาราชวัง</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2389 ณ โรงหล่อหลวง ในพระบรมมหาราชวัง</p>","subject":"พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระพุทธรูป, วัดเฉลิมพระเกียรติ, วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร จ.นนทบุรี, วัดเฉลิมพระเกียรติ จ.นนทบุรี, พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมากร , รัชกาลที่ 3","spatial":"นนทบุรี (13.848337,100.484608)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/191"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถวัดทองนพคุณ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดทองนพคุณหรือวัดทองล่างสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) ได้เป็นผู้บูรณะซ่อมแซม และถวายให้เป็นพระอารามหลวงในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพระครูกสิณสังวร (มี) เป็นเจ้าอาวาสและเป็นช่างพระที่สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">วัดทองนพคุณหรือวัดทองล่างสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) ได้เป็นผู้บูรณะซ่อมแซม และถวายให้เป็นพระอารามหลวงในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพระครูกสิณสังวร (มี) เป็นเจ้าอาวาสและเป็นช่างพระที่สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"พระอุโบสถ, วัดทองนพคุณ, วัดทองล่าง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732831,100.508103)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/192"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดทุมวนารามหรือวัดสระปทุม เมื่อ พ.ศ.2396 ในคราวเดียวกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสระปทุมวันในบริเวณท้องนาหลวงในคลองบางกะปิ สำหรับเป็นที่ประทับทรงสำราญพระราชอิริยาบถ <br><span class=\"redactor-invisible-space\"></span></p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดทุมวนารามหรือวัดสระปทุม เมื่อ พ.ศ.2396 ในคราวเดียวกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสระปทุมวันในบริเวณท้องนาหลวงในคลองบางกะปิ สำหรับเป็นที่ประทับทรงสำราญพระราชอิริยาบถ <br><span class=\"redactor-invisible-space\"></span></p>","subject":"จิตรกรรมเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, วัดสระปทุม, วัดปทุมวนาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.745892,100.53718)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/193"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โพธิฆระ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว </p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว </p>","subject":"วัดสระปทุม, วัดปทุมวนาราม, โพธิฆระ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.745956,100.536366)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/195"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มหายาน","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, วัดสระปทุม, วัดปทุมวนาราม, จิตรกรรมเรื่องพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มหายาน","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/196"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธมหาจักรพรรดิ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว </p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว </p>","subject":"วัดนางนอง, พระพุทธรูปทรงเครื่องวัดนางนอง, พระพุทธมหาจักรพรรดิ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.703695,100.466911)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/198"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมลายกำมะลอ","creator":"ลัทธิเต๋า","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"วัดนางนอง, จิตรกรรมลายกำมะลอ, ลายกำมะลอ, ลายรดน้ำกำมะลอ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.703695,100.466911)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/199"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ลายรดน้ำเครื่องราชูปโภค","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"วัดนางนอง, ลายรดน้ำเครื่องราชูปโภค, ลายรดน้ำ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.703695,100.466911)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/200"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องชมพูบดี","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"วัดนางนอง, จิตรกรรมเรื่องชมพูบดี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.703695,100.466911)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/202"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโกศทองใหญ่","creator":"","description":"<p>พระโกศทองใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ รองเสนาบดีกระทรวงวังและผู้บัญชาการกรมช่างสิบหมู่สร้างขึ้น เรียกว่า พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 5 หรือพระลองทองใหญ่ รัชกาลที่ 5 และในรัชกาลที่ 9 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระโกศทองใหญ่ขึ้นเป็นองค์ที่ 3 โดยได้ประดิษฐานพระศพสมเด็จพระจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เป็นพระองค์แรก</p>","provenance":"<p>พระโกศทองใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ รองเสนาบดีกระทรวงวังและผู้บัญชาการกรมช่างสิบหมู่สร้างขึ้น เรียกว่า พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 5 หรือพระลองทองใหญ่ รัชกาลที่ 5 และในรัชกาลที่ 9 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระโกศทองใหญ่ขึ้นเป็นองค์ที่ 3 โดยได้ประดิษฐานพระศพสมเด็จพระจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เป็นพระองค์แรก</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, วังหลวง, พระโกศทองใหญ่, พระลองทองใหญ่","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751028,100.490142)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/203"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดสระเกศ","creator":"","description":"<p>วัดสระเกศ เดิมชื่อวัดสะแก สร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ปฏิสังขรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","provenance":"<p>วัดสระเกศ เดิมชื่อวัดสะแก สร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ปฏิสังขรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>","subject":"วัดสระเกศ, วัดภูเขาทอง, วัดสะแก, วัดสะเกศ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.753886,100.508395)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/204"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องวิปัสสนาญาณ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างวัดโพธิ์บางโอที่แน่ชัด กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นตระกูลเสนีวงศ์) ได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชมารดาในรัชกาลที่ 3 ให้ปฏิสังขรณ์และเป็นผู้ดูแลวัด จึงสันนิษฐานว่าจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถน่าจะเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างวัดโพธิ์บางโอที่แน่ชัด กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นตระกูลเสนีวงศ์) ได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชมารดาในรัชกาลที่ 3 ให้ปฏิสังขรณ์และเป็นผู้ดูแลวัด จึงสันนิษฐานว่าจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถน่าจะเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"จิตรกรรมเรื่องวิปัสสนาญาณ, วัดโพธิ์บางโอ","spatial":"นนทบุรี (13.8091,100.47212)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/206"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย","creator":"","description":"<p>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยขึ้นที่หน้าหมู่พระวิมานด้านทิศตะวันออก ซึ่งแต่เดิมเป็นมุขเด็จพระวิมานสำหรับเสด็จออกรับแขกเมืองมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 1</p>","provenance":"<p>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยขึ้นที่หน้าหมู่พระวิมานด้านทิศตะวันออก ซึ่งแต่เดิมเป็นมุขเด็จพระวิมานสำหรับเสด็จออกรับแขกเมืองมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 1</p>","subject":"ที่ประทับ, พระที่นั่ง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.758078,100.491668)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/208"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2375</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2375</p>","subject":"วัดอรุณราชวราราม , วัดอรุณ, วัดแจ้ง, พระพุทธรูปประธานวิหารวัดอรุณ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (660912.36,1519891.46)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/209"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตำหนักจิตรลดา","creator":"-","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีสถาปนิกผู้ออกแบบคือ นาย มาริโอ ตมานโย สถาปนิกชาวอิตาลีแห่งกรมโยธาธิการ ออกแบบระหว่าง พ.ศ.2446-2448 ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2449 </p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีสถาปนิกผู้ออกแบบคือ นาย มาริโอ ตมานโย สถาปนิกชาวอิตาลีแห่งกรมโยธาธิการ ออกแบบระหว่าง พ.ศ.2446-2448 ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2449 </p>","subject":"พระราชวังดุสิต, ตำหนักจิตรลดา","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.768004,100.510695)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/210"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใกล้กับพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นวัดของฝ่ายธรรมยุติกนิกาย</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใกล้กับพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นวัดของฝ่ายธรรมยุติกนิกาย</p>","subject":"วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749548,100.49552)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/211"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องศรีธนญชัย","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดปทุมวนารามขึ้นเมื่อ พ.ศ.2396 ในคราวเดียวกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสระปทุมวันในบริเวณท้องนาหลวงในคลองบางกะปิ สำหรับเป็นที่ประทับทรงสำราญพระราชอิริยาบถ เดิมชื่อวัดประทุมวันวนาราม หรือวัดสระปทุม เมื่อแล้วเสร็จได้ทรงนิมนต์พระสงฆ์เชื้อสายลาวจากวัดบวรนิเวศมาปกครองวัด และได้อัญเชิญพระแสนและพระใสซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ในสมัยรัชกาลที่ 3 มาประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม ภายหลังได้ทรงอุทิศพระราชกุศลในการสร้างวัดนี้พระราชทานแก่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.2404</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดปทุมวนารามขึ้นเมื่อ พ.ศ.2396 ในคราวเดียวกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสระปทุมวันในบริเวณท้องนาหลวงในคลองบางกะปิ สำหรับเป็นที่ประทับทรงสำราญพระราชอิริยาบถ เดิมชื่อวัดประทุมวันวนาราม หรือวัดสระปทุม เมื่อแล้วเสร็จได้ทรงนิมนต์พระสงฆ์เชื้อสายลาวจากวัดบวรนิเวศมาปกครองวัด และได้อัญเชิญพระแสนและพระใสซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ในสมัยรัชกาลที่ 3 มาประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม ภายหลังได้ทรงอุทิศพระราชกุศลในการสร้างวัดนี้พระราชทานแก่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.2404</p>","subject":"วัดสระปทุม, วัดปทุมวนาราม, จิตรกรรมเรื่องศรีธนญชัย, จิตรกรรมเรื่องเชียงเมี่ยง, วัดปทุม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.745912,100.536659)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/212"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธสิหังคปฏิมากร","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์</p>","subject":"วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ, พระพุทธสิหังคปฏิมากร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749547,100.495511)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/213"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสัมพุทธพรรณีจำลองและภาพศากยสมาคม","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดราชาธิวาส และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสัมพุทธพรรณีจำลองเพื่อเป็นพระประธานในพระอุโบสถ  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบพระอุโบสถ นาย ซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและร่างภาพไว้นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียนเป็นผู้ขยายแบบและระบายสี</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดราชาธิวาส และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสัมพุทธพรรณีจำลองเพื่อเป็นพระประธานในพระอุโบสถ  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบพระอุโบสถ นาย ซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและร่างภาพไว้นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียนเป็นผู้ขยายแบบและระบายสี</p>","subject":"วัดราชาธิวาส, พระสัมพุทธพรรณีจำลองและภาพศากยสมาคม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.775417,100.50333)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/214"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องชาดก 550 ชาติ","creator":"","description":"<p>เจ้าพระยาอภัยภูธรสร้างวัดที่คลองมอญฝั่งใต้แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า วัดเครือวัลย์ </p>","provenance":"<p>เจ้าพระยาอภัยภูธรสร้างวัดที่คลองมอญฝั่งใต้แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า วัดเครือวัลย์ </p>","subject":"วัดเครือวัลย์, จิตรกรรมเรื่องชาดก550ชาติ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746123,100.48552)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/215"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธปัญญาอัคคะ\t","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2428</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2428</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบวร, พระพุทธปัญญาอัคคะ, พระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760163,100.499757)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/216"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธไตรรัตนนายก","creator":"","description":"<p>เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นผู้สร้างวัดกัลยาณมิตร โดยอุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า \"หมู่บ้านกุฎีจีน\" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า \"วัดกัลยาณมิตร\" และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน </p>","provenance":"<p>เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นผู้สร้างวัดกัลยาณมิตร โดยอุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า \"หมู่บ้านกุฎีจีน\" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า \"วัดกัลยาณมิตร\" และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน </p>","subject":"พระพุทธไตรรัตนนายก, พระโต, หลวงพ่อโต, ซำปอกง, วัดกัลยาณมิตร, วัดกัลยาณ์, วัดพระโต","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.739855,100.491274)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/217"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธเจ้า 4 พระองค์","creator":"","description":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"วัดพิชยญาติ, วัดพิชยญาติการาม, พระพุทธเจ้า 4 พระองค์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732461,100.496839)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/218"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศรีอาริยเมตไตรย","creator":"","description":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"วัดพิชยญาติการาม, พระศรีอาริยเมตไตรย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732535,100.496501)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/219"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประติมากรรมเรื่องสามก๊ก","creator":"","description":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"วัดพิชยญาติการาม, ประติมากรรมเรื่องสามก๊ก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732518,100.496505)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/220"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระพุทธปรางค์","creator":"","description":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกศาธิบดี จางวางกรมพระคลังสินค้า ได้สถาปนาวัดพิชยญาติการามแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"วัดพิชยญาติการาม, ปรางค์ประธานวัดพิชยญาติการาม, พระพุทธปรางค์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732461,100.496676)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/221"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สำเภาและเจดีย์ทรงเครื่อง","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น</p>","subject":"วัดคอกกระบือ, วัดคอกควาย, วัดยานนาวา, สำเภาและเจดีย์ทรงเครื่อง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.71731,100.513536)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/222"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธมนุสสนาค","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2473</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2473</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบวร, พระพุทธมนุสสนาค, พระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760163,100.499757)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/223"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศรีศากยทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์","creator":"","description":"<p>ออกแบบโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวอิตาเลียน และนายสาโรช จารักษ์ จากกรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมการปั้นและขยายแบบ สร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ.2525</p>","provenance":"<p>ออกแบบโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวอิตาเลียน และนายสาโรช จารักษ์ จากกรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมการปั้นและขยายแบบ สร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ.2525</p>","subject":"พุทธมณฑล, พระศรีศากยทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์","spatial":"นครปฐม (13.776895,100.320921)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/224"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป ","creator":"","description":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบอมราวดีอย่างสูง แต่ขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างออกไปบ้าง จึงทำให้กำหนดอายุในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน โดยพระพุทธรูปอมราวดีมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 6-9 ดังนั้นพระพุทธรูปองค์นี้จึงอาจมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 10 ซึ่งยังคงเป็นเวลาที่แรงบันดาลใจจากศิลปะอมราวดียังคงอยู่ </p>","provenance":"<p style=\"text-align: justify;\">ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบอมราวดีอย่างสูง แต่ขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างออกไปบ้าง จึงทำให้กำหนดอายุในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน โดยพระพุทธรูปอมราวดีมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 6-9 ดังนั้นพระพุทธรูปองค์นี้จึงอาจมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 10 ซึ่งยังคงเป็นเวลาที่แรงบันดาลใจจากศิลปะอมราวดียังคงอยู่ </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ก่อนศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/225"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพุทธรูปศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ในราวช่วงเวลาเดียวกัน </p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพุทธรูปศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ในราวช่วงเวลาเดียวกัน </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/226"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพิมพ์ ","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระพิมพ์กลุ่มนี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระพิมพ์กลุ่มนี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","subject":"พระพิมพ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/227"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของพระโพธิสัตว์องค์นี้ ที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระโพธิสัตว์องค์นี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของพระโพธิสัตว์องค์นี้ ที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระโพธิสัตว์องค์นี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/228"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  ","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของพระโพธิสัตว์องค์นี้ ที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระโพธิสัตว์องค์นี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงประวัติและรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมของพระโพธิสัตว์องค์นี้ ที่มีความใกล้ชิดกับพระพิมพ์ศิลปะอินเดียแบบปาละปาละและพระพิมพ์ในศิลปะชวาภาคกลางในอินโดนีเซีย ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงอาจกำหนดอายุพระโพธิสัตว์องค์นี้ไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/229"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนาคปรก  ","creator":"","description":"<p>ปรากฏจารึกที่ฐานว่า ผู้รักษาเมืองครหิได้หล่อขึ้นภายใต้พระบรมราชโองการของพระเจ้าศรีมัตไตรโลกยราชภูษนวรรมเทวะ เมื่อ พ.ศ.1726 </p>","provenance":"<p>ปรากฏจารึกที่ฐานว่า ผู้รักษาเมืองครหิได้หล่อขึ้นภายใต้พระบรมราชโองการของพระเจ้าศรีมัตไตรโลกยราชภูษนวรรมเทวะ เมื่อ พ.ศ.1726 </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปนาคปรก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/230"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 10 เช่น ศิลปะของราชวงศ์กุษาณะซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ครองอินเดียภาคเหนือ ศิลปะอินเดียภาคใต้แถบรัฐอานธระประเทศซึ่งขณะนั้นปกครองโดยราชวงศ์ศาตวาหนะและอิกษวากุตามลำดับ จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงพุทธศตวรรษที่ 9-10 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 10 เช่น ศิลปะของราชวงศ์กุษาณะซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ครองอินเดียภาคเหนือ ศิลปะอินเดียภาคใต้แถบรัฐอานธระประเทศซึ่งขณะนั้นปกครองโดยราชวงศ์ศาตวาหนะและอิกษวากุตามลำดับ จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงพุทธศตวรรษที่ 9-10 </p>","subject":"พระวิษณุ, พระนารายณ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/231"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงราชวงศ์ปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว หรือสร้างภายหลังไม่นาน </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงราชวงศ์ปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว หรือสร้างภายหลังไม่นาน </p>","subject":"พระวิษณุ, พระนารายณ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/232"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงราชวงศ์ปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว หรือสร้างภายหลังไม่นาน </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้างพระวิษณุองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประติมากรรมพระวิษณุในประเทศอินเดียช่วงราชวงศ์ปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 จึงเชื่อว่าพระวิษณุองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว หรือสร้างภายหลังไม่นาน </p>","subject":"พระวิษณุ, พระนารายณ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/233"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงพระพุทธรูปองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่แสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปล้านนาระยะแรกๆ หรือเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 20</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงพระพุทธรูปองค์นี้ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่แสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปล้านนาระยะแรกๆ หรือเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 20</p>","subject":"วัดพระพายหลวง, พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง, ศิลปะล้านนา","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/234"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปสุโขทัยแบบหมวดใหญ่ ซึ่งแพร่หลายอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 จึงกำหนดอายุการสร้างไว้ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปสุโขทัยแบบหมวดใหญ่ ซึ่งแพร่หลายอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 จึงกำหนดอายุการสร้างไว้ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/235"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด แต่ปัจจุบันเชื่อกันว่าเจดีย์วัดช้างล้อมศรีสุชนาลัยน่าจะสร้างขึ้นในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพระยาลิไท พระพุทธรูปองค์นี้ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในซุ้มจระนำที่อยู่บริเวณลานประทักษิณก็น่าจะสร้างขึ้นราวเดียวกันนี้ </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด แต่ปัจจุบันเชื่อกันว่าเจดีย์วัดช้างล้อมศรีสุชนาลัยน่าจะสร้างขึ้นในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพระยาลิไท พระพุทธรูปองค์นี้ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในซุ้มจระนำที่อยู่บริเวณลานประทักษิณก็น่าจะสร้างขึ้นราวเดียวกันนี้ </p>","subject":"วัดช้างล้อมศรีสัชนาลัย, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/236"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธบาท","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร </p>","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง, พระพุทธบาท","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/237"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นส่วนผสมระหว่างพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่และพระพุทธรูปล้านนาแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 20ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นส่วนผสมระหว่างพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่และพระพุทธรูปล้านนาแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 20  </p>","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นส่วนผสมระหว่างพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่และพระพุทธรูปล้านนาแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 20ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นส่วนผสมระหว่างพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่และพระพุทธรูปล้านนาแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ทำให้กำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 20  </p>","subject":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/238"},{"type":"ประติมากรรม","title":"สังคโลก","creator":"","description":"<p>การผลิตสังคโลกพบมากที่เมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย มีการสร้างต่อเนื่องยาวนานนับร้อยปีตลอดยุคสุโขทัยจนแม้กระทั่งช่วงที่อยุธยาได้เข้ามาครอบครองสุโขทัยแล้ว สันนิษฐานว่าการผลิตสังคโลกสิ้นสุดลงราวรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p> สำหรับสังคโลกที่เป็นเครื่องประกอบสถาปัตยกรรมนั้น มีรูปแบบที่เทียบได้กับงานศิลปกรรมที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 จึงเชื่อว่าควรกำหนดอายุการสร้างไว้ราวช่วงเวลาเดียวกันนี้","provenance":"<p>การผลิตสังคโลกพบมากที่เมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย มีการสร้างต่อเนื่องยาวนานนับร้อยปีตลอดยุคสุโขทัยจนแม้กระทั่งช่วงที่อยุธยาได้เข้ามาครอบครองสุโขทัยแล้ว สันนิษฐานว่าการผลิตสังคโลกสิ้นสุดลงราวรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p> สำหรับสังคโลกที่เป็นเครื่องประกอบสถาปัตยกรรมนั้น มีรูปแบบที่เทียบได้กับงานศิลปกรรมที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 จึงเชื่อว่าควรกำหนดอายุการสร้างไว้ราวช่วงเวลาเดียวกันนี้","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง, สังคโลก","spatial":"สุโขทัย (17.018304,99.707273)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/239"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้พบจารึกที่ฐานระบุชื่อผู้สร้างว่า “แม่อัว” ผู้เป็นเมียสนมของมหาธรรมราชา มีความปรารถนาให้บุญนี้ส่งผลให้ได้เกิดในยุคพระศรีอาริย์ ไม่ปรากฏศักราชการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมและการเอ่ยถึงพระมหาธรรมราชา จึงเป็นหลักฐานที่ระบุได้ว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","provenance":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้พบจารึกที่ฐานระบุชื่อผู้สร้างว่า “แม่อัว” ผู้เป็นเมียสนมของมหาธรรมราชา มีความปรารถนาให้บุญนี้ส่งผลให้ได้เกิดในยุคพระศรีอาริย์ ไม่ปรากฏศักราชการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมและการเอ่ยถึงพระมหาธรรมราชา จึงเป็นหลักฐานที่ระบุได้ว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","subject":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระพุทธรูปมีจารึก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก","spatial":"สุโขทัย (17.31991,99.826491)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/240"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้พบจารึกที่ฐานระบุชื่อผู้สร้างและศักราชที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “ทิตไสมีลูกหญิงชื่อนางทองแก้ว ผู้สร้าง พ.ศ. 1965” </p>","provenance":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้พบจารึกที่ฐานระบุชื่อผู้สร้างและศักราชที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “ทิตไสมีลูกหญิงชื่อนางทองแก้ว ผู้สร้าง พ.ศ. 1965” </p>","subject":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระพุทธรูปมีจารึก, วัดโพธิ์, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746522,100.493299)","temporal":"สุโขทัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/242"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 อันเป็นระยะปลายของศิลปะหริภุญชัยที่มีอิทธิพลจากศิลปะก่อนอยุธยาหรืออู่ทองจากภาคกลางเข้ามาปะปน</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 อันเป็นระยะปลายของศิลปะหริภุญชัยที่มีอิทธิพลจากศิลปะก่อนอยุธยาหรืออู่ทองจากภาคกลางเข้ามาปะปน</p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย","spatial":"ลำพูน (18.577131,99.006698)","temporal":"หริภุญชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/243"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 อันเป็นระยะที่ศิลปะหริภุญชัยเจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 อันเป็นระยะที่ศิลปะหริภุญชัยเจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย, เศียรพระพุทธรูป","spatial":"ลำพูน (18.577131,99.006698)","temporal":"หริภุญชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/244"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 อันเป็นระยะที่ศิลปะหริภุญชัยเจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 อันเป็นระยะที่ศิลปะหริภุญชัยเจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง</p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย, แผ่นเงินดุนนูน","spatial":"ลำพูน (18.577131,99.006698)","temporal":"หริภุญชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/245"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช","creator":"","description":"<p>หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เกี่ยวกับประวัติการสร้างมีอยู่ในลักษณะตำนาน ได้เล่าอดีตย้อนกลับไปจนถึงราวยุคต้นประวัติศาสตร์ หรือราวพุทธศตวรรษที่ 10 ครั้งนั้นเจ้าชายทันตกุมารและเจ้าหญิงเหมมาลาอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากอินเดียไปสู่ศรีลังกา ทว่าเรือแตกจนทำให้ทั้ง 2 พระองค์มาขึ้นฝั่งยังหาดทรายแก้ว นำพระบรมสารีริกธาตุฝังไว้ที่หาดทรายแก้วเพื่อป้องกันภยันตราย เมื่อทั้ง 2 พระองค์หาหนทางอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วไปยังศรีลังกาเป็นผลสำเร็จแล้วจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหนึ่งกลับมาประดิษฐานยังตำแหน่งเดิม ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้สร้างพระสถูปครอบสถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ซึ่งก็คือพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชนั่นเอง</p> แม้ว่าเหตุการณ์เรือแตกของเจ้าชัยทันตกุมารและเจ้าหญิงเหมมาลาจะเป็นเรื่องเล่าที่ได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากตำนานพระเขี้ยวแก้วของลังกา จนกล่าวได้ว่าไม่น่าใช่เหตุการณ์จริง แต่การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์โดยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยจากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยลำดับ โดยเฉพาะในสมัยอยุธยาที่มีการซ่อมแซมส่วนปลียอดและหุ้มทองคำ ตราบจนปัจจุบันยังคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด","provenance":"<p>หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เกี่ยวกับประวัติการสร้างมีอยู่ในลักษณะตำนาน ได้เล่าอดีตย้อนกลับไปจนถึงราวยุคต้นประวัติศาสตร์ หรือราวพุทธศตวรรษที่ 10 ครั้งนั้นเจ้าชายทันตกุมารและเจ้าหญิงเหมมาลาอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากอินเดียไปสู่ศรีลังกา ทว่าเรือแตกจนทำให้ทั้ง 2 พระองค์มาขึ้นฝั่งยังหาดทรายแก้ว นำพระบรมสารีริกธาตุฝังไว้ที่หาดทรายแก้วเพื่อป้องกันภยันตราย เมื่อทั้ง 2 พระองค์หาหนทางอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วไปยังศรีลังกาเป็นผลสำเร็จแล้วจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหนึ่งกลับมาประดิษฐานยังตำแหน่งเดิม ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้สร้างพระสถูปครอบสถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ซึ่งก็คือพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชนั่นเอง</p> แม้ว่าเหตุการณ์เรือแตกของเจ้าชัยทันตกุมารและเจ้าหญิงเหมมาลาจะเป็นเรื่องเล่าที่ได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากตำนานพระเขี้ยวแก้วของลังกา จนกล่าวได้ว่าไม่น่าใช่เหตุการณ์จริง แต่การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์โดยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยจากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยลำดับ โดยเฉพาะในสมัยอยุธยาที่มีการซ่อมแซมส่วนปลียอดและหุ้มทองคำ ตราบจนปัจจุบันยังคงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์ทรงระฆัง, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช, พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช","spatial":"นครศรีธรรมราช (8.410996,99.966145)","temporal":"ก่อนอยุธยา, อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/246"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ตู้พระธรรม ","creator":"","description":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 23</p>","provenance":"<p>ไม่พบประวัติการสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 23</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ลายรดน้ำ, ตู้พระธรรมลายรดน้ำ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"อยุธยาตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/247"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ตู้พระธรรม","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัดเพราะไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรใดระบุ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุอยู่ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นอย่างช้า</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัดเพราะไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรใดระบุ แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุอยู่ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นอย่างช้า</p>","subject":"ลายรดน้ำ, ตู้พระธรรมลายรดน้ำ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.350887,100.561788)","temporal":"อยุธยาตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/248"},{"type":"ประติมากรรม","title":"บานประตูไม้","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด ตามประวัติการได้มาระบุว่าเคยประดิษฐานอยู่ที่คูหาของเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งแม้ว่าจะยังมีข้อถกเถียงว่าสร้างขึ้นในรัชกาลใด แต่อย่างน้อยก็เชื่อได้ว่าเจดีย์นี้อยู่ในสมัยอยุธยาตอนกลาง สอดคล้องกับรูปแบบทางศิลปกรรมของบานประตูไม้นี้ที่สามารถกำหนดอายุไว้ราวสมัยอยุธยาตอนกลาง หรือพุทธศตวรรษที่ 21</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด ตามประวัติการได้มาระบุว่าเคยประดิษฐานอยู่ที่คูหาของเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งแม้ว่าจะยังมีข้อถกเถียงว่าสร้างขึ้นในรัชกาลใด แต่อย่างน้อยก็เชื่อได้ว่าเจดีย์นี้อยู่ในสมัยอยุธยาตอนกลาง สอดคล้องกับรูปแบบทางศิลปกรรมของบานประตูไม้นี้ที่สามารถกำหนดอายุไว้ราวสมัยอยุธยาตอนกลาง หรือพุทธศตวรรษที่ 21</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, บานประตู","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.350887,100.561788)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/249"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทยแบบบายนหรือหลังบายน จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรือราวพุทธศตวรรษที่ 19</p>","provenance":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังใกล้ชิดกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทยแบบบายนหรือหลังบายน จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรือราวพุทธศตวรรษที่ 19</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ก่อนอยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/250"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังแสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างที่แตกต่างออกไป จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรืออาจสร้างระยะแรกสุดของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20</p>","provenance":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังแสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างที่แตกต่างออกไป จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรืออาจสร้างระยะแรกสุดของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ก่อนอยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/251"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังแสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างที่แตกต่างออกไป จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรืออาจสร้างระยะแรกสุดของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ตรงกับที่นักวิชาการบางท่านกำหนดเรียกไว้ว่าศิลปะอู่ทองรุ่นที่ 2 </p>","provenance":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรรุบะระวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่ยังแสดงความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปศิลปะเขมรในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างที่แตกต่างออกไป จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่นานนัก หรืออาจสร้างระยะแรกสุดของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 19-ต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ตรงกับที่นักวิชาการบางท่านกำหนดเรียกไว้ว่าศิลปะอู่ทองรุ่นที่ 2 </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ก่อนอยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/252"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรเอ่ยถึงการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้โดยตรง แต่จากการค้นพบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะที่พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1967 รัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ย่อมเป็นหลักฐานว่าพระพุทธรูปองค์นี้ย่อมสร้างขึ้นอย่างช้าในศักราชนี้ (พระราชพงศาวดารบางฉบับระบุว่าวัดนี้สร้างขึ้น พ.ศ. 1961) </p><p>พระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเช่นองค์นี้ซึ่งเรียกกันว่า พระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ 3 พบได้มากในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ทำให้เชื่อกันว่าน่าจะนิยมแพร่หลายในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20</p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรเอ่ยถึงการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้โดยตรง แต่จากการค้นพบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะที่พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1967 รัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ย่อมเป็นหลักฐานว่าพระพุทธรูปองค์นี้ย่อมสร้างขึ้นอย่างช้าในศักราชนี้ (พระราชพงศาวดารบางฉบับระบุว่าวัดนี้สร้างขึ้น พ.ศ. 1961) </p><p>พระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเช่นองค์นี้ซึ่งเรียกกันว่า พระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ 3 พบได้มากในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ทำให้เชื่อกันว่าน่าจะนิยมแพร่หลายในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20</p>","subject":"วัดราชบูรณะ, พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา","spatial":"พระนครศรีอยุธยา (14.350887,100.561788)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/255"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>รูปแบบทางศิลปกรรมของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบที่เรียกกันว่า พระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ 3 อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ที่ฐานมีจารึกภาษาไทย อ่านแบบปัจจุบันได้ว่า “ตนนี้ก่อพระเจ้าแม่เอินไว้ในบุรพารามนี้” มีนักวิชาการได้วิเคราะห์ว่าเจ้าแม่ที่เอ่ยถึงนี้น่าจะได้แก่พระเทวีศรีจุฬาลักษณ์ ผู้สร้างวัดบุรพาราม </p>","provenance":"<p>รูปแบบทางศิลปกรรมของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบที่เรียกกันว่า พระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ 3 อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ที่ฐานมีจารึกภาษาไทย อ่านแบบปัจจุบันได้ว่า “ตนนี้ก่อพระเจ้าแม่เอินไว้ในบุรพารามนี้” มีนักวิชาการได้วิเคราะห์ว่าเจ้าแม่ที่เอ่ยถึงนี้น่าจะได้แก่พระเทวีศรีจุฬาลักษณ์ ผู้สร้างวัดบุรพาราม </p>","subject":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก, วัดบูรพาราม","spatial":"สุโขทัย (17.31991,99.826491)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/256"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักอักษรระบุรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 หรือสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง </p>","provenance":"<p>ไม่มีหลักฐานลายลักอักษรระบุรายละเอียดการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อได้ว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 หรือสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"อยุธยาตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/257"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปทรงเครื่อง","creator":"","description":"<p>ปรากฏศักราชการสร้างที่ฐาน ระบุ พ.ศ. 2084</p>","provenance":"<p>ปรากฏศักราชการสร้างที่ฐาน ระบุ พ.ศ. 2084</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปทรงเครื่อง, พระพุทธรูปปางประทานอภัย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/258"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปทรงเครื่อง","creator":"","description":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุศักราชการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้โดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยแบบอยุธยาตอนกลาง และการค้นพบในพระอุระของพระองคลบพิตรที่สร้างขึ้นในช่วงอยุธยาตอนกลางเช่นกัน จึงทำให้กำหนดอายุการสร้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 21-22</p>","provenance":"<p>ไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุศักราชการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้โดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยแบบอยุธยาตอนกลาง และการค้นพบในพระอุระของพระองคลบพิตรที่สร้างขึ้นในช่วงอยุธยาตอนกลางเช่นกัน จึงทำให้กำหนดอายุการสร้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 21-22</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, พระพุทธรูปทรงเครื่อง, พระพุทธรูปปางประทานอภัย, พระมงคลบพิตร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (14.350887,100.561788)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/259"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปทรงเครื่อง ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ซึ่งนิยมมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 23 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ซึ่งนิยมมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 23 </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปทรงเครื่อง, พระพุทธรูปทรงเครื่อง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"อยุธยา, อยุธยาตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/260"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปหมวดขนมต้มซึ่งพบว่าแพร่หลายในกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ราวสมัยอยุธยาตอนกลางกระทั่งอยุธยาตอนปลาย จึงกำหนดอายุโดยกว้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 21-23</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรระบุถึงประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นพระพุทธรูปหมวดขนมต้มซึ่งพบว่าแพร่หลายในกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ราวสมัยอยุธยาตอนกลางกระทั่งอยุธยาตอนปลาย จึงกำหนดอายุโดยกว้างไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 21-23</p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระพุทธรูปหมวดขนมต้ม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"อยุธยา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/261"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์","creator":"","description":"<p>เชื่อว่าน่าจะเป็นประติมากรรมพระโพธิสัตว์ 550 พระชาติที่หล่อขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทั้งนี้ศักราชในพระราชพงศาวดารแต่ละฉบับระบุแตกต่างกันออกไป </p>","provenance":"<p>เชื่อว่าน่าจะเป็นประติมากรรมพระโพธิสัตว์ 550 พระชาติที่หล่อขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทั้งนี้ศักราชในพระราชพงศาวดารแต่ละฉบับระบุแตกต่างกันออกไป </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระโพธิสัตว์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"อยุธยาตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/262"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระอิศวร","creator":"","description":"<p>ข้อความจารึกที่ฐานระบุว่าหล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2053 โดยเจ้าพระยาศรีธรรมโศก เพื่อให้ครองสัตว์ 4 ตีน และ 2 ตีนในเมืองกำแพงเพชร ทั้งเพื่อช่วยยกพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ (ไสยศาสตร์) และพระเทพกรรม</p>","provenance":"<p>ข้อความจารึกที่ฐานระบุว่าหล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2053 โดยเจ้าพระยาศรีธรรมโศก เพื่อให้ครองสัตว์ 4 ตีน และ 2 ตีนในเมืองกำแพงเพชร ทั้งเพื่อช่วยยกพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ (ไสยศาสตร์) และพระเทพกรรม</p>","subject":"พระอิศวร, พระศิวะ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร","spatial":"กำแพงเพชร (16.488363,99.52232)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/263"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เครื่องถ้วยเบญจรงค์","creator":"","description":"<p>สั่งผลิตจากประเทศจีนในสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น</p>","provenance":"<p>สั่งผลิตจากประเทศจีนในสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, เครื่องถ้วยเบญจรงค์, เครื่องถ้วยห้าสี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757703,100.491822)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/264"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ธรรมจักร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี <br></p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี <br></p>","subject":"ธรรมจักร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ","spatial":"สุพรรณบุรี (14.373126,99.891406)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/265"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ธรรมจักร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"ธรรมจักร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/266"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ธรรมจักร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"ธรรมจักร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/267"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"เศียรพระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี","spatial":"ราชบุรี (13.541037,99.817664)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/271"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ที่อยู่บริเวณฐานบัว ทำให้ทราบว่าชิ้นส่วนนี้เป็นพระพุทธรูป แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า <i> “พระเทวี (มเหสี) ของเจ้าแห่งทวารวดี ทรงบัญชาให้พระธิดาสร้างพระรูปของพระตถาคตนี้ไว้</i>” กำหนดอายุจากรูปอักษรได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 </p>","provenance":"<p>จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ที่อยู่บริเวณฐานบัว ทำให้ทราบว่าชิ้นส่วนนี้เป็นพระพุทธรูป แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า <i> “พระเทวี (มเหสี) ของเจ้าแห่งทวารวดี ทรงบัญชาให้พระธิดาสร้างพระรูปของพระตถาคตนี้ไว้</i>” กำหนดอายุจากรูปอักษรได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย, ทวารวดี","spatial":"นครราชสีมา (15.224812,102.494452)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/272"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ฐานธรรมจักร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่รูปแบบทางศิลปกรรมทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่รูปแบบทางศิลปกรรมทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, ธรรมจักร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์","spatial":"นครปฐม (13.818427,100.060937)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/273"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท","creator":"","description":"<p>จากจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ที่อยู่ระหว่างข้อพระบาท ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยไว้ 2 สำนวน คือ ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ แปลไว้ว่า “การบุญของฤษี ศรี สมาธิคุปตะ” ในขณะที่ชะเอม แก้วคล้าย แปลว่า “พระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ” ทำให้เชื่อกันว่าฤาษีตนนี้คงเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น รูปแบบอักษรกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งไม่ขัดแย้งกับรูปแบบทางศิลปกรรม จึงเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ </p>","provenance":"<p>จากจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ที่อยู่ระหว่างข้อพระบาท ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยไว้ 2 สำนวน คือ ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ แปลไว้ว่า “การบุญของฤษี ศรี สมาธิคุปตะ” ในขณะที่ชะเอม แก้วคล้าย แปลว่า “พระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ” ทำให้เชื่อกันว่าฤาษีตนนี้คงเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น รูปแบบอักษรกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งไม่ขัดแย้งกับรูปแบบทางศิลปกรรม จึงเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ </p>","subject":"พระพุทธรูป, ถ้ำฤาษี , ถ้ำฤาษีเขางู","spatial":"ราชบุรี (13.574945,99.777241)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/274"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสงฆ์อุ้มบาตร","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบจีวรที่เป็นริ้วธรรมชาติ หนา ไม่บางแนบเนื้อ ใกล้เคียงกับจีวรของพระพุทธรูปศิลปะอมราวดี ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ จึงกำหนดประติมากรรมชิ้นนี้ไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 10 อันเป็นช่วงเวลาที่แรงบันดาลใจจากศิลปะอมราวดีของอินเดียยังมีอยู่มาก</p> อย่างไรก็ตาม คำอธิบายว่าประติมากรรมพระสงฆ์อุ้มบาตรนี้มีจีวรที่เกี่ยวข้องกับศิลปะอมราวดี จึงกำหนดอายุไว้ว่าเก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 9-10 ซึ่งเก่ากว่าหลักฐานพุทธศาสนาอื่นในเมืองอู่ทอง อันรวมถึงเจดีย์ที่ประติมากรรมนี้เคยประดับอยู่ น่าจะต้องพิจารณาอย่างมีเงื่อนไข เพราะประติมากรรมนี้เป็นรูปพระสงฆ์สาวก การเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปโดยตรงอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ บางทีประติมากรรมนี้อาจไม่ได้มีอายุเก่าจนถึงพุทธศตวรรษที่ 9-10 ก็เป็นได้","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบจีวรที่เป็นริ้วธรรมชาติ หนา ไม่บางแนบเนื้อ ใกล้เคียงกับจีวรของพระพุทธรูปศิลปะอมราวดี ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ จึงกำหนดประติมากรรมชิ้นนี้ไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 10 อันเป็นช่วงเวลาที่แรงบันดาลใจจากศิลปะอมราวดีของอินเดียยังมีอยู่มาก</p> อย่างไรก็ตาม คำอธิบายว่าประติมากรรมพระสงฆ์อุ้มบาตรนี้มีจีวรที่เกี่ยวข้องกับศิลปะอมราวดี จึงกำหนดอายุไว้ว่าเก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 9-10 ซึ่งเก่ากว่าหลักฐานพุทธศาสนาอื่นในเมืองอู่ทอง อันรวมถึงเจดีย์ที่ประติมากรรมนี้เคยประดับอยู่ น่าจะต้องพิจารณาอย่างมีเงื่อนไข เพราะประติมากรรมนี้เป็นรูปพระสงฆ์สาวก การเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปโดยตรงอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ บางทีประติมากรรมนี้อาจไม่ได้มีอายุเก่าจนถึงพุทธศตวรรษที่ 9-10 ก็เป็นได้","subject":"พระพุทธรูป, ประติมากรรมดินเผา, พระสงฆ์, เมืองอู่ทอง ","spatial":"สุพรรณบุรี (14.373126,99.891406)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/275"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนาคปรก","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปนาคปรก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/276"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางแสดงธรรม, ทวารวดี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/277"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักเล่าเรื่องยมกปาฏิหาริย์","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท, ภาพสลักเล่าเรื่องยมกปาฏิหาริย์, ภาพสลัก, ยมกปาฏิหาริย์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/278"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางสมาธิ ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางสมาธิ","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/279"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปไสยาสน์ ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, วัดธรรมจักรเสมาราม, เมืองเสมา, พระพุทธรูปไสยาสน์ ","spatial":"นครราชสีมา (14.916724,101.79386)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/280"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าอยู่ในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าอยู่ในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์, พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี","spatial":"นครปฐม (13.818427,100.060937)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/281"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าอยู่ในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าอยู่ในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/282"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ตุ๊กตารูปคนจูงลิง","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง , ตุ๊กตารูปคนจูงลิง, ตุ๊กตาเสียกบาล, ตุ๊กตาดินเผา","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/283"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปูนปั้นรูปนักดนตรี","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้กำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"เมืองคูบัว, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ปูนปั้นรูปนักดนตรี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/284"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพิมพ์","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"พระพิมพ์, ยมกปาฏิหาริย์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/285"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักพระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี<br></p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี<br></p>","subject":"เจดีย์, พระพุทธรูป, ธรรมจักร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี","spatial":"ราชบุรี (13.541037,99.817664)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/286"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพิมพ์ ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"พระพิมพ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี, พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท","spatial":"ราชบุรี (13.541037,99.817664)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/287"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพิมพ์","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมทำให้เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมทำให้เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพิมพ์, ยมกปาฏิหาริย์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ","spatial":"ขอนแก่น (16.446119,102.83852)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/289"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักพระพุทธรูป","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้เชื่อได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"ถ้ำฤาษีเขางู, พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท, ภาพสลัก, ถ้ำพระโพธิสัตว์ ","spatial":"สระบุรี (14.576248,101.145822)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/290"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แผ่นหินสลักภาพมงคล","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี<br></p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี<br></p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, แผ่นหินสลักภาพมงคล","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/291"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธบาท","creator":"","description":"<p>-</p>","provenance":"<p>-</p>","subject":"พระพุทธบาท, สระมรกต, โบราณสถานสระมรกต ","spatial":"ปราจีนบุรี (13.863026,101.425002)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/292"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"ใบเสมา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น , กุลาวกชาดก, พระอินทร์, ชาดก","spatial":"ขอนแก่น (16.446119,102.83852)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/293"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"ใบเสมา, พระพุทธเจ้า, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น , พุทธประวัติ, พิมพาพิลาป","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/294"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี</p>","subject":"ใบเสมา, พระพุทธรูปนาคปรก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น , พุทธประวัติ","spatial":"ขอนแก่น (16.446119,102.83852)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/295"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี โดยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม ร่วมกับพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทลอยตัวอีก 4 องค์</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี โดยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม ร่วมกับพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทลอยตัวอีก 4 องค์</p>","subject":"พระปฐมเจดีย์, พระพุทธรูป, วัดพระเมรุ, พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท","spatial":"นครปฐม (13.819103,100.060311)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/296"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ใบเสมา","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี </p>","subject":"พระพุทธรูป, ใบเสมา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางแสดงธรรม, พุทธประวัติ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/297"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แผ่นเงินดุนนูน","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี โดยบรรจุอยู่ร่วมกันภายในภาชนะดินเผาที่ฝังอยู่ภายใต้อาคารที่เรียกว่า อุ่มญาคู เมืองกันทรวิชัย อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม</p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่ชัด แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี โดยบรรจุอยู่ร่วมกันภายในภาชนะดินเผาที่ฝังอยู่ภายใต้อาคารที่เรียกว่า อุ่มญาคู เมืองกันทรวิชัย อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม</p>","subject":"พระพุทธรูป, ธรรมจักร, พระพิมพ์, แผ่นเงินดุนนูน, สถูป","spatial":"ขอนแก่น (16.446119,102.83852)","temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/298"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เขาจันทน์งาม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ภาพเขียนสี, ภาพเขียนสี, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์, เขาจันทน์งาม, เขาจันทน์งาม, วัดเขาจันทน์งาม, วัดเขาจันทน์งาม, วัดเลิศสวัสดิ์, วัดเลิศสวัสดิ์, เขาจันทร์งาม, เขาจันทร์งาม","spatial":"นครราชสีมา (14.814949,101.594438)","temporal":"ก่อนประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์หินใหม่","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/299"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพสลักหินก่อนประวัติศาสตร์","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ภาพสลัก, ภาพสลักหินก่อนประวัติศาสตร์, ถ้ำผาลายภูผายนต์, ถ้ำผาลายภูผายล","spatial":"สกลนคร (16.939175,104.076446)","temporal":"ก่อนประวัติศาสตร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/300"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ภาพเขียนสี, ภาพเขียนสี, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม, ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม, อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, ผาขาม, ผาขาม, ผาแต้ม, ผาแต้ม, ผาหมอน, ผาหมอน, ผาหมอนน้อย, ผาหมอนน้อย","spatial":"อุบลราชธานี (15.399609,105.513172)","temporal":"ก่อนประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์หินใหม่","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/301"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาชนะดินเผาบ้านเชียง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ประติมากรรมดินเผา, ประติมากรรมดินเผา, ดินเผา, ดินเผา, ภาชนะดินเผา, ภาชนะดินเผา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง, บ้านเชียง, บ้านเชียง","spatial":"อุดรธานี (17.406915,103.237056)","temporal":"ก่อนประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์หินใหม่","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/302"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์วัดช่องแสมสาร","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างบนเนินเขาของแหลมแสมสาร</p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างบนเนินเขาของแหลมแสมสาร</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์วัดช่องแสมสาร, วัดช่องแสมสาร, วิหารหลวงพ่อดำ","spatial":"ชลบุรี (12.596408,100.962624)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/303"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประจำแผ่นดิน ","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปประจำแผ่นดิน , ถ้ำเขาหลวง , ถ้ำวิมานจักรี","spatial":"เพชรบุรี (13.136044,99.932992)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/304"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปทรงพระราชอุทิศของรัชกาลที่ 4 และพระราชโอรส","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์จากพระพุทธรูปที่มีอยู่เดิม </p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์จากพระพุทธรูปที่มีอยู่เดิม </p>","subject":"พระพุทธรูป, ถ้ำเขาหลวง , ถ้ำวิมานจักรี","spatial":"เพชรบุรี (13.136044,99.0932992)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/305"},{"type":"จิตรกรรม","title":" จิตรกรรมเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎก","creator":"","description":"<p>วัดมหาพฤฒารามสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดท่าเกวียน หรือวัดตะเคียน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ เนื่องจากเคยได้เสด็จมาที่วัดนี้เมื่อทรงผนวช ในคราวนั้นพระอธิการแก้วเจ้าอาวาสได้ทูลถวายพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงมีรับสั่งว่าถ้าได้ครองแผ่นดินจริงจะมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระราชทานนามว่า \"วัดมหาพฤฒาราม\"</p>","provenance":"<p>วัดมหาพฤฒารามสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดท่าเกวียน หรือวัดตะเคียน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ เนื่องจากเคยได้เสด็จมาที่วัดนี้เมื่อทรงผนวช ในคราวนั้นพระอธิการแก้วเจ้าอาวาสได้ทูลถวายพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงมีรับสั่งว่าถ้าได้ครองแผ่นดินจริงจะมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระราชทานนามว่า \"วัดมหาพฤฒาราม\"</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, จิตรกรรมเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎก, วัดมหาพฤฒาราม, วัดท่าเกวียน  , วัดตะเคียน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732559,100.516446)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/306"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระนิรันตราย","creator":"","description":"<p>เมื่อ พ.ศ.2411 รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริให้สร้างพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกับพระพุทธรูปทองและเงินที่สวมพระนิรันตรายซึ่งประดิษฐานในหอพระสุราลัยพิมาน พระบรมมหาราชวัง โดยหล่อด้วยทองเหลืองแล้วกะไหล่ทองคำ มีเรือนแก้วอยู่ด้านหลัง จำนวน 18 องค์ เท่ากับจำนวนปีที่ซึ่งได้เสด็จครองราชสมบัติ ถวายพระนามพระพุทธรูปเหล่านั้นว่าพระนิรันตรายเช่นเดียวกัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานไปยังวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 4 เช่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้น และได้ทรงสร้างพระราชทานพระอารามหลวงซึ่งเป็นวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายวัดละ 1 องค์ต่อมา</p>","provenance":"<p>เมื่อ พ.ศ.2411 รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริให้สร้างพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกับพระพุทธรูปทองและเงินที่สวมพระนิรันตรายซึ่งประดิษฐานในหอพระสุราลัยพิมาน พระบรมมหาราชวัง โดยหล่อด้วยทองเหลืองแล้วกะไหล่ทองคำ มีเรือนแก้วอยู่ด้านหลัง จำนวน 18 องค์ เท่ากับจำนวนปีที่ซึ่งได้เสด็จครองราชสมบัติ ถวายพระนามพระพุทธรูปเหล่านั้นว่าพระนิรันตรายเช่นเดียวกัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานไปยังวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 4 เช่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้น และได้ทรงสร้างพระราชทานพระอารามหลวงซึ่งเป็นวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายวัดละ 1 องค์ต่อมา</p>","subject":"พระพุทธรูป, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ, พระนิรันตราย, รัชกาลที่ 4","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749551,100.495525)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/307"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังเรื่องปริศนาธรรม","creator":"","description":"<p>วัดบรมนิวาสเดิมชื่อวัดบรมสุข เจ้าฟ้ามงกุฎ หรือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวช ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้เมื่อ พ.ศ.2377 โดยสร้างสิ่งสำคัญต่างๆ ในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ พระเจดีย์ วิหาร และปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ภายในพระอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง แบ่งเป็น 2 เรื่องโดยรอบพระอุโบสถ ได้แก่ ภาพปริศนาธรรม ซึ่งอยู่เหนือช่องประตูและหน้าต่าง และเรื่องวัฒนธรรมประเพณีในพุทธศาสนา ซึ่งอยู่ระหว่างช่องประตูและหน้าต่าง</p>","provenance":"<p>วัดบรมนิวาสเดิมชื่อวัดบรมสุข เจ้าฟ้ามงกุฎ หรือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวช ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้เมื่อ พ.ศ.2377 โดยสร้างสิ่งสำคัญต่างๆ ในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ พระเจดีย์ วิหาร และปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ภายในพระอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง แบ่งเป็น 2 เรื่องโดยรอบพระอุโบสถ ได้แก่ ภาพปริศนาธรรม ซึ่งอยู่เหนือช่องประตูและหน้าต่าง และเรื่องวัฒนธรรมประเพณีในพุทธศาสนา ซึ่งอยู่ระหว่างช่องประตูและหน้าต่าง</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, จิตรกรรมฝาผนังเรื่องปริศนาธรรม, วัดบรมนิวาส , วัดบรมสุข","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751702,100.519908)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/308"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระเจดีย์หลวง","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสามภพพ่ายเป็นข้าหลวงเชิญพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าพระยาสงขลาสร้างเจดีย์ขึ้นบนยอดเขาตังกวน </p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสามภพพ่ายเป็นข้าหลวงเชิญพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าพระยาสงขลาสร้างเจดีย์ขึ้นบนยอดเขาตังกวน </p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เขาตังกวน, พระเจดีย์หลวง, เจดีย์เขาตังกวน","spatial":"สงขลา (7.210289,100.589363)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/309"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องธุดงควัตร","creator":"","description":"<p>วัดมหาพฤฒารามสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดท่าเกวียน หรือวัดตะเคียน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ เนื่องจากเคยได้เสด็จมาที่วัดนี้เมื่อทรงผนวช ในคราวนั้นพระอธิการแก้วเจ้าอาวาสได้ทูลถวายพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงมีรับสั่งว่าถ้าได้ครองแผ่นดินจริงจะมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระราชทานนามว่า \"วัดมหาพฤฒาราม\"</p>","provenance":"<p>วัดมหาพฤฒารามสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดท่าเกวียน หรือวัดตะเคียน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ เนื่องจากเคยได้เสด็จมาที่วัดนี้เมื่อทรงผนวช ในคราวนั้นพระอธิการแก้วเจ้าอาวาสได้ทูลถวายพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงมีรับสั่งว่าถ้าได้ครองแผ่นดินจริงจะมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระราชทานนามว่า \"วัดมหาพฤฒาราม\"</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, วัดมหาพฤฒาราม, วัดท่าเกวียน  , วัดตะเคียน, จิตรกรรมเรื่องธุดงควัตร, เรื่องธุดงควัตร 13","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.732559,100.516446)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/310"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องเวสสันดรชาดก","creator":"","description":"<p>ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดราชาธิวาสขึ้นใหม่ โดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ และนาย ซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ในส่วนจิตรกรรมฝาผนังนั้นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและร่างภาพไว้ และให้นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียนเป็นผู้ขยายแบบและระบายสี โดยภาพเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์นั้น ทรงร่างภาพเองจำนวน 12 กัณฑ์ และให้นายคาร์โล ริโกลี ร่างภาพกัณฑ์ที่ 13 ตามคำแนะนำของพระองค์</p>","provenance":"<p>ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดราชาธิวาสขึ้นใหม่ โดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ และนาย ซี. อาเลกรี (C. Alegri) วิศวกรกรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ในส่วนจิตรกรรมฝาผนังนั้นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและร่างภาพไว้ และให้นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียนเป็นผู้ขยายแบบและระบายสี โดยภาพเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์นั้น ทรงร่างภาพเองจำนวน 12 กัณฑ์ และให้นายคาร์โล ริโกลี ร่างภาพกัณฑ์ที่ 13 ตามคำแนะนำของพระองค์</p>","subject":"วัดราชาธิวาส, จิตรกรรมฝาผนัง, วัดสมอราย, จิตรกรรมเรื่องเวสสันดรชาดก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.775429,100.503323)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/311"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระบรมธาตุมหาเจดีย์","creator":"","description":"<p>เริ่มสร้างพระบรมธาตุมหาเจดีย์พร้อมกับการสร้างวัดเมื่อ พ.ศ.2371 ตามดำริของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็ถึงแก่พิราลัย ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ได้สร้างพระเจดีย์ต่อจนเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>เริ่มสร้างพระบรมธาตุมหาเจดีย์พร้อมกับการสร้างวัดเมื่อ พ.ศ.2371 ตามดำริของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็ถึงแก่พิราลัย ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ได้สร้างพระเจดีย์ต่อจนเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, พระบรมธาตุมหาเจดีย์, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.737357,100.495372)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/312"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร","creator":"","description":"<p>ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นตัวอย่างของอาคารแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีโดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับศิลปะแบบ French Baroque ผสมผสานกับลวดลายปูนปั้นที่เลียนแบบศิลปะแบบ Rococo สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยมีรูปแบบคล้ายคลึงกับตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่สร้างขึ้นก่อนในเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา  อาคารนี้เป็นที่ระลึกถึงความจงรักภักดีของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เจ้าเมืองพระตะบองในขณะนั้น ที่อพยพผู้คนจากเมืองพระตะบองเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและตั้งถิ่นฐานในจังหวัดปราจีนบุรีในคราวที่สยามจำต้องสูญเสียดินแดนพระตะบองเพื่อแลกกับจันทบุรีและตราดภายหลังจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112</p>","provenance":"<p>ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นตัวอย่างของอาคารแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีโดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับศิลปะแบบ French Baroque ผสมผสานกับลวดลายปูนปั้นที่เลียนแบบศิลปะแบบ Rococo สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยมีรูปแบบคล้ายคลึงกับตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่สร้างขึ้นก่อนในเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา  อาคารนี้เป็นที่ระลึกถึงความจงรักภักดีของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เจ้าเมืองพระตะบองในขณะนั้น ที่อพยพผู้คนจากเมืองพระตะบองเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและตั้งถิ่นฐานในจังหวัดปราจีนบุรีในคราวที่สยามจำต้องสูญเสียดินแดนพระตะบองเพื่อแลกกับจันทบุรีและตราดภายหลังจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112</p>","subject":"ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี, ตึก","spatial":"ปราจีนบุรี (14.054168,101.394827)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/313"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หลักเมืองกรุงเทพฯ","creator":"","description":"<p>เสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ต้นแรกสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 โดยมีพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ เดือนหก ขึ้นสิบค่ำ ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 และได้บรรจุดวงชะตาพระนครไว้ภายใน เสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 4 เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.2395 เนื่องจากเสาเดิมชำรุด โดยมีพิธีผูกดวงชะตาเมืองขึ้นใหม่แล้วจารึกในแผ่นทองคำบรรจุไว้ภายในเสา และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปเทวดาประดิษฐานที่ยอดเสา</p>","provenance":"<p>เสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ต้นแรกสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 โดยมีพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ เดือนหก ขึ้นสิบค่ำ ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 และได้บรรจุดวงชะตาพระนครไว้ภายใน เสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 4 เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.2395 เนื่องจากเสาเดิมชำรุด โดยมีพิธีผูกดวงชะตาเมืองขึ้นใหม่แล้วจารึกในแผ่นทองคำบรรจุไว้ภายในเสา และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปเทวดาประดิษฐานที่ยอดเสา</p>","subject":"ศาลหลักเมือง, หลักเมืองกรุงเทพ, เสาหลักเมือง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752555,100.494021)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/314"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เทพารักษ์สำหรับพระนคร","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เดิมศาลเทพารักษ์เหล่านี้เป็นอาคารเครื่องไม้ โดยศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระกาฬไชยศรี อยู่ในบริเวณพื้นที่ระหว่างหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกับคลองคูเมืองเดิม ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมการรักษาดินแดนในปัจจุบัน ใกล้กันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเจตคุปต์หรือเจตคุกซึ่งอยู่ที่หน้าคุกของกรมพระนครบาล และศาลเจ้าหอกลองอยู่ที่หน้าหอกลองประจำเมือง</p><p>ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ปรับปรุงศาลเหล่านี้ให้เป็นอาคารยอดปรางค์ตามแบบอย่างศาลพระกาฬที่พระนครศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เชิญเทพารักษ์ทั้งหมดมาประดิษฐานรวมกันไว้ในบริเวณศาลหลักเมือง</p> ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์โดยจัดให้พระเสื้อเมืองและพระทรงเมืองอยู่บนแท่นฐานชั้นบน และชั้นล่างประดิษฐานเจ้าหอกลอง พระกาฬไชยศรี และเจ้าเจตคุปต์ตามลำดับ","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เดิมศาลเทพารักษ์เหล่านี้เป็นอาคารเครื่องไม้ โดยศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระกาฬไชยศรี อยู่ในบริเวณพื้นที่ระหว่างหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกับคลองคูเมืองเดิม ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมการรักษาดินแดนในปัจจุบัน ใกล้กันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเจตคุปต์หรือเจตคุกซึ่งอยู่ที่หน้าคุกของกรมพระนครบาล และศาลเจ้าหอกลองอยู่ที่หน้าหอกลองประจำเมือง</p><p>ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ปรับปรุงศาลเหล่านี้ให้เป็นอาคารยอดปรางค์ตามแบบอย่างศาลพระกาฬที่พระนครศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เชิญเทพารักษ์ทั้งหมดมาประดิษฐานรวมกันไว้ในบริเวณศาลหลักเมือง</p> ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์โดยจัดให้พระเสื้อเมืองและพระทรงเมืองอยู่บนแท่นฐานชั้นบน และชั้นล่างประดิษฐานเจ้าหอกลอง พระกาฬไชยศรี และเจ้าเจตคุปต์ตามลำดับ","subject":"ศาลหลักเมือง, ศาลเทพารักษ์, เทพารักษ์สำหรับพระนคร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752552,100.494237)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/315"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องอสุภกรรมฐาน","creator":"","description":"<p>พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ระบุว่าเป็นวัดที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ เพื่ออุทิศพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระมเหสีที่สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.2395 โดยพระอุโบสถสร้างสำเร็จประมาณ พ.ศ. 2400 แม้ไม่มีหลักฐานระบุระยะเวลาในการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะใกล้เคียงกับปีที่พระอุโบสถสร้างเสร็จซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","provenance":"<p>พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ระบุว่าเป็นวัดที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ เพื่ออุทิศพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระมเหสีที่สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.2395 โดยพระอุโบสถสร้างสำเร็จประมาณ พ.ศ. 2400 แม้ไม่มีหลักฐานระบุระยะเวลาในการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะใกล้เคียงกับปีที่พระอุโบสถสร้างเสร็จซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 4</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, วัดโสมนัส, วัดโสมนัสวิหาร, รัชกาลที่ 4, จริยวัตรสงฆ์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760268,100.510206)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/316"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระราชประวัติรัชกาลที่ 5","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้รื้อพระที่นั่งทรงผนวชมาจากพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับเมื่อทรงผนวชมาสร้างเป็นหมู่กุฏิเจ้าอาวาสที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามและโปรดเกล้าฯให้เขียนภาพพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าหม่อมเจ้าจันทร์ ดารากร เป็นช่างหลวงผู้เขียนภาพเหล่านี้</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้รื้อพระที่นั่งทรงผนวชมาจากพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับเมื่อทรงผนวชมาสร้างเป็นหมู่กุฏิเจ้าอาวาสที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามและโปรดเกล้าฯให้เขียนภาพพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าหม่อมเจ้าจันทร์ ดารากร เป็นช่างหลวงผู้เขียนภาพเหล่านี้</p>","subject":"วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, จิตรกรรมฝาผนัง, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 5","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.766,100.514002)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/317"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธวชิรญาณ ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 4 โดยมีหลักฐานในประกาศพระราชพิธีสมภาคาภิเศก รัชกาลที่ 4 เท่ารัชกาลที่ 4 หรือพระราชพิธีทรงครองสิริราชสมบัติของรัชกาลที่ 5 เสมอด้วยรัชกาลที่ 4 มีความว่า “...อนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังเสด็จดำรงอยู่ ได้มีพระบรมราชโองการทรงกะไว้ว่า วิหารเก๋งในวัดบวรนิเวศน์ควรจะเปนที่ไว้พระรูปท่านผู้เปนปธานาธิบดี ในพระอารามวัดบวรนิเวศน์...”</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 4 โดยมีหลักฐานในประกาศพระราชพิธีสมภาคาภิเศก รัชกาลที่ 4 เท่ารัชกาลที่ 4 หรือพระราชพิธีทรงครองสิริราชสมบัติของรัชกาลที่ 5 เสมอด้วยรัชกาลที่ 4 มีความว่า “...อนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังเสด็จดำรงอยู่ ได้มีพระบรมราชโองการทรงกะไว้ว่า วิหารเก๋งในวัดบวรนิเวศน์ควรจะเปนที่ไว้พระรูปท่านผู้เปนปธานาธิบดี ในพระอารามวัดบวรนิเวศน์...”</p>","subject":"วัดบวรฯ บางลำพู, วัดบวรนิเวศวิหาร, พระพุทธรูป, วัดบวร, รัชกาลที่ 4, พระพุทธวชิรญาณ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.760163,100.499757)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/318"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและเทพชุมนุม","creator":"","description":"<p>พระที่นั่งพุทไธสวรรย์เป็นพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2338 โดยสมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เดิมใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีต่างๆ ต่อมาเมื่อมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาจากเมืองเหนือจึงได้เปลี่ยนแปลงพระที่นั่งให้เป็นหอพระ พระราชทานนามว่า พระที่นั่งสุทธาสวรรย์</p>","provenance":"<p>พระที่นั่งพุทไธสวรรย์เป็นพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2338 โดยสมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เดิมใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีต่างๆ ต่อมาเมื่อมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาจากเมืองเหนือจึงได้เปลี่ยนแปลงพระที่นั่งให้เป็นหอพระ พระราชทานนามว่า พระที่นั่งสุทธาสวรรย์</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757913,100.492054)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/319"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระพุทธสิหิงค์ ","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส และโปรดเกล้าฯ ให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์และพระอดีตพุทธเจ้า แต่เมื่อสิ้นรัชกาลก็มิได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานในพระอุโบสถ โดยยังคงประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพระราชวังบวรสถานมงคลตราบจนปัจจุบัน จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างในช่วงรัชกาลที่ 3-4 โดยพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ ต้นราชสกุลอิศรศักดิ์ พระราชโอรสของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองควบคุมการเขียนภาพ โดยมีภาพเขียนของครูช่างที่สำคัญ เช่น พระอาจารย์แดงวัดหงส์รัตนาราม เขียนภาพชนช้างที่ห้องด้านมุขตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น</p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส และโปรดเกล้าฯ ให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์และพระอดีตพุทธเจ้า แต่เมื่อสิ้นรัชกาลก็มิได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานในพระอุโบสถ โดยยังคงประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพระราชวังบวรสถานมงคลตราบจนปัจจุบัน จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างในช่วงรัชกาลที่ 3-4 โดยพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ ต้นราชสกุลอิศรศักดิ์ พระราชโอรสของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองควบคุมการเขียนภาพ โดยมีภาพเขียนของครูช่างที่สำคัญ เช่น พระอาจารย์แดงวัดหงส์รัตนาราม เขียนภาพชนช้างที่ห้องด้านมุขตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, พระพุทธสิหิงค์, วัดบวรสถานสุทธาวาส, วัดพระแก้ววังหน้า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759543,100.491553)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/321"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดบวรสถานสุทธาวาส","creator":"","description":"<p>เดิมที่ตั้งของวัดเป็นอุทยานในที่ประทับของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 1 แต่ได้ทรงอุทิศพื้นที่สร้างเป็นวัด ต่อในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ได้รื้อวัดทำเป็นสวนกระต่าย ต่อมาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างวัดบวรสถานสุทธาวาสเป็นพุทธบูชาแต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ทิวงคต พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ดำเนินการสร้างต่อมาแต่ก็เสด็จสวรรคตเช่นกัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการต่อจนเรียบร้อยและมีพระราชดำริให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปประดิษฐานในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส เนื่องจากแต่เดิมพระพุทธสิหิงค์เคยประดิษฐานในพระบวรราชวังหรือวังหน้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททิวงคต ก็ได้ย้ายพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการนี้จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เขียนภาพเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ไว้ภายในพระอุโบสถด้วย</p>","provenance":"<p>เดิมที่ตั้งของวัดเป็นอุทยานในที่ประทับของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 1 แต่ได้ทรงอุทิศพื้นที่สร้างเป็นวัด ต่อในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ได้รื้อวัดทำเป็นสวนกระต่าย ต่อมาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างวัดบวรสถานสุทธาวาสเป็นพุทธบูชาแต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ทิวงคต พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ดำเนินการสร้างต่อมาแต่ก็เสด็จสวรรคตเช่นกัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการต่อจนเรียบร้อยและมีพระราชดำริให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปประดิษฐานในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส เนื่องจากแต่เดิมพระพุทธสิหิงค์เคยประดิษฐานในพระบวรราชวังหรือวังหน้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททิวงคต ก็ได้ย้ายพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการนี้จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เขียนภาพเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ไว้ภายในพระอุโบสถด้วย</p>","subject":"วัดบวรสถานสุทธาวาส, วัดพระแก้ววังหน้า, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพฯ, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.759543,100.491553)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/322"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ","creator":"","description":"<p>พระที่นั่งพุทไธสวรรย์สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2338 เดิมมีนามว่าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ต่อมาเมื่อเสด็จไปราชการทัพศึกพม่าครั้งที่ 3 พระยาเชียงใหม่ได้ถวายพระพุทธสิหิงค์ จึงได้อัญเชิญลงมาแล้วทรงอุทิศพระที่นั่งองค์นี้ให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์</p><p>จนกระทั่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนนามพระที่นั่งเป็นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า การปฏิสังขรณ์ในครั้งนั้นเป็นที่น่าชม เนื่องจากรักษาศิลปกรรมของเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซ่อมแซมเฉพาะที่ชำรุดเท่านั้น จึงทำให้ศิลปกรรมอันทรงคุณค่าแต่โบราณยังคงสืบมาจนทุกวันนี้ และได้ทรงวินิจฉัยว่าการเปลี่ยนนาม \"พระที่นั่งสุทธาสวรรย์\" เป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\" อาจจะด้วยเหตุผล 3 ประการ ได้แก่</p><p>1.เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีชื่อที่ใกล้เคียงกับพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ดังนั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพจึงทรงเปลี่ยนนามพระที่นั่งเพื่อให้แตกต่างไป</p><p>2. ทรงเปลี่ยนชื่อพระที่นั่งเป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\" เพื่อให้ชื่อคล้องจองกันกับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยที่ทรงสร้างขึ้นใหม่</p> 3. อาจเป็นพระราชดำริให้พระที่นั่งสุทธาสวรรย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังที่เคยเป็น จึงเปลี่ยนนามพระที่นั่งใหม่เป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\"","provenance":"<p>พระที่นั่งพุทไธสวรรย์สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2338 เดิมมีนามว่าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ต่อมาเมื่อเสด็จไปราชการทัพศึกพม่าครั้งที่ 3 พระยาเชียงใหม่ได้ถวายพระพุทธสิหิงค์ จึงได้อัญเชิญลงมาแล้วทรงอุทิศพระที่นั่งองค์นี้ให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์</p><p>จนกระทั่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนนามพระที่นั่งเป็นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า การปฏิสังขรณ์ในครั้งนั้นเป็นที่น่าชม เนื่องจากรักษาศิลปกรรมของเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซ่อมแซมเฉพาะที่ชำรุดเท่านั้น จึงทำให้ศิลปกรรมอันทรงคุณค่าแต่โบราณยังคงสืบมาจนทุกวันนี้ และได้ทรงวินิจฉัยว่าการเปลี่ยนนาม \"พระที่นั่งสุทธาสวรรย์\" เป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\" อาจจะด้วยเหตุผล 3 ประการ ได้แก่</p><p>1.เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีชื่อที่ใกล้เคียงกับพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ดังนั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพจึงทรงเปลี่ยนนามพระที่นั่งเพื่อให้แตกต่างไป</p><p>2. ทรงเปลี่ยนชื่อพระที่นั่งเป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\" เพื่อให้ชื่อคล้องจองกันกับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยที่ทรงสร้างขึ้นใหม่</p> 3. อาจเป็นพระราชดำริให้พระที่นั่งสุทธาสวรรย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังที่เคยเป็น จึงเปลี่ยนนามพระที่นั่งใหม่เป็น \"พระที่นั่งพุทไธสวรรย์\"","subject":"พระที่นั่ง, วังหน้า, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์, พระราชวังบวรสถานมงคล","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757913,100.492054)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/324"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เสาชิงช้า","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2327<br></p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2327<br></p>","subject":"เสาชิงช้า, โบสถ์พราหมณ์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751822,100.501278)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/325"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระตำหนักแดง   ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325 รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ เดิมเป็นหมู่พระตำหนักตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง คู่กันกับพระตำหนักเขียวซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระเทพสุดาวดี  ในlสมัยรัชกาลที่ 4 หลังจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จบวรราชาภิเษกแล้ว  จึงโปรดให้ย้ายพระตำหนักแดงมาปลูกรักษาไว้ในพระราชวังบวรสถานมงคล ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่พระวิมาน</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325 รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ เดิมเป็นหมู่พระตำหนักตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง คู่กันกับพระตำหนักเขียวซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระเทพสุดาวดี  ในlสมัยรัชกาลที่ 4 หลังจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จบวรราชาภิเษกแล้ว  จึงโปรดให้ย้ายพระตำหนักแดงมาปลูกรักษาไว้ในพระราชวังบวรสถานมงคล ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่พระวิมาน</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, พระราชวังบวรสถานมงคล, พระตำหนักแดง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757707,100.491819)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/326"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอไตร วัดระฆังโฆสิตาราม","creator":"","description":"<p>หอไตรวัดระฆังโฆสิตารามเป็นที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชตั้งแต่ยังทรงรับราชการในตำแหน่งพระราชวรินทร์ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งได้ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะอุทิศตำหนักถวายเป็นศาสนสมบัติ จึงโปรดให้รื้อตำหนักเดิมมาปลูกไว้ที่หลังพระอุโบสถ วัดบางหว้าใหญ่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2331 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการสังคายนาพระไตรปิฎก จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อตำหนักจากหลังพระอุโบสถมาสร้างเป็นหอพระไตรปิฎกในสระที่ขุดขึ้นใหม่ โดยปลูกเป็นเรือนไม้แฝด 3 หลัง ประกอบด้วย หอกลาง หอนั่งซึ่งอยู่ทางซ้าย และหอนอนซึ่งอยู่ทางขวา และโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นจันทน์จำนวน 8 ต้น จึงเรียกตำหนักนี้ว่า ตำหนักจันทน์</p>","provenance":"<p>หอไตรวัดระฆังโฆสิตารามเป็นที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชตั้งแต่ยังทรงรับราชการในตำแหน่งพระราชวรินทร์ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งได้ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะอุทิศตำหนักถวายเป็นศาสนสมบัติ จึงโปรดให้รื้อตำหนักเดิมมาปลูกไว้ที่หลังพระอุโบสถ วัดบางหว้าใหญ่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2331 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการสังคายนาพระไตรปิฎก จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อตำหนักจากหลังพระอุโบสถมาสร้างเป็นหอพระไตรปิฎกในสระที่ขุดขึ้นใหม่ โดยปลูกเป็นเรือนไม้แฝด 3 หลัง ประกอบด้วย หอกลาง หอนั่งซึ่งอยู่ทางซ้าย และหอนอนซึ่งอยู่ทางขวา และโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นจันทน์จำนวน 8 ต้น จึงเรียกตำหนักนี้ว่า ตำหนักจันทน์</p>","subject":"วัดระฆัง, วัดระฆังโฆสิตาราม, หอไตรวัดระฆัง, หอไตร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752396,100.485216)","temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/327"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนัง หอไตรวัดระฆังโฆสิตาราม","creator":"","description":"<p>หอไตรวัดระฆังโฆสิตารามเป็นที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชตั้งแต่ยังทรงรับราชการในตำแหน่งพระราชวรินทร์ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งได้ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะอุทิศตำหนักถวายเป็นศาสนสมบัติ จึงโปรดให้รื้อตำหนักเดิมมาปลูกไว้ที่หลังพระอุโบสถ วัดบางหว้าใหญ่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2331 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการสังคายนาพระไตรปิฎก จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อตำหนักจากหลังพระอุโบสถมาสร้างเป็นหอพระไตรปิฎกในสระที่ขุดขึ้นใหม่ โดยปลูกเป็นเรือนไม้แฝด 3 หลัง ประกอบด้วย หอกลาง หอนั่งซึ่งอยู่ทางซ้าย และหอนอนซึ่งอยู่ทางขวา งานจิตรกรรมฝาผนังคงเขียนขึ้นภายหลังจากที่ปลูกเรือนเสร็จ</p>","provenance":"<p>หอไตรวัดระฆังโฆสิตารามเป็นที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชตั้งแต่ยังทรงรับราชการในตำแหน่งพระราชวรินทร์ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งได้ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะอุทิศตำหนักถวายเป็นศาสนสมบัติ จึงโปรดให้รื้อตำหนักเดิมมาปลูกไว้ที่หลังพระอุโบสถ วัดบางหว้าใหญ่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2331 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการสังคายนาพระไตรปิฎก จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อตำหนักจากหลังพระอุโบสถมาสร้างเป็นหอพระไตรปิฎกในสระที่ขุดขึ้นใหม่ โดยปลูกเป็นเรือนไม้แฝด 3 หลัง ประกอบด้วย หอกลาง หอนั่งซึ่งอยู่ทางซ้าย และหอนอนซึ่งอยู่ทางขวา งานจิตรกรรมฝาผนังคงเขียนขึ้นภายหลังจากที่ปลูกเรือนเสร็จ</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, วัดระฆัง, วัดระฆังโฆสิตาราม, หอไตรวัดระฆัง, รามเกียรติ์, หอไตร","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.752396,100.485216)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/328"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2377 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทักษเทเวศร เป็นผู้สร้างพระอุโบสถและระเบียงล้อมรอบวิหาร</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2377 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทักษเทเวศร เป็นผู้สร้างพระอุโบสถและระเบียงล้อมรอบวิหาร</p>","subject":"วัดสุทัศนเทพวราราม, พระอุโบสถ, วัดสุทัศน์, พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม, รัชกาลที่ 3","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750277,100.500999)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/329"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปท่ามกลางพระอสีติมหาสาวก","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปท่ามกลางพระอสีติมหาสาวก 80 องค์ ประดิษฐานที่ด้านหน้าพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ แทนที่พระศรีศาสดาที่ทรงอัญเชิญย้ายไปประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหาร</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปท่ามกลางพระอสีติมหาสาวก 80 องค์ ประดิษฐานที่ด้านหน้าพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ แทนที่พระศรีศาสดาที่ทรงอัญเชิญย้ายไปประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหาร</p>","subject":"วัดสุทัศนเทพวราราม, พระพุทธรูป, วัดสุทัศน์, พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม, พระสาวก","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750277,100.500999)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/330"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สัตตมหาสถาน ","creator":"","description":"<p>รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสัตตมหาสถานแทนพระธาตุเจดีย์โดยปรากฏหลักฐานในหมายรับสั่งเรื่องหมายกำหนดการเกณฑ์แห่พระพุทธรูปไปประดิษฐานยังวัดสุทัศนเทพวรารามเมื่อ พ.ศ.2389 โดยในหนังสือประวัติวัดได้กล่าวถึงการสร้างในครั้งนั้นว่า โปรดเกล้าฯให้สร้างสัตตมหาสถานเจดีย์ 7 สถาน ก่อเป็นแท่นด้วยอิฐประดับด้วยศิลาแกะสลัก สัตตมหาสถานนี้ปลูกต้นไม้โพธิ์ ไม้จิก ไม้เกต และรูปเรือนแก้วเป็นรูปเก๋งจีนทำด้วยศิลาล้วน กับทรงสร้างพระพุทธรูปประทับในสัตตมหาสถานหล่อด้วยทองแดงขัดเกลี้ยง ปางมารวิชัย1 ปางถวายเนตรประสานพระหัตถ์ที่พระเพลา1 ปรงจงกรมแก้วพระศิลา1 ปางทรงพิจารณาธรรมนั่งสมาธิ1 ปางทรงประทับใต้ต้นไม้ไทร1 ปางนาคปรก1 ปางทรงรับผลสมอ1 บาตรข้าวสัตตุ นั่งสมาธิใต้ต้นไทร</p>","provenance":"<p>รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสัตตมหาสถานแทนพระธาตุเจดีย์โดยปรากฏหลักฐานในหมายรับสั่งเรื่องหมายกำหนดการเกณฑ์แห่พระพุทธรูปไปประดิษฐานยังวัดสุทัศนเทพวรารามเมื่อ พ.ศ.2389 โดยในหนังสือประวัติวัดได้กล่าวถึงการสร้างในครั้งนั้นว่า โปรดเกล้าฯให้สร้างสัตตมหาสถานเจดีย์ 7 สถาน ก่อเป็นแท่นด้วยอิฐประดับด้วยศิลาแกะสลัก สัตตมหาสถานนี้ปลูกต้นไม้โพธิ์ ไม้จิก ไม้เกต และรูปเรือนแก้วเป็นรูปเก๋งจีนทำด้วยศิลาล้วน กับทรงสร้างพระพุทธรูปประทับในสัตตมหาสถานหล่อด้วยทองแดงขัดเกลี้ยง ปางมารวิชัย1 ปางถวายเนตรประสานพระหัตถ์ที่พระเพลา1 ปรงจงกรมแก้วพระศิลา1 ปางทรงพิจารณาธรรมนั่งสมาธิ1 ปางทรงประทับใต้ต้นไม้ไทร1 ปางนาคปรก1 ปางทรงรับผลสมอ1 บาตรข้าวสัตตุ นั่งสมาธิใต้ต้นไทร</p>","subject":"วัดสุทัศนเทพวราราม, วัดสุทัศน์, สัตตมหาสถาน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750921,100.501607)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/331"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปแสดงพุทธกิจวัตรประจำวัน","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 </p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 </p>","subject":"วัดสุทัศนเทพวราราม, พระพุทธรูป, วัดสุทัศน์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751234,100.501228)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/332"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2327 เดิมเรียกว่า \"พลับพลาสูง\" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รื้อและสร้างใหม่เป็นพระมหาปราสาท พระราชทานนามว่า \"พระที่นั่งสุทไธสวรรย์\" ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใน พ.ศ.2396 และพระราชทานนามใหม่ว่า \"พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท\" และโปรดเกล้าฯ ให้นับเป็นพระที่นั่งในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ที่ทรงสร้างเป็นพระราชฐานที่ประทับแห่งใหม่ในพระบรมมหาราชวังแทนหมู่พระมหามณเฑียรพระเฉลียงไม้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2492 ในรัชกาลปัจจุบันเพื่อเป็นสีหบัญชรสำหรับเสด็จออกให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2327 เดิมเรียกว่า \"พลับพลาสูง\" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รื้อและสร้างใหม่เป็นพระมหาปราสาท พระราชทานนามว่า \"พระที่นั่งสุทไธสวรรย์\" ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใน พ.ศ.2396 และพระราชทานนามใหม่ว่า \"พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท\" และโปรดเกล้าฯ ให้นับเป็นพระที่นั่งในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ที่ทรงสร้างเป็นพระราชฐานที่ประทับแห่งใหม่ในพระบรมมหาราชวังแทนหมู่พระมหามณเฑียรพระเฉลียงไม้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2492 ในรัชกาลปัจจุบันเพื่อเป็นสีหบัญชรสำหรับเสด็จออกให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท</p>","subject":"พระบรมมหาราชวัง, วังหลวง, พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749333,100.493821)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/333"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ป้อมพระสุเมรุ ","creator":"","description":"<p>ป้อมพระสุเมรสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ พ.ศ. 2326 เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันพระนครซึ่งได้สร้างขึ้นทั้งหมดจำนวน 14 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬ รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้สร้างวังเจ้านายไว้ที่บริเวณริมป้อมที่สำคัญ สำหรับป้อมพระสุเมรุมีวังริมป้อมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา เพื่อให้มีหน้าที่รักษาพระนครทางด้านปากคลองบางลำพูบน ซึ่งเป็นมุมพระนครด้านเหนือ และวังริมป้อมจักรเพชรเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ เพื่อรักษามุมพระนครด้านใต้</p>","provenance":"<p>ป้อมพระสุเมรสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ พ.ศ. 2326 เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันพระนครซึ่งได้สร้างขึ้นทั้งหมดจำนวน 14 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬ รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้สร้างวังเจ้านายไว้ที่บริเวณริมป้อมที่สำคัญ สำหรับป้อมพระสุเมรุมีวังริมป้อมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา เพื่อให้มีหน้าที่รักษาพระนครทางด้านปากคลองบางลำพูบน ซึ่งเป็นมุมพระนครด้านเหนือ และวังริมป้อมจักรเพชรเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ เพื่อรักษามุมพระนครด้านใต้</p>","subject":"ป้อมพระสุเมร, ถนนพระอาทิตย์, ป้อมมหากาฬ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.763988,100.495756)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/334"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปราสาทนครวัดจำลอง","creator":"","description":"<p>เมื่อ พ.ศ.2410 รัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระสามภพพ่ายเดินทางไปถ่ายแบบเพื่อจำลองปราสาทนครวัดในกัมพูชามาไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ รวมทั้งเหตุผลตามพระราชประสงค์ที่ทรงต้องการให้จำลองปราสาทนครวัดไว้ว่า</p><p>“...แลเมื่อ ณ เดือน 3 แรม 13 ค่ำ ปีขาล อัฐศก โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระสามภพพ่ายเดินทางไปถ่ายแบบปราสาทที่พระนครวัด จะจำลองทำขึ้นไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อจะให้คนทั้งหลายเห็นว่าเป็นของอัศจรรย์ ทำด้วยศิลาทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งไรปน พระสามภพพ่ายกลับมาถึงกรุงเทพมหานคร ณ เดือน 7 ขึ้น 9 ค่ำ กราบทูลว่าได้ถ่ายแบบเขียนรูปปราสาทแลพระระเบียงเข้ามา...” </p> ในครั้งนั้นพระสามภพพ่ายผู้ไปถ่ายแบบปราสาทนครวัดได้บรรยายองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจากการเดินทางไปสำรวจไว้อย่างละเอียดดังปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 แต่การสร้างปราสาทนครวัดจำลองมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อคราวฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี เมื่อ พ.ศ.2425 จำลองแบบโดยหม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ผู้กำกับกรมช่างศิลาและช่างสิบหมู่","provenance":"<p>เมื่อ พ.ศ.2410 รัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระสามภพพ่ายเดินทางไปถ่ายแบบเพื่อจำลองปราสาทนครวัดในกัมพูชามาไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ รวมทั้งเหตุผลตามพระราชประสงค์ที่ทรงต้องการให้จำลองปราสาทนครวัดไว้ว่า</p><p>“...แลเมื่อ ณ เดือน 3 แรม 13 ค่ำ ปีขาล อัฐศก โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระสามภพพ่ายเดินทางไปถ่ายแบบปราสาทที่พระนครวัด จะจำลองทำขึ้นไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อจะให้คนทั้งหลายเห็นว่าเป็นของอัศจรรย์ ทำด้วยศิลาทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งไรปน พระสามภพพ่ายกลับมาถึงกรุงเทพมหานคร ณ เดือน 7 ขึ้น 9 ค่ำ กราบทูลว่าได้ถ่ายแบบเขียนรูปปราสาทแลพระระเบียงเข้ามา...” </p> ในครั้งนั้นพระสามภพพ่ายผู้ไปถ่ายแบบปราสาทนครวัดได้บรรยายองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจากการเดินทางไปสำรวจไว้อย่างละเอียดดังปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 แต่การสร้างปราสาทนครวัดจำลองมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อคราวฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี เมื่อ พ.ศ.2425 จำลองแบบโดยหม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ผู้กำกับกรมช่างศิลาและช่างสิบหมู่","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, ปราสาทนครวัดจำลอง","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751735,100.492377)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/335"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ยักษ์วัดพระแก้ว","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 จำนวน 4 คู่ และสร้างเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 5 อีก 2 คู่  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงสันนิษฐานว่า  “…ยักษ์วัดพระแก้วนั้น คงทำขึ้นในรัชกาลที่ 3 เป็นประเดิมเพราะจำได้ว่า คู่ทศกัณฐ์-สหัสเดชะนั้นเป็นฝีมือหลวงเทพรจนา(กัน) คือมือที่ปั้นยักษ์วัดอรุณฯ สันนิษฐานว่า เพราะเวลานั้น มีช่างฝีมือดี ๆ จึงได้ทำขึ้นไว้ เพราะทำแกนด้วยไม้ ครั้นไม้ผุก็ล้มซวนทลายไปบ้าง ถึงเมื่อซ่อมคราว 100 ปี จึงกลับเกณฑ์กันขึ้นใหม่ นับว่าเป็นการสมควรอยู่ เพราะเวลานั้นช่างปั้นอันมีฝีมือพอดูได้ยังมีอยู่บ้าง…”</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 จำนวน 4 คู่ และสร้างเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 5 อีก 2 คู่  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงสันนิษฐานว่า  “…ยักษ์วัดพระแก้วนั้น คงทำขึ้นในรัชกาลที่ 3 เป็นประเดิมเพราะจำได้ว่า คู่ทศกัณฐ์-สหัสเดชะนั้นเป็นฝีมือหลวงเทพรจนา(กัน) คือมือที่ปั้นยักษ์วัดอรุณฯ สันนิษฐานว่า เพราะเวลานั้น มีช่างฝีมือดี ๆ จึงได้ทำขึ้นไว้ เพราะทำแกนด้วยไม้ ครั้นไม้ผุก็ล้มซวนทลายไปบ้าง ถึงเมื่อซ่อมคราว 100 ปี จึงกลับเกณฑ์กันขึ้นใหม่ นับว่าเป็นการสมควรอยู่ เพราะเวลานั้นช่างปั้นอันมีฝีมือพอดูได้ยังมีอยู่บ้าง…”</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, ยักษ์ทวารบาล, ยักษ์วัดพระแก้ว, ยักษ์วัดโพธิ์","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/336"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์","creator":"","description":"<p>กล่าวกันว่าจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อแรกสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อย่างไรก็ตาม ได้รับการเขียนซ่อมแซมเพิ่มเติมต่อมาในอีกหลายรัชกาล </p>","provenance":"<p>กล่าวกันว่าจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อแรกสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อย่างไรก็ตาม ได้รับการเขียนซ่อมแซมเพิ่มเติมต่อมาในอีกหลายรัชกาล </p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, จิตรกรรมฝาผนัง, พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, รามเกียรติ์, จิตรกรรม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751874,100.493085)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/337"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, วัดพระศรีสรรเพชญ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.751359,100.492564)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/338"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบรมราชสัญลักษณ์ประจำรัชกาล ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบุษบกประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์รัชกาลที่ 1-5 ขึ้นเป็นเครื่องแสดงถึงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 5 รัชกาล จึงได้ทรงสร้างพระบรมราชสัญลักษณ์ของพระองค์ไว้เป็นพุทธบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนพระบรมราชสัญลักษณ์รัชกาลที่ 6 - 9 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพิ่มขึ้นใหม่ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อคราวฉลองสมโภชครบ 200 ปีรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2525</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบุษบกประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์รัชกาลที่ 1-5 ขึ้นเป็นเครื่องแสดงถึงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 5 รัชกาล จึงได้ทรงสร้างพระบรมราชสัญลักษณ์ของพระองค์ไว้เป็นพุทธบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนพระบรมราชสัญลักษณ์รัชกาลที่ 6 - 9 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพิ่มขึ้นใหม่ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อคราวฉลองสมโภชครบ 200 ปีรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2525</p>","subject":"วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระแก้ว, บุษบกตราแผ่นดิน, พระบรมราชสัญลักษณ์ประจำรัชกาล","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/339"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธไสยาส, พระพุทธไสยาสน์","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นปรากฏความในสำเนาจารึกแผ่นศิลาว่าด้วยการปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน จ.ศ.1393 พ.ศ.2374 ว่า “...แลที่ซึ่งขยายออกไปใหม่เหนือสวนขึ้นไปนั้น ทรงพระกรุณาให้ถาปนาพระพุทธไสยาศน์ขึ้นใหม่พระองค์หนึ่ง กำหนดโดยยาวแต่พระบาทถึงพระรัศมีได้เส้นหนึ่งกับสามวา แล้วก่อพระวิหารใหญ่สัณฐานเหมือนพระอุโบศถสรวมองค์พระพุทธเจ้า หลังคามุงกระเบื้องเครือบศรีขาบ...” และในสำเนาพระราชดำริ ทรงสร้างพระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพน จ.ศ.1193 พ.ศ.2374 ว่า “...ทรงพระราชดำหริว่า พระพุทธปฏิมากรใหญ่ยังมิได้มีในพระมหานครนี้ จึ่งมีพระราชโองการมานพระบันทูลสุรสีหนาท ดำหรัสสั่งพญาศรีพิพัทธ์รัตนราชโกษาแลพญาเพ็ชพิไชย ให้เปนแม่การถาปนาพระมหาวิหารแลพระพุทธไสยาศน์ใหญ่ขึ้นไว้ในพระอารามนี้จะให้เปนที่สักการบูชาแก่เทพยดามานุษย์สรรพสัตวทั้งปวงทั่วสกลโลกธาตุ เปนมหากุศลโกษฐาษเจริญพระเกียรติยศ ปรากฏไปตราบเท่ากัลปวสาน ให้ลงรักปิดทองบันจุพระบรมสารีริกธาตุในพระอุตมังคศิโรตม์ แลพื้นฝ่าพระบาททั้งสองข้างนั้นให้ประดับมุกเปนพระลายลักษณกงจักรแลรูปอัษฐุตรสตะมหามงคลร้อยแปดประการ...”</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นปรากฏความในสำเนาจารึกแผ่นศิลาว่าด้วยการปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน จ.ศ.1393 พ.ศ.2374 ว่า “...แลที่ซึ่งขยายออกไปใหม่เหนือสวนขึ้นไปนั้น ทรงพระกรุณาให้ถาปนาพระพุทธไสยาศน์ขึ้นใหม่พระองค์หนึ่ง กำหนดโดยยาวแต่พระบาทถึงพระรัศมีได้เส้นหนึ่งกับสามวา แล้วก่อพระวิหารใหญ่สัณฐานเหมือนพระอุโบศถสรวมองค์พระพุทธเจ้า หลังคามุงกระเบื้องเครือบศรีขาบ...” และในสำเนาพระราชดำริ ทรงสร้างพระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพน จ.ศ.1193 พ.ศ.2374 ว่า “...ทรงพระราชดำหริว่า พระพุทธปฏิมากรใหญ่ยังมิได้มีในพระมหานครนี้ จึ่งมีพระราชโองการมานพระบันทูลสุรสีหนาท ดำหรัสสั่งพญาศรีพิพัทธ์รัตนราชโกษาแลพญาเพ็ชพิไชย ให้เปนแม่การถาปนาพระมหาวิหารแลพระพุทธไสยาศน์ใหญ่ขึ้นไว้ในพระอารามนี้จะให้เปนที่สักการบูชาแก่เทพยดามานุษย์สรรพสัตวทั้งปวงทั่วสกลโลกธาตุ เปนมหากุศลโกษฐาษเจริญพระเกียรติยศ ปรากฏไปตราบเท่ากัลปวสาน ให้ลงรักปิดทองบันจุพระบรมสารีริกธาตุในพระอุตมังคศิโรตม์ แลพื้นฝ่าพระบาททั้งสองข้างนั้นให้ประดับมุกเปนพระลายลักษณกงจักรแลรูปอัษฐุตรสตะมหามงคลร้อยแปดประการ...”</p>","subject":"วัดโพธิ์, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, พระนอน, พระนอนวัดโพธิ์, พระพุทธไสยาสน์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746478,100.491739)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/340"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังลาราม","creator":"","description":"<p>พระอุโบสถสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และขยายใหญ่ขึ้นดังที่เห็นในปัจจุบันเมื่อสมัยรัชกาลที่ 3</p>","provenance":"<p>พระอุโบสถสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และขยายใหญ่ขึ้นดังที่เห็นในปัจจุบันเมื่อสมัยรัชกาลที่ 3</p>","subject":"พระอุโบสถ, วัดโพธิ์, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, ท่าเตียน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746525,100.493305)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/341"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ","creator":"","description":"<p>พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1</p><p>พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน และพระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3</p> พระมหาเจดีย์องค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเข้ม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4","provenance":"<p>พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1</p><p>พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน และพระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3</p> พระมหาเจดีย์องค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเข้ม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4","subject":"วัดโพธิ์, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, ท่าเตียน, พระเจดีย์สี่รัชกาล","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.746213,100.492348)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/342"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระมหาพิชัยราชรถ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อการพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ในพ.ศ.2338 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นราชรถใหญ่ตามโบราณราชประเพณีที่เคยมีในกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ.2342 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถด้วย</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อการพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ในพ.ศ.2338 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นราชรถใหญ่ตามโบราณราชประเพณีที่เคยมีในกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ.2342 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถด้วย</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, พระมหาพิชัยราชรถ, ราชรถ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.758482,100.491914)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/343"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระราชวังสราญรมย์ ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพ.ศ.2409</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพ.ศ.2409</p>","subject":"รัชกาลที่ 5, วังสราญรมย์, พระราชวังสราญรมย์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.750375,100.494686)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/344"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9","creator":"","description":"<p>พ.ศ. 2537 กองทัพเรือและกรมศิลปากรได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปีที่ 50 ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยกองทัพเรือจัดสร้างในส่วนที่เป็นโครงสร้างเรือ พาย และคัดฉาก กรมศิลปากรดำเนินการในงานที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง และพระราชทานชื่อเรือว่า \"เรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9\"</p><p>การสร้างโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 มีต้นแบบจากโขนเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีชื่อว่า เรือมงคลสุบรรณ ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปครุฑพ่าห์ มีช่องกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ที่ใต้ครุฑ ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชดำริให้เสริมรูปพระนารายณ์ยืนประทับบนหลังครุฑเพื่อความสง่างามของลำเรือ และเพื่อให้ต้องตามคติในศาสนาพราหมณ์ ประติมากรรมพระนารายณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 4 นั้น สร้างด้วยไม้จำหลักปิดทองประดับกระจก </p><p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2537 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539</p>","provenance":"<p>พ.ศ. 2537 กองทัพเรือและกรมศิลปากรได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปีที่ 50 ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยกองทัพเรือจัดสร้างในส่วนที่เป็นโครงสร้างเรือ พาย และคัดฉาก กรมศิลปากรดำเนินการในงานที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง และพระราชทานชื่อเรือว่า \"เรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9\"</p><p>การสร้างโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 มีต้นแบบจากโขนเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีชื่อว่า เรือมงคลสุบรรณ ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปครุฑพ่าห์ มีช่องกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ที่ใต้ครุฑ ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชดำริให้เสริมรูปพระนารายณ์ยืนประทับบนหลังครุฑเพื่อความสง่างามของลำเรือ และเพื่อให้ต้องตามคติในศาสนาพราหมณ์ ประติมากรรมพระนารายณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 4 นั้น สร้างด้วยไม้จำหลักปิดทองประดับกระจก </p><p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2537 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539</p>","subject":"รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่ง, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.761978,100.484572)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/345"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ","creator":"","description":"<p>เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ 6 โดยมีพลตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่าง ประกอบพิธีลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454</p>","provenance":"<p>เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ 6 โดยมีพลตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่าง ประกอบพิธีลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454</p>","subject":"รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่ง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.761978,100.484572)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/346"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช","creator":"","description":"<p>เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชลำแรกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่มาแล้วเสร็จและเริ่มใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 4 ปรากฏชื่อว่า เรือพระที่นั่งบัลลังก์อนันตนาคราช  เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชลำปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2457</p>","provenance":"<p>เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชลำแรกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่มาแล้วเสร็จและเริ่มใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 4 ปรากฏชื่อว่า เรือพระที่นั่งบัลลังก์อนันตนาคราช  เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชลำปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2457</p>","subject":"เรือพระที่นั่ง, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี, รัชกาลที่ 6","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.761978,100.484572)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/347"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระปฐมบรมราชานุสรณ์","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสภาขณะนั้นเป็นผู้ทรงออกแบบและอำนวยการก่อสร้าง และ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ปั้นและหล่อด้วยทองสำริด</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสภาขณะนั้นเป็นผู้ทรงออกแบบและอำนวยการก่อสร้าง และ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ปั้นและหล่อด้วยทองสำริด</p>","subject":"พระปฐมบรมราชานุสรณ์, สะพานพุทธ, ปากคลองตลาด, พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1, สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์, สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.740576,100.498056)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/348"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม   ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามขึ้น โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ซึ่งกำกับราชการกรมช่างสิบหมู่ ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างเป็นพระองค์แรก แต่สิ้นพระชนม์ก่อนที่จะสร้างเสร็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ จึงเป็นผู้อำนวยการสร้างต่อมา แต่ก็สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ครั้งดำรงตำแหน่งพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียรเป็นผู้อำนวยการสร้างพระองค์ต่อมา จนแล้วเสร็จ</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามขึ้น โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ซึ่งกำกับราชการกรมช่างสิบหมู่ ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างเป็นพระองค์แรก แต่สิ้นพระชนม์ก่อนที่จะสร้างเสร็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ จึงเป็นผู้อำนวยการสร้างต่อมา แต่ก็สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ครั้งดำรงตำแหน่งพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียรเป็นผู้อำนวยการสร้างพระองค์ต่อมา จนแล้วเสร็จ</p>","subject":"พระอุโบสถ, วัดราชบพิธ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, พระอุโบสถวัดราชบพิธ, พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.748971,100.497339)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/349"},{"type":"ประติมากรรม","title":"บานประตูประดับมุกลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์","creator":"","description":"<p>ฝีมือประดับมุกที่บานประตูพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น สันนิษฐานว่าเป็นฝีพระหัตถ์ของพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ พระราชโอรสองค์ที่ 30 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาจันทร์</p>","provenance":"<p>ฝีมือประดับมุกที่บานประตูพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น สันนิษฐานว่าเป็นฝีพระหัตถ์ของพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ พระราชโอรสองค์ที่ 30 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาจันทร์</p>","subject":"บานประตู, วัดราชบพิธ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, พระอุโบสถวัดราชบพิธ, พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.748971,100.497339)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/350"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามขึ้น โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ซึ่งกำกับราชการกรมช่างสิบหมู่ ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างเป็นพระองค์แรก แต่สิ้นพระชนม์ก่อนที่จะสร้างเสร็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ จึงเป็นผู้อำนวยการสร้างต่อมา แต่ก็สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ครั้งดำรงตำแหน่งพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียรเป็นผู้อำนวยการสร้างพระองค์ต่อมา จนแล้วเสร็จ</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามขึ้น โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ซึ่งกำกับราชการกรมช่างสิบหมู่ ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างเป็นพระองค์แรก แต่สิ้นพระชนม์ก่อนที่จะสร้างเสร็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ จึงเป็นผู้อำนวยการสร้างต่อมา แต่ก็สิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ครั้งดำรงตำแหน่งพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียรเป็นผู้อำนวยการสร้างพระองค์ต่อมา จนแล้วเสร็จ</p>","subject":"พระอุโบสถ, วัดราชบพิธ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, พระอุโบสถวัดราชบพิธ, พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม","spatial":null,"temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/351"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์เป็นแม่กองก่อสร้างขึ้นในที่รอบๆ ชานกำแพงด้านทิศตะวันตกของวัด และเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2440 จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้านิลวรรณ เป็นแม่กองก่อสร้างสืบต่อมา</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์เป็นแม่กองก่อสร้างขึ้นในที่รอบๆ ชานกำแพงด้านทิศตะวันตกของวัด และเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2440 จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้านิลวรรณ เป็นแม่กองก่อสร้างสืบต่อมา</p>","subject":"รัชกาลที่ 5, วัดราชบพิธ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, สุสานหลวง, สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.749078,100.496708)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/352"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นตามดำริของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลได้จัดการประกวดการออกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนี้ โดยแบบที่ได้รับรางวัลและนำมาจัดสร้างคือแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และนายสิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นตามดำริของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลได้จัดการประกวดการออกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนี้ โดยแบบที่ได้รับรางวัลและนำมาจัดสร้างคือแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และนายสิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์</p>","subject":"ถนนราชดำเนิน, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.756701,100.501851)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/353"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน ","creator":"","description":"<p>จิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","provenance":"<p>จิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5</p>","subject":"จิตรกรรมเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ, รัชกาลที่ 5","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.74955,100.495522)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/354"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หุ่นวังหน้า ","creator":"สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ​","description":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วังหน้า, รัชกาลที่ 5, รามเกียรติ์, หุ่นเล็ก, หุ่นวังหน้า, พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757491,100.49217)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/355"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อลังกรณเจดีย์","creator":"","description":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระยาจันทบุรีสร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว พ.ศ.2419</p>","provenance":"<p>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระยาจันทบุรีสร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว พ.ศ.2419</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, น้ำตกพลิ้ว, รัชกาลที่ 5, อลงกรณ์เจดีย์, เจดีย์ที่น้ำตกพลิ้ว, จุลศิรจุมพฏเจดีย์, พระยาจันทบุรี","spatial":"จันทบุรี (12.529221,102.183454)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/356"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ค่ายเนินวง ","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2377 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันเมืองจันทบุรีจากสงครามระหว่างสยามกับญวน</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2377 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันเมืองจันทบุรีจากสงครามระหว่างสยามกับญวน</p>","subject":"ค่ายเนินวง, รัชกาลที่ 3, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี , จันทบุรี, เมืองเนินวง","spatial":"จันทบุรี (12.585206,102.067652)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/357"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์อิสรภาพ จ.จันทบุรี","creator":"พระยาพิพิธไสยสุนทรการ","description":"<p>พระยาพิพิธไสยสุนทรการ ผู้ว่าราชการเมืองตราดสร้างเจดีย์อิสรภาพขึ้นร่วมกับชาวจันทบุรี เมื่อ พ.ศ.2447 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่จังหวัดจันทบุรีได้รับอิสรภาพจากการยึดครองของฝรั่งเศสเป็นเวลา 11 ปี</p>","provenance":"<p>พระยาพิพิธไสยสุนทรการ ผู้ว่าราชการเมืองตราดสร้างเจดีย์อิสรภาพขึ้นร่วมกับชาวจันทบุรี เมื่อ พ.ศ.2447 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่จังหวัดจันทบุรีได้รับอิสรภาพจากการยึดครองของฝรั่งเศสเป็นเวลา 11 ปี</p>","subject":"รัชกาลที่ 5, เขาแหลมสิงห์, เจดีย์อิสรภาพ, ป้อมไพรีพินาศ, รัชกาลที่ 3, จันทบุรี, พระยาพิพิธไสยสุนทรการ, ฝรั่งเศส","spatial":"จันทบุรี (12.475574,102.057204)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/358"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระเจดีย์กลางน้ำ จ.ระยอง ","creator":"พระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) ","description":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2416 </p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2416 </p>","subject":"พระสมุทรเจดีย์, เจดีย์กลางน้ำ, รัชกาลที่ 5, วัดปากน้ำ, พระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา), ระยอง","spatial":"ระยอง (12.666114,101.241873)","temporal":"รัตนโกสินทร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/359"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังแบบถาลาบริวัต  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ทับหลัง, ทับหลัง, วัดทองทั่ว, วัดทองทั่ว, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, ถาลาบริวัต, ถาลาบริวัต","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ถาลาบริวัต, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/360"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังแบบถาลาบริวัต","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ทับหลัง, ทับหลัง, วัดทองทั่ว, วัดทองทั่ว, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, ถาลาบริวัต, ถาลาบริวัต","spatial":"จันทบุรี (12.58755,102.14215)","temporal":"ถาลาบริวัต, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/361"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กำแพงวัดมหาธาตุวรวิหาร ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"วัดมหาธาตุ, วัดมหาธาตุราชบุรี, ทับหลังกำแพง, วัดมหาธาตุวรวิหาร, มหายาน","spatial":"ราชบุรี (13.546918,99.814217)","temporal":"บายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/362"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทสด๊อกก๊อกธม","creator":"","description":"<p>สร้างเพื่ออุทิศถวายพระศิวะตามที่ปรากฏใน<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/498\">ศิลาจารึกปราสาทสด๊อกก๊อกธม</a></p>","provenance":"<p>สร้างเพื่ออุทิศถวายพระศิวะตามที่ปรากฏใน<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/498\">ศิลาจารึกปราสาทสด๊อกก๊อกธม</a></p>","subject":"พระศิวะ, พระศิวะ, ปราสาทสด๊อกก๊อกธม, ปราสาทสด๊อกก๊อกธม, บาปวน, บาปวน, โคปุระ, โคปุระ","spatial":"สระแก้ว (15.024885,102.193972)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/363"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทพนมวัน","creator":"","description":"<p>สร้างอุทิศถวายพระศิวะและพระวิษณุตามข้อความที่ปรากฏใน<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/357\">จารึกกรอบประตูปราสาทประธาน</a></p>","provenance":"<p>สร้างอุทิศถวายพระศิวะและพระวิษณุตามข้อความที่ปรากฏใน<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/357\">จารึกกรอบประตูปราสาทประธาน</a></p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทพนมรุ้ง, ปราสาทพนมรุ้ง, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย, ปราสาทขอม, ปราสาทขอม, พระศิวะ, พระศิวะ, โคปุระ, โคปุระ, ปราสาทพนมวัน, ปราสาทพนมวัน, ไศวนิกาย, ไศวนิกาย","spatial":"นครราชสีมา (15.024885,102.193972)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/364"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทกู่พันนา","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่กล่าวถึงประวัติการสร้าง แต่สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่กล่าวถึงประวัติการสร้าง แต่สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","subject":"ปราสาทบ้านพันนา, ปราสาทบ้านพันนา, กู่พันนา, กู่พันนา, อโรคยาศาล, อโรคยาศาล, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ปรางค์กู่, ปรางค์กู่, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, มหายาน, มหายาน","spatial":"สกลนคร (17.442589,103.557364)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/365"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังจากปราสาทเขาน้อยหลังกลาง ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ทับหลัง, ทับหลัง, ปราสาทเขาน้อย, ปราสาทเขาน้อย, สมโบร์ไพรกุก, สมโบร์ไพรกุก, ทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก, ทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก","spatial":"ปราจีนบุรี (14.047306,101.37467)","temporal":"ร่วมแบบสมโบร์ไพรกุก, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/366"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเขาน้อย ","creator":"","description":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างทีแน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนเมืองพระนคร และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยเมืองพระนคร </p>","provenance":"<p>ไม่ทราบประวัติการสร้างทีแน่ชัด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนเมืองพระนคร และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยเมืองพระนคร </p>","subject":"ปราสาทเขาน้อย, ปราสาทเขาน้อย, สมโบร์ไพรกุก, สมโบร์ไพรกุก, ปราสาทเขาน้อยสีชมพู, ปราสาทเขาน้อยสีชมพู","spatial":"สระแก้ว (13.584203,102.527227)","temporal":"ลพบุรี, สมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/367"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังแบบถาลาบริวัต  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ทับหลัง, ทับหลัง, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, ทับหลังแบบถาลาบริวัต, วัดบน, วัดบน, ถาลาบริวัต, ถาลาบริวัต, วัดเขาพลอยแหวน, วัดเขาพลอยแหวน","spatial":"จันทบุรี (12.607069,102.039211)","temporal":"ถาลาบริวัต, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/368"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทวัดเจ้าจันทร์  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักสามารถเทียบได้กับศาสนสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์เช่นกัน</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักสามารถเทียบได้กับศาสนสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์เช่นกัน</p>","subject":"วัดเจ้าจันทร์, วัดเจ้าจันทร์, ปราสาทวัดเจ้าจันทร์, ปราสาทวัดเจ้าจันทร์, วัดศรีสวาย, วัดศรีสวาย, บายน, บายน, ศาลตาผาแดง, ศาลตาผาแดง, ลพบุรี, ลพบุรี","spatial":"สุโขทัย (17.42822,99.805137)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/369"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดศรีสวาย","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างเรือนธาตุ ซึ่งสามารถเทียบได้กับศาสนสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์เช่นกัน ครั้นต่อมาในสมัยสุโขทัยได้มีการปฏิสังขรณ์ส่วนยอดด้วยอิฐ</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างเรือนธาตุ ซึ่งสามารถเทียบได้กับศาสนสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยของพระองค์เช่นกัน ครั้นต่อมาในสมัยสุโขทัยได้มีการปฏิสังขรณ์ส่วนยอดด้วยอิฐ</p>","subject":"วัดศรีสวาย, วัดศรีสวาย, บายน, บายน, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, ศาลตาผาแดง, ศาลตาผาแดง","spatial":"สุโขทัย (17.013724,99.70246)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/370"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากแผนผังสถาปัตยกรรมแล้วสันนิษว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากแผนผังสถาปัตยกรรมแล้วสันนิษว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","subject":"อโรคยาศาล, อโรคยาศาล, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, บายน, บายน, กุฏิฤาษีเมืองต่ำ, กุฏิฤาษีเมืองต่ำ, กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง, กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทหนองบัวราย, เมืองต่ำ, เมืองต่ำ, บ้านโคกเมือง, บ้านโคกเมือง","spatial":"บุรีรัมย์ (14.50125,102.977958)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/371"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์สองพี่น้อง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ปรางค์, ปรางค์, ปรางค์สองพี่น้อง, ปรางค์สองพี่น้อง, ศรีเทพ, ศรีเทพ, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, นครวัด, นครวัด","spatial":"เพชรบูรณ์ (15.466288,101.143939)","temporal":"นครวัด, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/372"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์ศรีเทพ ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ปรางค์, ปรางค์, ปรางค์สองพี่น้อง, ปรางค์สองพี่น้อง, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, ปรางค์ศรีเทพ, ปรางค์ศรีเทพ, นครวัด, นครวัด","spatial":"เพชรบูรณ์ (15.465536,101.145046)","temporal":"นครวัด, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/373"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบราณสถานดงเมืองเตย ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"เจดีย์จุลประโทน, เจดีย์จุลประโทน, สมโบร์ไพรกุก, สมโบร์ไพรกุก, ดงเมืองเตย, ดงเมืองเตย, ดอนเมืองเตย, ดอนเมืองเตย, โบราณสถานดอนเมืองเตย, โบราณสถานดอนเมืองเตย, เมืองโบราณดงเมืองเตย, เมืองโบราณดงเมืองเตย, เมืองโบราณดอนเมืองเตย, เมืองโบราณดอนเมืองเตย","spatial":"ยโสธร (15.639911,104.258093)","temporal":"ร่วมแบบสมโบร์ไพรกุก, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/375"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ศาลตาผาแดง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, วัดเจ้าจันทร์, วัดเจ้าจันทร์, ปราสาทวัดเจ้าจันทร์, ปราสาทวัดเจ้าจันทร์, บายน, บายน, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, โคกปราสาท, โคกปราสาท, ศาลพระเสื้อเมือง, ศาลพระเสื้อเมือง","spatial":"สุโขทัย (17.021346,99.703153)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/376"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป วัดทุ่งศรีเมือง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วง ปลายพุทธศตวรรษที่ 23 – ครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ 24</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วง ปลายพุทธศตวรรษที่ 23 – ครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ 24</p>","subject":"พระพุทธรูป, วัดทุ่งศรีเมือง, หอพระพุทธบาท, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว","spatial":"อุบลราชธานี (15.229682,104.861055)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/377"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนัง วัดทุ่งศรีเมือง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการเขียน แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เนื่องจากหอพระพุทธบาทหรือพระอุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2330 หรือปลายรัชกาลที่ 3 แล้ว</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการเขียน แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เนื่องจากหอพระพุทธบาทหรือพระอุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2330 หรือปลายรัชกาลที่ 3 แล้ว</p>","subject":"จิตรกรรมฝาผนัง, พระอุโบสถ, รัชกาลที่ 4, วัดทุ่งศรีเมือง, หอพระพุทธบาท, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, รัชกาลที่ 3","spatial":"อุบลราชธานี (15.229682,104.861055)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/378"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธาน วัดเชียงงาสง่างาม ","creator":"","description":"<p>วัดแห่งนี้สร้างประมาณปี พ.ศ. 2375 โดยชาวไทพวนที่ถูกกวาดต้อนมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจดีย์จึงน่าจะสร้างในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย</p>","provenance":"<p>วัดแห่งนี้สร้างประมาณปี พ.ศ. 2375 โดยชาวไทพวนที่ถูกกวาดต้อนมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจดีย์จึงน่าจะสร้างในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย</p>","subject":"พระธาตุ, เจดีย์, ศิลปะลาว, วัดเชียงงา, วัดเชียงงาสง่างาม, รัชกาลที่ 3","spatial":"ลพบุรี (15.046157,100.538382)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/379"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม","creator":"","description":"<p>ตามประวัติกล่าวว่าวัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชราว พ.ศ. 2200 โดยพระธิดาพระองค์เล็กของพระองค์ในคราวที่ทรงให้หมื่นกางโฮงนำบริวารจากจังหวัดร้อยเอ็ดอพยพมาตั้งบ้านเรือนที่นี่</p>","provenance":"<p>ตามประวัติกล่าวว่าวัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชราว พ.ศ. 2200 โดยพระธิดาพระองค์เล็กของพระองค์ในคราวที่ทรงให้หมื่นกางโฮงนำบริวารจากจังหวัดร้อยเอ็ดอพยพมาตั้งบ้านเรือนที่นี่</p>","subject":"เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม, พระธาตุศรีสองรัก, เจดีย์, วัดสาวสุวรรณาราม, วัดสาวสุวรรณ, เจดีย์วัดโพนชัย","spatial":null,"temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/380"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าองค์ตื้อ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏจารึกประวัติการสร้างแต่เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับพระเจ้าองค์ตื้อ วัดไชยะพูม นครเวียงจันทน์ ที่มีจารึกปรากฏปีที่สร้างคือ พ.ศ. 2109 แต่จากข้อมูลในศิลาจารึกกล่าวว่าพระพุทธรูปองค์หล่อขึ้นใน พ.ศ. 2105 อย่างไรก็ดี ทั้งสองก็ยังอยู่ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 22</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏจารึกประวัติการสร้างแต่เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับพระเจ้าองค์ตื้อ วัดไชยะพูม นครเวียงจันทน์ ที่มีจารึกปรากฏปีที่สร้างคือ พ.ศ. 2109 แต่จากข้อมูลในศิลาจารึกกล่าวว่าพระพุทธรูปองค์หล่อขึ้นใน พ.ศ. 2105 อย่างไรก็ดี ทั้งสองก็ยังอยู่ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 22</p>","subject":"พระพุทธรูป, ศิลปะล้านช้าง, วัดศรีชมพูองค์ตื้อ, พระเจ้าองค์ตื้อ, พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช","spatial":"หนองคาย (17.876819,102.575245)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/381"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุท่าอุเทน ","creator":"","description":"<p>ข้อมูลจากจารึกอักษรไทน้อยที่กำแพงพระธาตุ สร้างโดยอ.สีทัตต์ ได้เป็นหัวหน้าชักชวนพระภิกษุและชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 ใช้เวลา 6 ปี จึงแล้วเสร็จในปี 2459 เป็นฝีมือช่างญวนชื่อองแมด</p>","provenance":"<p>ข้อมูลจากจารึกอักษรไทน้อยที่กำแพงพระธาตุ สร้างโดยอ.สีทัตต์ ได้เป็นหัวหน้าชักชวนพระภิกษุและชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 ใช้เวลา 6 ปี จึงแล้วเสร็จในปี 2459 เป็นฝีมือช่างญวนชื่อองแมด</p>","subject":"พระธาตุ, พระธาตุพนม, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระธาตุท่าอุเทน, วัดพระธาตุธาตุอุเทน, พระธาตุเรณู","spatial":"นครพนม (17.581589,104.591261)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/383"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุบังพวน","creator":"","description":"<p>เดิมเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าโพธิสาลราชและได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในปีพ.ศ. 2167 สมัยพระยาสุริยวงษาธรรมิกราช แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเมื่อพ.ศ. 2109 เมื่อย้ายเมืองหลวงมายังเวียงจันทน์แล้ว อย่างไรก็ตาม พระธาตุองค์ปัจจุบันเป็นงานที่บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในช่วงปัจจุบัน</p><p>นอกจากนี้ยังมีศิลาจารึกอย่างน้อย 2 หลักที่กล่าวถึงพระธาตุบังพวน คือ </p><p>1) ศิลาจารึกถ้ำสุวรรณคูหา 1 อำเภอสุวรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูจารึกเมื่อ พ.ศ. 2106 กล่าวถึงการบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระธาตุบังพวนของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช </p><p> 2) ศิลาจารึกวัดศรีเมือง อ.เมือง จังหวัดหนองคาย จารึกเมื่อ พ.ศ. 2109 กล่าวถึงพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้สั่งให้พระยาพลเศิกซ้ายเป็นอุปถัมภกสร้างวัดศรีสุพรรณอาราม พระยาพลเศิกซ้ายจึงได้ถวายถวายทองคำหนึ่งร้อนและกระเบื้องหนึ่งหมื่นแด่สมเด็จพระเป็นเจ้า ซึ่งได้นำไปถวายบูชาพระมหาธาตุเจ้าบังพวน </p><p><br></p>","provenance":"<p>เดิมเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าโพธิสาลราชและได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในปีพ.ศ. 2167 สมัยพระยาสุริยวงษาธรรมิกราช แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเมื่อพ.ศ. 2109 เมื่อย้ายเมืองหลวงมายังเวียงจันทน์แล้ว อย่างไรก็ตาม พระธาตุองค์ปัจจุบันเป็นงานที่บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในช่วงปัจจุบัน</p><p>นอกจากนี้ยังมีศิลาจารึกอย่างน้อย 2 หลักที่กล่าวถึงพระธาตุบังพวน คือ </p><p>1) ศิลาจารึกถ้ำสุวรรณคูหา 1 อำเภอสุวรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูจารึกเมื่อ พ.ศ. 2106 กล่าวถึงการบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระธาตุบังพวนของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช </p><p> 2) ศิลาจารึกวัดศรีเมือง อ.เมือง จังหวัดหนองคาย จารึกเมื่อ พ.ศ. 2109 กล่าวถึงพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้สั่งให้พระยาพลเศิกซ้ายเป็นอุปถัมภกสร้างวัดศรีสุพรรณอาราม พระยาพลเศิกซ้ายจึงได้ถวายถวายทองคำหนึ่งร้อนและกระเบื้องหนึ่งหมื่นแด่สมเด็จพระเป็นเจ้า ซึ่งได้นำไปถวายบูชาพระมหาธาตุเจ้าบังพวน </p><p><br></p>","subject":"พระธาตุ, เจดีย์, ศิลปะล้านช้าง, พระเจ้าโพธิสาลราช, พระยาสุริยวงษาธรรมิกราช , พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, ตำนานอุรังคธาตุ, วัดพระธาตุบังพวน, พระธาตุบังพวน","spatial":"หนองคาย (17.743996,102.681348)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/384"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ประธาน วัดเทพพลประดิษฐาราม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบงานศิลปกรรมสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 23 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบงานศิลปกรรมสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 23 </p>","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, พระธาตุ, เจดีย์, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, วัดเทพพลประดิษฐาราม, เจดีย์องค์ทิศใต้","spatial":"หนองคาย (14.79868,137.909375)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/385"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุหนองสามหมื่น ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบงานศิลปกรรมสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 21 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 22 ส่วนเหนือเรือนธาตุขึ้นไปอาจมีการบูรณะเพิ่มเติมในพุทธศตวรรษที่ 24</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบงานศิลปกรรมสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 21 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 22 ส่วนเหนือเรือนธาตุขึ้นไปอาจมีการบูรณะเพิ่มเติมในพุทธศตวรรษที่ 24</p>","subject":"พระธาตุ, เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม, เจดีย์, เจดีย์ทรงระฆังสี่เหลี่ยม, วัดพระธาตุหนองสามหมื่น, พระธาตุหนองสามหมื่น, พระธาตุบ้านแก้ง","spatial":"ชัยภูมิ (16.378267,102.042555)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/386"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบาง","creator":"","description":"<p>จากจารึกที่ฐานระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2308 โดยสมเด็จพระเหมมะวันนา กับทั้งอังเตวาสิ อุบาสก อุบาสิกา</p>","provenance":"<p>จากจารึกที่ฐานระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2308 โดยสมเด็จพระเหมมะวันนา กับทั้งอังเตวาสิ อุบาสก อุบาสิกา</p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปมีจารึก, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระบาง, วัดไตรภูมิ, พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ","spatial":null,"temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/387"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเสริม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นกลาง – ปลายพุทธศตวรรษที่ 21</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นกลาง – ปลายพุทธศตวรรษที่ 21</p>","subject":"พระพุทธรูป, วัดปทุมวนาราม, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระเจ้าองค์ตื้อ, พระใส, พระเสริม","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.745928,100.536587)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/388"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระใส ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นต้น – กลางพุทธศตวรรษที่ 22 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นต้น – กลางพุทธศตวรรษที่ 22 </p>","subject":"พระพุทธรูป, วัดปทุมวนาราม, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระใส, พระสายน์","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.745896,100.537143)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/389"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระใส","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 23</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบน่าจะสร้างขึ้นปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 23</p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระยาสุริยวงษาธรรมิกราช , พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, พระใส, พระเสริม, วัดโพธิ์ชัย, หลวงพ่อเกวียนหัก, พระอินทร์แปลง , วัดอินทร์แปลง ","spatial":"หนองคาย (17.884922,102.757213)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/390"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หลวงพ่อศรีเมือง ","creator":"","description":"<p>จารึกที่ฐานระบุว่าพระราชมารดาของพระเจ้าสิริบุญสารได้หล่อถวายวัดกลางจันทบุรีในปี พ.ศ. 2306 </p>","provenance":"<p>จารึกที่ฐานระบุว่าพระราชมารดาของพระเจ้าสิริบุญสารได้หล่อถวายวัดกลางจันทบุรีในปี พ.ศ. 2306 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระพุทธรูปมีจารึก, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, พระใส, วัดโพธิ์ชัย, วัดศรีเมือง, พระพุทธสัทธาธิกะ, หลวงพ่อศรีเมือง","spatial":null,"temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/391"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเหลาเทพนิมิต ","creator":"","description":"<p>ตามประวัติระบุว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2263 ร่วมสมัยกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ</p>","provenance":"<p>ตามประวัติระบุว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2263 ร่วมสมัยกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ</p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านช้าง, ศิลปะลาว, วัดพระเหลาเทพนิมิต, พระเหลาเทพนิมิต","spatial":"อำนาจเจริญ (15.676927,104.854145)","temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/392"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิม","creator":"","description":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 เป็นผลงานของพระครูธิ ซึ่งอพยพมาจากเวียงจันทน์พร้อมกับพระคณูหลวงโพนสะเม็ก ต่อมามีการบูรณะอีกหลายครั้ง</p>","provenance":"<p>สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 เป็นผลงานของพระครูธิ ซึ่งอพยพมาจากเวียงจันทน์พร้อมกับพระคณูหลวงโพนสะเม็ก ต่อมามีการบูรณะอีกหลายครั้ง</p>","subject":"วัดแจ้ง, ศิลปะล้านช้าง, วัดพระเหลาเทพนิมิต, สิม, วัดหลวง","spatial":null,"temporal":"ล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/393"},{"type":"ประติมากรรม","title":"กู่พระเจ้าล้านทอง","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการก่อสร้างแต่เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในคราวเดียวกับที่หล่อพระเจ้าล้านทองเป็นพระพุทธรูปประธานภายในพระวิหารในปี พ.ศ. 2046 โดยเจ้าเมืองหาญศรีทัตถ์มหาสุรมนตรี</p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการก่อสร้างแต่เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในคราวเดียวกับที่หล่อพระเจ้าล้านทองเป็นพระพุทธรูปประธานภายในพระวิหารในปี พ.ศ. 2046 โดยเจ้าเมืองหาญศรีทัตถ์มหาสุรมนตรี</p>","subject":"พระธาตุลำปางหลวง, พระพุทธรูป, พระเจ้าล้านทอง, กู่พระเจ้าล้านทอง, กู่ปราสาท, วัดพระธาตุลำปางหลวง, กู่","spatial":"ลำปาง (16.824348,100.26873)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/394"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าล้านทอง","creator":"","description":"<p>ข้อความใน ลป. 2 จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง พ.ศ. 2046 กล่าวว่า “ศักราชได้ 858 ตัวในปีรวายสี... ถัดปีนี้กาไค้ เดือน 3 แรม 11 ค่ำวัน 6 ไทยเปลิกสง้า รืก 17 หล่อพระเจ้าล้านทองยามคันรุ่งแล คำพอกพระ 32 จ้างช่องหล่อพระกับตีคำ 362 เงิน ไถ่คนไว้กับ 6 ครัว” ปีรวายสีคือปีมะโรง ปีกาไค้คือปีกุน ดังนั้นปีที่หล่อพระเจ้าล้านทองคือปี พ.ศ. 2046</p>","provenance":"<p>ข้อความใน ลป. 2 จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง พ.ศ. 2046 กล่าวว่า “ศักราชได้ 858 ตัวในปีรวายสี... ถัดปีนี้กาไค้ เดือน 3 แรม 11 ค่ำวัน 6 ไทยเปลิกสง้า รืก 17 หล่อพระเจ้าล้านทองยามคันรุ่งแล คำพอกพระ 32 จ้างช่องหล่อพระกับตีคำ 362 เงิน ไถ่คนไว้กับ 6 ครัว” ปีรวายสีคือปีมะโรง ปีกาไค้คือปีกุน ดังนั้นปีที่หล่อพระเจ้าล้านทองคือปี พ.ศ. 2046</p>","subject":"พระธาตุลำปางหลวง, พระพุทธรูป, พระเจ้าล้านทอง, กู่พระเจ้าล้านทอง, ศิลปะล้านนา, กู่ปราสาท, วัดพระธาตุลำปางหลวง","spatial":"ลำปาง (16.824348,100.26873)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/395"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าเก้าตื้อ","creator":"","description":"<p>พระเมืองแก้วโปรดเกล้าฯให้หล่อพระเจ้าเก้าตื้อในปี พ.ศ. 2047 เพื่อเป็นพระพุทธรูปประธานในวิหารวัดพระสิงห์ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2053 แต่เมื่อหล่อเสร็จไม่สามารถชะลอเข้าเมืองได้ จึงอัญเชิญจากสถานที่หล่อไปประดิษฐานยังพระอุโบสถวัดบุปผา รามหรือวัดสวนดอก มีการถวายมหาทานและมีการฉลองพระพุทธรูป</p>","provenance":"<p>พระเมืองแก้วโปรดเกล้าฯให้หล่อพระเจ้าเก้าตื้อในปี พ.ศ. 2047 เพื่อเป็นพระพุทธรูปประธานในวิหารวัดพระสิงห์ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2053 แต่เมื่อหล่อเสร็จไม่สามารถชะลอเข้าเมืองได้ จึงอัญเชิญจากสถานที่หล่อไปประดิษฐานยังพระอุโบสถวัดบุปผา รามหรือวัดสวนดอก มีการถวายมหาทานและมีการฉลองพระพุทธรูป</p>","subject":"พระพุทธสิหิงค์, ศิลปะล้านนา, พระเจ้าเก้าตื้อ, วัดบุปผาราม, วัดสวนดอก","spatial":"เชียงใหม่ (18.786975,98.968011)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/396"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าแข้งคม ","creator":"","description":"<p>ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า พระเจ้าแข้งคมสร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราชในปีพ.ศ. 2027 โดยพระองค์โปรดเกล้าให้สีหโคตเสนาบดีและอาณากิจจาธิบดีเป็นผู้หล่อขึ้นให้เหมือนพระลวปุระ หล่อที่วัดป่าตาลมหาวิหาร</p><p>พงศาวดารโยนกให้ข้อมูลคล้ายกัน โดยระบุชื่อพระพุทธรูปว่าพระป่าจาลน้อย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2020</p> ในสมัยพระเจ้ากาวิละได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปประดิษฐานที่วัดศรีเกิดจนทุกวันนี้","provenance":"<p>ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า พระเจ้าแข้งคมสร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราชในปีพ.ศ. 2027 โดยพระองค์โปรดเกล้าให้สีหโคตเสนาบดีและอาณากิจจาธิบดีเป็นผู้หล่อขึ้นให้เหมือนพระลวปุระ หล่อที่วัดป่าตาลมหาวิหาร</p><p>พงศาวดารโยนกให้ข้อมูลคล้ายกัน โดยระบุชื่อพระพุทธรูปว่าพระป่าจาลน้อย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2020</p> ในสมัยพระเจ้ากาวิละได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปประดิษฐานที่วัดศรีเกิดจนทุกวันนี้","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระเจ้าแข้งคม, วัดศรีเกิด, พระลวปุระ, พระป่าตาลน้อย, พระเจ้าติโลกราช, พระพุทธรูปแบบอู่ทอง, ชินกาลมาลีปกรณ์","spatial":"เชียงใหม่ (18.788186,98.976715)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/397"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังในวิหารน้ำแต้ม","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถเปรียบเทียบกับศิลปะพม่าในราชวงศ์นยองยาน ในปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – พุทธศตวรรษที่ 23 ดังนั้นจิตรกรรมฝาผนังที่นี่จึงน่าจะเขียนในระยะเวลานี้หรือหลังจากนั้นเล็กน้อย</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถเปรียบเทียบกับศิลปะพม่าในราชวงศ์นยองยาน ในปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – พุทธศตวรรษที่ 23 ดังนั้นจิตรกรรมฝาผนังที่นี่จึงน่าจะเขียนในระยะเวลานี้หรือหลังจากนั้นเล็กน้อย</p>","subject":"พระธาตุลำปางหลวง, จิตรกรรมฝาผนัง, ศิลปะล้านนา, วัดพระธาตุลำปางหลวง","spatial":"ลำปาง (18.217398,99.389211)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/398"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระบฏวัดดอกเงิน","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 พบในกรุเจดีย์วัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จากการขุดสำรวจแหล่งโบราณคดีพื้นที่น้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพลในปี พ.ศ. 2502 พบครั้งแรกในสภาพถูกม้วนกลมใส่ในหม้อดินร่วมกัยพระพุทธรูปและของมีค่าต่างๆ</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 พบในกรุเจดีย์วัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จากการขุดสำรวจแหล่งโบราณคดีพื้นที่น้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพลในปี พ.ศ. 2502 พบครั้งแรกในสภาพถูกม้วนกลมใส่ในหม้อดินร่วมกัยพระพุทธรูปและของมีค่าต่างๆ</p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, พุทธประวัติ, ศิลปะล้านนา, พระบฎ, วัดดอกเงิน, ศิลปะจีน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.758939,100.493969)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/399"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประธาน ","creator":"","description":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นโดยพระราชชนนีของพระเจ้าติโลกราชในปี พ.ศ. 1950</p>","provenance":"<p>พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นโดยพระราชชนนีของพระเจ้าติโลกราชในปี พ.ศ. 1950</p>","subject":"วัดเจดีย์หลวง, พระพุทธรูป, ศิลปะล้านนา, พระเจ้าติโลกราช, พระพุทธรูปประธาน, พระพุทธรูปประทับยืน, พระเจ้าค่าคิงพญามังราย ","spatial":"เชียงใหม่ (18.787021,98.987151)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/400"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางกดรอยพระบาท ","creator":"","description":"<p>ที่ฐานพระพุทธมีจารึกระบุว่า “ศักราชได้ 843 (พ.ศ. 2024) เจ้าวิเชียรปัญโญสร้างพระพุทธเจ้าปางกดประทับรอยพระบาทขึ้นเพื่อหวงไปเกิดในยุคพระศรีอาริยไมตไตรยและหวังเป็นพระภิกษุ” </p>","provenance":"<p>ที่ฐานพระพุทธมีจารึกระบุว่า “ศักราชได้ 843 (พ.ศ. 2024) เจ้าวิเชียรปัญโญสร้างพระพุทธเจ้าปางกดประทับรอยพระบาทขึ้นเพื่อหวงไปเกิดในยุคพระศรีอาริยไมตไตรยและหวังเป็นพระภิกษุ” </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปมีจารึก, ศิลปะล้านนา, พระพุทธรูปปางกดรอยพระบาท, พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757694,100.492449)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/401"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัยมีจารึก","creator":"","description":"<p>จากจารึกฐานพระพุทธรูปกล่าวว่า ศรีสัทธรรมไตรโลกรัตนจุฬามหาสังฆราช โปรดให้สร้างพระพุทธสิงหิงค์นี้ขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาแก่คนทั้งหลายเมื่อ พ.ศ. 2012 ในตอนท้ายของจารึกมีการกล่าวถึงน้ำหนักของพระพุทธรูปด้วย<br></p>","provenance":"<p>จากจารึกฐานพระพุทธรูปกล่าวว่า ศรีสัทธรรมไตรโลกรัตนจุฬามหาสังฆราช โปรดให้สร้างพระพุทธสิงหิงค์นี้ขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาแก่คนทั้งหลายเมื่อ พ.ศ. 2012 ในตอนท้ายของจารึกมีการกล่าวถึงน้ำหนักของพระพุทธรูปด้วย<br></p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระพุทธรูปมีจารึก, พระพุทธสิหิงค์, ศิลปะล้านนา, วัดพระเจ้ามังราย, เชียงแสนหนึ่ง, พระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่ง, จารึก","spatial":"เชียงใหม่ (18.78534,98.984705)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/402"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธสิหิงค์","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่ตามตำนานกล่าวว่า ท้าวมหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายอัญเชิญมาพร้อมกับพระแก้วมรกตจากเมืองกำแพงเพชรในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่ตามตำนานกล่าวว่า ท้าวมหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายอัญเชิญมาพร้อมกับพระแก้วมรกตจากเมืองกำแพงเพชรในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","subject":"วัดพระสิงห์, พระพุทธรูป, พระพุทธสิหิงค์, ศิลปะล้านนา","spatial":"เชียงใหม่ (18.788377,98.981154)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/403"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธสิหิงค์ ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในกลางพุทธศตวรรษที่ 21 ในสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทได้อัญเชิญลงมาจากเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2338 และประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในกลางพุทธศตวรรษที่ 21 ในสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทได้อัญเชิญลงมาจากเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2338 และประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์</p>","subject":"วัดพระสิงห์, พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์, พระพุทธสิหิงค์, ศิลปะล้านนา, พระเจ้าเก้าตื้อ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757822,100.492067)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/404"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบ้านบุ ","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา เพราะอยู่ในเส้นทางระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย ตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้นเรียกว่า \"บ้านมีไฟ\"</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา เพราะอยู่ในเส้นทางระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย ตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้นเรียกว่า \"บ้านมีไฟ\"</p>","subject":"ปราสาท, ปราสาท, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, บายน, บายน, ปราสาทบ้านบุ , ปราสาทบ้านบุ , กุฏิฤาษีบ้านบุ, กุฏิฤาษีบ้านบุ, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือน, บ้านมีไฟ, บ้านมีไฟ, ปราสาทพระขรรค์, ปราสาทพระขรรค์","spatial":"บุรีรัมย์ (14.533918,102.979771)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/405"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปรางค์กู่ ","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างปรางค์กู่ขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1728-1763 เพื่ออุทิศแก่พระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุ พระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์ พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ เพื่อประทานความไม่มีโรคภัยแก่ประชาชนของพระองค์</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างปรางค์กู่ขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1728-1763 เพื่ออุทิศแก่พระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุ พระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์ พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ เพื่อประทานความไม่มีโรคภัยแก่ประชาชนของพระองค์</p>","subject":"ปรางค์, พระโพธิสัตว์, อโรคยาศาล, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ปรางค์กู่, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ไภษัชยคุรุ ","spatial":"ชัยภูมิ (15.806508,102.045176)","temporal":"บายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/406"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทหนองบัวราย ","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พุทธศตวรรษที่ 18</p>","subject":"พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, อโรคยาศาล, อโรคยาศาล, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ปรางค์กู่, ปรางค์กู่, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, บ้านมีไฟ, บ้านมีไฟ, กุฏิฤาษีหนองบัวราย, กุฏิฤาษีหนองบัวราย","spatial":"บุรีรัมย์ (14.531896,102.963329)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/407"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทนารายณ์เจงเวง  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง </p>","subject":"พระนารายณ์, พระนารายณ์, ภาพสลัก, ภาพสลัก, บาปวน, บาปวน, ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทนารายณ์เจงเวง , วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง, วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง, ตำนานอุรังคธาตุ, ตำนานอุรังคธาตุ","spatial":"สกลนคร (17.186971,104.095906)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/408"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเมืองแขก","creator":"","description":"<p>จาก<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1177\" target=\"_blank\">จารึกปราสาทเมืองแขก</a>ระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งศักราชในจารึกสามารถเทียบเป็นพุทธศักราชตรงกับ พ.ศ.1517</p>","provenance":"<p>จาก<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1177\" target=\"_blank\">จารึกปราสาทเมืองแขก</a>ระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งศักราชในจารึกสามารถเทียบเป็นพุทธศักราชตรงกับ พ.ศ.1517</p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, พระศิวะ, พระศิวะ, ปราสาทเมืองแขก, ปราสาทเมืองแขก, เกาะแกร์, เกาะแกร์","spatial":"นครราชสีมา (14.912841,101.833437)","temporal":"ลพบุรี, เกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/409"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทกู่สวนแตง ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทกู่สวนแตง , ปราสาทกู่สวนแตง , ปรางค์กู่สวนแตง, ปรางค์กู่สวนแตง, บ้านมีไฟ, บ้านมีไฟ","spatial":"บุรีรัมย์ (15.554398,102.840715)","temporal":"นครวัด, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/410"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทตาเมือน","creator":"","description":"<p>สันนิษฐานว่าในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา เพราะอยู่ในเส้นทางระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย ตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้นเรียกว่า \"บ้านมีไฟ\"</p>","provenance":"<p>สันนิษฐานว่าในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา เพราะอยู่ในเส้นทางระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย ตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้นเรียกว่า \"บ้านมีไฟ\"</p>","subject":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบ้านบุ , ปราสาทบ้านบุ , กุฏิฤาษีบ้านบุ, กุฏิฤาษีบ้านบุ, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือน, บ้านมีไฟ, บ้านมีไฟ","spatial":"สุรินทร์ (14.34969,103.263688)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/411"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทตาเมือนโต๊ด ","creator":"","description":"<p>เพื่อเป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาลหรืออโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18<br></p>","provenance":"<p>เพื่อเป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาลหรืออโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18<br></p>","subject":"อโรคยาศาล, อโรคยาศาล, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทหนองบัวราย, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาเมือนตู๊จ, ปราสาทตาเมือนตู๊จ","spatial":"สุรินทร์ (14.354231,103.261804)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/412"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทตาเมือนธม","creator":"","description":"<p>จาก<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/306\" target=\"_blank\">จารึก</a>ที่ค้นพบได้ในปราสาทระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16</p>","provenance":"<p>จาก<a href=\"https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/306\" target=\"_blank\">จารึก</a>ที่ค้นพบได้ในปราสาทระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16</p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, บาปวน, บาปวน, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทบ้านพลวง, ปราสาทบ้านพลวง, ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทสระกำแพงใหญ่","spatial":"สุรินทร์ (14.34969,103.263688)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/413"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบ้านพลวง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"พระศิวะ, พระศิวะ, บาปวน, บาปวน, ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทสระกำแพงใหญ่","spatial":"สุรินทร์ (14.610251,103.424447)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/414"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทศีขรภูมิ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, ปราสาทขอม, ปราสาทขอม, พระศิวะ, พระศิวะ, นครวัด, นครวัด","spatial":"สุรินทร์ (14.944576,103.798354)","temporal":"นครวัด, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/415"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทสระกำแพงใหญ่","creator":"","description":"<p>สร้างอุทิศถวายพระศิวะ ตามจารึกที่ระบุว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างถวายพระพฤทเธศวร อันเป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ</p>","provenance":"<p>สร้างอุทิศถวายพระศิวะ ตามจารึกที่ระบุว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างถวายพระพฤทเธศวร อันเป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ</p>","subject":"พระศิวะ, พระศิวะ, บาปวน, บาปวน, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทนารายณ์เจงเวง , ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทบ้านพลวง, ปราสาทบ้านพลวง, ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทสระกำแพงใหญ่","spatial":"ศรีสะเกษ (15.101761,104.128154)","temporal":"บาปวน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/416"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทกำแพงแลง","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง</p>","subject":"ปราสาทเขมร, ปราสาทเขมร, พระปรางค์สามยอด, พระปรางค์สามยอด, ปราสาทขอม, ปราสาทขอม, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, บายน, บายน, ปราสาทกำแพงแลง, ปราสาทกำแพงแลง, วัดกำแพงแลง, วัดกำแพงแลง","spatial":"เพชรบุรี (13.105571,99.956362)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/417"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าตนหลวง ","creator":"","description":"<p>ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระยอดเชียงรายในปี พ.ศ. 2034 และแล้วเสร็จในสมัยพระเมืองแก้วในปี พ.ศ. 2067 </p>","provenance":"<p>ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระยอดเชียงรายในปี พ.ศ. 2034 และแล้วเสร็จในสมัยพระเมืองแก้วในปี พ.ศ. 2067 </p>","subject":"ศิลปะล้านนา, วัดศรีโคมคำ, พระเจ้าตนหลวง, พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยง, พระพุทธรูปแบบล้านนา, ศิลปะพะเยา","spatial":"พะเยา (19.176561,99.879972)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/422"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่เดิมประดิษฐานอยู่ร่วมกับพระพุทธสิหิงค์ในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่เดิมประดิษฐานอยู่ร่วมกับพระพุทธสิหิงค์ในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านนา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่","spatial":"เชียงใหม่ (18.811134,98.976711)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/423"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านนา","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.757694,100.492449)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/424"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 </p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย, ศิลปะล้านนา","spatial":"ลำพูน (18.577354,99.006789)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/425"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศากยสิงห์ ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่ตามประวัติระบุว่าเดิมอยู่ที่เมืองเชียงแสน ก่อนจะอัญเชิญมายังวัดเบญจมบพิตรฯ </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่ตามประวัติระบุว่าเดิมอยู่ที่เมืองเชียงแสน ก่อนจะอัญเชิญมายังวัดเบญจมบพิตรฯ </p>","subject":"วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, พระพุทธรูป, ศิลปะล้านนา, พระศากยสิงห์, เชียงแสนหนึ่ง, พระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่ง, เชียงแสน","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.766605,100.514241)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/426"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบสามารถกำหนดอายุอยู่ในรัชกาลพระเมืองแก้ว คือ กล่งพุทธศตวรรษที่ 21 </p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบสามารถกำหนดอายุอยู่ในรัชกาลพระเมืองแก้ว คือ กล่งพุทธศตวรรษที่ 21 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางมารวิชัย, ศิลปะล้านนา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่","spatial":"เชียงใหม่ (18.811134,98.976711)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/427"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพระแสนแซว่","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่เดิมพบที่วัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้อัญเชิญมายังวัดเบญจมบพิตร แต่ไม่ปรากฏในทะเบียนประวัติพระพุทธรูปรอบพระระเบียงวัดเบญจมบพิตรฯ แต่อย่างใด เพราะถูกนำไปประดิษฐานไว้ใต้ต้นไม้นอกพระระเบียง ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ขึ้น จึงนำมาจัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ มีรูปแบบที่สามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง แต่เดิมพบที่วัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้อัญเชิญมายังวัดเบญจมบพิตร แต่ไม่ปรากฏในทะเบียนประวัติพระพุทธรูปรอบพระระเบียงวัดเบญจมบพิตรฯ แต่อย่างใด เพราะถูกนำไปประดิษฐานไว้ใต้ต้นไม้นอกพระระเบียง ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ขึ้น จึงนำมาจัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ มีรูปแบบที่สามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21</p>","subject":"เศียรพระพุทธรูป, ศิลปะล้านนา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, พระเจ้าแสนแส้, วัดยางกวง, พระเจ้าแสนแสว้, พระเจ้าแสนแซว่","spatial":"เชียงใหม่ (18.811134,98.976711)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/428"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระหริภุญชัยโพธิสัตว์","creator":"","description":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่เดิมอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยก่อนจะนำมาประดิษฐานที่วัดเบญจมบพิตรฯ จากรูปแบบสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 </p>","provenance":"<p>ไม่มีประวัติการสร้าง แต่เดิมอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยก่อนจะนำมาประดิษฐานที่วัดเบญจมบพิตรฯ จากรูปแบบสามารถกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 </p>","subject":"วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, พระพุทธรูป, พระพุทธรูปทรงเครื่อง, ศิลปะล้านนา, ศิลปะปาละ, ศิลปะอินเดีย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (14.670484,100.51999)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/429"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ  ","creator":"","description":"<p>จิตรกรรมฝาผนังนี้น่าจะเขียนขึ้นในคราวเดียวกับที่มีการบูรณะวิหารลายคำในสมัยเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ในปี พ.ศ. 2406 โดยมีช่างวาดสำคัญ 2 คนคือ “เจ๊กเส็ง” เขียนเรื่องสังข์ทองและ “หนานโพธา” เขียนเรื่องสุวรรณหงส์</p>","provenance":"<p>จิตรกรรมฝาผนังนี้น่าจะเขียนขึ้นในคราวเดียวกับที่มีการบูรณะวิหารลายคำในสมัยเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ในปี พ.ศ. 2406 โดยมีช่างวาดสำคัญ 2 คนคือ “เจ๊กเส็ง” เขียนเรื่องสังข์ทองและ “หนานโพธา” เขียนเรื่องสุวรรณหงส์</p>","subject":"วัดพระสิงห์, วิหารพระสิงห์, วิหารลายคำ, จิตรกรรมฝาผนัง","spatial":"เชียงใหม่ (18.788409,98.981208)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/430"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กู่พระเจ้าติโลกราช ","creator":"","description":"<p>เจดีย์องค์นี้สร้างโดยพระยอดเชียงรายเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าติโลกราชใน พ.ศ. 2034</p>","provenance":"<p>เจดีย์องค์นี้สร้างโดยพระยอดเชียงรายเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าติโลกราชใน พ.ศ. 2034</p>","subject":"วัดมหาโพธาราม, กู่, พระเจ้าติโลกราช, พระยอดเชียงราย, เจดีย์ทรงปราสาทยอด, วัดเจดีย์เจ็ดยอด, กู่พระเจ้าติโลกราช","spatial":"เชียงใหม่ (14.79868,137.909375)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/431"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระอรรธนารีศวร","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้นักวิชาการบางท่านกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมทำให้นักวิชาการบางท่านกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13</p>","subject":"พระศิวะ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี , พระอรรธนารีศวร, พระแม่อุมา","spatial":"อุบลราชธานี (15.228302,104.857644)","temporal":"ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/432"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้างประติมากรรมองค์นี้โดยตรง แต่เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือพุทธศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นรูปฉลองพระองค์ของท่านเอง ทั้งนี้มีรูปแบบที่เทียบได้กับประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พบในประเทศกัมพูชาและลาว</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้างประติมากรรมองค์นี้โดยตรง แต่เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือพุทธศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นรูปฉลองพระองค์ของท่านเอง ทั้งนี้มีรูปแบบที่เทียบได้กับประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พบในประเทศกัมพูชาและลาว</p>","subject":"ปราสาทพิมาย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7","spatial":"นครราชสีมา (15.224812,102.494452)","temporal":"ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/433"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์เชียงยัน ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 19</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้างแต่จากรูปแบบศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 19</p>","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, ศิลปะล้านนา, เจดีย์เชียงยัน, วัดพระธาตุหริภุญชัย, เจดีย์แม่ครัว","spatial":"ลำพูน (18.577749,99.008057)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/434"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังจากปราสาทเขาน้อยหลังเหนือ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก และค้นพบร่วมกันกับทับหลังแบบไพรกเมง ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12-ต้นพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก และค้นพบร่วมกันกับทับหลังแบบไพรกเมง ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12-ต้นพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","subject":"ทับหลัง, ทับหลัง, ปราสาทเขาน้อย, ปราสาทเขาน้อย, ทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก, ทับหลังแบบสมโบร์ไพรกุก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี","spatial":"ปราจีนบุรี (14.047306,101.37467)","temporal":"ลพบุรี, สมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/435"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังจากปราสาทเขาน้อยหลังเหนือ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นทับหลังแบบไพรกเมง ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นทับหลังแบบไพรกเมง ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","subject":"ทับหลัง, ทับหลัง, ทับหลัง, ปราสาทเขาน้อย, ปราสาทเขาน้อย, ปราสาทเขาน้อย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี, ไพรกเมง, ไพรกเมง, ไพรกเมง","spatial":"ปราจีนบุรี (14.047306,101.37467)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย, ไพรกเมง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/436"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนาคปรก  ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นบายน ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18<br></p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงการสร้างโดยตรง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นบายน ทำให้กำหนดอายุได้ว่าควรสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18<br></p>","subject":"ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพิมาย, พระพุทธรูปนาคปรก, พระพุทธรูปนาคปรก, พระพุทธรูปนาคปรก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, บายน, บายน, บายน","spatial":"นครราชสีมา (15.224812,102.494452)","temporal":"บายน, ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/437"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, ลพบุรี, ลพบุรี, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, ศิลปะเขมรในประเทศไทย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/438"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์ไมเตรยะ ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูป, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, ลพบุรี, ลพบุรี, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, ศิลปะเขมรในประเทศไทย","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/439"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพระโพธิสัตว์","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าหล่อขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 </p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, ลพบุรี, ลพบุรี, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, เศียร, เศียร, บ้านโตนด, บ้านโตนด","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/440"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพระโพธิสัตว์เมตไตรยะ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าสลักขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 <br></p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครแบบไพรกเมงและกำพงพระ จึงเชื่อว่าสลักขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13 <br></p>","subject":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, เศียร, เศียร, ถ้ำถมอรัตน์, ถ้ำถมอรัตน์, เมืองศรีเทพ, เมืองศรีเทพ, พระเมตไตรยะ, พระเมตไตรยะ","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/441"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นศิลปะเขมรแบบบายนจึงกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7</p> นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าเมืองสิงห์อันเป็นสถานที่ค้นพบประติมากรรมองค์นี้น่าจะตรงกับเมืองชัยสิงหปุระในจารึกปราสาทพระขรรค์ ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถมาประดิษฐานไว้ หากข้อสันนิษฐานข้างต้นนี้เป็นจริงก็อาจตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดระหว่างเมืองพระนครกับเมืองสิงห์ได้ จนอาจตั้งคำถามต่อเนื่องได้ว่าประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีองค์นี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในเมืองพระนครแล้วถูกส่งมาประดิษฐานที่เมืองสิงห์เช่นเดียวกันกับพระชัยพุทธมหานาถได้หรือไม่","provenance":"<p>ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นศิลปะเขมรแบบบายนจึงกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7</p> นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าเมืองสิงห์อันเป็นสถานที่ค้นพบประติมากรรมองค์นี้น่าจะตรงกับเมืองชัยสิงหปุระในจารึกปราสาทพระขรรค์ ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถมาประดิษฐานไว้ หากข้อสันนิษฐานข้างต้นนี้เป็นจริงก็อาจตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดระหว่างเมืองพระนครกับเมืองสิงห์ได้ จนอาจตั้งคำถามต่อเนื่องได้ว่าประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีองค์นี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในเมืองพระนครแล้วถูกส่งมาประดิษฐานที่เมืองสิงห์เช่นเดียวกันกับพระชัยพุทธมหานาถได้หรือไม่","subject":"ปราสาทเมืองสิงห์, ปราสาทเมืองสิงห์, ปราสาทเมืองสิงห์, เมืองสิงห์, เมืองสิงห์, เมืองสิงห์, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, บายน, บายน, บายน, ลพบุรี, ลพบุรี, ลพบุรี, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, ศิลปะเขมรในประเทศไทย, พระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี, พระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี, พระอวโลกิเตศวรเปล่","spatial":"กรุงเทพมหานคร (13.7576,100.492222)","temporal":"บายน, ลพบุรี, เขมรในประเทศไทย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/442"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี","creator":"","description":"<p>เช่นเดียวกันกับพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีที่พบจากเมืองสิงห์ที่ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นศิลปะเขมรแบบบายนจึงกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7</p> นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าโบราณสถานสระโกสินารายณ์ที่ค้นพบประติมากรรมนี้น่าจะเป็นชุมชนในวัฒนธรรมเขมรที่ถูกเอ่ยถึงในจารึกปราสาทพระขรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองศามพูกปัฏฏนะซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถมาประดิษฐานไว้ หากข้อสันนิษฐานข้างต้นนี้เป็นจริงก็อาจตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดระหว่างเมืองพระนครกับสระโกสินารายณ์ได้ จนอาจตั้งคำถามต่อเนื่องได้ว่าประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีองค์นี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในเมืองพระนครแล้วถูกส่งมาประดิษฐานที่เมืองสิงห์เช่นเดียวกันกับพระชัยพุทธมหานาถได้หรือไม่","provenance":"<p>เช่นเดียวกันกับพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีที่พบจากเมืองสิงห์ที่ไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติการสร้าง แต่จากรูปแบบทางศิลปกรรมที่เป็นศิลปะเขมรแบบบายนจึงกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7</p> นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าโบราณสถานสระโกสินารายณ์ที่ค้นพบประติมากรรมนี้น่าจะเป็นชุมชนในวัฒนธรรมเขมรที่ถูกเอ่ยถึงในจารึกปราสาทพระขรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองศามพูกปัฏฏนะซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้ส่งพระชัยพุทธมหานาถมาประดิษฐานไว้ หากข้อสันนิษฐานข้างต้นนี้เป็นจริงก็อาจตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดระหว่างเมืองพระนครกับสระโกสินารายณ์ได้ จนอาจตั้งคำถามต่อเนื่องได้ว่าประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีองค์นี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในเมืองพระนครแล้วถูกส่งมาประดิษฐานที่เมืองสิงห์เช่นเดียวกันกับพระชัยพุทธมหานาถได้หรือไม่","subject":"ปราสาทเมืองสิงห์, ปราสาทเมืองสิงห์, อวโลกิเตศวร, อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระเจ้าชัยวรมันที่ 7, พระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี, พระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี","spatial":"ราชบุรี (13.541034,99.817664)","temporal":"บายน, ลพบุรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/443"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ทรงระฆัง วัดกิตติ","creator":"","description":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง ปัจจุบันเป็นวัดร้าง เหลือหลักฐานเพียงแค่เจดีย์องค์นี้องค์เดียว แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20</p>","provenance":"<p>ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง ปัจจุบันเป็นวัดร้าง เหลือหลักฐานเพียงแค่เจดีย์องค์นี้องค์เดียว แต่จากรูปแบบสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, พระธาตุหริภุญชัย, ศิลปะล้านนา, วัดกิตติ, วัดอินทขีล","spatial":"เชียงใหม่ (18.785014,98.985846)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/444"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ทรงปราสาท วัดเกาะกลาง","creator":"","description":"<p>ตามประวัติวัดได้กล่าวว่าสร้างขึ้นก่อน พ.ศ. 1176 โดยตระกูลเศรษฐีอินตา พระบิดาของพระนางจามเทวี โดยตั้งอยู่บนเกาะกลางหนองน้ำ จึงเรียกว่า วัดเกาะกลาง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 19 </p>","provenance":"<p>ตามประวัติวัดได้กล่าวว่าสร้างขึ้นก่อน พ.ศ. 1176 โดยตระกูลเศรษฐีอินตา พระบิดาของพระนางจามเทวี โดยตั้งอยู่บนเกาะกลางหนองน้ำ จึงเรียกว่า วัดเกาะกลาง แต่จากรูปแบบศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 19 </p>","subject":"เจดีย์ทรงปราสาท, ศิลปะล้านนา, วัดเกาะกลาง, พระนางจามเทวี","spatial":"ลำพูน (18.515859,98.894108)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/445"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ช้างล้อม","creator":"","description":"<p>เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในบริเวณหอนอนของพญามังราย โดยรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบันน่าจะเกิดจากการบูรณะโดยพญาแสนหลวงในราว พ.ศ. 2114 และมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมในสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ 22 และในสมัยรัตนโกสินทร์</p>","provenance":"<p>เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในบริเวณหอนอนของพญามังราย โดยรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบันน่าจะเกิดจากการบูรณะโดยพญาแสนหลวงในราว พ.ศ. 2114 และมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมในสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ 22 และในสมัยรัตนโกสินทร์</p>","subject":"เจดีย์ช้างล้อม, เจดีย์หลวง, ศิลปะล้านนา, เจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียว, วัดเชียงมั่น, พญามังราย, พญาแสนหลวง","spatial":"เชียงใหม่ (18.793905,98.989437)","temporal":"ล้านนา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/446"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่","creator":"","description":"<p>สร้างโดยพญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรกเพื่อเป็นที่ระลึกในการดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเมือ พ.ศ. 2407 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสารีบุตรจากเมืองมัณฑเล ประเทศพม่า</p>","provenance":"<p>สร้างโดยพญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรกเพื่อเป็นที่ระลึกในการดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเมือ พ.ศ. 2407 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสารีบุตรจากเมืองมัณฑเล ประเทศพม่า</p>","subject":"เจดีย์ทรงระฆัง, เจดีย์, พระธาตุดอยกองมู, วัดพระธาตุดอยกองมู, เจดีย์พม่า, พญาสิงหนาทราชา, ศิลปะอมรปุระ – มัณฑเล","spatial":"แม่ฮ่องสอน (19.300005,97.960337)","temporal":"พม่า","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/447"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ปยามา","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"เจดีย์ปยามา","spatial":null,"temporal":"ศรีเกษตร","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/448"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์โบโบจี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"เจดีย์โบโบจี","spatial":null,"temporal":"ศรีเกษตร","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/449"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์เลมเยทนา","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"เจดีย์เลมเยทนา","spatial":null,"temporal":"ศรีเกษตร","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/450"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในเจดีย์เลมเยทนา","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"เจดีย์เลมเยทนา","spatial":null,"temporal":"ศรีเกษตร","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/451"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชินดัตมยินดัต","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"เจดีย์ชินดัตมยินดัต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะมอญสะเทิม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/452"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทสมโบร์ไพรกุก หมู่ใต้ หลังที่ 1","creator":null,"description":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","provenance":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","subject":"สมโบร์ไพรกุก, อีศานวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/453"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทแปดเหลี่ยม : ปราสาทสมโบร์ไพรกุก","creator":null,"description":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","provenance":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","subject":"สมโบร์ไพรกุก, อีศานวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/454"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทสมโบร์ไพรกุก หมู่กลาง หลังที่ 1","creator":null,"description":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","provenance":"พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่แถบสมโบร์ไพรกุกในปัจจุบัน และสถาปนาเมืองอีศานปุระเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้โปรดให้สร้างเทวาลัยหมู่เหนือและหมู่ใต้ขึ้นในเมืองเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ","subject":"สมโบร์ไพรกุก, อีศานวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะไพรกเมง-กำพงพระ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/455"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระอารามโรงเจิน","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ภาพหลังจากการเสด็จกลับจากชวาและรวมรวมอาณาจักรขอมที่เคยแตกแยกให้กับมาเป็นปึกแผ่น ได้โปรดให้สถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรวมอาณาจักร พระองค์โปรดให้สร้างเมืองหลวงบนเขาพนมกุเลน (มเหนทรบรรพต) เพื่อให้เหมือนกับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ภาพหลังจากการเสด็จกลับจากชวาและรวมรวมอาณาจักรขอมที่เคยแตกแยกให้กับมาเป็นปึกแผ่น ได้โปรดให้สถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรวมอาณาจักร พระองค์โปรดให้สร้างเมืองหลวงบนเขาพนมกุเลน (มเหนทรบรรพต) เพื่อให้เหมือนกับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ","subject":"พระศิวะ, กุเลน, ชัยวรมันที่ 2, พระอารามโรงเจิน, ศิวลึงค์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะกุเลน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/456"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทดำไรกราบ","creator":null,"description":"ปราสาทดำไรกราบ เป็นปราสาทในศิลปะจามเพียงแห่งเดียวที่ปรากฏอยู่ในอาณาจักร การสร้างปราสาทดำไรกราบจึงอาจแสดงความสัมพันธ์กับอาณาจักรจามไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การตั้งถิ่นฐานของชาวจามบนพนมกุเลน หรือความสัมพันธ์ทางการศาสนาหรืองานช่างระหว่างสองอาณาจักร","provenance":"ปราสาทดำไรกราบ เป็นปราสาทในศิลปะจามเพียงแห่งเดียวที่ปรากฏอยู่ในอาณาจักร การสร้างปราสาทดำไรกราบจึงอาจแสดงความสัมพันธ์กับอาณาจักรจามไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การตั้งถิ่นฐานของชาวจามบนพนมกุเลน หรือความสัมพันธ์ทางการศาสนาหรืองานช่างระหว่างสองอาณาจักร","subject":"ปราสาทดำไรกราบ, ปราสาทหัวล่าย, จาม","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/457"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม B","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา, โยนี","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/458"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน B5","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา, โยนี","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/459"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน C1","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา, ศิวนาฏราช","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/460"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน C1","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, จาม, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/461"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"รายละเอียดบัวรัดเกล้าของปราสาทมิเซิน C1","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, จาม, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/462"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิภีมะ","creator":null,"description":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยชื่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","provenance":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยชื่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","subject":"จันทิ, ราชวงศ์สัญชัย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/463"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิเมนดุต","creator":null,"description":"จันทิเมนดุต สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","provenance":"จันทิเมนดุต สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิปะวน, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/464"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิปะวน","creator":null,"description":"จันทิปะวน ตั้งอยู่ใกล้บุโรพุทโธ สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายานโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน","provenance":"จันทิปะวน ตั้งอยู่ใกล้บุโรพุทโธ สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายานโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/465"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุดำ","creator":null,"description":"สถูปขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเวียงจันทน์องค์นี้ แม้จะไม่ทราบว่าผู้ใดสร้าง แต่ก็น่าเชื่อว่าคงสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 22 คือตั้งแต่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชย้ายเมืองหลวงมากหลวงพระบางมาสู่เวียงจันทน์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงเป็นกษัตริย์ที่มีเชื้อสายล้านนา และพระองค์ยังเคยเสด็จไปเชียงใหม่ด้วย ด้วยเหตุนี้เจดีย์ในระยะนี้จึงได้อิทธิพลล้านนามาผสมผสานกับแบบล้านช้างเอง","provenance":"สถูปขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเวียงจันทน์องค์นี้ แม้จะไม่ทราบว่าผู้ใดสร้าง แต่ก็น่าเชื่อว่าคงสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 22 คือตั้งแต่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชย้ายเมืองหลวงมากหลวงพระบางมาสู่เวียงจันทน์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงเป็นกษัตริย์ที่มีเชื้อสายล้านนา และพระองค์ยังเคยเสด็จไปเชียงใหม่ด้วย ด้วยเหตุนี้เจดีย์ในระยะนี้จึงได้อิทธิพลล้านนามาผสมผสานกับแบบล้านช้างเอง","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, ล้านนา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/466"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วิหารวัดองค์ตื้อ","creator":null,"description":"พระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองซึ่งสร้างมาตั้งแต่พระเจ้าไชยเชษฐา ต่อมาภายหลังการเผาทำลายเมืองเวียงจันทน์ วิหารของวัดแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลพระเจ้าศรีสว่างวงศ์เพื่อประดิษฐานพระพุทธองค์ดังกล่าว","provenance":"พระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองซึ่งสร้างมาตั้งแต่พระเจ้าไชยเชษฐา ต่อมาภายหลังการเผาทำลายเมืองเวียงจันทน์ วิหารของวัดแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลพระเจ้าศรีสว่างวงศ์เพื่อประดิษฐานพระพุทธองค์ดังกล่าว","subject":"วัดองค์ตื้อ, พระเจ้าศรีสว่างวงศ์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/467"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอพระแก้ว","creator":null,"description":"พระเจ้าแก้วมรกตซึ่งค้นพบท่เชียงรายและประดิษฐานที่ลำปางกับเชียงใหม่มาระยะหนึ่ง ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาได้อัญเชิญลงมาที่เวียงจันทน์ด้วย\r\n\r\nก่อนที่จะถูกอัญเชิญลงมายังกรุงเทพในสมัยธนบุรี","provenance":"พระเจ้าแก้วมรกตซึ่งค้นพบท่เชียงรายและประดิษฐานที่ลำปางกับเชียงใหม่มาระยะหนึ่ง ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาได้อัญเชิญลงมาที่เวียงจันทน์ด้วย\r\n\r\nก่อนที่จะถูกอัญเชิญลงมายังกรุงเทพในสมัยธนบุรี","subject":"ศิลปะลาว, พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, หอพระแก้ว, เวียงจันทน์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/468"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอพระไตรปิฎก วัดอินแปง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ศิลปะลาว, หอพระไตรปิฎก, วัดอินแปง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/469"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอพระไตรปิฎก วัดอินแปง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ศิลปะลาว, หอพระไตรปิฎก, วัดอินแปง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/470"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิเบดังดาลาม","creator":null,"description":"จันทิเบดังดาลามไม่มีจารึกเกี่ยวกับการสร้างใดๆ อย่างไรก็ตามจากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยศรีวัยราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 จันทิแห่งนี้ได้รับการค้นพบใน พ.ศ.2513 และได้รับการขุดแต่งใน พ.ศ.2517","provenance":"จันทิเบดังดาลามไม่มีจารึกเกี่ยวกับการสร้างใดๆ อย่างไรก็ตามจากรูปแบบศิลปกรรมเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยศรีวัยราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 จันทิแห่งนี้ได้รับการค้นพบใน พ.ศ.2513 และได้รับการขุดแต่งใน พ.ศ.2517","subject":"จันทิ, จันทิเบดังดาลาม, ชวา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะศรีวิชัย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/471"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดซาฮีร์","creator":null,"description":"เมืองอลอสตาร์ เดิมคือเมืองไทรบุรีเหรืเคดาห์ซึ่งมีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองไทรบุรีเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยาม ต่อมาตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มัสยิดซาฮีร์ ซึ่งเป็นมัสยิดหลวงแห่งไทรบุรีก็ถูกสร้างขึ้นในสมัยอาณานิคม","provenance":"เมืองอลอสตาร์ เดิมคือเมืองไทรบุรีเหรืเคดาห์ซึ่งมีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองไทรบุรีเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยาม ต่อมาตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มัสยิดซาฮีร์ ซึ่งเป็นมัสยิดหลวงแห่งไทรบุรีก็ถูกสร้างขึ้นในสมัยอาณานิคม","subject":"มัสยิด, โมกุล-มัวร์ สไตล์, มัสยิดซาฮีร์, ไทรบุรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/472"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดกปิตันกลิง","creator":null,"description":"มัสยิดกปิตันกลิง ถือเป็นมัสยิดทีเก่าที่จุดในเมืองจอร์จทาวน์  มัสยิดสร้างขึ้นโดยกปิตันกลิง หรือหัวหน้าชาวอินเดียใต้ผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ใน พ.ศ.2344 อย่างไรก็ตามมัสยิดปัจจุบันรวมถึงหอคอยเป็นผลจากการขยายต่อเติมในพุทธศตวรรษที่ 25 ภายใต้สมัยอาณานิคมอังกฤษ","provenance":"มัสยิดกปิตันกลิง ถือเป็นมัสยิดทีเก่าที่จุดในเมืองจอร์จทาวน์  มัสยิดสร้างขึ้นโดยกปิตันกลิง หรือหัวหน้าชาวอินเดียใต้ผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ใน พ.ศ.2344 อย่างไรก็ตามมัสยิดปัจจุบันรวมถึงหอคอยเป็นผลจากการขยายต่อเติมในพุทธศตวรรษที่ 25 ภายใต้สมัยอาณานิคมอังกฤษ","subject":"มัสยิด, มัสยิดกปิตันกลิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/473"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หอคอยของมัสยิดกปิตันกลิง","creator":null,"description":"มัสยิดกปิตันกลิง ถือเป็นมัสยิดทีเก่าที่จุดในเมืองจอร์จทาวน์  มัสยิดสร้างขึ้นโดยกปิตันกลิง หรือหัวหน้าชาวอินเดียใต้ผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ใน พ.ศ.2344 อย่างไรก็ตามมัสยิดปัจจุบันรวมถึงหอคอยเป็นผลจากการขยายต่อเติมในพุทธศตวรรษที่ 25ภายใต้สมัยอาณานิคมอังกฤษ","provenance":"มัสยิดกปิตันกลิง ถือเป็นมัสยิดทีเก่าที่จุดในเมืองจอร์จทาวน์  มัสยิดสร้างขึ้นโดยกปิตันกลิง หรือหัวหน้าชาวอินเดียใต้ผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ใน พ.ศ.2344 อย่างไรก็ตามมัสยิดปัจจุบันรวมถึงหอคอยเป็นผลจากการขยายต่อเติมในพุทธศตวรรษที่ 25ภายใต้สมัยอาณานิคมอังกฤษ","subject":"มัสยิด, โมกุล-มัวร์ สไตล์, มัสยิดกปิตันกลิง, หอคอย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/474"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอคอยของมัสยิดมลายู","creator":null,"description":"มัสยิดมลายู สร้างขึ้นโดยชาวอาเจะห์ (ทางเหนือของเกาะสุมาตรา) ซึ่งชื่อว่า Tunku Syed Hussain Adid ผู้ร่ำรวยและมีบทบาททางด้านการเมือง","provenance":"มัสยิดมลายู สร้างขึ้นโดยชาวอาเจะห์ (ทางเหนือของเกาะสุมาตรา) ซึ่งชื่อว่า Tunku Syed Hussain Adid ผู้ร่ำรวยและมีบทบาททางด้านการเมือง","subject":"มัสยิด, หอคอย, มัสยิดมลายู, ตนกู ไซยิด ฮุสเซน อาดิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/475"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซานออกุสติน","creator":null,"description":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi สถาปนาอินทรามูรอส เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟใหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน","provenance":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi สถาปนาอินทรามูรอส เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟใหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน","subject":"โบสถ์, โบสถ์ซานออกุสติน","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/476"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในโบสถ์ซานออกุสติน","creator":null,"description":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi สถาปนาอินทรามูรอส เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟใหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน","provenance":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi สถาปนาอินทรามูรอส เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟใหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน","subject":"โบสถ์, โบสถ์ซานออกุสติน, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/477"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาสนวิหารแห่งมะนิลา","creator":null,"description":"อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"อาสนวิหารแห่งมะนิลา สร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1571 เนื่องด้วยภัยแผ่นดินไหว พายุและสงครามทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดสร้างขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"โบสถ์","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/478"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ไคอาโป","creator":null,"description":"โบสถ์ไคอาโป ที่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำ Pasig นอกเมืองอินทรามูรอส โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นบาซิลิกา (Basilica) โดยพระสันตะปาปา ดังที่ปรากฏเครื่องหมายของพระสันตะปาปา (มกุฏสามชั้นและกุญแจ) อยู่บนหน้าบัน ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมใหม่ภายหลังสงคราม","provenance":"โบสถ์ไคอาโป ที่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำ Pasig นอกเมืองอินทรามูรอส โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นบาซิลิกา (Basilica) โดยพระสันตะปาปา ดังที่ปรากฏเครื่องหมายของพระสันตะปาปา (มกุฏสามชั้นและกุญแจ) อยู่บนหน้าบัน ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมใหม่ภายหลังสงคราม","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/479"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์บินอนโด","creator":null,"description":"โบสถ์บินอนโด  ตั้งอยู่ในย่านคนจีนทางตอนเหนือของแม่น้ำ Pasig โบสถ์แห่งนี้ได้รับความเสียหายมากในสงคราม ทำให้แผงด้านหน้า ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบของเดิม","provenance":"โบสถ์บินอนโด  ตั้งอยู่ในย่านคนจีนทางตอนเหนือของแม่น้ำ Pasig โบสถ์แห่งนี้ได้รับความเสียหายมากในสงคราม ทำให้แผงด้านหน้า ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบของเดิม","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก, ศิลปะคลาสสิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/480"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดสุลต่าน","creator":null,"description":"เมื่อสิงคโปร์ถูกโอนไปให้อาณานิคมอังกฤษ เซอร์สแตฟอร์ตได้มอบพื้นที่ส่วนหนึ่งแถบหมู่บ้านกำปงคลาม (Kampong Glam) ไว้สำหรับชาวมาเลย์ที่นับถือศาสนาอิสลามให้กับสุลต่าน Hussian Shahof องค์สุลต่านเองได้สร้างมัสยิดและพระราชวังไว้ใน พ.ศ.2367-2369 โดยมัสยิดเดิมเป็นแบบหลังคาลาดคล้ายกับมัสยิดที่มะละกา อย่างไรก็ตาม พ.ศ.2467 มัสยิดเก่าหักพังมากยากเกินกว่าจะซ่อมแซม ทำให้สถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างมัสยิดใหม่ภายใต้อิทธิพลแบบอินเดียและมัวร์ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมอย่างมากโดยสถาปนิกชาวอังกฤษในระยะนี้","provenance":"เมื่อสิงคโปร์ถูกโอนไปให้อาณานิคมอังกฤษ เซอร์สแตฟอร์ตได้มอบพื้นที่ส่วนหนึ่งแถบหมู่บ้านกำปงคลาม (Kampong Glam) ไว้สำหรับชาวมาเลย์ที่นับถือศาสนาอิสลามให้กับสุลต่าน Hussian Shahof องค์สุลต่านเองได้สร้างมัสยิดและพระราชวังไว้ใน พ.ศ.2367-2369 โดยมัสยิดเดิมเป็นแบบหลังคาลาดคล้ายกับมัสยิดที่มะละกา อย่างไรก็ตาม พ.ศ.2467 มัสยิดเก่าหักพังมากยากเกินกว่าจะซ่อมแซม ทำให้สถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างมัสยิดใหม่ภายใต้อิทธิพลแบบอินเดียและมัวร์ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมอย่างมากโดยสถาปนิกชาวอังกฤษในระยะนี้","subject":"มัสยิด, โมกุล-มัวร์ สไตล์, หมู่บ้านกำปงคลาม, เซอร์สแตฟอร์ต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/481"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดฮัญญะฮฺ ฟาติมะฮฺ","creator":null,"description":"สร้างขึ้นในหมู่บ้านกำปงคลาม ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวมาเลย์มุสลิมในเกาะสิงคโปร์ ในหมู่บ้านเดียวกันนี้ก็เป็นที่ตั้งของมัสยิดสุลต่านอีกด้วย มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่บ้านเดิมของหญิงชาวมาเลย์ชื่อ ฮัญญะฮฺ ฟาติมะฮฺ  ซี่งทำการค้าขายจนร่ำรวย ต่อมาเมื่อเธอเสียชีวิต สุสานของเธอก็อยู่ในมัสยิดแห่งนี้ด้วย","provenance":"สร้างขึ้นในหมู่บ้านกำปงคลาม ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวมาเลย์มุสลิมในเกาะสิงคโปร์ ในหมู่บ้านเดียวกันนี้ก็เป็นที่ตั้งของมัสยิดสุลต่านอีกด้วย มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่บ้านเดิมของหญิงชาวมาเลย์ชื่อ ฮัญญะฮฺ ฟาติมะฮฺ  ซี่งทำการค้าขายจนร่ำรวย ต่อมาเมื่อเธอเสียชีวิต สุสานของเธอก็อยู่ในมัสยิดแห่งนี้ด้วย","subject":"มัสยิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/482"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพรหมภายในเจดีย์นันปยะ","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระพรหม, พุกาม","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/483"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าต่างของเจดีย์นันปยะ","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พุกาม","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/484"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปในมนูหะ","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้คุมตัวพระเจ้ามนูหะมาประทับที่เมืองพุกามด้วย\r\nตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามนูหะได้สร้างปฏิมาฆระแห่งนี้ขึ้นเพื่อระบายความคับแค้นพระทัยของพระองค์","provenance":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้คุมตัวพระเจ้ามนูหะมาประทับที่เมืองพุกามด้วย\r\nตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามนูหะได้สร้างปฏิมาฆระแห่งนี้ขึ้นเพื่อระบายความคับแค้นพระทัยของพระองค์","subject":"พระพุทธรูป, พุกาม","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/485"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพชาดกดินเผา เรื่องพระมหาชนก","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ชาดก, พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/486"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพชาดกดินเผา เรื่องสุวรรณสาม","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ชาดก, พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/487"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"ปราสาทดงเดืองเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 อย่างไรก็ตาม โบราณวัตถุที่ค้นพบนั้นอาจแสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนาในดินแดนจามอาจเจริญมาก่อนตั้งแต่ในพุทธศตวรรษที่ 12-14 แล้วดังที่พระพุทธรูปองค์นี้อาจถูกนำเข้ามาจากอินเดียใต้หรือลังกาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-14","provenance":"ปราสาทดงเดืองเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 อย่างไรก็ตาม โบราณวัตถุที่ค้นพบนั้นอาจแสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนาในดินแดนจามอาจเจริญมาก่อนตั้งแต่ในพุทธศตวรรษที่ 12-14 แล้วดังที่พระพุทธรูปองค์นี้อาจถูกนำเข้ามาจากอินเดียใต้หรือลังกาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-14","subject":"ลังกา, พระพุทธเจ้า, ปราสาทดงเดือง","spatial":null,"temporal":"อมราวดีหรืออนุราธปุระ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/488"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานสลักหินจากปราสาทมิเซิน E","creator":null,"description":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามปา พุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","provenance":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามปา พุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/489"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รายละเอียดของฐานสลักหินจากปราสาทมิเซิน E","creator":null,"description":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","provenance":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","subject":"มิเซิน, ยักษ์","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/490"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รายละเอียดของฐานสลักหินจากปราสาทมิเซิน E","creator":null,"description":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","provenance":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","subject":"พระศิวะ, ศิวลึงค์, มิเซิน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/491"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รายละเอียดของฐานสลักหินจากปราสาทมิเซิน E","creator":null,"description":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","provenance":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13 จากปราสาทกลุ่มมิเซิน E นี้ได้ค้นพบฐานหินซึ่งอาจใช้ประดิษฐานศิวลึงค์ประธาน","subject":"พระศิวะ, ศิวลึงค์, มิเซิน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/492"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระหริหระ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระวิษณุ, พระศิวะ, พนมดา, หริหระ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพนมดา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/493"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูป","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระพุทธรูป, พนมดา, พุทธมหายาน, คุปตะ, อภัยมุทรา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพนมดา","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/494"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ทับหลัง, สมโบร์ไพรกุก, มกร, ปัลลวะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/495"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักรูปปราสาท บนผนังที่ปราสาทสมโบร์ไพรกุก","creator":null,"description":"สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอิศานวรมัน แห่งอาณาจักรเจนละ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพยึดฟูนันได้สำเร็จ ทรงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองสมโบร์ไพรกุก","provenance":"สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอิศานวรมัน แห่งอาณาจักรเจนละ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพยึดฟูนันได้สำเร็จ ทรงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองสมโบร์ไพรกุก","subject":"สมโบร์ไพรกุก, ฮินดู, วิมาน, อินเดียใต้, ปราสาทจำลอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมโบร์ไพรกุก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/496"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอิศานวรมัน แห่งอาณาจักรเจนละ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพยึดฟูนันได้สำเร็จ ทรงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองสมโบร์ไพรกุก\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","provenance":"สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอิศานวรมัน แห่งอาณาจักรเจนละ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพยึดฟูนันได้สำเร็จ ทรงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองสมโบร์ไพรกุก\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","subject":"ทับหลัง, สมโบร์ไพรกุก, ไพรกเมง, ฮินดู, กำพงพระ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะไพรกเมง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/497"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์บูพยา","creator":null,"description":"พื้นที่แถบพุกามคนเคยเป็นบ้านเมืองมาแล้งตั้งแต่สมัยก่อนพระเจ้าอโนรธา ดังที่มีตำนานกล่าวถึงกษัตริย์จำนวนมากที่ครองราชย์ที่เมืองพุกามมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 และกษัตริย์ในตำนานเหล่านี้เองที่อาจอุปถัมภ์เจดีย์บูพยา อย่างไรก็ตาม กษัตริย์เหล่านี้ไม่มีหลักฐานจารึกรองรับและเจดีย์บูพยาเองก็ไม่มีจารึกว่าใครเป็นผู้สร้าง","provenance":"พื้นที่แถบพุกามคนเคยเป็นบ้านเมืองมาแล้งตั้งแต่สมัยก่อนพระเจ้าอโนรธา ดังที่มีตำนานกล่าวถึงกษัตริย์จำนวนมากที่ครองราชย์ที่เมืองพุกามมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 และกษัตริย์ในตำนานเหล่านี้เองที่อาจอุปถัมภ์เจดีย์บูพยา อย่างไรก็ตาม กษัตริย์เหล่านี้ไม่มีหลักฐานจารึกรองรับและเจดีย์บูพยาเองก็ไม่มีจารึกว่าใครเป็นผู้สร้าง","subject":"พุกาม, พระเจ้าอโนรธา, เจดีย์บูพยา","spatial":null,"temporal":"ศรีเกษตร","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/498"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอพระไตรปิฎก","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้สร้างหอพระไตรปิฎกประดิษฐาน","provenance":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้สร้างหอพระไตรปิฎกประดิษฐาน","subject":"หอพระไตรปิฎก, พุกาม, พระเจ้าอโนรธา","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/499"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มนูหะ","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้คุมตัวพระเจ้ามนูหะมาประทับที่เมืองพุกามด้วย\r\n\r\nตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามนูหะได้สร้างปฏิมาฆระแห่งนี้ขึ้นเพื่อระบายความคับแค้นพระทัยของพระองค์","provenance":"พระเจ้าอโนรธาเสด็จยกทัพลงไปตีเมืองสะเทิม เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกเถรวาทขึ้นมาที่เมืองพุกาม เนื่องจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญในขณะนั้นไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ หลังจากที่ตีเมืองสะเทิมสำเร็จและได้อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว พระเจ้าอโนรธาได้คุมตัวพระเจ้ามนูหะมาประทับที่เมืองพุกามด้วย\r\n\r\nตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามนูหะได้สร้างปฏิมาฆระแห่งนี้ขึ้นเพื่อระบายความคับแค้นพระทัยของพระองค์","subject":"พุกาม, พระเจ้าอโนรธา, มนูหะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/500"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์นันปยะ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พุกาม, มนูหะ, เจดีย์นันปยะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/501"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชเวซิกอง","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซิกองเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองจากลังกา เจดีย์องค์นี้มีขนาดใหญ่มากจึงสร้างสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าจันสิตถา","provenance":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซิกองเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองจากลังกา เจดีย์องค์นี้มีขนาดใหญ่มากจึงสร้างสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าจันสิตถา","subject":"เจดีย์โบโบจี, พุกาม, พระเจ้าอโนรธา, พระเจ้าจันสิตถา","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/502"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชเวซานดอ","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซานดอเพื่อบรรจุพระเกศธาตุจากเมืองมอญ","provenance":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซานดอเพื่อบรรจุพระเกศธาตุจากเมืองมอญ","subject":"พระเจ้าอโนรธา, เจดีย์ชเวซานดอ, พระเกศธาตุ, เจดีย์ชเวซิกอง","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/503"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์โลกานันท์","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นบริเวณท่าน้ำซึ่งพระเขี้ยวแก้วได้รับการอัญเชิญมาขึ้นจุดแรก","provenance":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นบริเวณท่าน้ำซึ่งพระเขี้ยวแก้วได้รับการอัญเชิญมาขึ้นจุดแรก","subject":"พระเจ้าอโนรธา, เจดีย์ชเวซิกอง, เจดีย์โลกาเทียกพัน, ปยู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/504"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์อเพยาทนะ","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระนางอเพยทนะหรืออภัยรัตนาทรงเสด็จมาที่นี่เพื่อพบกับพระเจ้าจันสิตถาในขณะที่ทรงหลบหนีความพิโรธของพระเจ้าสอลู","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระนางอเพยทนะหรืออภัยรัตนาทรงเสด็จมาที่นี่เพื่อพบกับพระเจ้าจันสิตถาในขณะที่ทรงหลบหนีความพิโรธของพระเจ้าสอลู","subject":"พระโพธิสัตว์, พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, พระเจ้าสอลู, พระนางอภัยรัตนา, เจดีย์อเพยทนะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/505"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์นาคยน","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าในขณะที่ทรงหลบหนีความพิโรธของพระเจ้าสอลูพญานาคได้มาช่วยปกป้องพระองค์ ณ ตำแหน่งนี้","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าในขณะที่ทรงหลบหนีความพิโรธของพระเจ้าสอลูพญานาคได้มาช่วยปกป้องพระองค์ ณ ตำแหน่งนี้","subject":"พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, เจดีย์นาคยน, พระเจ้าสอลู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/506"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว","subject":"พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/507"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ทางประทักษิณภายในอานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว","subject":"ภาพสลัก, พระเจ้าจันสิตถา, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/508"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์กุพโยคจีที่มยิงกบา","creator":null,"description":"เจ้าชายราชกุมาร โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาในยามที่พระองค์ประชวรในวาระสุดท้าย โดยจารึกมยาเซดีย์ได้กล่าวถึงการกระทำบุญของเจ้าชายราชกุมารโดยละเอียดว่ามีการสร้างพระพุทธรูปทองคำเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาด้วย","provenance":"เจ้าชายราชกุมาร โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาในยามที่พระองค์ประชวรในวาระสุดท้าย โดยจารึกมยาเซดีย์ได้กล่าวถึงการกระทำบุญของเจ้าชายราชกุมารโดยละเอียดว่ามีการสร้างพระพุทธรูปทองคำเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาด้วย","subject":"พระเจ้าจันสิตถา, เจ้าชายราชกุมาร, เจดีย์กุพโยคจี, จารึกมยาเซดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/509"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์สัพพัญญู","creator":null,"description":"พระเจ้าอลองสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","provenance":"พระเจ้าอลองสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","subject":"พุกาม, พระเจ้าอลองสิทธุ, เจดีย์สัพพัญญู, เจดีย์สูลามณี, เจดีย์ติโลมินโล","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/510"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชเวกูจี","creator":null,"description":"พระเจ้าอลองสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","provenance":"พระเจ้าอลองสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","subject":"พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, พระเจ้าอลองสิทธุ, เจดีย์ชเวกูจี","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/511"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ธรรมยังจี","creator":null,"description":"พระเจ้านรถุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานที่สัมพันธ์กับความโหดร้ายของพระองค์ เช่น ถ้าช่างคนใดสออิฐไม่สนิทจะถูกทำทา เป็นต้น ตำนานยังเล่าต่อว่าเจดีย์องค์นี้สร้างไม่สำเร็จก็เนื่องด้วยพระเจ้านรถุถูกปลงพระชนม์ก่อน","provenance":"พระเจ้านรถุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานที่สัมพันธ์กับความโหดร้ายของพระองค์ เช่น ถ้าช่างคนใดสออิฐไม่สนิทจะถูกทำทา เป็นต้น ตำนานยังเล่าต่อว่าเจดีย์องค์นี้สร้างไม่สำเร็จก็เนื่องด้วยพระเจ้านรถุถูกปลงพระชนม์ก่อน","subject":"พุกาม, อานันทเจดีย์, เจดีย์ธรรมยังจี, พระเจ้านรถุ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/512"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์สูลามณี","creator":null,"description":"พระเจ้านรปติสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","provenance":"พระเจ้านรปติสิทธุโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","subject":"พุกาม, เจดีย์สูลามณี, พระเจ้านรปติสิทธุ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/513"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ฉปัฏ","creator":null,"description":"เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้านรติสิทธุ โดยพระฉปัฏ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอดีตพระสังฆราชพุกามผู้เดินทางกลับมาจากลังกาและตั้งกลุ่มลังกาวงศ์ขึ้นในเมืองพุกาม","provenance":"เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้านรติสิทธุ โดยพระฉปัฏ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอดีตพระสังฆราชพุกามผู้เดินทางกลับมาจากลังกาและตั้งกลุ่มลังกาวงศ์ขึ้นในเมืองพุกาม","subject":"พุกาม, เจดีย์ฉปัฏ, พระเจ้านรติสิทธุ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/514"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ธรรมยาซิกา","creator":null,"description":"พระเจ้านรปติสิทธุ กษัตริย์สมัยพุกามตอนปลาย โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","provenance":"พระเจ้านรปติสิทธุ กษัตริย์สมัยพุกามตอนปลาย โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","subject":"พุกาม, พระเจ้านรปติสิทธุ, เจดีย์ธรรมยาซิกา","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/515"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ติโลมินโล","creator":null,"description":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","provenance":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","subject":"พุกาม, พระเจ้าอลองสิทธุ, เจดีย์สัพพัญญู, เจดีย์ติโลมินโล, พระเจ้านรปติสิทธุ, พระเจ้านันตวงมยา","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/516"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์มหาโพธิ","creator":null,"description":"พระเจ้านันตวงมยาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยจำลองรูปแบบมาจากเจดีย์มหาโพธิ์ที่พุทธคยาในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า","provenance":"พระเจ้านันตวงมยาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยจำลองรูปแบบมาจากเจดีย์มหาโพธิ์ที่พุทธคยาในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า","subject":"พระเจ้านันตวงมยา, เจดีย์มหาโพธิ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/517"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มิงคลาเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้านรสีหบดี กษัตริย์องค์สุดท้ายของพุกาม โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานว่า มีผู้ทำนายว่า พุกามจะล่มสลายเมื่อสร้างเจดีย์องค์นี้สำเร็จ พระเจ้านรสีหบดีจึงหยุดสร้าง ต่อมาเมื่อสร้างต่อจนสำเร็จ พุกามก็ล่มสลายลงโดยถูกชาวมงโกลเข้าโจมตี","provenance":"พระเจ้านรสีหบดี กษัตริย์องค์สุดท้ายของพุกาม โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานว่า มีผู้ทำนายว่า พุกามจะล่มสลายเมื่อสร้างเจดีย์องค์นี้สำเร็จ พระเจ้านรสีหบดีจึงหยุดสร้าง ต่อมาเมื่อสร้างต่อจนสำเร็จ พุกามก็ล่มสลายลงโดยถูกชาวมงโกลเข้าโจมตี","subject":"พุกาม, เจดีย์ชเวซิกอง, มิงคลาเจดีย์, พระเจ้านรสีหบดี","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/518"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชเวดากอง","creator":null,"description":"จากจารึก เจดีย์ชเวดากองในรูปแบบปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยพระนางชินสอบูและพระเจ้าธรรมเจดีย์ในพุทธศตวรรษที่ 21 โดยมีการชั่งน้ำหนักทองคำเท่าน้ำหนักของกษัตริย์และปิดลงบนเจดีย์ อย่างไรก็ตาม เจดีย์ชเวดากองมีความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 21 แล้ว โดยเชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้า","provenance":"จากจารึก เจดีย์ชเวดากองในรูปแบบปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยพระนางชินสอบูและพระเจ้าธรรมเจดีย์ในพุทธศตวรรษที่ 21 โดยมีการชั่งน้ำหนักทองคำเท่าน้ำหนักของกษัตริย์และปิดลงบนเจดีย์ อย่างไรก็ตาม เจดีย์ชเวดากองมีความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 21 แล้ว โดยเชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้า","subject":"พระเกศธาตุ, เจดีย์ชเวดากอง, พระนางชินสอบู, พระเจ้าธรรมเจดีย์","spatial":null,"temporal":"หงสาวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/519"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชเวมอดอ","creator":null,"description":"เจดีย์ชเวมอดอ เชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับเจดีย์ชเวดากอง ถือว่าเป็นพระมหาธาตุสำคัญของเมืองหงสาวดีหรือเมืองพะโคซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญ เดิมตั้งอยู่นอกเมือง ต่อมาพระเจ้าบุเรงนองทรงสร้างเมืองหงสาวดีใหม่โดยรวมเจดีย์ชเวดมอดอเข้าไปภายในเมืองด้วย","provenance":"เจดีย์ชเวมอดอ เชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับเจดีย์ชเวดากอง ถือว่าเป็นพระมหาธาตุสำคัญของเมืองหงสาวดีหรือเมืองพะโคซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญ เดิมตั้งอยู่นอกเมือง ต่อมาพระเจ้าบุเรงนองทรงสร้างเมืองหงสาวดีใหม่โดยรวมเจดีย์ชเวดมอดอเข้าไปภายในเมืองด้วย","subject":"พระเกศธาตุ, เจดีย์ชเวมอดอ, เจดีย์มอญ","spatial":null,"temporal":"หงสาวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/520"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์สุเล","creator":null,"description":"เจดีย์สุเล ไม่มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมแล้วอาจเป็นไปได้ที่สร้างขึ้นใกล้เคียงกับเจดีย์ชเวดากอง และมีตำนานที่ผูกพันกับเจดีย์ชเวดากอง","provenance":"เจดีย์สุเล ไม่มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบศิลปกรรมแล้วอาจเป็นไปได้ที่สร้างขึ้นใกล้เคียงกับเจดีย์ชเวดากอง และมีตำนานที่ผูกพันกับเจดีย์ชเวดากอง","subject":"เจดีย์ชเวดากอง, เจดีย์สุเล","spatial":null,"temporal":"หงสาวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/521"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มหาเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าบุเรงนองโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาจากลังกา","provenance":"พระเจ้าบุเรงนองโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาจากลังกา","subject":"ลังกา, เจดีย์มอญ, พระเขี้ยวแก้ว, มหาเจดีย์, พระเจ้าบุเรงนอง, มอญ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะมอญหงสาวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/522"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ไจก์ติโย","creator":null,"description":"ไม่ทราบประวัติการสร้างแน่นอน แต่ตำนานกล่าวว่าพระอินทร์เป็นผู้สร้าง","provenance":"ไม่ทราบประวัติการสร้างแน่นอน แต่ตำนานกล่าวว่าพระอินทร์เป็นผู้สร้าง","subject":"ไจก์ติโย","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/523"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์กองมูดอ","creator":null,"description":"พระเจ้าอนอคเปตลุน กษัตริย์อังวะในสมัยราชวงศ์นยองยาน ได้โปรดให้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากมหาเจดีย์เมืองหงสาวดี ขึ้นมาที่เมืองอังวะ ต่อมาพระเจ้าตลุงมินได้โปรดให้สร้างเจดีย์กองมูดอขึ้นเพื่อประดิษฐานพระธาตุโดยจำลองแบบมาจากมหาสถูปในลังกา","provenance":"พระเจ้าอนอคเปตลุน กษัตริย์อังวะในสมัยราชวงศ์นยองยาน ได้โปรดให้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากมหาเจดีย์เมืองหงสาวดี ขึ้นมาที่เมืองอังวะ ต่อมาพระเจ้าตลุงมินได้โปรดให้สร้างเจดีย์กองมูดอขึ้นเพื่อประดิษฐานพระธาตุโดยจำลองแบบมาจากมหาสถูปในลังกา","subject":"ลังกา, พระเขี้ยวแก้ว, มหาเจดีย์, พระเจ้าบุเรงนอง, ราชวงศ์ตองอู, พระเจ้าตลุงมิน, พระเจ้าอนอคเปตลุน, เจดีย์กองมูดอ","spatial":null,"temporal":"นยองยาน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/524"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์มินกุน","creator":null,"description":"พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างเจดีย์เมืองมินกุนขึ้นเพื่อให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า (และในโลก) การสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่นี้คงเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ในฐานะพระจักรพรรดิ","provenance":"พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างเจดีย์เมืองมินกุนขึ้นเพื่อให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า (และในโลก) การสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่นี้คงเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ในฐานะพระจักรพรรดิ","subject":"พระเจ้าปดุง, เจดีย์มินกุน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/525"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"รูปจำลองของเจดีย์มินกุน","creator":null,"description":"พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างเจดีย์เมืองมินกุนขึ้นเพื่อให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า (และในโลก)  การสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่นี้คงเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ในฐานะพระจักรพรรดิ","provenance":"พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างเจดีย์เมืองมินกุนขึ้นเพื่อให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า (และในโลก)  การสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่นี้คงเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ในฐานะพระจักรพรรดิ","subject":"พระเจ้าปดุง, เจดีย์มินกุน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/526"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ชินบยูเม","creator":null,"description":"พระเจ้าพจีดอโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น ในเมืองมินกุนอันเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในสมัยอมรปุระ","provenance":"พระเจ้าพจีดอโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น ในเมืองมินกุนอันเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในสมัยอมรปุระ","subject":"พระเจ้าพจีดอ, เจดีย์ชินบยูเม","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/527"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์ปาโตดอจี","creator":null,"description":"พระเจ้าพจีดอโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อเป็นมหาธาตุประจำเมืองอมรปุระ โดยเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบตองตะมาน","provenance":"พระเจ้าพจีดอโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อเป็นมหาธาตุประจำเมืองอมรปุระ โดยเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบตองตะมาน","subject":"พุกาม, พระเจ้าพจีดอ, อมรปุระ, เจดีย์ปาโตดอจี, ทะเลสาบตองตะมาน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/528"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เจดีย์จอกตอจี","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม","subject":"พุกาม, อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/529"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดกุโสดอ","creator":null,"description":"พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑเล หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น วัดกุโสดอจึงถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก","provenance":"พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑเล หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น วัดกุโสดอจึงถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก","subject":"เจดีย์ชเวซิกอง, วัดกุโสดอ","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/530"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระราชวังมัณฑเลย์","creator":null,"description":"พระเจ้ามินดงเมื่อครั้นทรงย้ายเมืองหลวงจากอมรปุระมามัณฑเล ได้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุเดิมที่รื้อถอนมาจากพระราชวังเมืองอมรปุระ พระราชวังนี้เป็นที่ประทับและเสด็จออกว่าราชการของกษัตริย์สองพระองค์ คือพระเจ้ามินดงและพระเจ้าสีป่อ เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองพม่าแล้วได้แปลงพระราชวังใหม่ให้เป็นค่ายทหาร จนเกิดไฟใหม่ขึ้นในพระราชวังในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พระราชวังปัจจุบันเป็นของสร้างขึ้นใหม่เลียนแบบของเดิม","provenance":"พระเจ้ามินดงเมื่อครั้นทรงย้ายเมืองหลวงจากอมรปุระมามัณฑเล ได้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุเดิมที่รื้อถอนมาจากพระราชวังเมืองอมรปุระ พระราชวังนี้เป็นที่ประทับและเสด็จออกว่าราชการของกษัตริย์สองพระองค์ คือพระเจ้ามินดงและพระเจ้าสีป่อ เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองพม่าแล้วได้แปลงพระราชวังใหม่ให้เป็นค่ายทหาร จนเกิดไฟใหม่ขึ้นในพระราชวังในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พระราชวังปัจจุบันเป็นของสร้างขึ้นใหม่เลียนแบบของเดิม","subject":"พระราชวังมัณฑเลย์, พระเจ้ามินดง, พระเจ้าสีป่อ","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/531"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"วัดชเวนันดอจอ","creator":null,"description":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"พระเจ้ามินดง, วัดชเวนันดอจอ","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/532"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบากอง","creator":null,"description":"การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆ ของเมืองพระนครในระยะต่อมา","provenance":"การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆ ของเมืองพระนครในระยะต่อมา","subject":"ชัยวรมันที่ 2, พระโค, บากอง, ปราสาทบากอง, หริหราลัย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/533"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบริวารของปราสาทบากอง","creator":null,"description":"การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆของเมืองพระนครในระยะต่อมา","provenance":"การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆของเมืองพระนครในระยะต่อมา","subject":"ชัยวรมันที่ 2, พระโค, บากอง, ปราสาทบากอง, หริหราลัย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/534"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธาน : ปราสาทบากอง","creator":"","description":"<p>การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆ ของเมืองพระนครในระยะต่อมา</p>","provenance":"<p>การย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ต่อมา พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทบนฐานเป็นชั้นขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังแรกที่สมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบมากที่สุด และเป็นต้นแบบให้กับปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังอื่นๆ ของเมืองพระนครในระยะต่อมา</p>","subject":"ชัยวรมันที่ 2, พระโค, บากอง, ปราสาทบากอง, หริหราลัย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/535"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทตระพังพง","creator":null,"description":"เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) ยังปรากฏปราสาทในศิลปะพระโคอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคงมีอายยู่ในราวรัชกาลพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ปราสาตระพังพงถือเป็นปราสาทในศิลปะพระโคที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหริหราลัย","provenance":"เมืองหริหราลัย (ปัจจุบันคือเมืองโรลัวะส์) ยังปรากฏปราสาทในศิลปะพระโคอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคงมีอายยู่ในราวรัชกาลพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ปราสาตระพังพงถือเป็นปราสาทในศิลปะพระโคที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหริหราลัย","subject":"พระโค, หริหราลัย, ปราสาทตระพังพง, อินทรวรมัน, อินทรวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/536"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทโลเลย","creator":null,"description":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 อันเป็นพระโอรสของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทโลเลยขึ้นเพื่ออุทิศและสถาปนาบรรพบุรุษให้เป็นเทพเจ้าตามลัทธิทวราชา ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบอินทรตฑาคะ ถือเป็นตัวอย่างปราสาทบนเกาะกลางบารายแห่งแรกในเมืองพระนคร","provenance":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 อันเป็นพระโอรสของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้สร้างปราสาทโลเลยขึ้นเพื่ออุทิศและสถาปนาบรรพบุรุษให้เป็นเทพเจ้าตามลัทธิทวราชา ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบอินทรตฑาคะ ถือเป็นตัวอย่างปราสาทบนเกาะกลางบารายแห่งแรกในเมืองพระนคร","subject":"พระโค, อินทรวรมันที่ 1, ยโศวรมัน, ยโศวรมันที่ 1, ปราสาทโลเลย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/537"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบาแค็ง","creator":null,"description":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสถาปนาเมืองพระนครเป็นเมืองหลวง โดยมีชื่อทางการว่า “ยโศธรปุระ” โยสถาปนาเขพนมบาแค็งเป็นเขาศูนย์กลางเมือง (วนัมกันตาล) เขากลางเมืองนั้น ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงและพระราชอาณาจักรไปพร้อมกัน และสามารถเทียบได้กับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ ด้านบนเขานี้โปรดให้สร้างปราสาทพนมบาแค็งขึ้นเพื่อประดิษฐานราชศิวลึงค์ประจำรัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสถาปนาเมืองพระนครเป็นเมืองหลวง โดยมีชื่อทางการว่า “ยโศธรปุระ” โยสถาปนาเขพนมบาแค็งเป็นเขาศูนย์กลางเมือง (วนัมกันตาล) เขากลางเมืองนั้น ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงและพระราชอาณาจักรไปพร้อมกัน และสามารถเทียบได้กับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ ด้านบนเขานี้โปรดให้สร้างปราสาทพนมบาแค็งขึ้นเพื่อประดิษฐานราชศิวลึงค์ประจำรัชกาลของพระองค์","subject":"ศิวลึงค์, ยโศวรมันที่ 1, บาแค็ง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาแค็ง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/538"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบริวาร : ปราสาทบาแค็ง","creator":null,"description":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสถาปนาเมืองพระนครเป็นเมืองหลวง โดยมีชื่อทางการว่า “ยโศธรปุระ” โยสถาปนาเขพนมบาแค็งเป็นเขาศูนย์กลางเมือง (วนัมกันตาล) เขากลางเมืองนั้น ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงและพระราชอาณาจักรไปพร้อมกัน และสามารถเทียบได้กับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ ด้านบนเขานี้โปรดให้สร้างปราสาทพนมบาแค็งขึ้นเพื่อประดิษฐานราชศิวลึงค์ประจำรัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสถาปนาเมืองพระนครเป็นเมืองหลวง โดยมีชื่อทางการว่า “ยโศธรปุระ” โยสถาปนาเขพนมบาแค็งเป็นเขาศูนย์กลางเมือง (วนัมกันตาล) เขากลางเมืองนั้น ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงและพระราชอาณาจักรไปพร้อมกัน และสามารถเทียบได้กับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ ด้านบนเขานี้โปรดให้สร้างปราสาทพนมบาแค็งขึ้นเพื่อประดิษฐานราชศิวลึงค์ประจำรัชกาลของพระองค์","subject":"ศิวลึงค์, ยโศวรมัน, ยโศวรมันที่ 1, บาแค็ง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาแค็ง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/539"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานเป็นชั้นที่ปราสาทเกาะแกร์","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","subject":"เกาะแกร์, ยโศวรมัน, ปราสาทเกาะแกร์, ชัยวรมันที่ 4, เทวราชา","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/540"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มประตูที่ปราสาทเกาะแกร์","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","subject":"เกาะแกร์, ยโศวรมัน, ปราสาทเกาะแกร์, ชัยวรมันที่ 4, เทวราชา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/541"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารยาวมีหน้าจั่วสามเหลี่ยม ปราสาทเกาะแกร์","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้","subject":"เกาะแกร์, ยโศวรมัน, ปราสาทเกาะแกร์, ชัยวรมันที่ 4, เทวราชา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/542"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทแปรรูป","creator":null,"description":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมืองพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแปรรูป อันเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เองขึ้นที่ริมฝั่งบารายตะวันออก","provenance":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมืองพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแปรรูป อันเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เองขึ้นที่ริมฝั่งบารายตะวันออก","subject":"สมโบร์ไพรกุก, ชัยวรมันที่ 4, ราเชนทรวรมัน, แปรรูป","spatial":null,"temporal":"ศิลปะแปรรูป","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/543"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารยาวที่ปราสาทแปรรูป","creator":null,"description":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแปรรูป อันเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เองขึ้นที่ริมฝั่งบารายตะวันออก","provenance":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแปรรูป อันเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เองขึ้นที่ริมฝั่งบารายตะวันออก","subject":"ชัยวรมันที่ 4, ราเชนทรวรมัน, แปรรูป, ปราสาทแปรรูป","spatial":null,"temporal":"ศิลปะแปรรูป","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/544"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทแม่บุญตะวันออก","creator":null,"description":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแม่บุญตะวันออกเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของพระองค์กลางบารายตะวันออก","provenance":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแม่บุญตะวันออกเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของพระองค์กลางบารายตะวันออก","subject":"ชัยวรมันที่ 4, ราเชนทรวรมัน, แปรรูป, ปราสาทแปรรูป","spatial":null,"temporal":"ศิลปะแปรรูป","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/545"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานเป็นชั้นของปราสาทแม่บุญตะวันออก","creator":null,"description":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแม่บุญตะวันออกเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของพระองค์กลางบารายตะวันออก","provenance":"พระเจ้าราเชนทรวรมัน ทรงย้ายเมืองหลวงกลับมายังเมือพระนครภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 พระองค์โปรดให้สร้างปราสาทแม่บุญตะวันออกเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของพระองค์กลางบารายตะวันออก","subject":"ชัยวรมันที่ 4, ราเชนทรวรมัน, แปรรูป, ปราสาทแม่บุญตะวันออก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะแปรรูป","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/546"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โคปุระของปราสาทบันทายสรี","creator":null,"description":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","provenance":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","subject":"พระศิวะ, บันทายสรี, ปราสาทบันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/547"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มณฑปของปราสาทบันทายสรี","creator":null,"description":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","provenance":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","subject":"พระศิวะ, บันทายสรี, ปราสาทบันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/548"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปราสาทประธาน : ปราสาทบันทายสรี","creator":"","description":"<p>นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า</p>","provenance":"<p>นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า</p>","subject":"เทวราชา, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, อัปสร, ยัชวราหะ, เทวาลัยพระศิวะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/549"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธานของปราสาทบันทายสรี","creator":null,"description":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","provenance":"นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า","subject":"บันทายสรี, ปราสาทบันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/550"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บรรณาลัยของปราสาทบันทายสรี","creator":"","description":"<p>นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า</p>","provenance":"<p>นอกเมืองพระนครทางด้านทิศเหนือ พราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ให้สร้างปราสาทบันทายสรีเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยขุนนาง แตกต่างไปจากปราสาทในลัทธิเทวราชาที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เท่านั้นและเพื่ออุทิศให้กับกษัตริย์หรือบรรพบุรุษในฐานะเทพเจ้า</p>","subject":"พระศิวะ, บันทายสรี, ปราสาทบันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/551"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทตาแก้ว","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จ อาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ","provenance":"พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จ อาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ","subject":"ชัยวรมันที่ 2, เทวราชา, พระเจ้าชัยวีรวรมัน, สูรยวรมันที่ 1, ปราสาทตาแก้ว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะคลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/552"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธานของปราสาทตาแก้ว","creator":"","description":"<p>พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า  ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จซึ่องอาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ</p>","provenance":"<p>พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า  ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จซึ่องอาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ</p>","subject":"ชัยวรมันที่ 2, เทวราชา, พระเจ้าชัยวีรวรมัน, สูรยวรมันที่ 1, ปราสาทตาแก้ว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะคลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/553"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ระเบียงคดของปราสาทตาแก้ว","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า  ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จซึ่องอาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ","provenance":"พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงแย่งราชสมบัติของอาณาจักรขอม ทำให้ราชวงศ์ที่สืบมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่2 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ไม่นานก่อนที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์และพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าปราสาทตาแก้วจะไม่ปรากฏจารึกว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง แต่อาจเป็นไปได้ว่า  ปราสาทแห่งนี้พระเจ้าชัยวีรวรมันทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา ปราสาทยังคงสร้างไม่เสร็จซึ่องอาจสะท้อนว่าเมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ","subject":"เทวราชา, ชัยวรมันที่ 5, พระเจ้าชัยวีรวรมัน, สูรยวรมันที่ 1, ปราสาทตาแก้ว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะคลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/554"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทพิมานอากาศ","creator":null,"description":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 โปรดให้สร้างพระราชวังหลวงขึ้นทางตอนเหนือของเมืองยโศธรปุระเดิม โดยกึ่งกลางพระราชวังนั้นพระองค์โปรดให้สร้างปราสาทพิมานอากาศขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา","provenance":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 โปรดให้สร้างพระราชวังหลวงขึ้นทางตอนเหนือของเมืองยโศธรปุระเดิม โดยกึ่งกลางพระราชวังนั้นพระองค์โปรดให้สร้างปราสาทพิมานอากาศขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา","subject":"เทวราชา, สูรยวรมันที่ 1, ปราสาทพิมานอากาศ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะคลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/555"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทนครวัด","creator":null,"description":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย","provenance":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย","subject":"พระวิษณุ, นครวัด, เทวราชา, ปราสาทนครวัด, สูริยวรมันที่ 2, เทวาลัยพระวิษณุ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/556"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบันทายสำเหร่","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"นครวัด, ปราสาทบันทายสำเหร่","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/557"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบายน","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","subject":"บายน, ชัยวรมันที่ 7","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/558"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธาน : ปราสาทบายน","creator":"","description":"<p>พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์</p>","provenance":"<p>พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์</p>","subject":"บายน, นครวัด, ยโศวรมัน, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบายน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/559"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระพักตร์บนยอดของปราสาทบายน","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","subject":"นครวัด, ยโศวรมัน, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบายน, เมืองนครธม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/560"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทนาคพัน","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงขุดบารายชยตฑาคะขึ้นที่ด้านหน้าเมืองราชัยศรี (ปราสาทพระขรรค์) กลางสระนั้นโปรดให้สร้างปราสาทนาคพันขึ้นเพื่อตามคติสระอโนดาต อันเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงขุดบารายชยตฑาคะขึ้นที่ด้านหน้าเมืองราชัยศรี (ปราสาทพระขรรค์) กลางสระนั้นโปรดให้สร้างปราสาทนาคพันขึ้นเพื่อตามคติสระอโนดาต อันเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, ชัยวรมันที่ 7, นาคพัน, ปราสาทนาคพัน, บาราย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/561"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ประตูเมืองนครธมทางด้านทิศใต้","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","subject":"ยโศวรมัน, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบายน, เมืองนครธม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/562"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ประตูเมืองนครธมทางด้านทิศใต้","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน  เมืองใหม่ของพระองค์ เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้งสี่ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์","subject":"ยโศวรมัน, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบายน, เมืองนครธม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/563"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบันทายกุฎี","creator":null,"description":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้งปราสาทจำนวนมากในเมืองพระนครเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน เช่น ปราสาทพระขรรค์ ปราสาทตาพรหมและปราสาทบันทายกุฎี โดยแต่ละหลังสร้างกำแพงปราสาทขนาดใหญ่ประหนึ่งเป็นศาสนนคร","provenance":"พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้งปราสาทจำนวนมากในเมืองพระนครเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน เช่น ปราสาทพระขรรค์ ปราสาทตาพรหมและปราสาทบันทายกุฎี โดยแต่ละหลังสร้างกำแพงปราสาทขนาดใหญ่ประหนึ่งเป็นศาสนนคร","subject":"บายน, นครวัด, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทบันทายกุฎี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/564"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บารายด้านหน้าปราสาทบันทายกุฎี","creator":null,"description":"ด้านหน้าปราสาทบันทายกุฎี ปรากฏบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียกว่า “สระสรง” สระน้ำขุดมาก่อนหน้ารัชกาลพระเจ้าชัวรมันที่ 7 แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์ได้โปรดให้สถาปนาปราสาทบันทายกุฎีขึ้น จึงได้สมมติสระสรงขึ้นเป็นสระน้ำประจำปราสาท โดยกำหนดให้ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตรงกับสระน้ำและสร้างท่าน้ำบันไดลงไปยังสระน้ำ","provenance":"ด้านหน้าปราสาทบันทายกุฎี ปรากฏบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียกว่า “สระสรง” สระน้ำขุดมาก่อนหน้ารัชกาลพระเจ้าชัวรมันที่ 7 แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์ได้โปรดให้สถาปนาปราสาทบันทายกุฎีขึ้น จึงได้สมมติสระสรงขึ้นเป็นสระน้ำประจำปราสาท โดยกำหนดให้ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตรงกับสระน้ำและสร้างท่าน้ำบันไดลงไปยังสระน้ำ","subject":"บายน, นครวัด, ชัยวรมันที่ 7, บาราย, ปราสาทบันทายกุฎี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/565"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน D","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา, โยนี","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/566"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน B1","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มปราสาทมิเซิน A,B,C,D ล้วนแต่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ทั้งสิ้น","subject":"ศิวลึงค์, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา, โยนี","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/567"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทมิเซิน F","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณนี้ได้แก่ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E,F","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณนี้ได้แก่ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E,F","subject":"ศิวลึงค์, จาม, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/568"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"รายละเอียดฐานปราสาทมิเซิน F","creator":null,"description":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณนี้ได้แก่ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E,F","provenance":"มิเซิน เป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำราชอาณาจักรจามปา และยังเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักร อันมีนามว่า “ภัทเรศวร” กษัตริย์จามตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10-15 ล้วนแต่โปรดให้สร้างเทวาลัยเพื่ออุทิศให้กับศิวลึงค์ภัทเรศวรอย่างต่อเนื่องโดยปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณนี้ได้แก่ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E,F","subject":"ศิวลึงค์, จาม, มิเซิน, ภัทเรศวร, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/569"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบั่งอาน","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จามปา, ปราสาทบั่งอาน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/570"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 ทรงนับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งแตกต่างไปจากกษัตริย์ฮินดูองค์อื่นๆ ด้วยเหตุนี้จึงโปรดให้สร้างปราสาทดงเดืองขึ้นเพื่อเป็นวัดทางพุทธศาสนา โดยมีชื่อทางการว่า “ลักษมีนทรโลเกศวร”","provenance":"ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 ทรงนับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งแตกต่างไปจากกษัตริย์ฮินดูองค์อื่นๆ ด้วยเหตุนี้จึงโปรดให้สร้างปราสาทดงเดืองขึ้นเพื่อเป็นวัดทางพุทธศาสนา โดยมีชื่อทางการว่า “ลักษมีนทรโลเกศวร”","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/571"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเจียงด่าน","creator":null,"description":"ปราสาทเจียงด่าน เป็นปราสาทสามหลังเรียงกัน โดยหลังกลางมีขนาดใหญ่ที่สุดขนาบข้างด้วยปราสาทขนาดรองลงมา ปราสาทหลังกลางมีการตกแต่งด้วยฐานหินสลักภาพเล่าเรื่อง","provenance":"ปราสาทเจียงด่าน เป็นปราสาทสามหลังเรียงกัน โดยหลังกลางมีขนาดใหญ่ที่สุดขนาบข้างด้วยปราสาทขนาดรองลงมา ปราสาทหลังกลางมีการตกแต่งด้วยฐานหินสลักภาพเล่าเรื่อง","subject":"ปราสาทเจียงด่าน, ปราสาทเจียงด่าน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/572"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเขื่องหมี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทเขื่องหมี, ปราสาทเขื่องหมี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง, มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/573"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มของปราสาทเขื่องหมี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทดงเดือง, ปราสาทดงเดือง, ปราสาทเขื่องหมี, ปราสาทเขื่องหมี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง, มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/574"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เสาติดผนังของปราสาทเขื่องหมี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ปราสาทเขื่องหมี, ปราสาทเขื่องหมี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง, มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/575"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภูเขาที่ตั้งของปราสาทบาญอิ๊ด","creator":null,"description":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราาณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","provenance":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราาณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทเงิน, ปราสาทเงิน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/576"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบาญอิ๊ด","creator":null,"description":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","provenance":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","subject":"โคปุระ, โคปุระ, จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทเงิน, ปราสาทเงิน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/577"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มของปราสาทบาญอิ๊ด","creator":null,"description":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามาถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","provenance":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามาถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทเงิน, ปราสาทเงิน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/578"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บรรณาลัย (?) ปราสาทบาญอิ๊ด","creator":null,"description":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","provenance":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามารถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทบาญอิ๊ด, ปราสาทเงิน, ปราสาทเงิน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/579"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานของบรรณาลัยปราสาทบาญอิ๊ด","creator":null,"description":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามาถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","provenance":"ปราสาทบาญอิ๊ด คงเคยเป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งในแถบเมืองวิชัย เนื่องจากเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บนยอดเนินเขาซึ่งทำให้สามาถมองเห็นไปได้ไกล อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีประวัติการสร้างว่าเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยใคร","subject":null,"spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/580"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เนินเขาที่ตั้งของปราสาทเฝื๊อกหล็อก","creator":null,"description":"ปราสาทเฝื๊อกหล็อก ไม่พบประวัติการสร้าง","provenance":"ปราสาทเฝื๊อกหล็อก ไม่พบประวัติการสร้าง","subject":"ปราสาทเฝื๊อกหล็อก, ปราสาทเฝื๊อกหล็อก, ปราสาททอง, ปราสาททอง","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/581"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทเฝื๊อกหล็อก","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ปราสาทเฝื๊อกหล็อก, ปราสาทเฝื๊อกหล็อก, ปราสาททอง, ปราสาททอง","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/582"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทถูเทียน","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ปราสาทถูเทียน, ปราสาทถูเทียน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/583"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทบิญหลำ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จาม, มิเซิน, มิเซิน, ปราสาทบิญหลำ, ปราสาทบิญหลำ","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/584"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มทรงปราสาทของปราสาทบิญหลำ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จาม, มิเซิน, มิเซิน, จามปา, จามปา, ปราสาทบิญหลำ, ปราสาทบิญหลำ","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/585"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทถาปดอย","creator":null,"description":"แม้จะไม่มีประวัติเกี่ยวกับการสร้างปราสาท แต่น่าเชื่อว่าปราสาทดังกล่าวคงจะสร้างขึ้นภายหลังจากการเข้ามาของอำนาจทางการเมืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7","provenance":"แม้จะไม่มีประวัติเกี่ยวกับการสร้างปราสาท แต่น่าเชื่อว่าปราสาทดังกล่าวคงจะสร้างขึ้นภายหลังจากการเข้ามาของอำนาจทางการเมืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ชัยวรมันที่ 7, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทถาปดอย, ปราสาทถาปดอย, ปราสาทฮุงถาญ, ปราสาทฮุงถาญ","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/586"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ยอดของปราสาทถาปดอย","creator":null,"description":"แม้จะไม่มีประวัติเกี่ยวกับการสร้างปราสาท แต่น่าเชื่อว่าปราสาทดังกล่าวคงจะสร้างขึ้นภายหลังจากการเข้ามาของอำนาจทางการเมืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7","provenance":"แม้จะไม่มีประวัติเกี่ยวกับการสร้างปราสาท แต่น่าเชื่อว่าปราสาทดังกล่าวคงจะสร้างขึ้นภายหลังจากการเข้ามาของอำนาจทางการเมืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ชัยวรมันที่ 7, ชัยวรมันที่ 7, ปราสาทถาปดอย, ปราสาทถาปดอย, ปราสาทฮุงถาญ, ปราสาทฮุงถาญ","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/587"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทแก๋งเตียน","creator":null,"description":"ปราสาทแก๋งเตียนหรือปราสาททองแดง  เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองวิชัย ซึ่งเป็นเมืองหลวงในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 อันแสดงให้เห็นความสำคัญของปราสาทแห่งนี้ในฐานะเป็นปราสาทกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ปราสาทแห่งนี้มีรูปแบบอยู่ในสมัยบิญดิ่นตอนปลาย คือในพุทธศตวรรษที่ 18 เท่านั้น","provenance":"ปราสาทแก๋งเตียนหรือปราสาททองแดง  เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองวิชัย ซึ่งเป็นเมืองหลวงในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 อันแสดงให้เห็นความสำคัญของปราสาทแห่งนี้ในฐานะเป็นปราสาทกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ปราสาทแห่งนี้มีรูปแบบอยู่ในสมัยบิญดิ่นตอนปลาย คือในพุทธศตวรรษที่ 18 เท่านั้น","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทแก๋งเตียน, ปราสาทแก๋งเตียน, ปราสาททองแดง, ปราสาททองแดง","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/588"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทโพนคร","creator":null,"description":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","provenance":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, โยนี, โยนี, ปราสาทโพนคร, ปราสาทโพนคร","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/589"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ที่ตั้งของปราสาทโพนคร","creator":null,"description":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","provenance":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, โยนี, โยนี, ปราสาทโพนคร, ปราสาทโพนคร","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/590"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทหัวล่าย","creator":null,"description":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","provenance":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","subject":"ปราสาทหัวล่าย, จามปา, ปาณฑุรังคะ","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/591"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มของปราสาทหัวล่าย","creator":null,"description":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","provenance":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","subject":"ปราสาทหัวล่าย, จาม, จามปา","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/592"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เสาติดผนังของปราสาทหัวล่าย","creator":null,"description":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","provenance":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","subject":"ปราสาทหัวล่าย, จาม, จามปา","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/593"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทหลังเหนือของปราสาทหัวล่าย","creator":null,"description":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","provenance":"ในพุทธศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางของอาณาจักรจามปาได้ย้ายลงมาอยู่ภาคใต้ ณ แคว้นปาณฑุรังคะซึ่งได้แก่เเมืองฟางรังในปัจจุบัน อนึ่ง แม้ว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่ได้มีจารึกระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากรูปแบบศิลปะแล้ว กลับสอดรับกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าคงสร้างขึ้นในระยะนี้","subject":"ปราสาทหัวล่าย, จาม, จามปา","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/594"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ที่ตั้งของปราสาทโพกลวงการาย","creator":null,"description":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","provenance":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","subject":"จาม, จามปา, ศิวนาฏราช, ปราสาทโพกลวงการาย","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/595"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทประธานของปราสาทโพกลวงการาย","creator":"","description":"<p>เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม</p>","provenance":"<p>เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม</p>","subject":"จามปา, ปราสาทโพกลวงการาย, ปราสาทโพโรเม","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/596"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทจำลองของปราสาทโพกลวงการาย","creator":null,"description":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","provenance":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","subject":"จาม, จามปา, ศิวนาฏราช, ปราสาทโพกลวงการาย","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/597"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บรรณาลัย (?) ของปราสาทโพกลวงการาย","creator":null,"description":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","provenance":"เนื่องจากการบุกรุกของอาณาจักรเวียดนาม ทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยร่นลงมาจากแคว้นวิชัยมาตั้งเมืองหลวงในแคว้นปาณฑุรังคะ ดังนั้น จึงปรากฏปราสาทในสมัยหลังในแคว้นดังกล่าว ปราสาทสำคัญสองหลังในสมัยนี้ ได้แก่ปราสาทโพกลวงการายและปราสาทโพโรเม","subject":"จาม, จามปา, ศิวนาฏราช, ปราสาทโพกลวงการาย","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/598"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทโพโรเม","creator":null,"description":"ตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นโดยกษัตริย์โพโรเม่ ซึ่งคงตรงกับกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยหลังของจาม","provenance":"ตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นโดยกษัตริย์โพโรเม่ ซึ่งคงตรงกับกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยหลังของจาม","subject":"พระศิวะ, จาม, จามปา, ปราสาทโพกลวงการาย, ปราสาทโพโรเม","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/599"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิปุนตเทพ","creator":null,"description":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยชื่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","provenance":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยชื่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","subject":"จันทิ, ราชวงศ์สัญชัย, ที่ราบสูงเดียง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/600"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"บุโรพุทโธ","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุรต","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุรต","subject":"ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/601"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานชั้นล่างที่บุโรพุทโธ","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","subject":"ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิปะวน, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/602"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ทางประทักษิณและภาพสลักเล่าเรื่องที่บุโรพุทโธ","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","subject":"ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/603"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานกลมและสถูปที่บุโรพุทโธ","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน ซึ่งเป็นระยะเดียวกับการสร้างจันทิปะวนและจันทิเมนดุต","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/604"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิกะลาสัน","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/605"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มจระนำที่จันทิกะลาสัน","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิกะลาสัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/606"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิส่าหรี","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทีส่าหรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/607"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในจันทิส่าหรี","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทีส่าหรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/608"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิเพลาสัน","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิเพลาสัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/609"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิเซวู","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, จันทิกะลาสัน, จันทิเซวู, จันทิปรัมบะนัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/610"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เรือนธาตุของอาคารประธาน: จันทิเซวู","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, จันทิกะลาสัน, จันทิเซวู, จันทิปรัมบะนัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/611"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิหลังบริวาร: จันทิเซวู","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์ยังคงอุปถัมภ์ในการสร้างจันทิทางพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก โดยส่วนมากจันทิในระยะนี้กระจุกตัวกันอยู่ที่เมือง Klaten ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Yogyakarta กับเมือง Solo ในปัจจุบัน","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิกะลาสัน, จันทิเซวู, จันทิปรัมบะนัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/612"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิปรัมบะนัน","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูได้กลับมามีอำนาจแทนราชวงศ์ไศเลนทร์ ด้วยเหตุนี้ เทวาลัยในศาสนาฮินดู เช่น จันทิปรัมบะนันแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นในระยะปลายสุดของศิลปะชวาภาคกลาง โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบาลีตุงเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูได้กลับมามีอำนาจแทนราชวงศ์ไศเลนทร์ ด้วยเหตุนี้ เทวาลัยในศาสนาฮินดู เช่น จันทิปรัมบะนันแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นในระยะปลายสุดของศิลปะชวาภาคกลาง โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบาลีตุงเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง","subject":"จันทิ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/613"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เทวาลัยพระศิวะ: จันทิปรัมบะนัน","creator":null,"description":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูได้กลับมามีอำนาจแทนราชวงศ์ไศเลนทร์ ด้วยเหตุนี้ เทวาลัยในศาสนาฮินดู เช่น จันทิปรัมบะนันแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นในระยะปลายสุดของศิลปะชวาภาคกลาง โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบาลีตุงเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง","provenance":"ในสมัยชวาภาคกลางตอนปลาย ราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูได้กลับมามีอำนาจแทนราชวงศ์ไศเลนทร์ ด้วยเหตุนี้ เทวาลัยในศาสนาฮินดู เช่น จันทิปรัมบะนันแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นในระยะปลายสุดของศิลปะชวาภาคกลาง โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าบาลีตุงเพื่ออุทิศให้กับพระองค์เอง","subject":"จันทิ, ราชวงศ์สัญชัย, จันทิปรัมบะนัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/614"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิกิดาล","creator":null,"description":"จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803","provenance":"จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803","subject":"จันทิ, จันทิกิดาล, ราชวงศ์สิงหาส่าหรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์สิงหาส่าหรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/615"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิจาโก","creator":null,"description":"จันทิจาโกเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าวิษณุวรรธนะแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระองค์สวรรคตใน พ.ศ. 1811 ดังนั้นศาสนสถานแห่งนี้อาจสร้างขึ้นในพ.ศ. 1823 คือภายหลังการสวรรคต 12 ปี","provenance":"จันทิจาโกเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าวิษณุวรรธนะแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระองค์สวรรคตใน พ.ศ. 1811 ดังนั้นศาสนสถานแห่งนี้อาจสร้างขึ้นในพ.ศ. 1823 คือภายหลังการสวรรคต 12 ปี","subject":"จันทิ, ราชวงศ์สิงหาส่าหรี, จันทิจาโก","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/616"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิสิงหาส่าหรี","creator":null,"description":"ใน พ.ศ.1835 พระเจ้ากฤตนคร กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์สิงหาส่าหรีสวรรคต จันทิที่ฝังพระอัฐิของพระองค์จึงถูกสร้างขึ้น อันได้แก่จันทิสิงหาส่าหรีและจันทิจาวี","provenance":"ใน พ.ศ.1835 พระเจ้ากฤตนคร กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์สิงหาส่าหรีสวรรคต จันทิที่ฝังพระอัฐิของพระองค์จึงถูกสร้างขึ้น อันได้แก่จันทิสิงหาส่าหรีและจันทิจาวี","subject":"จันทิ, จันทิสิงหาส่าหรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์สิงหาส่าหรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/617"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิจาวี","creator":null,"description":"จันทิจาวี เป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี โดยตั้งอยู่ที่เชิงเขาเวริลังตรงข้ามเขาเปนังกุหงันซึ่งถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก","provenance":"จันทิจาวี เป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนครเช่นเดียวกับจันทิสิงหาส่าหรี โดยตั้งอยู่ที่เชิงเขาเวริลังตรงข้ามเขาเปนังกุหงันซึ่งถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก","subject":"จันทิ, ราชวงศ์สิงหาส่าหรี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์สิงหาส่าหรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/618"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ลานทั้งสาม จันทิปะนะตะรัน","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะ ศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะ ศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/619"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เทวาลัยที่มีจารึกกำหนดอายุ จันทิปะนะตะรัน","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะ ศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะ ศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/620"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารที่มีนาคพัน จันทิปะนะตะรัน","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/621"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานเป็นชั้น:  จันทิปะนะตะรัน","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/622"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิติกุส","creator":"","description":"<p>เมืองโตรวูลัน เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 มีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น จันทิติกุสซึ่งเป็นสระน้ำ หรือซุ้มประตูเทวาลัยต่างๆ โบราณสถานในเมืองนี้มักสร้างด้วยอิฐอันแตกต่างไปจากโบราณสถานสมัยชวาภาคตะวันออกแห่งอื่นๆที่มักสร้างด้วยหิน</p>","provenance":"<p>เมืองโตรวูลัน เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 มีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น จันทิติกุสซึ่งเป็นสระน้ำ หรือซุ้มประตูเทวาลัยต่างๆ โบราณสถานในเมืองนี้มักสร้างด้วยอิฐอันแตกต่างไปจากโบราณสถานสมัยชวาภาคตะวันออกแห่งอื่นๆที่มักสร้างด้วยหิน</p>","subject":"จันทิ, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, จันทิติกุส, โตรวูลัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/623"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โคปุระบาจังระตู","creator":null,"description":"เมืองโตรวุลัน เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 มีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น จันทิติกุสซึ่งเป็นสระน้ำ หรือซุ้มประตูเทวาลัยต่างๆ โบราณสถานในเมืองนี้มักสร้างด้วยอิฐอันแตกต่างไปจากโบราณสถานสมัยชวาภาคตะวันออกแห่งอื่นๆที่มักสร้างด้วยหิน","provenance":"เมืองโตรวุลัน เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์มัชฌปาหิต สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 มีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น จันทิติกุสซึ่งเป็นสระน้ำ หรือซุ้มประตูเทวาลัยต่างๆ โบราณสถานในเมืองนี้มักสร้างด้วยอิฐอันแตกต่างไปจากโบราณสถานสมัยชวาภาคตะวันออกแห่งอื่นๆที่มักสร้างด้วยหิน","subject":"โคปุระ, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, โตรวูลัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/624"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารทรงเมรุที่ปุระอุลุนดานู","creator":null,"description":"ทะเลสาบบราตัน เป็นที่ตั้งของปุระอุลุนดานูซึ่งสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวีใน พ.ศ.2167 เทวาลัยหลังนี้ถือว่าเป็นเทวาลัยที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี เนื่องจากเป็นอาคารทรงเมรุที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ","provenance":"ทะเลสาบบราตัน เป็นที่ตั้งของปุระอุลุนดานูซึ่งสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวีใน พ.ศ.2167 เทวาลัยหลังนี้ถือว่าเป็นเทวาลัยที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี เนื่องจากเป็นอาคารทรงเมรุที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ","subject":"พระวิษณุ, ปุระอูลุนดานู, ราชวงศ์เม็งวี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/625"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ฐานขั้นบันไดที่ปุระเกห็น","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"โคปุระ, ปุระเกเห็น","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/626"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มประตู (โคปุระ) ที่ปุระเกห็น","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"โคปุระ, ปุระเกเห็น","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/627"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มประตูแยกที่ปุระเกห็น","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ปุระเกเห็น, จันทิเบนตาร์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/628"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารทรงเมรุที่ปุระตะมันอะยุง","creator":null,"description":"ปุระตะมันอะยุน สร้างขึ้นในพ.ศ.2283 กษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี อุทิศให้กับบรรพบุรุษ ในขณะเดียวกันเองก็สร้างเทวาลัยอุทิศให้กับเทพเจ้าประจำภูเขาต่างๆของเกาะบาหลีด้วย","provenance":"ปุระตะมันอะยุน สร้างขึ้นในพ.ศ.2283 กษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี อุทิศให้กับบรรพบุรุษ ในขณะเดียวกันเองก็สร้างเทวาลัยอุทิศให้กับเทพเจ้าประจำภูเขาต่างๆของเกาะบาหลีด้วย","subject":"ราชวงศ์เม็งวี, ปุระตะมันอะยุง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/629"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปุระสะดา","creator":null,"description":"ราชวงศ์เม็งวีผู้ครองอาณาจักรตัมบะนันทางทิศตะวันตกของเกาะบาหลีก็สถาปนาเทวาลัยจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นที่ประทับของบุคคลในราชวงศ์ภายหลังการสิ้นพระชนม์ ปุระสะดาเมืองกปาล (อเป็นตัวสำคัญของเทวาลัยประจำราชวงศ์เม็งวี","provenance":"ราชวงศ์เม็งวีผู้ครองอาณาจักรตัมบะนันทางทิศตะวันตกของเกาะบาหลีก็สถาปนาเทวาลัยจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นที่ประทับของบุคคลในราชวงศ์ภายหลังการสิ้นพระชนม์ ปุระสะดาเมืองกปาล (อเป็นตัวสำคัญของเทวาลัยประจำราชวงศ์เม็งวี","subject":"ราชวงศ์เม็งวี, ปุระสะดา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/630"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารทรงเมรุที่ปุระเบซาคิห์","creator":null,"description":"ปุระเบซาคิห์ ถือเป็นเทวาลัยที่สำคัญที่สุดในเกาะบาหลี เนื่องจากสร้างขึ้นที่เชิงเขาอากุง อันเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะบาหลีและถือเป็นเขาพระสุเมรุอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ นอกจากนี้ยังเป็นเทวาลัยที่อุทิศให้กับบรรพบุรุษของราชวงศ์พื้นเมืองบาหลีหลายราชวงศ์ เช่น ราชวงศ์การังกาเซม ราชวงศ์กลุงกลุง เป็นต้น","provenance":"ปุระเบซาคิห์ ถือเป็นเทวาลัยที่สำคัญที่สุดในเกาะบาหลี เนื่องจากสร้างขึ้นที่เชิงเขาอากุง อันเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะบาหลีและถือเป็นเขาพระสุเมรุอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ นอกจากนี้ยังเป็นเทวาลัยที่อุทิศให้กับบรรพบุรุษของราชวงศ์พื้นเมืองบาหลีหลายราชวงศ์ เช่น ราชวงศ์การังกาเซม ราชวงศ์กลุงกลุง เป็นต้น","subject":"ปุระเบซาคิห์, ราชวงศ์การังกาเซม, ราชวงศ์กลุงกลุง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/631"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารทรงเมรุที่ปุระเกเห็น","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"โคปุระ, ปุระเกเห็น","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/632"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ถ้ำที่กัวคชะ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"กัวคชะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/633"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"น้ำพุที่กัวคชะ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"กัวคชะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/634"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"กุหนุงกาวี","creator":null,"description":"เกาะบาหลีมีประวัติมาตั้งแต่ราชวงศ์ของพระเจ้าไอร์ลังคะ ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่เกาะนี้ ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปยังเกาะชวาตะวันออก ซึ่งสอดรับกับกุหนุงกาวีซึ่งมีจันทิที่แสดงรูปแบบคล้ายคลึงกับศิลปะชวาภาคตะวันออก","provenance":"เกาะบาหลีมีประวัติมาตั้งแต่ราชวงศ์ของพระเจ้าไอร์ลังคะ ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่เกาะนี้ ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปยังเกาะชวาตะวันออก ซึ่งสอดรับกับกุหนุงกาวีซึ่งมีจันทิที่แสดงรูปแบบคล้ายคลึงกับศิลปะชวาภาคตะวันออก","subject":"จันทิ, กุหนุงกาวี, พระเจ้าไอร์ลังคะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/635"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุ วัดสีเมือง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระธาตุ, ศิลปะลาว, ศิลาแลง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/636"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุหลวง","creator":null,"description":"เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาทรงย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมายังเวียงจันทน์ พระองค์โปรดให้สร้างธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นมหาธาตุของเมืองเวียงจันทน์ อย่างไรก็ตาม เจดีย์องค์นี้ได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยมา จนถึงระยะหลังสุดได้รับการปฏิสังขรณ์ภายหลังจากการทำลายของพวกฮ่อเมืองร้อยปีก่อน","provenance":"เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาทรงย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมายังเวียงจันทน์ พระองค์โปรดให้สร้างธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นมหาธาตุของเมืองเวียงจันทน์ อย่างไรก็ตาม เจดีย์องค์นี้ได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยมา จนถึงระยะหลังสุดได้รับการปฏิสังขรณ์ภายหลังจากการทำลายของพวกฮ่อเมืองร้อยปีก่อน","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, ล้านนา, ธาตุหลวง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/637"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มหาธาตุ","creator":null,"description":"พระเจ้าไชยเชษฐา โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยเป็นเจดีย์ที่แสดงอิทธิพลศิลปะล้านนาในพุทธศตวรรษที 21 อย่างมาก อนึ่ง พระเจ้าไชยเชษฐาทรงมีเชื้อสายราชวงศ์มังรายของล้านนาทางพระมารดา และเคยเสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่ระยะหนึ่งด้วย","provenance":"พระเจ้าไชยเชษฐา โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยเป็นเจดีย์ที่แสดงอิทธิพลศิลปะล้านนาในพุทธศตวรรษที 21 อย่างมาก อนึ่ง พระเจ้าไชยเชษฐาทรงมีเชื้อสายราชวงศ์มังรายของล้านนาทางพระมารดา และเคยเสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่ระยะหนึ่งด้วย","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, ล้านนา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/638"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุวัดแสน","creator":null,"description":"วัดแสน สร้างโดยพระเจ้ากิ่งกิสราช กษัตริย์องค์แรกที่สถาปนาอาณาจักรหลวงพระบางแยกออกมาจากอาณาจักรเวียงจันทน์ในพุทธศตวรรษที่ 23","provenance":"วัดแสน สร้างโดยพระเจ้ากิ่งกิสราช กษัตริย์องค์แรกที่สถาปนาอาณาจักรหลวงพระบางแยกออกมาจากอาณาจักรเวียงจันทน์ในพุทธศตวรรษที่ 23","subject":"พระธาตุ, ศิลปะลาว, บัวเหลี่ยม, วัดแสน, พระเจ้ากิ่งกิสราช","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/639"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุพูสี","creator":null,"description":"ธาตุพูสี หรือภูศรี  สร้างโดยเจ้ามหาชีวิตอนุรุธ กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางในพุทธศตวรรษที่ 24 สร้างขึ้นบนพูสีซึ่งถือเป็นเขากลางเมืองที่เป็นจุดสำคัญ (Landmark) ของเมืองหลวงพระบางและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง","provenance":"ธาตุพูสี หรือภูศรี  สร้างโดยเจ้ามหาชีวิตอนุรุธ กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางในพุทธศตวรรษที่ 24 สร้างขึ้นบนพูสีซึ่งถือเป็นเขากลางเมืองที่เป็นจุดสำคัญ (Landmark) ของเมืองหลวงพระบางและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง","subject":"พระธาตุ, ศิลปะลาว, บัวเหลี่ยม, วัดอำไพ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/640"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุวัดสบ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระธาตุ, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดสบ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/641"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุวัดอาไพ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระธาตุ, ศิลปะล้านนา, วัดอำไพ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/642"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","provenance":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/643"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ช่อฟ้าวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","provenance":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","subject":"ศิลปะลาว, สิม, ช่อฟ้า","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/644"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ซุ้มประตูสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","provenance":"วัดเชียงทอง ถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดที่ตั้งยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยเชษฐาเป็นผู้สถาปนา อย่างไรก็ตาม สิมและอาคารอื่นๆโดยรอบคงมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 เท่านั้น","subject":"ศิลปะลาว, พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/645"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โรงเมี้ยนโกศวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"โรงเมี้ยนโกศวัดเชียงทอง สร้างขึ้นในรัชกาลเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  เพื่อเป็นที่เก็บพระโกศและราชรถสำหรับอัญเชิญพระโกศ","provenance":"โรงเมี้ยนโกศวัดเชียงทอง สร้างขึ้นในรัชกาลเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  เพื่อเป็นที่เก็บพระโกศและราชรถสำหรับอัญเชิญพระโกศ","subject":"ศิลปะลาว, พระโกศ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/646"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิมวัดคีลี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ศิลปะลาว, สิม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/647"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิมวัดปากคาน","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"สิม, ไทยลื้อ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/648"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิมวัดใหม่","creator":null,"description":"วัดใหม่ เป็นวัดหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังหลวงพระบางมากที่สุด สร้างโดยพระเจ้าอนุรุทธและพระเจ้ามันธาตุราช เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาวจนถึงสิ้นสมัยราชอาณาจักร","provenance":"วัดใหม่ เป็นวัดหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังหลวงพระบางมากที่สุด สร้างโดยพระเจ้าอนุรุทธและพระเจ้ามันธาตุราช เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาวจนถึงสิ้นสมัยราชอาณาจักร","subject":"ศิลปะลาว, สิม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/649"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระราชวังเมืองหลวงพระบาง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/650"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดมลายู","creator":null,"description":"มัสยิดมลายู สร้างขึ้นโดยชาวอาเจะห์ (ทางเหนือของเกาะสุมาตรา) ซึ่งชื่อว่า Tunku Syed Hussain Adid ผู้ร่ำรวยและมีบทบาททางด้ารการเมือง","provenance":"มัสยิดมลายู สร้างขึ้นโดยชาวอาเจะห์ (ทางเหนือของเกาะสุมาตรา) ซึ่งชื่อว่า Tunku Syed Hussain Adid ผู้ร่ำรวยและมีบทบาททางด้ารการเมือง","subject":"มัสยิด, มัสยิดมลายู, ตนกู ไซยิด ฮุสเซน อาดิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/651"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ศาลเจ้าคูกงสี","creator":null,"description":"คูกงสี เป็นบ้านประจำตระกูล (Clan House) ของตระกูลคูซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากฮกเกี้ยน ตระกูลคูกายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าขายในแถบช่องแคบมลายู ใน พ.ศ.2394 ตระกูลคูได้สร้างบ้านประจำตระกูลขึ้น อย่างไรก็ตามกลับถูกฟ้าฝ่าและไฟไหม้หมดใน ค.ศ. 2437 ด้วยเหตุที่มีความเชื่อว่าตนเองสร้างบ้านใหญ่เทียมพระจักรพรรดิ ด้วยเหตุนี้ บ้านประจำตระกูลหลังใหม่ที่มีขนาดย่อมลงกว่าเดิมจึงถูกสร้างขึ้นใน 2445 และคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน","provenance":"คูกงสี เป็นบ้านประจำตระกูล (Clan House) ของตระกูลคูซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากฮกเกี้ยน ตระกูลคูกายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าขายในแถบช่องแคบมลายู ใน พ.ศ.2394 ตระกูลคูได้สร้างบ้านประจำตระกูลขึ้น อย่างไรก็ตามกลับถูกฟ้าฝ่าและไฟไหม้หมดใน ค.ศ. 2437 ด้วยเหตุที่มีความเชื่อว่าตนเองสร้างบ้านใหญ่เทียมพระจักรพรรดิ ด้วยเหตุนี้ บ้านประจำตระกูลหลังใหม่ที่มีขนาดย่อมลงกว่าเดิมจึงถูกสร้างขึ้นใน 2445 และคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน","subject":"บ้านประจำตระกูล, คูกงสี, ศาลเจ้า, ศาลเจ้าคูกงสี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/652"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ลวดลายประดับ : ศาลเจ้าคูกงสี","creator":null,"description":"คูกงสี เป็นบ้านประจำตระกูล (Clan House) ของตระกูลคูซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากฮกเกี้ยน ตระกูลคูกายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าขายในแถบช่องแคบมลายู ใน พ.ศ.2394 ตระกูลคูได้สร้างบ้านประจำตระกูลขึ้น อย่างไรก็ตามกลับถูกฟ้าฝ่าและไฟไหม้หมดใน ค.ศ. 2437 ด้วยเหตุที่มีความเชื่อว่าตนเองสร้างบ้านใหญ่เทียมพระจักรพรรดิ ด้วยเหตุนี้ บ้านประจำตระกูลหลังใหม่ที่มีขนาดย่อมลงกว่าเดิมจึงถูกสร้างขึ้นใน 2445 และคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน","provenance":"คูกงสี เป็นบ้านประจำตระกูล (Clan House) ของตระกูลคูซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากฮกเกี้ยน ตระกูลคูกายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าขายในแถบช่องแคบมลายู ใน พ.ศ.2394 ตระกูลคูได้สร้างบ้านประจำตระกูลขึ้น อย่างไรก็ตามกลับถูกฟ้าฝ่าและไฟไหม้หมดใน ค.ศ. 2437 ด้วยเหตุที่มีความเชื่อว่าตนเองสร้างบ้านใหญ่เทียมพระจักรพรรดิ ด้วยเหตุนี้ บ้านประจำตระกูลหลังใหม่ที่มีขนาดย่อมลงกว่าเดิมจึงถูกสร้างขึ้นใน 2445 และคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน","subject":"บ้านประจำตระกูล, คูกงสี, ศาลเจ้า, ศาลเจ้าคูกงสี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/653"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์เซนต์จอร์จ","creator":null,"description":"โบสถ์เซนต์จอร์จ ถือเป็นโบสถ์สำหรับนิกายแองกลิกันที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2361 ภายหลังจากที่อังกฤษได้เข้ายึดเกาะหมาก","provenance":"โบสถ์เซนต์จอร์จ ถือเป็นโบสถ์สำหรับนิกายแองกลิกันที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2361 ภายหลังจากที่อังกฤษได้เข้ายึดเกาะหมาก","subject":"โบสถ์, แองกลิกัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/654"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารพิพิธภัณฑ์ปีนัง","creator":null,"description":"อาคารหลังนี้สร้างใน พ.ศ.2439-2449","provenance":"อาคารหลังนี้สร้างใน พ.ศ.2439-2449","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/655"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอนาฬิกาเมืองปีนัง","creator":null,"description":"หอนาฬิกาประจำเมืองปีนัง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวัชราภิเษก (Diamond Jubilee) แห่งพระนางวิกตอเรียแห่งอังกฤษ ใน พ.ศ. 2440","provenance":"หอนาฬิกาประจำเมืองปีนัง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวัชราภิเษก (Diamond Jubilee) แห่งพระนางวิกตอเรียแห่งอังกฤษ ใน พ.ศ. 2440","subject":"โมกุล-มัวร์ สไตล์, หอนาฬิกา, หอนาฬิกาเมืองปีนัง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/656"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"นากอร์ดารการห์","creator":null,"description":"ที่เมืองนาคปัฏฏนัมในรัฐทมิฬนาฑุ ประเทศอินเดีย มีชาวมุสลิมจำนวนมากซึ่งให้การนับถือหลุมศพของ Sufi Saint ซึ่งเรียกกันในประเทศอินเดียว่า Dargarh เมื่อชาวมุสลิมเหล่านี้อพยพเข้ามาในประเทศมาเลเซีย จึงได้นำเอาการนับถือหลุมศพดังกล่าวเข้ามาด้วย ทำให้ทั้งเมืองปีนังและสิงคโปร์เกิดการจำลองสุสานดังกล่าวเพื่อการเคารพ","provenance":"ที่เมืองนาคปัฏฏนัมในรัฐทมิฬนาฑุ ประเทศอินเดีย มีชาวมุสลิมจำนวนมากซึ่งให้การนับถือหลุมศพของ Sufi Saint ซึ่งเรียกกันในประเทศอินเดียว่า Dargarh เมื่อชาวมุสลิมเหล่านี้อพยพเข้ามาในประเทศมาเลเซีย จึงได้นำเอาการนับถือหลุมศพดังกล่าวเข้ามาด้วย ทำให้ทั้งเมืองปีนังและสิงคโปร์เกิดการจำลองสุสานดังกล่าวเพื่อการเคารพ","subject":"นากอร์ดารการห์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/657"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารแบบตะวันตกในเมืองปีนัง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อาคารแบบตะวันตก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/658"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ห้องแถวปีนัง","creator":null,"description":"ชาวจีนซึงมีความสามารถทางด้านการค้าขาย เริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่แถบช่องแคบมะละกาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24-25 ชาวจีนเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า Strait Chinese นี้ทำเกิดการสร้างห้องแถวขึ้น ซึ่งพบเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปีนัง มะละกา รวมถึงภูเก็ตในประเทศไทย","provenance":"ชาวจีนซึงมีความสามารถทางด้านการค้าขาย เริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่แถบช่องแคบมะละกาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24-25 ชาวจีนเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า Strait Chinese นี้ทำเกิดการสร้างห้องแถวขึ้น ซึ่งพบเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปีนัง มะละกา รวมถึงภูเก็ตในประเทศไทย","subject":"ชิโน-โปรตุกีส, เปอนารากัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/659"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอนาฬิกาเบริช","creator":null,"description":"หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2452 เพื่อเป็นที่ระลึกแก่นาย James WW Birch ชาวอังกฤษคนแรกผู้บุกเบิกเมืองอิโปห์และต่อมาถูกสังหาร ที่ด้านล่างของหอคอยประดับด้วยภาพบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่ออารยธรรมมนุษย์ อันได้แก่ศาสดาของศาสนาต่างๆและนักคิด นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก","provenance":"หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2452 เพื่อเป็นที่ระลึกแก่นาย James WW Birch ชาวอังกฤษคนแรกผู้บุกเบิกเมืองอิโปห์และต่อมาถูกสังหาร ที่ด้านล่างของหอคอยประดับด้วยภาพบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่ออารยธรรมมนุษย์ อันได้แก่ศาสดาของศาสนาต่างๆและนักคิด นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก","subject":"หอนาฬิกา, เจมส์ เบิร์ช","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/660"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ศาลาว่าการเมืองอิโปห์","creator":null,"description":"ศาลาว่าการเมืองอิโปห์ สร้างขึ้นโดย Arthur Benison Hubback ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวอังกฤษที่ออกแบบสถานีรถไฟเช่นเดียวกัน เดิมเคยเป็นสำนักงานไปรษณีย์มาก่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาลาว่าการเมือง อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2457","provenance":"ศาลาว่าการเมืองอิโปห์ สร้างขึ้นโดย Arthur Benison Hubback ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวอังกฤษที่ออกแบบสถานีรถไฟเช่นเดียวกัน เดิมเคยเป็นสำนักงานไปรษณีย์มาก่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาลาว่าการเมือง อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2457","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/661"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โรงเรียนเซนต์ไมเคิล","creator":null,"description":"ภารดาคณะ La Sallean ได้เข้ามาในมาเลเซียและเปิดโรงเรียนขึ้นใน พ.ศ. 2455 ต่อมาอาคารเรียนหลังนี้ได้ถูกออกแบบขึ้นโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยห้องเรียน ห้องพักครูและร้านหนังสือ ต่อมา อาคารหลังน้ได้ถูกขยายออกไปอีกสองปีกโยยังคงรักษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบเดิม","provenance":"ภารดาคณะ La Sallean ได้เข้ามาในมาเลเซียและเปิดโรงเรียนขึ้นใน พ.ศ. 2455 ต่อมาอาคารเรียนหลังนี้ได้ถูกออกแบบขึ้นโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยห้องเรียน ห้องพักครูและร้านหนังสือ ต่อมา อาคารหลังน้ได้ถูกขยายออกไปอีกสองปีกโยยังคงรักษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบเดิม","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/662"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สถานีรถไฟเมืองอิโปห์","creator":null,"description":"เดิมสถานีรถไฟแหงนี้ถูกสร้งขึ้นเพื่อเป็นโรงพยาบาล แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสถานีรถไฟ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2460 Arthur Benison Hubback เป็นสถาปนิกชาวอังกฤษซึ่งออกแบบอาคารแห่งนี้ ซึ่งเขาเองก็ได้ออกแบบอาคารสถานที่ราชการอีกหลายหลังในมาเลเซีย","provenance":"เดิมสถานีรถไฟแหงนี้ถูกสร้งขึ้นเพื่อเป็นโรงพยาบาล แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสถานีรถไฟ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2460 Arthur Benison Hubback เป็นสถาปนิกชาวอังกฤษซึ่งออกแบบอาคารแห่งนี้ ซึ่งเขาเองก็ได้ออกแบบอาคารสถานที่ราชการอีกหลายหลังในมาเลเซีย","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/663"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โรงแรมสโมคเฮาส์","creator":null,"description":"เมื่อชาวตะวันตกเข้ามายึดพื้นที่แถบเอชัยเป็นเมืองขึ้น ความร้อนของพื้นราบจึงทำให้นักล่าอาณานิคมต้องแสวงหาพื้นที่บนภูเขาสูงซึ่งมีอากาศเย็นสบายตลอดปีคล้ายยุโรปเป็นที่พักผ่อน ทำให้เกิดระบบสถานที่ตากอากาศบนภูเขา หรือ Hill station ขึ้น ฮิลล์สเตชันที่สำคัญในประเทศต่างๆ เช่น เมืองดาร์จีลิงค์ในอินเดียและเมืองปยินอูวินในพม่า สำหรับในประเทศมาเลเซีย คาเมรอนไฮด์แลนด์ และเฟรเซอร์ฮีลเป็น Hill Station ที่สำคัญ","provenance":"เมื่อชาวตะวันตกเข้ามายึดพื้นที่แถบเอชัยเป็นเมืองขึ้น ความร้อนของพื้นราบจึงทำให้นักล่าอาณานิคมต้องแสวงหาพื้นที่บนภูเขาสูงซึ่งมีอากาศเย็นสบายตลอดปีคล้ายยุโรปเป็นที่พักผ่อน ทำให้เกิดระบบสถานที่ตากอากาศบนภูเขา หรือ Hill station ขึ้น ฮิลล์สเตชันที่สำคัญในประเทศต่างๆ เช่น เมืองดาร์จีลิงค์ในอินเดียและเมืองปยินอูวินในพม่า สำหรับในประเทศมาเลเซีย คาเมรอนไฮด์แลนด์ และเฟรเซอร์ฮีลเป็น Hill Station ที่สำคัญ","subject":"อาคารแบบตะวันตก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/664"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดอุบุดิยะห์","creator":null,"description":"มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในราชธานีของราชวงศ์เปรัค คือเมืองกัวลากังสาร์ โดยสถาปนิกชาวอังกฤษผู้ออกแบบเมืองอิโปห์ คือ Arthur Benison Hubback สร้างใน พ.ศ.2460 ในรัชกาลของสุลต่าน Idris Murshidul Azham Shah รัชกาลที่ 28 ของราชวงศ์เปรัค","provenance":"มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในราชธานีของราชวงศ์เปรัค คือเมืองกัวลากังสาร์ โดยสถาปนิกชาวอังกฤษผู้ออกแบบเมืองอิโปห์ คือ Arthur Benison Hubback สร้างใน พ.ศ.2460 ในรัชกาลของสุลต่าน Idris Murshidul Azham Shah รัชกาลที่ 28 ของราชวงศ์เปรัค","subject":"มัสยิด, มัสยิดอุบุดิยะห์, อาเธอร์ เบนิสัน ฮับแบค, สุลต่านอิดริส มูร์ชิดุล อัซฮัม ชาร์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/665"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อิสตานา เปนาหงัน","creator":null,"description":"พระราชวังเปนาหงัน เป็นพระราชวังชั่วคราวของพระเจ้าอิสกันดา ชาห์ (Iskandar Shah) ทรงสร้างขึ้นระหว่างที่รอพระราชวังหลังจริงสร้างเสร็จ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2469","provenance":"พระราชวังเปนาหงัน เป็นพระราชวังชั่วคราวของพระเจ้าอิสกันดา ชาห์ (Iskandar Shah) ทรงสร้างขึ้นระหว่างที่รอพระราชวังหลังจริงสร้างเสร็จ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2469","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อิสตานา เปนาหงัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/666"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พิพิธภัณฑ์รัฐเปรัค","creator":null,"description":"ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ทีสุดในประเทศมาเลเซีย สร้างขึ้นโดยอาณานิคมอังกฤษในปี 1883 ภายใต้การดูแลของ Sit Hugh Low การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ระยะแรกโดยอาณานิคมอังกฤษ รวมการจัดแสดงทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณรวมถึงพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม","provenance":"ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ทีสุดในประเทศมาเลเซีย สร้างขึ้นโดยอาณานิคมอังกฤษในปี 1883 ภายใต้การดูแลของ Sit Hugh Low การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ระยะแรกโดยอาณานิคมอังกฤษ รวมการจัดแสดงทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณรวมถึงพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน, พิพิธภัณฑ์รัฐเปรัค","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/667"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอนาฬิกาเมืองไตปิง","creator":null,"description":"หอนาฬิกาเมืองไตปิง ถือเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ (iconic landmark) สำคัญของเมือง สร้างขึ้นในปี 1881 เดิมสร้างด้วยไม้ ต่อมา ใน ค.ศ.1890 ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนเป็นอาคารอิฐ เดิมอาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานีตำรวจและสถานีดับเพลิง หลังจากที่ถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่ง ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ถูกใช้เป็นอาคารสำหรับแนะนำข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยว","provenance":"หอนาฬิกาเมืองไตปิง ถือเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ (iconic landmark) สำคัญของเมือง สร้างขึ้นในปี 1881 เดิมสร้างด้วยไม้ ต่อมา ใน ค.ศ.1890 ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนเป็นอาคารอิฐ เดิมอาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานีตำรวจและสถานีดับเพลิง หลังจากที่ถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่ง ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ถูกใช้เป็นอาคารสำหรับแนะนำข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยว","subject":"หอนาฬิกา, หอนาฬิกาเมืองไตปิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/668"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์โอลด์เซนต์","creator":null,"description":"โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์ของนิกายแองกลิกัน ( Anglican) แห่งแรกของมาเลเซีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวออสเตรเลีย ชื่อนายดี เลฟรอย (D. Lefroy) โดยสร้างขึ้นเป็นโบสถ์ไม้ ตั้งแต่ปี 1886 สุสานที่อยู่ติดกับโบสถ์ เป็นสุสานของชาวอังกฤษผู้บุกเบิกเมืองไตปิง ปรากฏหินจารึกและประติมากรรมบนหลุมศพที่งดงาม โบสถ์แห่งนี้รอดพ้นจากสงครามกลางเมืองและยังคงแสดงให้เห็นศิลปกรรมรุ่นแรกๆของเมืองไตปิง","provenance":"โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์ของนิกายแองกลิกัน ( Anglican) แห่งแรกของมาเลเซีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวออสเตรเลีย ชื่อนายดี เลฟรอย (D. Lefroy) โดยสร้างขึ้นเป็นโบสถ์ไม้ ตั้งแต่ปี 1886 สุสานที่อยู่ติดกับโบสถ์ เป็นสุสานของชาวอังกฤษผู้บุกเบิกเมืองไตปิง ปรากฏหินจารึกและประติมากรรมบนหลุมศพที่งดงาม โบสถ์แห่งนี้รอดพ้นจากสงครามกลางเมืองและยังคงแสดงให้เห็นศิลปกรรมรุ่นแรกๆของเมืองไตปิง","subject":"โบสถ์, แองกลิกัน, นิกายแองกลิกัน, โบสถ์โอลด์เซนต์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/669"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดจาเม็ก","creator":null,"description":"มัสยิดจาเม็กสร้างขึ้นใน พ.ศ.2452 โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ ต่อมาสุลต่านแห่งรัฐสลังงอร์ได้เสด็จมาเปิดมัสยิด มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าที่สุดในเมืองกัวลาลัมเปอร์และเป็นมัสยิดหลังแรกของกัวลาลัมเปอร์ในสมัยอาณานิคม","provenance":"มัสยิดจาเม็กสร้างขึ้นใน พ.ศ.2452 โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ ต่อมาสุลต่านแห่งรัฐสลังงอร์ได้เสด็จมาเปิดมัสยิด มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าที่สุดในเมืองกัวลาลัมเปอร์และเป็นมัสยิดหลังแรกของกัวลาลัมเปอร์ในสมัยอาณานิคม","subject":"มัสยิด, โมกุล-มัวร์ สไตล์, มัสยิดจาเม็ก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/670"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารอับดุลซามัด","creator":null,"description":"อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2440 โดยเป็นอาคารสถานที่ราชการซึ่งเดิมใช้เป็นสำนักงานของสำนักเลขานุการรัฐ (State Secretary) ปัจจุบันเป็นอาคารศาล อาคารหลังนี้สร้างติดกับ “ปาดัง” หรือลานกว้างสำหรับสวนสนามและจัดรัฐพิธีของอังกฤษ","provenance":"อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2440 โดยเป็นอาคารสถานที่ราชการซึ่งเดิมใช้เป็นสำนักงานของสำนักเลขานุการรัฐ (State Secretary) ปัจจุบันเป็นอาคารศาล อาคารหลังนี้สร้างติดกับ “ปาดัง” หรือลานกว้างสำหรับสวนสนามและจัดรัฐพิธีของอังกฤษ","subject":"โมกุล-มัวร์ สไตล์, หอนาฬิกา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/671"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารพิพิธภัณฑ์ผ้า","creator":null,"description":"อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2440 โดยเป็นผลงานของสถาปนิกคนเดียวกับที่สร้างอาคารอับดุลซามัด เดิมเป็นสำนักงานของ Federated Malay States Railways  ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นอาคารสำนักงานของรัฐสลังงอร์ ปัจจุบันเป็นอาคารสำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้า อาคารหลังนี้สร้างติดกับ “ปาดัง” หรือลานกว้างสำหรับสวนสนามและจัดรัฐพิธีของอังกฤษ","provenance":"อาคารหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2440 โดยเป็นผลงานของสถาปนิกคนเดียวกับที่สร้างอาคารอับดุลซามัด เดิมเป็นสำนักงานของ Federated Malay States Railways  ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นอาคารสำนักงานของรัฐสลังงอร์ ปัจจุบันเป็นอาคารสำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้า อาคารหลังนี้สร้างติดกับ “ปาดัง” หรือลานกว้างสำหรับสวนสนามและจัดรัฐพิธีของอังกฤษ","subject":"อาคารแบบตะวันตก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/672"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์เซนต์ปอล","creator":null,"description":"เดิมเป็นโบสถ์ขนาดเล็กสร้างโดยชาวโปรตุเกสโดยตั้งชื่อโบสถ์ว่าเอาเวอร์ เลดี้ ออฟ เดอะ ฮิลล์ (Our Lady of The Hill) สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2064 ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโบสถ์อันนันชิเอชั่น  (Annunciation) และโบสถ์เซนต์พอล (Saint Paul) ตามลำดับ โบสถ์ได้รับการขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อมา เมื่อชาวดัชต์ได้เข้ายึดครองมะละกา ได้เปลี่ยนเป็นโบสถ์ในนิกายโปรเตสแตนท์ และใช้โบสถ์แห่งนี้ต่อมาจนกระทั่งชาวดัชต์ได้สร้างโบสถ์ของตนเองขึ้นใหม่ที่ด้านล่างเชิงเขา","provenance":"เดิมเป็นโบสถ์ขนาดเล็กสร้างโดยชาวโปรตุเกสโดยตั้งชื่อโบสถ์ว่าเอาเวอร์ เลดี้ ออฟ เดอะ ฮิลล์ (Our Lady of The Hill) สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2064 ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโบสถ์อันนันชิเอชั่น  (Annunciation) และโบสถ์เซนต์พอล (Saint Paul) ตามลำดับ โบสถ์ได้รับการขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อมา เมื่อชาวดัชต์ได้เข้ายึดครองมะละกา ได้เปลี่ยนเป็นโบสถ์ในนิกายโปรเตสแตนท์ และใช้โบสถ์แห่งนี้ต่อมาจนกระทั่งชาวดัชต์ได้สร้างโบสถ์ของตนเองขึ้นใหม่ที่ด้านล่างเชิงเขา","subject":"โบสถ์, โบสถ์เซนต์ปอล, เอาเวอร์ เลดี้ ออฟ เดอะ ฮิลล์, โบสถ์อันนันชิเอชั่น","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/673"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ประจำเมืองมะละกา","creator":null,"description":"เมื่อชาวดัชต์เข้ามายึดมะละกาจากโปรตุเกส ได้เปลี่ยนโบสถ์จำนวนมากจากนิกายโรมันคาธอลิคไปสู่นิกายโปรเทสแตนท์ โดยโบสถ์  St Paul ด้านบนเนินเขาซึ่งเดิมเป็นของโปรตุเกสก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นโปรเทสแตนท์ ใน พ.ศ.2284 เพื่อฉลองการยึดครองของดัชต์ครบรอบ 100 ปี โบสถ์หลังใหม่จึงถูกสร้างขึ้นโดยเป็นโบสถ์หลักของ Dutch Reform Church ต่อมาเมื่ออังกฤษได้ยึดครองมะละกาแทนชาวดัชต์ จึงได้เปลี่ยนโบสถ์แห่งนี้ให้กลายเป็นนิกาย Anglican","provenance":"เมื่อชาวดัชต์เข้ามายึดมะละกาจากโปรตุเกส ได้เปลี่ยนโบสถ์จำนวนมากจากนิกายโรมันคาธอลิคไปสู่นิกายโปรเทสแตนท์ โดยโบสถ์  St Paul ด้านบนเนินเขาซึ่งเดิมเป็นของโปรตุเกสก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นโปรเทสแตนท์ ใน พ.ศ.2284 เพื่อฉลองการยึดครองของดัชต์ครบรอบ 100 ปี โบสถ์หลังใหม่จึงถูกสร้างขึ้นโดยเป็นโบสถ์หลักของ Dutch Reform Church ต่อมาเมื่ออังกฤษได้ยึดครองมะละกาแทนชาวดัชต์ จึงได้เปลี่ยนโบสถ์แห่งนี้ให้กลายเป็นนิกาย Anglican","subject":"โบสถ์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/674"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สตัตทุยส์","creator":null,"description":"ศาลาว่าการเมืองมะละกา หรือ สตัตทุยส์ (Stadthuys) ในภาษาดัชต์ สร้างขึ้นตรงจัตุรัสกลางเมืองมะละกาโดยชาวดัชต์ซึ่งมายึดครองเมือมะละกาต่อจากชาวโปรตุเกส สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2193 โดยเป็นที่ทำงานของผู้ว่าการชาวดัชต์ ต่อมาเมื่ออังกฤษเข้ายึดครองมาเลเซีย ศาลาว่การเมืองได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงเรียน","provenance":"ศาลาว่าการเมืองมะละกา หรือ สตัตทุยส์ (Stadthuys) ในภาษาดัชต์ สร้างขึ้นตรงจัตุรัสกลางเมืองมะละกาโดยชาวดัชต์ซึ่งมายึดครองเมือมะละกาต่อจากชาวโปรตุเกส สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2193 โดยเป็นที่ทำงานของผู้ว่าการชาวดัชต์ ต่อมาเมื่ออังกฤษเข้ายึดครองมาเลเซีย ศาลาว่การเมืองได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงเรียน","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/675"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดกำปงกลิง","creator":null,"description":"มัสยิดแห่งนี้สร้างใน พ.ศ. 2291 ภายหลังจากมัสยิดกำปงฮูลูเล็กน้อย มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นบนถนนย่านการค้าของเมืองมะละกาเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารห้องแถวของคนจีน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของคนอินเดียใต้ซึ่งเรียกว่าชาวกลิงคะ (Kling)","provenance":"มัสยิดแห่งนี้สร้างใน พ.ศ. 2291 ภายหลังจากมัสยิดกำปงฮูลูเล็กน้อย มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นบนถนนย่านการค้าของเมืองมะละกาเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารห้องแถวของคนจีน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของคนอินเดียใต้ซึ่งเรียกว่าชาวกลิงคะ (Kling)","subject":"มัสยิด, มัสยิดกำปงฮูลู, มัสยิดกำปงกลิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/676"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดกำปงกลิง","creator":null,"description":"มัสยิดแห่งนี้สร้างใน พ.ศ. 2291 โดยสร้างภายหลังจากมัสยิดกำปงฮูลูเล็กน้อย มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นบนถนนย่านการค้าของเมืองมะละกาเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารห้องแถวของคนจีน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของคนอินเดียใต้ซึ่งเรียกว่าชาวกลิงคะ (Kling)","provenance":"มัสยิดแห่งนี้สร้างใน พ.ศ. 2291 โดยสร้างภายหลังจากมัสยิดกำปงฮูลูเล็กน้อย มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นบนถนนย่านการค้าของเมืองมะละกาเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารห้องแถวของคนจีน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของคนอินเดียใต้ซึ่งเรียกว่าชาวกลิงคะ (Kling)","subject":"มัสยิด, มัสยิดกำปงฮูลู, มัสยิดกำปงกลิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/677"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดกำปงฮูลู","creator":null,"description":"มัสยิดกำปงฮูลูเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในมะละกา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2263  โดยดาโต๊ะ ซัมซุดดิน บิน อารม (Dato Samsuddin bin Arom) ซึ่งเป็นกปิตันหรือผู้นำพื้นเมือง สร้างขึ้นเมื่อเมืองมะละกาอยู่ภายใต้การปกครองของดัชต์ ซึ่งเป็นระยะที่ชาวดัชต์อนุญาตให้สามารถสร้างมัสยิดได้","provenance":"มัสยิดกำปงฮูลูเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในมะละกา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2263  โดยดาโต๊ะ ซัมซุดดิน บิน อารม (Dato Samsuddin bin Arom) ซึ่งเป็นกปิตันหรือผู้นำพื้นเมือง สร้างขึ้นเมื่อเมืองมะละกาอยู่ภายใต้การปกครองของดัชต์ ซึ่งเป็นระยะที่ชาวดัชต์อนุญาตให้สามารถสร้างมัสยิดได้","subject":"มัสยิด, มัสยิดกำปงฮูลู, มัสยิดกำปงกลิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/678"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หอคอยมัสยิดกำปงฮูลู","creator":null,"description":"มัสยิดกำปงฮูลูเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในมะละกา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2263  โดยดาโต๊ะ ซัมซุดดิน บิน อารม (Dato Samsuddin bin Arom) ซึ่งเป็นกปิตันหรือผู้นำพื้นเมือง สร้างขึ้นเมื่อเมืองมะละกาอยู่ภายใต้การปกครองของดัชต์ ซึ่งเป็นระยะที่ชาวดัชต์อนุญาตให้สามารถสร้างมัสยิดได้","provenance":"มัสยิดกำปงฮูลูเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในมะละกา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2263  โดยดาโต๊ะ ซัมซุดดิน บิน อารม (Dato Samsuddin bin Arom) ซึ่งเป็นกปิตันหรือผู้นำพื้นเมือง สร้างขึ้นเมื่อเมืองมะละกาอยู่ภายใต้การปกครองของดัชต์ ซึ่งเป็นระยะที่ชาวดัชต์อนุญาตให้สามารถสร้างมัสยิดได้","subject":"มัสยิด, หอคอย, มัสยิดกำปงฮูลู, มัสยิดกำปงกลิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมดัชต์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/679"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดสุลต่านอบูบักร์","creator":null,"description":"มัสยิดสุลต่านอบูบักร์ สร้างขึ้นโดยสุลต่านอิบรอฮีมกษัตริย์แห่งยะโฮร์ใน พ.ศ. 2443 เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชบิดาของพระองค์ ตั้งอยู่ที่ช่องแคบยะโฮร์ซึ่งแบ่งเขตระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ในปัจจุบัน","provenance":"มัสยิดสุลต่านอบูบักร์ สร้างขึ้นโดยสุลต่านอิบรอฮีมกษัตริย์แห่งยะโฮร์ใน พ.ศ. 2443 เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชบิดาของพระองค์ ตั้งอยู่ที่ช่องแคบยะโฮร์ซึ่งแบ่งเขตระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ในปัจจุบัน","subject":"มัสยิด, สุลต่าน อบูบักร์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/680"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซานเซบาสเตียน","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก, โบสถ์ซานเซบาสเตียน","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/681"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"แท่นบูชาภายในโบสถ์ซานเซบาสเตียน","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก, โบสถ์ซานเซบาสเตียน, แท่นบูชา","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/682"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซานโตนีโญ่","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/683"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซานตามาเรีย","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/684"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาสนวิหารเมืองวีกัน","creator":null,"description":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","provenance":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","subject":"อาสนวิหาร","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/685"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอระฆัง :อาสนวิหารเมืองวีกัน","creator":null,"description":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","provenance":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, อาสนวิหาร, หอระฆัง","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/686"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายใน :อาสนวิหารเมืองวีกัน","creator":null,"description":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","provenance":"อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน  โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, อาสนวิหาร","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/687"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"แท่นบูชาประธาน :อาสนวิหารเมืองวีกัน","creator":"","description":"<p>อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799</p>","provenance":"<p>อาสนวิหารแห่งเมืองวีกัน ถือเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองวีกัน โบสถ์แห่งนี้เริ่มต้นโดยบาทหลวงนิกายออกุสติน เริ่มสร้างครั้งแรกใน ค.ศ.1644 ส่วนที่เป็นอาคารหลังปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1799</p>","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, แท่นบูชา, อาสนวิหาร","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/688"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ประจำสุสานเมืองวีกัน","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก, สุสาน","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/689"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ถนนคริสโซโลโก","creator":"","description":"","provenance":"","subject":null,"spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/690"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์เมืองปาวาย","creator":null,"description":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย","provenance":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/691"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ค้ำยันของโบสถ์เมืองปาวาย","creator":null,"description":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย\r\nโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1699 แต่ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องด้วยแผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่ใน ค.ศ.1710 ซึ่งยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน","provenance":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย\r\nโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1699 แต่ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องด้วยแผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่ใน ค.ศ.1710 ซึ่งยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/692"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในโบสถ์เมืองปาวาย","creator":null,"description":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย\r\nโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1699 แต่ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องด้วยแผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่ใน ค.ศ.1710 ซึ่งยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน","provenance":"โบสถ์เมืองปาวาย (Paoay) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองโลวากประมาณ 25 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างโบสถ์แบบสเปนที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะฟิลิปปินส์  โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย\r\nโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1699 แต่ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องด้วยแผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่ใน ค.ศ.1710 ซึ่งยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/693"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอคอยประจำโบสถ์เซนต์วิลเลี่ยม","creator":null,"description":"หอคอยแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นภายหลังจากแผ่นดินไหวใน ค.ศ. 1707\r\nเป็นหอคอยประจำโบสถ์เซนต์วิลเลี่ยม (St. William) ซึ่งเป็นอาสนวิหาร ประจำเมืองโลวาก (Laoag)  มีความสูงถึง 85 เมตร เป็นหอคอยที่เรียกว่า “หอคอยจมดิน”(Sinking Tower) เนื่องจากฐานด้านล่างของหอคอยจมลงไปในดินครึ่งหนึ่งของประตู","provenance":"หอคอยแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นภายหลังจากแผ่นดินไหวใน ค.ศ. 1707\r\nเป็นหอคอยประจำโบสถ์เซนต์วิลเลี่ยม (St. William) ซึ่งเป็นอาสนวิหาร ประจำเมืองโลวาก (Laoag)  มีความสูงถึง 85 เมตร เป็นหอคอยที่เรียกว่า “หอคอยจมดิน”(Sinking Tower) เนื่องจากฐานด้านล่างของหอคอยจมลงไปในดินครึ่งหนึ่งของประตู","subject":"หอคอย, นิกายโรมันคาธอลิก, หอระฆัง","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/694"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอระฆังของอาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์","creator":null,"description":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","provenance":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","subject":"แองกลิกัน, อาสนวิหาร, อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/695"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์","creator":null,"description":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2392 เดิมมีชื่อเรียกว่า Raffles Library and Museum เดิมอยู่ที่อาคารอีกหลังหนึ่ง ต่อมาอาคารหลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2425 เพื่อเป็นอาคารสำหรับพิพิธภัณฑสถาน เดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นทางด้านสัตวศาสตร์ พฤกษศาสตร์และ มานุษยวิทยา ต่อมาเมื่อสิงคโปร์ได้รับเอกราช ก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น National Museum of Singapore และพิพิธภัณฑ์ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นการเน้นย้ำประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการกอบกู้เอกราช","provenance":"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2392 เดิมมีชื่อเรียกว่า Raffles Library and Museum เดิมอยู่ที่อาคารอีกหลังหนึ่ง ต่อมาอาคารหลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2425 เพื่อเป็นอาคารสำหรับพิพิธภัณฑสถาน เดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นทางด้านสัตวศาสตร์ พฤกษศาสตร์และ มานุษยวิทยา ต่อมาเมื่อสิงคโปร์ได้รับเอกราช ก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น National Museum of Singapore และพิพิธภัณฑ์ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นการเน้นย้ำประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการกอบกู้เอกราช","subject":"อาคารแบบพัลลาเดียน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/696"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมในเจดีย์อเพยทนะ","creator":null,"description":"เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่  17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน","provenance":"เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่  17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, พระนางอภัยรัตนา, เจดีย์อเพยทนะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/697"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระโพธิสัตว์มัญชุศรี จิตรกรรมในเจดีย์อเพยทนะ","creator":"","description":"<p>เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน</p>","provenance":"<p>เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน</p>","subject":"พระโพธิสัตว์, พระเจ้าจันสิตถา, พระนางอภัยรัตนา, เจดีย์อเพยทนะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/698"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธเจ้าและฤาษีประทับในถ้ำ จิตรกรรมในเจดีย์อเพยทนะ","creator":"","description":"<p>เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่  17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน</p>","provenance":"<p>เจดีย์อเพยทนะ สร้างขึ้นโดยพระนางอภัยรัตนา พระมเหสีในพระเจ้าจันสิตถาในพุทธศตวรรษที่  17 ภายในปรากฏจิตรกรรมซึ่งคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมากและมีแนวโน้มไปทางพุทธศาสนามหายาน</p>","subject":"พระโพธิสัตว์, พระเจ้าจันสิตถา, พระนางอภัยรัตนา, เจดีย์อเพยทนะ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/699"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระโพธิสัตว์ จิตรกรรมในเจดีย์อโลปเย","creator":null,"description":"เจดีย์อโลปเย ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใคร อย่างไรก็ตาม จากรูปแบบศิลปกรรมและจิตรกรรมภายใน แสดงว่าเจดีย์องค์นี้คงสร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 16","provenance":"เจดีย์อโลปเย ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใคร อย่างไรก็ตาม จากรูปแบบศิลปกรรมและจิตรกรรมภายใน แสดงว่าเจดีย์องค์นี้คงสร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 16","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, เจดีย์อโลปเย","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/700"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติ จิตรกรรมในเจดีย์ปาโททัมยา","creator":null,"description":"เจดีย์ปาโททัมยา จากรูปแบบสถาปัตยกรรมพบว่ามีอายุในสมัยพุกามตอนต้น  ราวพุทธศตวรรษที่ 16 โดยภายในทางประทักษิณปรากฏจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติที่","provenance":"เจดีย์ปาโททัมยา จากรูปแบบสถาปัตยกรรมพบว่ามีอายุในสมัยพุกามตอนต้น  ราวพุทธศตวรรษที่ 16 โดยภายในทางประทักษิณปรากฏจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติที่","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, พุกาม, เจดีย์ปาโททัมยา","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/701"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติ 8 ตอน จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":"","description":"<p>เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17</p>","provenance":"<p>เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17</p>","subject":"พระพุทธเจ้า, เจดีย์โลกาเทียกพัน","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/702"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ส่วนหนึ่งจากพุทธประวัติ 8 ตอน จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":null,"description":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","provenance":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, พุกาม, เจดีย์โลกาเทียกพัน","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/703"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ส่วนหนึ่งจากพุทธประวัติ 8 ตอน จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":null,"description":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","provenance":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","subject":"พุทธประวัติ, พุกาม, เจดีย์ชเวซานดอ, เจดีย์โลกาเทียกพัน","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/704"},{"type":"จิตรกรรม","title":"เขาพระสุเมรุ จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":null,"description":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","provenance":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, เจดีย์ชเวซิกอง, เจดีย์โลกาเทียกพัน, เขาพระสุเมรุ","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/705"},{"type":"จิตรกรรม","title":"สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":null,"description":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","provenance":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","subject":"เจดีย์โลกาเทียกพัน, เขาพระสุเมรุ, ปยาทาด, เจดีย์จุฬามณี, ทุสสเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/706"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธบาทบนเพดาน จิตรกรรมในเจดีย์โลกาเทียกพัน","creator":null,"description":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","provenance":"เจดีย์โลกาเทียกพัน เป็นเจดีย์ขนาดเล็กไม่ไกลจากเจดีย์ชเวซานดอมากนัก ไม่มีประวัติว่าผู้ใดสร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว คอนข้างแน่ชัดว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17","subject":"พระพุทธบาท, พระพุทธเจ้า, พุกาม, เจดีย์ชเวซิกอง, เจดีย์โลกาเทียกพัน","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/707"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติ จิตรกรรมในเจดีย์ตโยกปเย","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, พุกาม, เจดีย์ตโยกปเย","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/708"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ปยาทาด จิตรกรรมในเจดีย์ตโยกปเย","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พุกาม, ปยาทาด, เจดีย์ตโยกปเย","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/709"},{"type":"จิตรกรรม","title":"การปราบช้างนาฬาคีรี จิตรกรรมในเจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุกาม, นาฬาคีรี, เจดีย์ปยาตองสู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/710"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ลิงถวายบาตรน้ำผึ้ง จิตรกรรมในเจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, พุกาม, เจดีย์ปยาตองสู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/711"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมประกอบซุ้มในเจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"เจดีย์ปยาตองสู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/712"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระโพธิสัตว์เจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"พระโพธิสัตว์, พระพุทธเจ้า, พุกาม, พระเจ้าอโนรธา, เจดีย์ปยาตองสู, อรี","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/713"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระอดีตพุทธเจ้าที่มากมายนับไม่ถ้วน เจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"พระพุทธเจ้า, เจดีย์ปยาตองสู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/714"},{"type":"จิตรกรรม","title":"เทวดาและพระสาวกเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าตอนปรินิพพาน","creator":null,"description":"ถ้ำโพวินต่อง เป็นถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการขุดเข้าไปในภูเขา มีจำนวนหลายร้อยถ้ำ แต่ละถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเขียนจิตรกรรมอยู่เต็ม ถ้ำเหล่านี้คงเคยเป็นที่ทำสมาธิของพระภิกษุมาก่อน","provenance":"ถ้ำโพวินต่อง เป็นถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการขุดเข้าไปในภูเขา มีจำนวนหลายร้อยถ้ำ แต่ละถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเขียนจิตรกรรมอยู่เต็ม ถ้ำเหล่านี้คงเคยเป็นที่ทำสมาธิของพระภิกษุมาก่อน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, ถ้ำโพวินต่อง","spatial":null,"temporal":"นยองยาน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/715"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติตอนออกมหาภิเนษกรมณ์ของพระอดีตพุทธเจ้า","creator":null,"description":"ถ้ำโพวินต่อง เป็นถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการขุดเข้าไปในภูเขา มีจำนวนหลายร้อยถ้ำ แต่ละถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเขียนจิตรกรรมอยู่เต็ม ถ้ำเหล่านี้คงเคยเป็นที่ทำสมาธิของพระภิกษุมาก่อน","provenance":"ถ้ำโพวินต่อง เป็นถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการขุดเข้าไปในภูเขา มีจำนวนหลายร้อยถ้ำ แต่ละถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเขียนจิตรกรรมอยู่เต็ม ถ้ำเหล่านี้คงเคยเป็นที่ทำสมาธิของพระภิกษุมาก่อน","subject":"พระพุทธเจ้า, ถ้ำโพวินต่อง","spatial":null,"temporal":"นยองยาน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/716"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธเจ้าขนาดใหญ่","creator":null,"description":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นนสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวิตอนสัตตมหาสถาน","provenance":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นนสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวิตอนสัตตมหาสถาน","subject":"พระพุทธเจ้า, เจดีย์สูลามณี, พระเจ้านรปติสิทธุ, ราชวงศ์คองบอง","spatial":null,"temporal":"คองบอง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/717"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","creator":null,"description":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นในสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","provenance":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นในสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, เจดีย์สูลามณี, พระเจ้านรปติสิทธุ","spatial":null,"temporal":"คองบอง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/718"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","creator":null,"description":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นในสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","provenance":"เจดีย์สูลามณีเมืองพุกาม สร้างขึ้นโดยพระเจ้านรปติสิทธุในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพุกามตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมภายในกลับวาดขึ้นในสมัยหลังกว่า โดยมีทั้งภาพเขียนพระพุทธรูปขนาดใหญ่และพุทธประวัติตอนสัตตมหาสถาน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, เจดีย์สูลามณี, พระเจ้านรปติสิทธุ","spatial":null,"temporal":"คองบอง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/719"},{"type":"จิตรกรรม","title":"อดีตพุทธและพุทธประวัติตอนมหาภิเนษกรมณ์","creator":null,"description":"“เถียน” หรือ “สิม” คืออุโบสถหรืออาคารสำหรับบวชพระ มักมีขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุผู้ประกอบพิธีกรรมซึงจำนวนไม่ มากนัก เป็นอาคารก่ออิฐ","provenance":"“เถียน” หรือ “สิม” คืออุโบสถหรืออาคารสำหรับบวชพระ มักมีขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุผู้ประกอบพิธีกรรมซึงจำนวนไม่ มากนัก เป็นอาคารก่ออิฐ","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, สิม, อุบาลีเถียน","spatial":null,"temporal":"คองบอง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/720"},{"type":"จิตรกรรม","title":"อดีตพุทธและพุทธประวัติตอนมหาภิเนษกรมณ์","creator":null,"description":"“เถียน” หรือ “สิม” คืออุโบสถหรืออาคารสำหรับบวชพระ มักมีขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุผู้ประกอบพิธีกรรมซึงจำนวนไม่ มากนัก เป็นอาคารก่ออิฐ","provenance":"“เถียน” หรือ “สิม” คืออุโบสถหรืออาคารสำหรับบวชพระ มักมีขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุผู้ประกอบพิธีกรรมซึงจำนวนไม่ มากนัก เป็นอาคารก่ออิฐ","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, สิม, พระเจ้านรปติสิทธุ, อุบาลีเถียน","spatial":null,"temporal":"คองบอง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/721"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพวาดจำลองเจดีย์จอกตอจี","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/722"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพวาดจำลองเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน, การอภิเษกพระพุทธเจ้า","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/723"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธบาทบนเพดาน","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"พระพุทธบาท, พระพุทธเจ้า, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/724"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระพุทธบาทบนเพดาน","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"พระพุทธบาท, พระพุทธเจ้า, อานันทเจดีย์, เจดีย์จอกตอจี","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/725"},{"type":"จิตรกรรม","title":"เทวดาด้านบนเพดาน","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/726"},{"type":"จิตรกรรม","title":"หน้ายักษ์ด้านบนเพดาน","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/727"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพบุคคลเหาะ","creator":null,"description":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","provenance":"พระเจ้าปกันมินโปรดให้สร้างเจดีย์จอกตอจีขึ้นในเมืองอมรปุระโดยจำลองอานันทเจดีย์แห่งเมืองพุกาม อย่างไรก็ตาม ภายในเจดีย์กลับปรากฏจิตรกรรมที่แตกต่างไปจากอานันทเจดีย์อย่างสิ้นเชิง","subject":"อานันทเจดีย์, อมรปุระ, เจดีย์จอกตอจี, พระเจ้าปกันมิน","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/728"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ต้นไม้กระจกประดับสีด้านหลังสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, วัดเชียงทอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/729"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ลายคำประดับผนังด้านนอกสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/730"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เจดีย์จุฬามณี ลายคำประดับผนังด้านในสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง, เจดีย์จุฬามณี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/731"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ทวารบาล ลายคำประดับผนังด้านในสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"ทวารบาล, พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/732"},{"type":"จิตรกรรม","title":"เทวดา ลายคำประดับผนังด้านในสิมวัดเชียงทอง","creator":null,"description":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าวัดเชียงทองอาจสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาในพุทธศตวรรษที่ 21-22 แต่สิมวัดเชียงทองน่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 ส่วนการตกแต่งด้วยลายคำและการประดับกระจกนั้นน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, สิม, วัดเชียงทอง, เจดีย์จุฬามณี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/733"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมวัดป่าฮวก","creator":"","description":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้</p>","provenance":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้</p>","subject":"พระพุทธเจ้า, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดป่าฮวก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/734"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมวัดป่าฮวก","creator":"","description":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้</p>","provenance":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้</p>","subject":"พระพุทธเจ้า, ศิลปะจีน, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดป่าฮวก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/735"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมวัดป่าฮวก","creator":"","description":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้</p>","provenance":"<p>ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้</p>","subject":"พระพุทธเจ้า, ศิลปะจีน, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดป่าฮวก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/736"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ทวารบาลแบบจีน สิมวัดล่องคูณ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ทวารบาล, สิม, ศิลปะจีน, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดล่องคูณ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/737"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมบนหน้าบัน สิมวัดหาดเสี้ยว","creator":null,"description":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","provenance":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดหาดเสี้ยว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/738"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องพระเตมีย์","creator":null,"description":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","provenance":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","subject":"ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดล่องคูณ, วัดหาดเสี้ยว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/739"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องอิเหนา (?)","creator":null,"description":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้","provenance":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในแถบนี้ก็ได้","subject":"ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดล่องคูณ, วัดหาดเสี้ยว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/740"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมเรื่องออกมหาภิเนษกรมณ์และมารวิชัย","creator":null,"description":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","provenance":"ศิลปะหลวงพระบางช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 เป็นระยะที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์อย่างมาก อนึ่ง ต้องไม่ลืมว่า การที่เจ้านายบางพระองค์ในราชวงศ์หลวงพระบางได้เคยเสด็จมาประทับ ณ กรุงเทพจึงอาจทำให้อิทธิพลรัตนโกสินทร์ปรากฏบทบาทอย่างมากในถบนี้ก็ได้","subject":"พระพุทธเจ้า, พุทธประวัติ, วัดล่องคูณ, วัดหาดเสี้ยว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/741"},{"type":"จิตรกรรม","title":"ภาพเขียนเพดาน โบสถ์ซานออกุสติน","creator":null,"description":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โบสถ์แห่งนี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi นักอาณานิคมชาวสเปนสถาปนาอินทรามูรอสเป็นเมืองหลวง เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟไหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน\r\n\r\nที่ด้านข้างปรากฏหอระฆังซึ่งเดิมมี 2 หอแต่ปัจจุบันเหลือเพียงหอเดียวเนื่องจากภัยแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 19","provenance":"โบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โบสถ์แห่งนี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ Legazpi นักอาณานิคมชาวสเปนสถาปนาอินทรามูรอสเป็นเมืองหลวง เดิมโบสถ์สร้างด้วยไม้แต่ถูกไฟไหม้เมื่อเทียนที่จุดบูชาหลุมศพนั้นเกิดอุบัติเหตุ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1599-1606 และยังคงปรากฏจนถึงปัจจุบัน\r\n\r\nที่ด้านข้างปรากฏหอระฆังซึ่งเดิมมี 2 หอแต่ปัจจุบันเหลือเพียงหอเดียวเนื่องจากภัยแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 19","subject":"โบสถ์ซานออกุสติน","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/742"},{"type":"จิตรกรรม","title":"หน้าต่างประดับกระจกสี  โบสถ์ซานเซบาสเตียน","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"โบสถ์ซานเซบาสเตียน","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/743"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"พระพุทธรูป, ศิลปะจีน, ปราสาทดงเดือง","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/744"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบันรูปวิษณุอนันตศายินจากปราสาทมิเซิน E","creator":null,"description":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13","provenance":"ปราสาทมิเซิน กลุ่ม E เป็นปราสาทมิเซินกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มปราสาทมิเซินทั้งหมด โดยอาจตรงกับระยะแรกของการสถาปนาพระภัทเรศวรขั้นเป็นศิวลึงค์ประจำราชอาณาจักรจามมรพุทธศตวรรษที่ 12-13","subject":"พระวิษณุ, มิเซิน, วิษณุอนันตศายิน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/745"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร","creator":null,"description":"ในสมัยหัวล่ายมีความสัมพันธ์กันทั้งทางด้านศาสนาและการเมืองกับอาณาจักรชวา อนึ่ง เนื่องจากชาวจามเองก็พูดภาษาตระกูลเดียวกันกับชวาจึงอาจทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างจามกับชวาอย่างมาก ดังปรากฏในศิลปกรรมจำนวนมาก","provenance":"ในสมัยหัวล่ายมีความสัมพันธ์กันทั้งทางด้านศาสนาและการเมืองกับอาณาจักรชวา อนึ่ง เนื่องจากชาวจามเองก็พูดภาษาตระกูลเดียวกันกับชวาจึงอาจทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างจามกับชวาอย่างมาก ดังปรากฏในศิลปกรรมจำนวนมาก","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, ชวา","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/746"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุทรงครุฑ","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระวิษณุ","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/747"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กร","creator":null,"description":"ในสมัยหัวล่ายมีความสัมพันธ์กันทั้งทางด้านศาสนาและการเมืองกับอาณาจักรชวา อนึ่ง เนื่องจากชาวจามเองก็พูดภาษาตระกูลเดียวกันกับชวาจึงอาจทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างจามกับชวาอย่างมาก ดังปรากฏในศิลปกรรมจำนวนมาก","provenance":"ในสมัยหัวล่ายมีความสัมพันธ์กันทั้งทางด้านศาสนาและการเมืองกับอาณาจักรชวา อนึ่ง เนื่องจากชาวจามเองก็พูดภาษาตระกูลเดียวกันกับชวาจึงอาจทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างจามกับชวาอย่างมาก ดังปรากฏในศิลปกรรมจำนวนมาก","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, ชวา","spatial":null,"temporal":"หัวล่าย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/748"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ครอบมุขลึงค์","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ศิวลึงค์, มุขลึงค์","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/749"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเศียรของพระพุทธรูปจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"พระพุทธรูป, ปราสาทดงเดือง","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/750"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ฐานชุกชีจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"ปราสาทดงเดือง, ฐานชุกชี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/751"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ: ฐานชุกชีจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"พุทธประวัติ, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, ปราสาทดงเดือง, ฐานชุกชี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/752"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ: ฐานชุกชีจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"พุทธประวัติ, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, ปราสาทดงเดือง, ฐานชุกชี","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/753"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พญามารจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนางัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"ปราสาทดงเดือง, พญามาร","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/754"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาลจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนาวัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนาวัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"ทวารบาล, ปราสาทดงเดือง, อินทรวรมัน","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/755"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาลจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนาวัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนาวัดลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"ทวารบาล, ปราสาทดงเดือง, อินทรวรมัน","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/756"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางปรัชญาปารมิตาจากปราสาทดงเดือง","creator":null,"description":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","provenance":"พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 โปรดให้สถาปนานางลักษมีนทรโลเกศวรขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพุทธศาสนามหายาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้แก่ปราสาทดงเดืองซึ่งถือเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะจาม","subject":"พระโพธิสัตว์, ปราสาทดงเดือง, พุทธมหายาน, ปรัชญาปารมิตา","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/757"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุทรงครุฑ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระวิษณุ, ครุฑ","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/758"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาลหน้าตาดุร้าย","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ทวารบาล, ยักษ์","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/759"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ซุ้มกาลมกร","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"มิเซิน, มกร, กาล, หน้ากาล","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/760"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ฐานรูปนางอัปสรเต้นรำและนักดนตรี","creator":null,"description":"ปราสาทจาเกียว เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองสิงหปุระ เมืองหลวงสมัยมิเซิน A1 เป็นปราสาทที่อุทิศให้กับพระศิวะแต่พังทลายลงนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประติมากรรมที่ถูกค้นพบจากปราสาทแห่งนี้ถือว่ามีความหลากหลายมาก ทั้งประติมากรรมรูปคนเต้นรำและและสัตว์ต่างๆที่กำลังเคลื่อนไหว","provenance":"ปราสาทจาเกียว เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองสิงหปุระ เมืองหลวงสมัยมิเซิน A1 เป็นปราสาทที่อุทิศให้กับพระศิวะแต่พังทลายลงนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประติมากรรมที่ถูกค้นพบจากปราสาทแห่งนี้ถือว่ามีความหลากหลายมาก ทั้งประติมากรรมรูปคนเต้นรำและและสัตว์ต่างๆที่กำลังเคลื่อนไหว","subject":"มิเซิน, อัปสร","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/761"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระกรรติเกยะประทับบนนกยูง","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"พระศิวะ, พระศิวะ, มิเซิน, มิเซิน, พระกรรติเกยะ, พระกรรติเกยะ, นกยูง, นกยูง","spatial":null,"temporal":"ดงเดือง, มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/762"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบันรูปพระวิษณุ","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"พระวิษณุ, มิเซิน, นาค","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/763"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบันรูปครุฑและนาค","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"พระวิษณุ, มิเซิน, ครุฑ, นาค, หน้าบัน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/764"},{"type":"ประติมากรรม","title":"สิงห์ยกขาจากปราสาทจาเกียว","creator":null,"description":"ปราสาทจาเกียว เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองสิงหปุระ เมืองหลวงสมัยมิเซิน A1 เป็นปราสาทที่อุทิศให้กับพระศิวะแต่พังทลายลงนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประติมากรรมที่ถูกค้นพบจากปราสาทแห่งนี้ถือว่ามีความหลากหลายมาก ทั้งประติมากรรมรูปคนเต้นรำและและสัตว์ต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว","provenance":"ปราสาทจาเกียว เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมืองสิงหปุระ เมืองหลวงสมัยมิเซิน A1 เป็นปราสาทที่อุทิศให้กับพระศิวะแต่พังทลายลงนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ประติมากรรมที่ถูกค้นพบจากปราสาทแห่งนี้ถือว่ามีความหลากหลายมาก ทั้งประติมากรรมรูปคนเต้นรำและและสัตว์ต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว","subject":"พระศิวะ, สิงห์, เทวาลัยพระศิวะ, ปราสาทจาเกียว, วยาล, สิงหปุระ","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/765"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรบุคคลสวมมงกุฎแหลม","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"มิเซิน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/766"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ส่วนประดับมุมปราสาทรูปบุคคล","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"มิเซิน","spatial":null,"temporal":"มิเซิน A1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/767"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศิวะ","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระศิวะ","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/768"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบันรูปมหิษาสูรมรรทนีที่ปราสาทโพนคร","creator":null,"description":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","provenance":"ปราสาทโพนคร เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปของพระภควตี ภาคหนึ่งของพระอุมา เป็นเทพีประจำอาณาจักรจามปาภาคใต้ โดยมีประวัติมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ว่า มีการสถาปนาปราสาทถวายแด่เทวรูปพระภควตีมาตั้งแต่สมัยหัวล่าย  ต่อมาถูกองทัพขอมข้าทำลายในพุทธศตวรรษที่ 15 ทำให้มีการสร้างปราสาทหลังใหม่ในสมัยบิญดิ่นตอนต้น ซึ่งก็คือปราสาทหลังปัจจุบัน","subject":"ปราสาทโพนคร, นางทุรคา, มหิษาสูรมรรทนี","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่นตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/769"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รูปสัตว์จากปราสาทถาปมาม","creator":null,"description":"ประติมากรรมรูปสัตว์สมัยบิญดิ่น แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมากเนื่องด้วยอิทธิพลจากศิลปะจีน ประติมากรรมรูปสัตว์เลห่านี้ค้นพบจำนวนมากจากปราสาทถาปมาม","provenance":"ประติมากรรมรูปสัตว์สมัยบิญดิ่น แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมากเนื่องด้วยอิทธิพลจากศิลปะจีน ประติมากรรมรูปสัตว์เลห่านี้ค้นพบจำนวนมากจากปราสาทถาปมาม","subject":"ศิลปะจีน, ประติมากรรมรูปสัตว์, ปราสาทถาปมาม, สิงห์","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/770"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รูปสัตว์จากปราสาทถาปมาม","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"บายน, ศิลปะจีน, ประติมากรรมรูปสัตว์, ปราสาทถาปมาม, สิงห์","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/771"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รูปสัตว์จากปราสาทถาปมาม","creator":null,"description":"ประติมากรรมรูปสัตว์สมัยบิญดิ่น แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมากเนื่องด้วยอิทธิพลจากศิลปะจีน ประติมากรรมรูปสัตว์เหล่านี้ค้นพบจำนวนมากจากปราสาทถาปมาม","provenance":"ประติมากรรมรูปสัตว์สมัยบิญดิ่น แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมากเนื่องด้วยอิทธิพลจากศิลปะจีน ประติมากรรมรูปสัตว์เหล่านี้ค้นพบจำนวนมากจากปราสาทถาปมาม","subject":"ศิลปะจีน, ประติมากรรมรูปสัตว์, ปราสาทถาปมาม, สิงห์","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/772"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ศิวนาฏราชบนหน้าบันของปราสาทโพกลวงการาย","creator":null,"description":"ปราสาทโพกลวงการายสร้างขึ้นในระยะที่อาณาจักรจามได้เสื่อมถอยลงเนื่องด้วยการโจมตีของพวกเวียดนาม จนศูนย์กลางย้ายไปอยู่แถวปาณฑุรังคะอีกครั้งหนึ่ง ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะสมัยหลังที่อุทิศให้กับพระศิวะและถือเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยหลังด้วย","provenance":"ปราสาทโพกลวงการายสร้างขึ้นในระยะที่อาณาจักรจามได้เสื่อมถอยลงเนื่องด้วยการโจมตีของพวกเวียดนาม จนศูนย์กลางย้ายไปอยู่แถวปาณฑุรังคะอีกครั้งหนึ่ง ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะสมัยหลังที่อุทิศให้กับพระศิวะและถือเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยหลังด้วย","subject":"พระศิวะ, จามปา, ศิวนาฏราช, ปาณฑุรังคะ, ปราสาทโพกลวงการาย","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/773"},{"type":"ประติมากรรม","title":"มุขลึงค์ประธานในปราสาทโพกลวงการาย","creator":"","description":"<p>ปราสาทโพกลวงการายสร้างขึ้นในระยะที่อาณาจักรจามได้เสื่อมถอยลงเนื่องด้วยการโจมตีของพวกเวียดนาม จนศูนย์กลางย้ายไปอยู่แถงปาณฑุรังคะอีกครั้งหนึ่ง ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะสมัยหลังที่อุทิศให้กับพระศิวะและถือเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยหลังด้วย</p>","provenance":"<p>ปราสาทโพกลวงการายสร้างขึ้นในระยะที่อาณาจักรจามได้เสื่อมถอยลงเนื่องด้วยการโจมตีของพวกเวียดนาม จนศูนย์กลางย้ายไปอยู่แถงปาณฑุรังคะอีกครั้งหนึ่ง ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะสมัยหลังที่อุทิศให้กับพระศิวะและถือเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในศิลปะสมัยหลังด้วย</p>","subject":"พระศิวะ, ศิวลึงค์, จาม, จามปา, ปราสาทโพกลวงการาย, มุขลึงค์","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/774"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประติมากรรมประธานในปราสาทโพโรเม","creator":"","description":"<p>ปราสาทโพเม เป็นปราสาทในศิลปะจามหลังสุดท้ายที่สร้างขึ้นตามแบบประเพณี ก่อนที่ต่อมาจามจะสร้างวัดตามแบบเวียดนาม ที่ปราสาทโพโรเมเป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมในศิลปะสมัยหลังจำนวนมาก รวมถึงประติมากรรมรูปพระศิวะครึ่งพระองค์ซึ่งเรียกว่า “กษัตริย์โพโรเม” อันเป็นชื่อของกษัตริย์พระองค์หนึ่งในตำนานอีกด้วย</p>","provenance":"<p>ปราสาทโพเม เป็นปราสาทในศิลปะจามหลังสุดท้ายที่สร้างขึ้นตามแบบประเพณี ก่อนที่ต่อมาจามจะสร้างวัดตามแบบเวียดนาม ที่ปราสาทโพโรเมเป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมในศิลปะสมัยหลังจำนวนมาก รวมถึงประติมากรรมรูปพระศิวะครึ่งพระองค์ซึ่งเรียกว่า “กษัตริย์โพโรเม” อันเป็นชื่อของกษัตริย์พระองค์หนึ่งในตำนานอีกด้วย</p>","subject":"พระศิวะ, จาม, จามปา, ปราสาทโพโรเม","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/775"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประติมากรรมสมัยหลัง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระศิวะ","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/776"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประติมากรรมสมัยหลัง","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ฤๅษี","spatial":null,"temporal":"สมัยหลัง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/777"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ประติมากรรมบุคคลทรงมงกุฎ","creator":"","description":"<p>-</p>","provenance":"<p>-</p>","subject":"จาม, จามปา","spatial":null,"temporal":"มิเซิน E1","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/778"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อากาศครรภ์","creator":"","description":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","provenance":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิปะวน, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/779"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักนิทานปัญจตันตระเรื่อง “นกกระสากับปู”","creator":"","description":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","provenance":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิปะวน, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/780"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางหาริตี","creator":"","description":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","provenance":"<p>จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ</p>","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, จันทิปะวน, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/781"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประธานของจันทิเมนดุต","creator":null,"description":"จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","provenance":"จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/782"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรภายในจันทิเมนดุต","creator":null,"description":"จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","provenance":"จันทิเมนดุตสร้างขึ้นในศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่ 14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายาน โดยสร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับบุโรพุทโธที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับจันทิปะวนและบุโรพุทโธ","subject":"จันทิ, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ, จันทิเมนดุต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/783"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ต้นกัลปพฤกษ์ที่จันทิปะวน","creator":"","description":"<p>จันทิปะวน ตั้งอยู่ใกล้บุโรพุทโธ สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายานโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน</p>","provenance":"<p>จันทิปะวน ตั้งอยู่ใกล้บุโรพุทโธ สร้างขึ้นในพุทธศาสนามหายานโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน</p>","subject":"จันทิ, จันทิปะวน, ต้นกัลปพฤกษ์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/784"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธเจ้าเสด็จข้ามแม่น้ำเนรัญชรา","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"พระพุทธเจ้า, บุโรพุทโธ, เม่น้ำเนรัญชรา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/785"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธเจ้าทรงชนะมาร","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"พระพุทธเจ้า, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/786"},{"type":"ประติมากรรม","title":"การอภิเษกพระพุทธเจ้าภายหลังการปฐมเทศนา","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"พระพุทธเจ้า, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/787"},{"type":"ประติมากรรม","title":"มหากปิชาดก","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน\r\n\r\nบุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน\r\n\r\nบุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"ชาดก, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/788"},{"type":"ประติมากรรม","title":"กัจฉปาวทาน","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมื ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"ชาดก, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/789"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตามคัณฑวยุหสูตร","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/790"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องรามายณะที่จันทิปรัมบะนัน","creator":null,"description":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","provenance":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","subject":"จันทิ, จันทิปรัมบะนัน, ภาพเล่าเรื่องรามายณะ, รามายณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/791"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะที่จันทิปรัมบะนัน","creator":null,"description":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","provenance":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/792"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระธยานิพุทธรัตนสัมภวะ","creator":null,"description":"พระธยานิพุทธที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจาการ์ตา เป็นพระพุทธรูปที่นำมาจากบุโรพุทโธซึ่งถือว่าเป็นวัชรธาตุมณฑล อันเป็นมณฑลที่ประดิษฐานพระธยานิพุทธทั้งห้า","provenance":"พระธยานิพุทธที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจาการ์ตา เป็นพระพุทธรูปที่นำมาจากบุโรพุทโธซึ่งถือว่าเป็นวัชรธาตุมณฑล อันเป็นมณฑลที่ประดิษฐานพระธยานิพุทธทั้งห้า","subject":"พระพุทธเจ้า, บุโรพุทโธ, พระพุทธเจ้าปางประทาน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/793"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระธยานิพุทธ อมิตาภะ","creator":null,"description":"พระธยานิพุทธที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจาการ์ตา เป็นพระพุทธรูปที่นำมาจากบุโรพุทโธซึ่งถือว่าเป็นวัชรธาตุมณฑล อันเป็นมณฑลที่ประดิษฐานพระธยานิพุทธทั้งห้า","provenance":"พระธยานิพุทธที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจาการ์ตา เป็นพระพุทธรูปที่นำมาจากบุโรพุทโธซึ่งถือว่าเป็นวัชรธาตุมณฑล อันเป็นมณฑลที่ประดิษฐานพระธยานิพุทธทั้งห้า","subject":"พระพุทธเจ้า, ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/794"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระวิษณุ, จันทิ, จันทิบานน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/795"},{"type":null,"title":"พระพุทธรูป","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธเจ้า","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/796"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระอคัสตยะ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระอคัสตยะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/797"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระมหิษาสูรมรรทนี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"นางทุรคา, เทพเจ้าหญิง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/798"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพรหม","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพรหม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/799"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศิวะ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระศิวะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/800"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ท้าวกุเวรสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/801"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางจุนทาสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/802"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/803"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปนั่่งห้อยพระบาทสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/804"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระอมิตาภะสำริด (?)","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/805"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระมหาการุณิกะสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/806"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับยืนสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/807"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประทับยืนสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/808"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางตาราสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/809"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภฤกุฎี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, จันทิ, จันทิจาโก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/810"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระมัญชุศรี","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระโพธิสัตว์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/811"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรพร้อมด้วยบริวาร","creator":"","description":"<p>-</p>","provenance":"<p>-</p>","subject":"พระโพธิสัตว์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/812"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระหริหระ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระวิษณุ, พระศิวะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/813"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุทรงครุฑจากสระน้ำเบลาหัน","creator":null,"description":"สระน้ำเบลาหัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาเปนังกุหงันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก สระน้ำนี้เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าไอร์ลังคะ (Ailangga) การสร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิถือเป็นลักษณะพิเศษในสมัยชวาภาคตะวันออกโดยพระราชบิดาของพระเจ้าไอร์ลังคะก็สร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิเช่นกัน สระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำมาจากลำธารเล็กๆ  ผนังสระตัดเข้าไปในภูเขาแล้วก่อเขื่อนด้วยอิฐ แล้วกำหนดให้น้ำจากลำธารนั้นไหลผ่านประติมากรรมที่อยู่ในซุ้มจระนำที่เขื่อนอิฐดังกล่าว เขื่อนอิฐมีซุ้มจระนำ 3 ซุ้ม ซุ้มกลางประดิษฐานพระวิษณุทรงครุฑ (ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โตรวุลันแล้ว) อีกสองซุ้มปรากฏประติมากรรมพระลักษมีและพระศรี ทั้งสององค์เป็นชายาพระวิษณุ เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี","provenance":"สระน้ำเบลาหัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาเปนังกุหงันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก สระน้ำนี้เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าไอร์ลังคะ (Ailangga) การสร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิถือเป็นลักษณะพิเศษในสมัยชวาภาคตะวันออกโดยพระราชบิดาของพระเจ้าไอร์ลังคะก็สร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิเช่นกัน สระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำมาจากลำธารเล็กๆ  ผนังสระตัดเข้าไปในภูเขาแล้วก่อเขื่อนด้วยอิฐ แล้วกำหนดให้น้ำจากลำธารนั้นไหลผ่านประติมากรรมที่อยู่ในซุ้มจระนำที่เขื่อนอิฐดังกล่าว เขื่อนอิฐมีซุ้มจระนำ 3 ซุ้ม ซุ้มกลางประดิษฐานพระวิษณุทรงครุฑ (ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โตรวุลันแล้ว) อีกสองซุ้มปรากฏประติมากรรมพระลักษมีและพระศรี ทั้งสององค์เป็นชายาพระวิษณุ เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี","subject":"พระวิษณุ, พระเจ้าไอร์ลังคะ, ครุฑ, เบลาหัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/814"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระลักษมีที่สระน้ำเบลาหัน","creator":null,"description":"สระน้ำเบลาหัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาเปนังกุหงันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก สระน้ำนี้เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าไอร์ลังคะ (Ailangga) การสร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิถือเป็นลักษณะพิเศษในสมัยชวาภาคตะวันออกโดยพระราชบิดาของพระเจ้าไอร์ลังคะก็สร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิเช่นกันสระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำมาจากลำธารเล็กๆ  ผนังสระตัดเข้าไปในภูเขาแล้วก่อเขื่อนด้วยอิฐ แล้วกำหนดให้น้ำจากลำธารนั้นไหลผ่านประติมากรรมที่อยู่ในซุ้มจระนำที่เขื่อนอิฐดังกล่าว เขื่อนอิฐมีซุ้มจระนำ 3 ซุ้ม ซุ้มกลางประดิษฐานพระวิษณุทรงครุฑ (ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โตรวุลันแล้ว) อีกสองซุ้มปรากฏประติมากรรมพระลักษมีและพระศรี ทั้งสององค์เป็นชายาพระวิษณุ เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี","provenance":"สระน้ำเบลาหัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาเปนังกุหงันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสมัยชวาภาคตะวันออก สระน้ำนี้เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าไอร์ลังคะ (Ailangga) การสร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิถือเป็นลักษณะพิเศษในสมัยชวาภาคตะวันออกโดยพระราชบิดาของพระเจ้าไอร์ลังคะก็สร้างสระน้ำเพื่อฝังพระอัฐิเช่นกันสระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำมาจากลำธารเล็กๆ  ผนังสระตัดเข้าไปในภูเขาแล้วก่อเขื่อนด้วยอิฐ แล้วกำหนดให้น้ำจากลำธารนั้นไหลผ่านประติมากรรมที่อยู่ในซุ้มจระนำที่เขื่อนอิฐดังกล่าว เขื่อนอิฐมีซุ้มจระนำ 3 ซุ้ม ซุ้มกลางประดิษฐานพระวิษณุทรงครุฑ (ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์โตรวุลันแล้ว) อีกสองซุ้มปรากฏประติมากรรมพระลักษมีและพระศรี ทั้งสององค์เป็นชายาพระวิษณุ เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี","subject":"พระเจ้าไอร์ลังคะ, เบลาหัน, พระลักษมี, เขาเปนังกุหงัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/815"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ครุฑตกเป็นทาสของนาค","creator":"","description":"<p>จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803</p><p>จันทิแห่งนี้มีภาพเล่าเรื่องพญาครุฑขโมยน้ำอมฤตเพื่อมาช่วยพระมารดา น้ำอมฤตเป็นน้ำแห่งความเป็นอมตะ ด้วยเหตุนี้ จึงสัมพันธ์กับคติเทวาราชา คือช่วยให้ผู้ตายได้รับชีวิตอมตะ</p>","provenance":"<p>จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803</p><p>จันทิแห่งนี้มีภาพเล่าเรื่องพญาครุฑขโมยน้ำอมฤตเพื่อมาช่วยพระมารดา น้ำอมฤตเป็นน้ำแห่งความเป็นอมตะ ด้วยเหตุนี้ จึงสัมพันธ์กับคติเทวาราชา คือช่วยให้ผู้ตายได้รับชีวิตอมตะ</p>","subject":"พระวิษณุ, จันทิ, จันทิกิดาล, ราชวงศ์สิงหาส่าหรี, ครุฑ, นาค, พระเจ้าอนุษบดี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/816"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ครุฑกำลังนำน้ำอมฤต","creator":"","description":"<p>จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803 จันทิแห่งนี้มีภาพเล่าเรื่องพญาครุฑขโมยน้ำอมฤตเพื่อมาช่วยพระมารดา น้ำอมฤตเป็นน้ำแห่งความเป็นอมตะ ด้วยเหตุนี้ จึงสัมพันธ์กับคติเทวาราชา คือช่วยให้ผู้ตายได้รับชีวิตอมตะ</p>","provenance":"<p>จันทิกิดาล เป็นสถานที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอนุษบดีแห่งราชวงศ์สิงหาส่าหรี พระเจ้าอนุษบดีสวรรคตใน พ.ศ.1791 เนื่องจากการสวรรคตกับพิธีศราทธ์ที่อุทิศเทวาลัยน้ำต้องห่างกัน 12 ปีเสมอ เทวาลัยหลังนี้จึงควรสร้างเสร็จใน พ.ศ. 1803 จันทิแห่งนี้มีภาพเล่าเรื่องพญาครุฑขโมยน้ำอมฤตเพื่อมาช่วยพระมารดา น้ำอมฤตเป็นน้ำแห่งความเป็นอมตะ ด้วยเหตุนี้ จึงสัมพันธ์กับคติเทวาราชา คือช่วยให้ผู้ตายได้รับชีวิตอมตะ</p>","subject":"จันทิ, จันทิกิดาล, ราชวงศ์สิงหาส่าหรี, พระเจ้าอนุษบดี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/817"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่อง “ปาณฑพเล่นสกากับเการพ”","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"มหาภารตะ, ปาณฑพ, เการพ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/818"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่อง “เปลื้องผ้านางเทราปตี”","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จันทิ, จันทิจาโก, มหาภารตะ, ปาณฑพ, เทราปตี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/819"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่อง “อรชุนบำเพ็ญตบะ”","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จันทิ, จันทิจาโก, มหาภารตะ, ปาณฑพ, อรชุน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/820"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้ากาลแบบชวาภาคตะวันออก","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จันทิ, จันทิจาโก, กาล","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/821"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระโพธิสัตว์อโมฆบาศ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"อวโลกิเตศวร, พระโพธิสัตว์, จันทิ, จันทิจาโก","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/822"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รามายณะตอนจองถนน","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, รามายณะ, รามายณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก, ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/823"},{"type":"ประติมากรรม","title":"รามายณะตอนพระราม พระลักษมณีและกองทัพลิง","creator":null,"description":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","provenance":"จันทิปะนะตะรัน ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดของชวาภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใกล้เมืองบลิตาร์ เป็นจันทิที่อุทิศให้กับพระศิวะศาสนสถานแห่งนี้สร้างสมัยราชวงศ์มัชฌปาหิต","subject":"จันทิ, จันทิ, จันทิปะนะตะรัน, จันทิปะนะตะรัน, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, ราชวงศ์มัชฌปาหิต, ภาพเล่าเรื่องรามายณะ, ภาพเล่าเรื่องรามายณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคตะวันออก, ศิลปะชวาภาคตะวันออก ราชวงศ์มัชฌปาหิต","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/824"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แม่มดรังดา","creator":null,"description":"ปุระดาเล็ม (Pura Dalem) คือวัดที่สร้างขึ้นอุทิศให้กับคนตาย เป็นหนึ่งในสามปุระของหมู่บ้าน โดยปุระอื่นๆได้แก่ ปุระเทศะ(Pura Desa)  หรือวัดประจำหมู่บ้าน และ “ปุระปูเซห์” (Pura Puseh) หรือวัดที่อุทิศให้กับบรรพบุรุษผู้ดูแลหมู่บ้านปุระดาเล็มมักตั้งอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน เป็นทิศที่ไปทางทะเลอันเป็นอัปมงคล แตกต่างไปจากปุระเทศะซึ่งมักตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน และปุระปูเซห์ อันตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านซึ่งเป็นทิศมงคลนอกจากนี้ ปุระดาเล็มมักตั้งอยู่ภายในป่าชุมชน อันเป็นป่าที่อุทิศให้กับคนตาย ป่านี้เป็นที่อยู่ของลิงซึ่งมักเรียกกันในสมัยปัจจุบันว่า ป่าลิง (Monkey Forest) ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่ปุระดาเล็มแห่งเมืองอุบุด (Ubud)","provenance":"ปุระดาเล็ม (Pura Dalem) คือวัดที่สร้างขึ้นอุทิศให้กับคนตาย เป็นหนึ่งในสามปุระของหมู่บ้าน โดยปุระอื่นๆได้แก่ ปุระเทศะ(Pura Desa)  หรือวัดประจำหมู่บ้าน และ “ปุระปูเซห์” (Pura Puseh) หรือวัดที่อุทิศให้กับบรรพบุรุษผู้ดูแลหมู่บ้านปุระดาเล็มมักตั้งอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน เป็นทิศที่ไปทางทะเลอันเป็นอัปมงคล แตกต่างไปจากปุระเทศะซึ่งมักตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน และปุระปูเซห์ อันตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านซึ่งเป็นทิศมงคลนอกจากนี้ ปุระดาเล็มมักตั้งอยู่ภายในป่าชุมชน อันเป็นป่าที่อุทิศให้กับคนตาย ป่านี้เป็นที่อยู่ของลิงซึ่งมักเรียกกันในสมัยปัจจุบันว่า ป่าลิง (Monkey Forest) ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่ปุระดาเล็มแห่งเมืองอุบุด (Ubud)","subject":"ปุระดาเล็ม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/825"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ชาวบาหลีขี่จักรยาน","creator":null,"description":"ในบาหลีภาคเหนือเคยเป็นที่ตั้งของแคว้นสิงคราชา (Singaraja) ซึ่งปรากฏสกุลช่างทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากศิลปะบาหลีโดยปกติอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างปุระในสกุลช่างสิงคราชา คือ ปุระมุดุเวการาง (Pura Muduwe Karang)","provenance":"ในบาหลีภาคเหนือเคยเป็นที่ตั้งของแคว้นสิงคราชา (Singaraja) ซึ่งปรากฏสกุลช่างทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากศิลปะบาหลีโดยปกติอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างปุระในสกุลช่างสิงคราชา คือ ปุระมุดุเวการาง (Pura Muduwe Karang)","subject":"ปุระมุดุเวการาง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาหลี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/826"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, ยัชวราหะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/827"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ทับหลัง, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, หน้ากาล, ยัชวราหะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/828"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"ประตูพระราชวังหลวง สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสู                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        ริยวรมันที่ 1 ผู้สร้างปราสาทพิมานอากาศ ซึ่งประตูพระราชวังดังกล่าวนี้สร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบพระราชวังและปราสาทพิมานอากาศ การสร้างกำแพงวังที่ทำจากหินนั้น เป็นแนวความคิดใหม่ที่เพื่อจะแก้ไขข้อบกพร่องของการทำรั้วด้วยไม้ ซึ่งง่ายต่อการถูกโจมตี","provenance":"ประตูพระราชวังหลวง สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสู                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        ริยวรมันที่ 1 ผู้สร้างปราสาทพิมานอากาศ ซึ่งประตูพระราชวังดังกล่าวนี้สร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบพระราชวังและปราสาทพิมานอากาศ การสร้างกำแพงวังที่ทำจากหินนั้น เป็นแนวความคิดใหม่ที่เพื่อจะแก้ไขข้อบกพร่องของการทำรั้วด้วยไม้ ซึ่งง่ายต่อการถูกโจมตี","subject":"ทับหลัง, บาปวน, ฮินดู, พระราชวังหลวง, คลัง, สูริยวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาปวน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/829"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"ทับหลังติดอยู่กับตัวปราสาทที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 โดยสร้างหลังจากที่พระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงจากบนเขาพนมกุเลนลงมาบนพื้นราบที่เรียกว่า เมืองหริหราลัย\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","provenance":"ทับหลังติดอยู่กับตัวปราสาทที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 โดยสร้างหลังจากที่พระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงจากบนเขาพนมกุเลนลงมาบนพื้นราบที่เรียกว่า เมืองหริหราลัย\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","subject":"ทับหลัง, กุเลน, ชัยวรมันที่ 2, ชวา, ฮินดู, หริหราลัย","spatial":null,"temporal":"ศิลปะกุเลน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/830"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระวิษณุ, กุเลน, จักร, สังข์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะกุเลน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/831"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาล","creator":null,"description":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","provenance":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, พระโค, อินทรวรมัน, เทวราชา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/832"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ลายประดับ รูปหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย","creator":null,"description":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","provenance":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","subject":"ฮินดู, พระโค, หน้ากาล","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/833"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","provenance":"ปราสาทพระโค ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนพื้นราบตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายบรรพบุรุษและบรรพสตรี","subject":"ทับหลัง, เกาะแกร์, กุเลน, พระโค, อินทรวรมัน, เทวราชา, แปรรูป, กาล","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/834"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พญานาค","creator":null,"description":"ปราสาทบากอง ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนฐานเป็นชั้นตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่เทพเจ้า","provenance":"ปราสาทบากอง ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมัน โดยเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนฐานเป็นชั้นตามคติเทวราชา โดยเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่เทพเจ้า","subject":"ฮินดู, พระโค, บากอง, อินทรวรมัน, เทวราชา, นาค","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/835"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุ ภายในปราสาทกระวาน","creator":null,"description":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","provenance":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","subject":"พระวิษณุ, เกาะแกร์, ฮินดู, กระวาน, มหิธรวรมัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/836"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุตรีวิกรม ภายในปราสาทกระวาน","creator":null,"description":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","provenance":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","subject":"พระวิษณุ, เกาะแกร์, ฮินดู, กระวาน, มหิธรวรมัน, ตรีวิกรม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/837"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระวิษณุทรงครุฑ ภายในปราสาทกระวาน","creator":null,"description":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","provenance":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","subject":"พระวิษณุ, เกาะแกร์, ฮินดู, ครุฑ, กระวาน, มหิธรวรมัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/838"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระลักษมี ภายในปราสาทกระวาน","creator":null,"description":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","provenance":"ปราสาทกระวานนี้พบจารึกที่กรอบประตูกล่าวว่าสร้างโดยขุนนางที่ชื่อว่า มหิธรวรมัน โดยมีกลุ่มปราสาทประธาน 5 องค์ ของปราสาทกระวาน เรียงตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ","subject":"พระวิษณุ, เกาะแกร์, ฮินดู, พระลักษมี, กระวาน, มหิธรวรมัน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะเกาะแกร์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/839"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาล","creator":null,"description":"ปราสาทโลเลยสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่บรรพบุรุษและบรรพสตรี โดยตัวปราสาทสร้างอยู่บนบารายอินทรตฑาคะ","provenance":"ปราสาทโลเลยสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่บรรพบุรุษและบรรพสตรี โดยตัวปราสาทสร้างอยู่บนบารายอินทรตฑาคะ","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, พระโค, ยโศวรมัน, บาแค็ง, เทวราชา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค – ศิลปะบาแค็ง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/840"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาล","creator":null,"description":"ปราสาทโลเลยสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่บรรพบุรุษและบรรพสตรี โดยตัวปราสาทสร้างอยู่บนบารายอินทรตฑาคะ","provenance":"ปราสาทโลเลยสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่บรรพบุรุษและบรรพสตรี โดยตัวปราสาทสร้างอยู่บนบารายอินทรตฑาคะ","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, พระโค, ยโศวรมัน, บาแค็ง, เทวราชา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะพระโค – ศิลปะบาแค็ง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/841"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องนรสิงห์","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"พระวิษณุ, ชัยวรมันที่ 5, หน้าบัน, ยัชวราหะ, นรสิงห์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/842"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพอุมามเหศวร","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"พระศิวะ, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, หน้าบัน, ยัชวราหะ, พระอุมา, อุมามเหศวร","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/843"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพคชลักษมี","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"คชลักษมี, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, หน้าบัน, พระลักษมี, ยัชวราหะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/844"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทวารบาล","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, ยัชวราหะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/845"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง สลักภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะปราบพระยากงส์ ","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์\r\nทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอ","subject":"พระวิษณุ, ทับหลัง, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, ยัชวราหะ, พระกฤษณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/846"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องตอนกฤษณะปราบพระยากงส์","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"พระวิษณุ, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, หน้าบัน, ยัชวราหะ, พระกฤษณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/847"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องตอนกามเทพแผลงศร","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"พระศิวะ, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, หน้าบัน, ยัชวราหะ, พระอุมา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/848"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะ","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ฮินดู, บันทายสรี, หน้าบัน, มหาภารตะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/849"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"ทับหลัง, สมโบร์ไพรกุก, ไพรกเมง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะไพรกเมง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/850"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังสลักภาพอุมามเหศวร","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระศิวะ, ทับหลัง, บาปวน, ฮินดู, พระอุมา, อุมามเหศวร","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบาปวน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/851"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบันสลักภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ตอน โมกขศักดิ์","creator":null,"description":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระ","provenance":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระ","subject":"ทับหลัง, นครวัด, ฮินดู, สูริยวรมันที่ 2, รามายณะ, พระราม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/852"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลังสลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์","creator":null,"description":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระ\r\nโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก\r\nทับหลังในศิลปะนครวัด สืบรูปแบบมาจากศิลปะแบบบาปวน คือ ท่อนพวงมาลัยบริเวณ","provenance":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระ\r\nโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก\r\nทับหลังในศิลปะนครวัด สืบรูปแบบมาจากศิลปะแบบบาปวน คือ ท่อนพวงมาลัยบริเวณ","subject":"พระวิษณุ, ทับหลัง, นครวัด, ฮินดู, สูริยวรมันที่ 2","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/853"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักเล่าเรื่องมหาภารตะ ฉาก ภีษมะถูกศรอรชุน","creator":null,"description":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","provenance":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","subject":"นครวัด, สูริยวรมันที่ 2, มหาภารตะ, ระเบียงคด, อรชุน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/854"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางอัปสร","creator":null,"description":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","provenance":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","subject":"นครวัด, สูริยวรมันที่ 2, อัปสร","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/855"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2","creator":null,"description":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","provenance":"ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1656ภายหลังที่พระองค์ปราบดาภิเษก โดยเอาชนะพระปิตุลาคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ที่ครองราชอยู่ที่เมืองมหิทรปุระโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระวิษณุ อีกทั้งยังโปรดให้เป็นสุสานของพระองค์ดังนั้นตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก","subject":"ภาพสลัก, นครวัด, สูริยวรมันที่ 2, ระเบียงคด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/856"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ทับหลัง สลักภาพเล่าเรื่องตอนกูรมาวตาร","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระวิษณุ, ทับหลัง, นครวัด, ฮินดู, สูริยวรมันที่ 2, กูรมาวตาร, กวนเกษียรสมุทร","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/857"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เสาติดผนังและเสาประดับกรอบประตู","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระศิวะ, นครวัด, ฮินดู, เสาติดผนัง, เสาประดับกรอบประตู","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/858"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เศียรพญานาค","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"นครวัด, ฮินดู, นาค","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/859"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ครุฑแบกที่ฐานอาคารพระราชวังหลวง","creator":null,"description":"พระราชวังหลวงแต่เดิมสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 แต่ต่อมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มีการสร้างฐานเพิ่มเติมขึ้นมาโดยมีการสลักประติมากรรมต่างๆ เช่น ครุฑ นาค ช้าง เป็นต้น","provenance":"พระราชวังหลวงแต่เดิมสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 แต่ต่อมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มีการสร้างฐานเพิ่มเติมขึ้นมาโดยมีการสลักประติมากรรมต่างๆ เช่น ครุฑ นาค ช้าง เป็นต้น","subject":"บายน, พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, ครุฑ, นาค, พระราชวังหลวง, สูริยวรมันที่ 1","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/860"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลักเมืองบาดาลที่ฐานพระราชวังหลวง","creator":null,"description":"พระราชวังหลวงแต่เดิมสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 แต่ต่อมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มีการสร้างฐานเพิ่มเติมขึ้นมาโดยมีการสลักประติมากรรมต่างๆ เช่น ครุฑ นาค ช้าง เป็นต้น","provenance":"พระราชวังหลวงแต่เดิมสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 แต่ต่อมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มีการสร้างฐานเพิ่มเติมขึ้นมาโดยมีการสลักประติมากรรมต่างๆ เช่น ครุฑ นาค ช้าง เป็นต้น","subject":"พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, นาค, พระราชวังหลวง, สูริยวรมันที่ 1, บาดาล, พระยม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/861"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพสลัก เล่าเรื่องกองทัพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7","creator":null,"description":"ปราสาทบายนสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นปราสาทขนาดใหญ่หลังสุดท้ายในศิลปะเขมร สร้างขึ้นเนื่องในคติพุทธมหายาน โดยสถาปนาตัวพระองค์ให้เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า และได้สร้างพระพุทธรูปนาคปรกประดิษฐานไว้ที่ปราสาทประธาน","provenance":"ปราสาทบายนสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นปราสาทขนาดใหญ่หลังสุดท้ายในศิลปะเขมร สร้างขึ้นเนื่องในคติพุทธมหายาน โดยสถาปนาตัวพระองค์ให้เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า และได้สร้างพระพุทธรูปนาคปรกประดิษฐานไว้ที่ปราสาทประธาน","subject":"ภาพสลัก, บายน, ชัยวรมันที่ 7","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/862"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางอัปสร","creator":null,"description":"ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยพระองค์ได้สร้างปราสาทตาพรหมขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระราชมารดา โดยสถาปนาพระมารดาขึ้นให้เป็นนางปรัชญาปารมิตา","provenance":"ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยพระองค์ได้สร้างปราสาทตาพรหมขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระราชมารดา โดยสถาปนาพระมารดาขึ้นให้เป็นนางปรัชญาปารมิตา","subject":"บายน, พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, ปรัชญาปารมิตา, อัปสร, ตาพรหม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/863"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ม้าพลาหะ","creator":null,"description":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","provenance":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","subject":"อวโลกิเตศวร, บายน, พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, พลาหะ, อโนดาต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/864"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระอวโลกิเตศวร","creator":null,"description":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","provenance":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","subject":"อวโลกิเตศวร, บายน, พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, ปัทมปาณี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/865"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ท่อน้ำ สลักรูปเศียรมนุษย์","creator":null,"description":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","provenance":"ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่บนสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า บารายพระขรรค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ตามจารึกเรียกว่า ชัยตฏากะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร เพราะเปรียบได้กับสระอโนดาต","subject":"บายน, พุทธมหายาน, ชัยวรมันที่ 7, นาคพัน, อโนดาต","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/866"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพพุทธประวัติตอนทรมานช้างนาราคีรี","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระพุทธเจ้า, บายน, นครวัด, หน้าบัน, พุทธเถรวาท, ช้างนาราคีรี, พระอานนท์","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/867"},{"type":"ประติมากรรม","title":"หน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่อง พระศิวะลองใจพระอุมา","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระศิวะ, บายน, ฮินดู, หน้าบัน, พระอุมา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/868"},{"type":"ประติมากรรม","title":"อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี","creator":null,"description":"ประติมากรรมพระอวโลกิเตศวรสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18","provenance":"ประติมากรรมพระอวโลกิเตศวรสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18","subject":"อวโลกิเตศวร, บายน, ชัยวรมันที่ 7, ปัทมปาณี, อมิตาภะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/869"},{"type":"ประติมากรรม","title":"บานประตูของสิมวัดองค์ตื้อ","creator":null,"description":"แม้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะมีตำนานและอายุสมัยเก่าแก่ไปถึงพระเจ้าไชยเชษฐาแต่จากรูปแบบของอุโบสถ (สิม) กลับมีอายุเพียงรัชกาลสมเด็จเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 25","provenance":"แม้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะมีตำนานและอายุสมัยเก่าแก่ไปถึงพระเจ้าไชยเชษฐาแต่จากรูปแบบของอุโบสถ (สิม) กลับมีอายุเพียงรัชกาลสมเด็จเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 25","subject":"บานประตู, ศิลปะลาว, สิม, วัดองค์ตื้อ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/870"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"พระพุทธรูปที่ถ้ำช้าง","creator":null,"description":"พื้นที่แถบประเทศลาวภาคกลาง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในขอบเขตวัฒนธรรมทวารวดีภาคอีสาน ทำให้ค้นพบพระพุทธรูปและใบเสมาจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นก็คือพระพุทธรูปสลักหินขนาดใหญ่บนผนังเพิงผาที่ถ้ำช้าง ทางตอนเหนือนอกเมืองเวียงจันทน์","provenance":"พื้นที่แถบประเทศลาวภาคกลาง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในขอบเขตวัฒนธรรมทวารวดีภาคอีสาน ทำให้ค้นพบพระพุทธรูปและใบเสมาจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นก็คือพระพุทธรูปสลักหินขนาดใหญ่บนผนังเพิงผาที่ถ้ำช้าง ทางตอนเหนือนอกเมืองเวียงจันทน์","subject":"ถ้ำช้าง","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/871"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระบาง","creator":null,"description":"พระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานว่ากษัตริย์ขอมได้พระราชทานให้กับพระเจ้าฟ้างุ้ม  แต่ประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์เวียงคำอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทองได้ในรัชกาลต่อๆมา  ท้ายสุด เมืองเชียงทองเองก็ได้เปลี่ยนชื่อไปเป็นเมืองหลวงพระบางตามนามของพระพุทธรูป ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ได้กลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองประจำเมืองหลวงพระบาง","provenance":"พระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานว่ากษัตริย์ขอมได้พระราชทานให้กับพระเจ้าฟ้างุ้ม  แต่ประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์เวียงคำอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทองได้ในรัชกาลต่อๆมา  ท้ายสุด เมืองเชียงทองเองก็ได้เปลี่ยนชื่อไปเป็นเมืองหลวงพระบางตามนามของพระพุทธรูป ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ได้กลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองประจำเมืองหลวงพระบาง","subject":"พระบาง, พระเจ้าฟ้างุ้ม, พระราชวังหลวงพระบาง","spatial":null,"temporal":"หลังบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/872"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเจ้าองค์ตื้อ","creator":null,"description":"พระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานว่าพระเจ้าไชยเชษฐาโปรดให้หล่อพระองค์นี้ด้วยน้ำหนักทองที่หนักมาก ( 1ตื้อ = 1000 กิโลกรัม) ด้วยเหตุนี้ พระพุทธรูปองค์นี้จึงมีนามว่าพระองค์ตื้อ","provenance":"พระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานว่าพระเจ้าไชยเชษฐาโปรดให้หล่อพระองค์นี้ด้วยน้ำหนักทองที่หนักมาก ( 1ตื้อ = 1000 กิโลกรัม) ด้วยเหตุนี้ พระพุทธรูปองค์นี้จึงมีนามว่าพระองค์ตื้อ","subject":"พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, วัดองค์ตื้อ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/873"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ฐานของพระพุทธรูปสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ศิลปะลาว, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/874"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ศิลปะลาว, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/875"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปสำริด","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, ประติมากรรมสำริด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/876"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่วัดมโนรม","creator":null,"description":"พระพุทธรูปองค์นี้ พงศาวดารกล่าวว่าสร้างขึ้นในรัชกาลของพระเจ้าสามแสนไทไตรภูวนาท อาณาจักรล้านช้างในระยะนี้ คงมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรน่านและอาณาจักรล้านนาพอสมควร จึงทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปในศิลปะสุโขทัยและศิลปะอื่นๆอย่างมาก","provenance":"พระพุทธรูปองค์นี้ พงศาวดารกล่าวว่าสร้างขึ้นในรัชกาลของพระเจ้าสามแสนไทไตรภูวนาท อาณาจักรล้านช้างในระยะนี้ คงมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรน่านและอาณาจักรล้านนาพอสมควร จึงทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปในศิลปะสุโขทัยและศิลปะอื่นๆอย่างมาก","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ศิลปะลาว","spatial":null,"temporal":"ทวารวดี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/877"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่วัดแสน","creator":null,"description":"วัดแสน เป็นวัดที่สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้ากิ่งกิสราช ราวพุทธศตวรรษที่ 23 ในระยะที่อาราจักรหลวงพระบางได้แยกตัวออกมาจากอาณาจักรเวียงจันทน์แล้ว พระพุทธรูปภายในวัดนี้จึงควรมีอายุหลังจากพุทธศตวรรษที่ 23 ลงมา","provenance":"วัดแสน เป็นวัดที่สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้ากิ่งกิสราช ราวพุทธศตวรรษที่ 23 ในระยะที่อาราจักรหลวงพระบางได้แยกตัวออกมาจากอาณาจักรเวียงจันทน์แล้ว พระพุทธรูปภายในวัดนี้จึงควรมีอายุหลังจากพุทธศตวรรษที่ 23 ลงมา","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ศิลปะลาว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/878"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่วัดศรีบุญเรือง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธเจ้า, ศิลปะลาว","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/879"},{"type":"ประติมากรรม","title":"การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของแม่พระ","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์ซานตามาเรีย","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/880"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระเยซูองค์ดำ","creator":null,"description":"ในบาซิลิก้าแห่งไควอาโป ปรากฏรูปพระเยซูซึ่งได้รับการนับถือมากที่สุดในเมืองมะนิลาหรือในประเทศฟิลิปปินส์ นั่นคือพระเยซูองค์ดำหรือ “ชาวเมืองนาซาเรธสีดำ” ประติมากรรมชิ้นนี้มีประวัติว่านำมาจากเม็กซิโกซึ่งเป็นเมืองขึ้นของสเปนเช่นเดียวกัน ประติมากรรมทำจากไม้สีดำซึ่งส่งเสริมความศักดิ์สิทธิ์ของประติมากรรมชิ้นนี้","provenance":"ในบาซิลิก้าแห่งไควอาโป ปรากฏรูปพระเยซูซึ่งได้รับการนับถือมากที่สุดในเมืองมะนิลาหรือในประเทศฟิลิปปินส์ นั่นคือพระเยซูองค์ดำหรือ “ชาวเมืองนาซาเรธสีดำ” ประติมากรรมชิ้นนี้มีประวัติว่านำมาจากเม็กซิโกซึ่งเป็นเมืองขึ้นของสเปนเช่นเดียวกัน ประติมากรรมทำจากไม้สีดำซึ่งส่งเสริมความศักดิ์สิทธิ์ของประติมากรรมชิ้นนี้","subject":"โบสถ์, พระเยซู","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/881"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, แม่พระ","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/882"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระศพของพระเยซู","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์ซานเซบาสเตียน, พระเยซู","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/883"},{"type":"ประติมากรรม","title":"แม่พระฟาติมา","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, แม่พระ","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/884"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระนางมาเรียมหาทุกข์","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/885"},{"type":"ประติมากรรม","title":"เซนต์เจมส์ย่ำยีพวกมัวร์","creator":null,"description":"ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน  ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมา ในศตวรรษที่ 18 มีกรสร้างประตูของป้อมอุทิศให้กับเซนต์เจมส์ นักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน  ต่อมาประตูแห่งนี้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปลายศตวรรษที่ 20","provenance":"ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน  ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ป้อมนี้เดิมมีกำแพงสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมา ในศตวรรษที่ 18 มีกรสร้างประตูของป้อมอุทิศให้กับเซนต์เจมส์ นักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน  ต่อมาประตูแห่งนี้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปลายศตวรรษที่ 20","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, เซนต์","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/886"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปิเอต้า","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, พระเยซู","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/887"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ซานโตนีโญ่","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/888"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระตรีเอกภาพ","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"นิกายโรมันคาธอลิก, อาสนวิหาร, พระตรีเอกภาพ","spatial":null,"temporal":"สมัยอาณานิคมสเปน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/889"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทนครวัด","creator":null,"description":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย","provenance":"พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย","subject":"พระวิษณุ, นครวัด, เทวราชา, ปราสาทนครวัด, สูริยวรมันที่ 2","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/890"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับยืนที่ชเวซิกอง","creator":null,"description":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซิกองเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองจากลังกา เจดีย์องค์นี้มีขนาดใหญ่มากจึงสร้างสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าจันสิตถา ส่วนพระพุทธรูปกลุ่มนี้อาจหล่อขึ้นพร้อมหรือหลังจากรัชกาลของพระเจ้าจันสิตถาก็ได้","provenance":"พระเจ้าอโนรธาโปรดให้สร้างเจดีย์ชเวซิกองเพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองจากลังกา เจดีย์องค์นี้มีขนาดใหญ่มากจึงสร้างสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าจันสิตถา ส่วนพระพุทธรูปกลุ่มนี้อาจหล่อขึ้นพร้อมหรือหลังจากรัชกาลของพระเจ้าจันสิตถาก็ได้","subject":"ลังกา, พุกาม, พระเจ้าอโนรธา, พระเจ้าจันสิตถา, เจดีย์ชเวซิกอง","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/891"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับยืนที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พระพุทธรูป, พุกาม, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/892"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประทับนั่งที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าวส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าวส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/893"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตอนประสูติที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/894"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตอนออกผนวชที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/895"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตอนออกผนวชที่อานันทเจดีย์","creator":"","description":"<p>พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว</p><p>ส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน</p>","provenance":"<p>พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว</p><p>ส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน</p>","subject":"พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/896"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตอนปราบช้างที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์น้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าว\r\nส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/897"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตอนปรินิพพานที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าวส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","provenance":"พระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยมีตำนานกล่าวว่าพระสงฆ์จากอินเดียได้เล่าถึงถ้ำนันทมูลในภูเขาคันธมาทน์ พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เหมือนกับถ้ำดังกล่าวส่วนพระพุทธรูปภายในอานันทเจดีย์ก็คงสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเจดีย์ในรัชกาลเดียวกัน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุกาม, ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ, พระเจ้าจันสิตถา, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/898"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพดินเผาเคลือบรอบอานันทเจดีย์","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พุกาม, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/899"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพดินเผาเคลือบรอบอานันทเจดีย์","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พุกาม, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/900"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ซุ้มหน้าต่างของเจดีย์กุพโยคจีที่มยิงกาบา","creator":null,"description":"เจ้าชายราชกุมาร โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพ่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาในยามที่พระองค์ประชวรในวาระสุดท้าย โดยจารึกมยาเซดีย์ได้กล่าวถึงการกระทำบุญของเจ้าชายราชกุมารโดยละเอียดว่ามีการสร้างพระพุทธรูปทองคำเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาด้วย","provenance":"เจ้าชายราชกุมาร โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพ่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาในยามที่พระองค์ประชวรในวาระสุดท้าย โดยจารึกมยาเซดีย์ได้กล่าวถึงการกระทำบุญของเจ้าชายราชกุมารโดยละเอียดว่ามีการสร้างพระพุทธรูปทองคำเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าจันสิตถาด้วย","subject":"พุกาม, เจดีย์กุพโยคจี","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/901"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ซุ้มเคล็กของเจดีย์กุพโยคแงที่มยิงกาบา","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พุกาม, ซุ้มเคล็ก, เจดีย์กุพโยคแง","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/902"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ซุ้มหน้านางแบบลังกา","creator":null,"description":"พระเจ้านรปติสิทธุ กษัตริย์สมัยพุกามตอนปลาย โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","provenance":"พระเจ้านรปติสิทธุ กษัตริย์สมัยพุกามตอนปลาย โปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น","subject":"พุทธเถรวาท, ซุ้มหน้านาง, เจดีย์ธรรมยาสิกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/903"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ลายหน้ากาลคายพวงมาลัย-พวงอุบะ","creator":null,"description":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","provenance":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","subject":"เจดีย์ติโลมินโล, พระเจ้านันตวงมยา, หน้ากาล, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/904"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ลายกาบล่างประดับหน้ากาล","creator":null,"description":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","provenance":"พระเจ้านันตวงมยาหรือพระเจ้าติโลมินโลโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่าโปรดให้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทเนื่องจากฉัตรได้เอนเข้าหาพระองค์","subject":"เจดีย์ติโลมินโล, พระเจ้านันตวงมยา, หน้ากาล, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/905"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปทรงเครื่องที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระพุทธรูป, พระพุทธรูปทรงเครื่อง, อานันทเจดีย์, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/906"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปสมัยมัณฑเลที่อานันทเจดีย์","creator":null,"description":"แม้ว่าตามประวัติ แล้วพระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น แต่เจดีย์องค์นี้ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่องเนื่องด้วยการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน ในสมัยมัณฑเลได้เกิดไฟไหม้ขึ้นทำให้พระพุทธรูปสมัยพุกามเดิมเสียหายจำนวนสององค์ ด้วยเหตุนี้จึงมีการสร้างพระพุทธรูปสมัยมัณฑเลขึ้นทดแทน","provenance":"แม้ว่าตามประวัติ แล้วพระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น แต่เจดีย์องค์นี้ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่องเนื่องด้วยการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน ในสมัยมัณฑเลได้เกิดไฟไหม้ขึ้นทำให้พระพุทธรูปสมัยพุกามเดิมเสียหายจำนวนสององค์ ด้วยเหตุนี้จึงมีการสร้างพระพุทธรูปสมัยมัณฑเลขึ้นทดแทน","subject":"พระพุทธเจ้า, พุกาม, พระเจ้าจันสิตถา, อานันทเจดีย์","spatial":null,"temporal":null,"language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/907"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปสมัยมัณฑเลที่เจดีย์ชเวซิกอง","creator":null,"description":"แม้ว่าตามประวัติ แล้วพระเจ้าอโนรธาและพระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น แต่เจดีย์องค์นี้ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่องเนื่องด้วยการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน ในสมัยมัณฑเลได้มีการสร้างปยาทาดและพระพุทธรูปสมัยมัณฑเลขึ้นโดยรอบเจดีย์ประธาน","provenance":"แม้ว่าตามประวัติ แล้วพระเจ้าอโนรธาและพระเจ้าจันสิตถาโปรดให้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้น แต่เจดีย์องค์นี้ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่องเนื่องด้วยการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน ในสมัยมัณฑเลได้มีการสร้างปยาทาดและพระพุทธรูปสมัยมัณฑเลขึ้นโดยรอบเจดีย์ประธาน","subject":"พระพุทธรูป, เจดีย์ชเวซิกอง, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/908"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปสมัยมัณฑเลที่เจดีย์เอ็นดอยา","creator":null,"description":"เจดีย์เอ็นดอยาสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าปกันมินผู้ครองเมืองอมรปุระเป็นองค์สุดท้ายก่อนที่เมืองหลวงจะย้ายมาที่เมืองมัณฑเล เจดีย์องค์นี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจสร้างขึ้นในรัชกาลนี้หรือรัชกาลถัดมา","provenance":"เจดีย์เอ็นดอยาสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าปกันมินผู้ครองเมืองอมรปุระเป็นองค์สุดท้ายก่อนที่เมืองหลวงจะย้ายมาที่เมืองมัณฑเล เจดีย์องค์นี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจสร้างขึ้นในรัชกาลนี้หรือรัชกาลถัดมา","subject":"พระพุทธรูป, พุทธเถรวาท, เจดีย์เอ็นดอยา","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/909"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระมหามัยมุนี","creator":null,"description":"พระพุทธรูปองค์นี้เดิมเป็นพระพุทธรูปประทับอาณาจักรยะไข่ ประดิษฐานอยู่ที่เมืองธัญญวดีอันเป็นเมืองหลวงเก่าของยะไข่ ต่อมาพระเจ้าปดุงเมื่อตีอาณาจักรยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชักลากพระมหามัยมุนีมาที่เมืองอมรปุระของพระองค์ การชักลากคราวนั้นต้องถอดพระออกเป็นชิ้นๆ และชักลากผ่านภูเขามา ยังความเสียหายให้แก่พระพุทธรูปเป็นอันมาก จึงโปรดให้มีการซ้อมปิดทองใหม่และถวายเครื่องทรงใหม่แก่พระพุทธรูป","provenance":"พระพุทธรูปองค์นี้เดิมเป็นพระพุทธรูปประทับอาณาจักรยะไข่ ประดิษฐานอยู่ที่เมืองธัญญวดีอันเป็นเมืองหลวงเก่าของยะไข่ ต่อมาพระเจ้าปดุงเมื่อตีอาณาจักรยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชักลากพระมหามัยมุนีมาที่เมืองอมรปุระของพระองค์ การชักลากคราวนั้นต้องถอดพระออกเป็นชิ้นๆ และชักลากผ่านภูเขามา ยังความเสียหายให้แก่พระพุทธรูปเป็นอันมาก จึงโปรดให้มีการซ้อมปิดทองใหม่และถวายเครื่องทรงใหม่แก่พระพุทธรูป","subject":"พระพุทธเจ้า, พระเจ้าปดุง, อมรปุระ, การอภิเษกพระพุทธเจ้า, พระมหามัยมุนี, วัดพระมหามัยมุนี, ธัญญวดี","spatial":null,"temporal":"ยะไข่","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/910"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปประธานที่เจดีย์จอกตอจี","creator":null,"description":"เจดีย์จอกตอจี เมืองอมรปุระ พระเจ้าปกันมิน กษัตริย์ราชวงศ์คองบองโปรดให้สร้างขึ้นโดยเลียนแบบอานันทเจดีย์ แม้ว่าเจดีย์องค์นี้จะเลียนแบบอานันทเจดีย์ก็ตาม แต่พระพุทธรูปประธานของเจดีย์จอกตอจีกลับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง และมีเพียงองค์เดียว นอกากนี้ยังล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวกซึ่งไม่ปรากฏประติมานวิทยาดังกล่าวกับอานันทเจดีย์ที่พุกาม","provenance":"เจดีย์จอกตอจี เมืองอมรปุระ พระเจ้าปกันมิน กษัตริย์ราชวงศ์คองบองโปรดให้สร้างขึ้นโดยเลียนแบบอานันทเจดีย์ แม้ว่าเจดีย์องค์นี้จะเลียนแบบอานันทเจดีย์ก็ตาม แต่พระพุทธรูปประธานของเจดีย์จอกตอจีกลับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง และมีเพียงองค์เดียว นอกากนี้ยังล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวกซึ่งไม่ปรากฏประติมานวิทยาดังกล่าวกับอานันทเจดีย์ที่พุกาม","subject":"พระพุทธรูป, เจดีย์จอกตอจี, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/911"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระสาวก 80 องค์ที่เจดีย์จอกตอจี","creator":null,"description":"เจดีย์จอกตอจี เมืองอมรปุระ พระเจ้าปกันมิน กษัตริย์ราชวงศ์คองบองโปรดให้สร้างขึ้นโดยเลียนแบบอานันทเจดีย์ แม้ว่าเจดีย์องค์นี้จะเลียนแบบอานันทเจดีย์ก็ตาม แต่พระพุทธรูปประธานของเจดีย์จอกตอจีกลับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง และมีเพียงองค์เดียว นอกากนี้ยังล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวกซึ่งไม่ปรากฏประติมานวิทยาดังกล่าวกับอานันทเจดีย์ที่พุกาม","provenance":"เจดีย์จอกตอจี เมืองอมรปุระ พระเจ้าปกันมิน กษัตริย์ราชวงศ์คองบองโปรดให้สร้างขึ้นโดยเลียนแบบอานันทเจดีย์ แม้ว่าเจดีย์องค์นี้จะเลียนแบบอานันทเจดีย์ก็ตาม แต่พระพุทธรูปประธานของเจดีย์จอกตอจีกลับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง และมีเพียงองค์เดียว นอกากนี้ยังล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวกซึ่งไม่ปรากฏประติมานวิทยาดังกล่าวกับอานันทเจดีย์ที่พุกาม","subject":"พระสาวก, เจดีย์จอกตอจี, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/912"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่ถ้ำปินดายา","creator":null,"description":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","provenance":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","subject":"พระพุทธรูป, พุทธเถรวาท, ถ้ำปินดายา","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/913"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่ถ้ำปินดายา","creator":null,"description":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","provenance":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","subject":"พระพุทธรูป, พุทธเถรวาท, ถ้ำปินดายา","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/914"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธรูปที่ถ้ำปินดายา","creator":null,"description":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","provenance":"การสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากภายในถ้ำปินดายา ถือเป็นกิริยาบุญของชาวไทยใหญ่ที่แต่ละคนมักมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากในถ้ำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงมีขนาดและอายุสมัยแตกต่างกัน","subject":"พระพุทธรูป, พุทธเถรวาท, ถ้ำปินดายา","spatial":null,"temporal":"อมรปุระ-มัณฑเล","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/915"},{"type":"ประติมากรรม","title":"พระพุทธบาทชเวเสตตอจำลอง","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"พระพุทธบาท, เจดีย์ชเวดากอง, พุทธเถรวาท","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/916"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ตุ๊กตาไม้รูปเทวทูตสี่","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"เจดีย์ชเวซิกอง, พุทธเถรวาท, เทวทูต","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/917"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ชุกชีรูปปยาทาดจำลอง","creator":null,"description":"","provenance":"","subject":"ปยาทาด, พุทธเถรวาท, ทะเลสาบอินเล","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/918"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ช้างเอราวัณที่วัดพระมหามัยมุนี","creator":null,"description":"ที่เมืองพระนครได้เคยปรากฏประติมากรรมสำริดกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย มีทั้งประติมากรรมรูปช้างเอราวัณ รูปสิงห์และรูปบุคคล (ทวารบาล) ประติมากรรมเล่าหนี้ต่อมาถูกเจ้าสามพระยา กษัตริย์อยุธยาผู้ทำลายเมืองพระนครได้เชิญไปไว้ที่อยุธยา ต่อมาประติมากรรมสำริดนี้ก็ถูกขนไปที่หงสาวดีภายหลังที่อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นแก่แห่งสาวดี และในที่สุดเมื่อเมืองหงสาวดีเสียให้กับยะไข่ จึงถูกขนไปที่ยะไข่และถวายให้กับพระมหามัยมุนี ประติมากรรมกลุ่มนี้ถูกขนย้ายอีกครั้งหนึ่งมาที่เมืองอมรปุระเมื่อพระมหามัยมุนีถูกเคลื่อนย้ายมาที่อมรปุระด้วย","provenance":"ที่เมืองพระนครได้เคยปรากฏประติมากรรมสำริดกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย มีทั้งประติมากรรมรูปช้างเอราวัณ รูปสิงห์และรูปบุคคล (ทวารบาล) ประติมากรรมเล่าหนี้ต่อมาถูกเจ้าสามพระยา กษัตริย์อยุธยาผู้ทำลายเมืองพระนครได้เชิญไปไว้ที่อยุธยา ต่อมาประติมากรรมสำริดนี้ก็ถูกขนไปที่หงสาวดีภายหลังที่อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นแก่แห่งสาวดี และในที่สุดเมื่อเมืองหงสาวดีเสียให้กับยะไข่ จึงถูกขนไปที่ยะไข่และถวายให้กับพระมหามัยมุนี ประติมากรรมกลุ่มนี้ถูกขนย้ายอีกครั้งหนึ่งมาที่เมืองอมรปุระเมื่อพระมหามัยมุนีถูกเคลื่อนย้ายมาที่อมรปุระด้วย","subject":"บายน, ประติมากรรมรูปสัตว์, วัดพระมหามัยมุนี, ช้างเอราวัณ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/919"},{"type":"ประติมากรรม","title":"สิงห์ที่วัดพระมหามัยมุนี","creator":null,"description":"ที่เมืองพระนครได้เคยปรากฏประติมากรรมสำริดกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย มีทั้งประติมากรรมรูปช้างเอราวัณ รูปสิงห์และรูปบุคคล (ทวารบาล) ประติมากรรมเล่าหนี้ต่อมาถูกเจ้าสามพระยา กษัตริย์อยุธยาผู้ทำลายเมืองพระนครได้เชิญไปไว้ที่อยุธยา ต่อมาประติมากรรมสำริดนี้ก็ถูกขนไปที่หงสาวดีภายหลังที่อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นแก่แห่งสาวดี และในที่สุดเมื่อเมืองหงสาวดีเสียให้กับยะไข่ จึงถูกขนไปที่ยะไข่และถวายให้กับพระมหามัยมุนี ประติมากรรมกลุ่มนี้ถูกขนย้ายอีกครั้งหนึ่งมาที่เมืองอมรปุระเมื่อพระมหามัยมุนีถูกเคลื่อนย้ายมาที่อมรปุระด้วย","provenance":"ที่เมืองพระนครได้เคยปรากฏประติมากรรมสำริดกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย มีทั้งประติมากรรมรูปช้างเอราวัณ รูปสิงห์และรูปบุคคล (ทวารบาล) ประติมากรรมเล่าหนี้ต่อมาถูกเจ้าสามพระยา กษัตริย์อยุธยาผู้ทำลายเมืองพระนครได้เชิญไปไว้ที่อยุธยา ต่อมาประติมากรรมสำริดนี้ก็ถูกขนไปที่หงสาวดีภายหลังที่อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นแก่แห่งสาวดี และในที่สุดเมื่อเมืองหงสาวดีเสียให้กับยะไข่ จึงถูกขนไปที่ยะไข่และถวายให้กับพระมหามัยมุนี ประติมากรรมกลุ่มนี้ถูกขนย้ายอีกครั้งหนึ่งมาที่เมืองอมรปุระเมื่อพระมหามัยมุนีถูกเคลื่อนย้ายมาที่อมรปุระด้วย","subject":"ประติมากรรมรูปสัตว์, สิงห์, วัดพระมหามัยมุนี","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบายน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/920"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ลวดลายประดับประตูที่ชเวนันดอจอง","creator":null,"description":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"พุทธเถรวาท, วัดชเวนันดอจอง","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/921"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพจำหลักเรื่องชาดกที่ชเวนันดอจอง","creator":null,"description":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"ชาดก, พุทธเถรวาท, วัดชเวนันดอจอง","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/922"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพจำหลักเรื่องชาดกที่ชเวนันดอจอง","creator":null,"description":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"ชาดก, พุทธเถรวาท, วัดชเวนันดอจอง","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/923"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพจำหลักเรื่องชาดกที่ชเวนันดอจอง","creator":null,"description":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","provenance":"วัดชเวนันดอจอง แท้จริงแล้วก็คือพระที่นั่งหนึ่งของพระราชวังมัณฑเล เป็นพระที่นั่งทรงธรรมของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้วพระเจ้าสีป่อโปรดให้รื้อย้ายมาถวายวัด ทำให้พระที่นั่งองค์นี้เหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้ในสงครามโลกครั้งที่สอง","subject":"ชาดก, พุทธเถรวาท, วัดชเวนันดอจอง","spatial":null,"temporal":"มัณฑเลย์","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/924"},{"type":"ประติมากรรม","title":"สรัสวดีในรูปของนัต","creator":"","description":"","provenance":"","subject":"มนูหะ, พุทธเถรวาท, สรัสวดี, นัต","spatial":null,"temporal":"สมัยปัจจุบัน","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/925"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"จันทิอรชุน","creator":null,"description":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยช่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","provenance":"จันทิบนที่ราบสูงเดียง สร้างขึ้นโดยราชวงศ์สัญชัยผู้นับถือศาสนาฮินดู ถือเป็นจันทิที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง จันทิเหล่านี้ตั้งชื่อตามตัวละครในมหาภารตะ เช่น อรชุน ภีมะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จันทิเหล่านี้กลับอุทิศให้กับพระศิวะ โดยช่อทั้งหมดคงเป็นชื่อในสมัยหลัง","subject":null,"spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/926"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องตามคัณฑวยุหสูตร","creator":null,"description":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน  บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","provenance":"บุโรพุทโธ เป็นสถูปในพุทธศาสนามหายานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย  สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้นับถือพุทธศาสนามหายาน  บุโรพุทโธ สร้างขึ้นตามระบบมณฑล โดยวางแผนผังจำลองจักรวาลตามพุทธพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยภาพสลักในแต่ละชั้นล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาพภูมิในพุทธศาสนา อันได้แก่ ภาพสลักชั้นล่าง.ซึ่งแทนกามภูมินั้น สลักภาพตามคัมภีร์กรรมวิภังค์อันเกี่ยวข้องกับการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วของปุถุชน ถัดขึ้นมาได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์ลลิตวิสตระและภาพชาดก อันเป็นภาพตัวแทนของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกามภูมิกับรูปภูมิ ถัดขึ้นไปจึงได้แก่ภาพสลักตามคัมภีร์คัณฑวยุหสูตร คัมภีร์ที่สลักเรื่องพระสุธนผู้แสวงหาโมกขธรรมอันตรงกับรูปภูมิ","subject":"ราชวงศ์ไศเลนทร์, บุโรพุทโธ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/927"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ภาพเล่าเรื่องรามายณะที่จันทิปรัมบะนัน","creator":null,"description":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","provenance":"จันทิปรัมบะนัน หรือจันทิโลโลจงกรัง เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัยซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15","subject":"จันทิ, จันทิปรัมบะนัน, ภาพเล่าเรื่องรามายณะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/928"},{"type":"ประติมากรรม","title":"ปราสาทประธาน: ปราสาทนครวัด","creator":"","description":"<p>พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย</p>","provenance":"<p>พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวราชตามลัทธิเทวราชา อย่างไรตาม เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือไวษณพนิกาย พระองค์จึงสร้างปราสาทนครวัดเทวาลัยให้เป็นเทวาลัยของพระวิษณุ การหันหน้าไปทางทิศตะวันตกของปราสาทแห่งนี้ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าปราสาทนครวัดเป็นราชสุสานของพระองค์ด้วย</p>","subject":"พระวิษณุ, นครวัด, เทวราชา, ปราสาทนครวัด, สูริยวรมันที่ 2, เทวาลัยพระวิษณุ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะนครวัด","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/929"},{"type":"จิตรกรรม","title":"พระโพธิสัตว์ จิตรกรรมในเจดีย์อโลปเย","creator":null,"description":"เจดีย์อโลปเย ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใคร อย่างไรก็ตาม จากรูปแบบศิลปกรรมและจิตรกรรมภายมน แสดว่าเจดีย์องค์นี้คงสร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 16","provenance":"เจดีย์อโลปเย ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใคร อย่างไรก็ตาม จากรูปแบบศิลปกรรมและจิตรกรรมภายมน แสดว่าเจดีย์องค์นี้คงสร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 16","subject":"พระโพธิสัตว์, พระพุทธเจ้า, พุกาม, เจดีย์อโลปเย","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/930"},{"type":"จิตรกรรม","title":"จิตรกรรมประกอบซุ้มในเจดีย์ปยาตองสู","creator":null,"description":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","provenance":"แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเกสารใดๆ แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทำให้ทราบว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพุกามตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 อนึ่ง โบราณสถานในหมู่บ้านมินนันถุเกือบทั้งหมดสร้างข้นในระยะเวลานี้เช่นเดียวกัน","subject":"เจดีย์ปยาตองสู","spatial":null,"temporal":"พุกาม","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/931"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดอับดุลกัฟฟูร์","creator":null,"description":"มัสยิดอับดุลกัฟฟูร์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวอินเดียมุสลิมที่มีความสามารถทางด้านการค้าขาย เดิมมัสยิดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ต่อมา อับดุลกัฟฟูร์ ผู้ดูแลมัสยิดในพ.ศ. 2430 ได้ปรับปรุงพื้นที่รอบมัสยิดโดยการสร้างห้องแถวจำนวนมาก ห้องแถวเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่ทำให้มัสยิดมีทุนสำหรับการสร้างมัสยิดใหม่ \r\nใน พ.ศ.2450 มัสยิดแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น ภายใต้การควบคุมของอับดุลกัฟฟูร์ จนกระทั่งท่านสิ้นชีวิตใน พ.ศ. 2462 มัสยิดดังกล่าวก็ยังสร้างไม่เสร็จ มัสยิดได้รับการสร้างเสร็จในสมัยของลูกชายของท่าน","provenance":"มัสยิดอับดุลกัฟฟูร์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวอินเดียมุสลิมที่มีความสามารถทางด้านการค้าขาย เดิมมัสยิดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ต่อมา อับดุลกัฟฟูร์ ผู้ดูแลมัสยิดในพ.ศ. 2430 ได้ปรับปรุงพื้นที่รอบมัสยิดโดยการสร้างห้องแถวจำนวนมาก ห้องแถวเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่ทำให้มัสยิดมีทุนสำหรับการสร้างมัสยิดใหม่ \r\nใน พ.ศ.2450 มัสยิดแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น ภายใต้การควบคุมของอับดุลกัฟฟูร์ จนกระทั่งท่านสิ้นชีวิตใน พ.ศ. 2462 มัสยิดดังกล่าวก็ยังสร้างไม่เสร็จ มัสยิดได้รับการสร้างเสร็จในสมัยของลูกชายของท่าน","subject":"มัสยิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/932"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โดมของมัสยิดอับดุลกัฟฟูร์","creator":null,"description":"มัสยิดอับดุลกัฟฟูร์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวอินเดียมุสลิมที่มีความสามารถทางด้านการค้าขาย เดิมมัสยิดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ต่อมา อับดุลกัฟฟูร์ ผู้ดูแลมัสยิดในพ.ศ. 2430 ได้ปรับปรุงพื้นที่รอบมัสยิดโดยการสร้างห้องแถวจำนวนมาก ห้องแถวเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่ทำให้มัสยิดมีทุนสำหรับการสร้างมัสยิดใหม่ \r\nใน พ.ศ.2450 มัสยิดแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น ภายใต้การควบคุมของอับดุลกัฟฟูร์ จนกระทั่งท่านสิ้นชีวิตใน พ.ศ. 2462 มัสยิดดังกล่าวก็ยังสร้างไม่เสร็จ มัสยิดได้รับการสร้างเสร็จในสมัยของลูกชายของท่าน","provenance":"มัสยิดอับดุลกัฟฟูร์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวอินเดียมุสลิมที่มีความสามารถทางด้านการค้าขาย เดิมมัสยิดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ต่อมา อับดุลกัฟฟูร์ ผู้ดูแลมัสยิดในพ.ศ. 2430 ได้ปรับปรุงพื้นที่รอบมัสยิดโดยการสร้างห้องแถวจำนวนมาก ห้องแถวเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่ทำให้มัสยิดมีทุนสำหรับการสร้างมัสยิดใหม่ \r\nใน พ.ศ.2450 มัสยิดแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น ภายใต้การควบคุมของอับดุลกัฟฟูร์ จนกระทั่งท่านสิ้นชีวิตใน พ.ศ. 2462 มัสยิดดังกล่าวก็ยังสร้างไม่เสร็จ มัสยิดได้รับการสร้างเสร็จในสมัยของลูกชายของท่าน","subject":"มัสยิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/933"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มัสยิดจามา","creator":null,"description":"มัสยิดจามา ตั้งอยู่ในย่านคนจีน (China Town) เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ สร้างขึ้นใน พ .ศ.2369 โดยชาวทมิฬที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยตั้งยู่ใกล้กับเทวาลัยศรีมารีอัมมาน อันเป็นเทวาลัยชองชาวทมิฬที่นับถือศาสนาฮินดู","provenance":"มัสยิดจามา ตั้งอยู่ในย่านคนจีน (China Town) เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ สร้างขึ้นใน พ .ศ.2369 โดยชาวทมิฬที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยตั้งยู่ใกล้กับเทวาลัยศรีมารีอัมมาน อันเป็นเทวาลัยชองชาวทมิฬที่นับถือศาสนาฮินดู","subject":"มัสยิด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/934"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"นากอร์ดารกาห์","creator":null,"description":"นากอร์ดารกาห์ เป็นสุสานจำลองของ Sufi Saintที่มีชื่อเสียงในอินเดียใต้ สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิมจากอินเดียใต้ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ สร้างขึ้นใน พ.ศ.2371","provenance":"นากอร์ดารกาห์ เป็นสุสานจำลองของ Sufi Saintที่มีชื่อเสียงในอินเดียใต้ สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิมจากอินเดียใต้ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ สร้างขึ้นใน พ.ศ.2371","subject":"หอคอย, สุสาน, สุสานจำลอง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/935"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"อาคารศาลฎีกาเก่า","creator":null,"description":"อาคารศาลฎีกาเก่า อยู่ที่ปาดังหรือสนามหลวงกลางเมือง เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมมาก่อน ต่อมาเมื่อโรงแรมปิดกิจการ ทำให้โรงแรมเดิมถูกรื้อลงและอาคารสำหรับศาลฎีกาหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2479 โดยถือเป็นอาคารที่สง่างามที่สุดในบริเวณปางดังกลางเมืองสิงคโปร์ ภายในมีห้องสำหรับตัดสินคดีจำนวน 11 ห้อง ปัจจุบันอาคารหลังนี้กล่ายเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน ศาลฎีกาจึงถูกย้ายออกไปและมีแผนที่จะปรับปรุงอาคารดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ","provenance":"อาคารศาลฎีกาเก่า อยู่ที่ปาดังหรือสนามหลวงกลางเมือง เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมมาก่อน ต่อมาเมื่อโรงแรมปิดกิจการ ทำให้โรงแรมเดิมถูกรื้อลงและอาคารสำหรับศาลฎีกาหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2479 โดยถือเป็นอาคารที่สง่างามที่สุดในบริเวณปางดังกลางเมืองสิงคโปร์ ภายในมีห้องสำหรับตัดสินคดีจำนวน 11 ห้อง ปัจจุบันอาคารหลังนี้กล่ายเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน ศาลฎีกาจึงถูกย้ายออกไปและมีแผนที่จะปรับปรุงอาคารดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ","subject":"อาคารแบบพัลลาเดียน, อาคารศาลฎีกา","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/936"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"มุขด้านหน้าของอาคารศาลฎีกาเก่า","creator":null,"description":"อาคารศาลฎีกาเก่า อยู่ที่ปาดังหรือสนามหลวงกลางเมือง เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมมาก่อน ต่อมาเมื่อโรงแรมปิดกิจการ ทำให้โรงแรมเดิมถูกรื้อลงและอาคารสำหรับศาลฎีกาหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2479 โดยถือเป็นอาคารที่สง่างามที่สุดในบริเวณปางดังกลางเมืองสิงคโปร์ ภายในมีห้องสำหรับตัดสินคดีจำนวน 11 ห้อง ปัจจุบันอาคารหลังนี้กล่ายเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน ศาลฎีกาจึงถูกย้ายออกไปและมีแผนที่จะปรับปรุงอาคารดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ","provenance":"อาคารศาลฎีกาเก่า อยู่ที่ปาดังหรือสนามหลวงกลางเมือง เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมมาก่อน ต่อมาเมื่อโรงแรมปิดกิจการ ทำให้โรงแรมเดิมถูกรื้อลงและอาคารสำหรับศาลฎีกาหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ.2479 โดยถือเป็นอาคารที่สง่างามที่สุดในบริเวณปางดังกลางเมืองสิงคโปร์ ภายในมีห้องสำหรับตัดสินคดีจำนวน 11 ห้อง ปัจจุบันอาคารหลังนี้กล่ายเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน ศาลฎีกาจึงถูกย้ายออกไปและมีแผนที่จะปรับปรุงอาคารดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ","subject":"อาคารแบบตะวันตก, อาคารแบบพัลลาเดียน, โดม, ปาดัง, อาคารศาลฎีกาเก่า","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/937"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในอาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์","creator":null,"description":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","provenance":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","subject":"โบสถ์, นิกายแองกลิกัน, อาสนวิหาร, อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์, นีโอโกธิค, ศิลปะโกธิค","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/938"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ภายในอาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์","creator":null,"description":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","provenance":"อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์ เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์ ออกแบบโย George Coleman สถาปนิกชาวอังกฤษใน พ.ศ.2379 ต่อมาถูกแก้ไขและบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาสนวิหารของนิกายแองกลิกัน","subject":"โบสถ์, นิกายแองกลิกัน, อาสนวิหาร, อาสนวิหารเซนต์แอนดรูส์, นีโอโกธิค, ศิลปะโกธิค","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/939"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ชีมส์","creator":null,"description":"เดิม โบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า Convent of Holy Infant Jesus (CHIJ) เคยเป็นคอนแวนต์สำหรับแม่ชีในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกซึ่งถูกใช้งานมาถึง 130 ปี สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2383 ต่อมาร้างลงและได้ถูกเปลี่ยนหน้าที่เป็นภัตตาคาร โรงละครและห้างหรูในปัจจุบัน","provenance":"เดิม โบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า Convent of Holy Infant Jesus (CHIJ) เคยเป็นคอนแวนต์สำหรับแม่ชีในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกซึ่งถูกใช้งานมาถึง 130 ปี สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2383 ต่อมาร้างลงและได้ถูกเปลี่ยนหน้าที่เป็นภัตตาคาร โรงละครและห้างหรูในปัจจุบัน","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก, นีโอโกธิค, ศิลปะโกธิค, คอนแวนต์","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/940"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สถาบันเซนต์โจเซฟ","creator":null,"description":"สถาบันเซนต์โจเซฟ สร้างขึ้นใน พ.ศ.2395 โดยคณะมิชชันนารี La Salle Brothers จากประเทศฝรั่งเศส โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียน ต่อมาในพ.ศ. 2531 โรงเรียนแห่งนี้ย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการบูรณะอาคารของโรงเรียน ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น Singapore Art Museum","provenance":"สถาบันเซนต์โจเซฟ สร้างขึ้นใน พ.ศ.2395 โดยคณะมิชชันนารี La Salle Brothers จากประเทศฝรั่งเศส โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียน ต่อมาในพ.ศ. 2531 โรงเรียนแห่งนี้ย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการบูรณะอาคารของโรงเรียน ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น Singapore Art Museum","subject":"ศิลปะคลาสสิก, อาคารแบบพัลลาเดียน, โรงเรียน, เซนต์โจเซฟ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/941"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"เทวาลัยทมิฬในสิงคโปร์","creator":null,"description":"ชาวทมิฬ เป็นชาวอินเดียใต้ที่อพยพเข้ามาในสิงคโปร์และปัจจุบันเป็นประชากรประมาณ 10% ของจำนวนประชากรชาวสิงคโปร์ทั้งหมด โดยเมื่อชาวอังกฤษสามารถยึดอินเดียและมาเลเซียเป็นเมืองขึ้นได้ จึงได้เริ่มนำชาวทมิฬเข้ามาอยู่ในเกาะสิงคโปร์เพื่อเป็นแรงงานและทหาร ซึ่งชาวทมิฬเหล่านี้ได้นำเอาศาสนาฮินดูและวัฒนธรรมแบบอินเดียใต้เข้ามาในเกาะสิงคโปร์อีกด้วย เทวาลัยแบบทมิฬจึงถูกสร้างขึ้นในสิงคโปร์จำนวนมาก","provenance":"ชาวทมิฬ เป็นชาวอินเดียใต้ที่อพยพเข้ามาในสิงคโปร์และปัจจุบันเป็นประชากรประมาณ 10% ของจำนวนประชากรชาวสิงคโปร์ทั้งหมด โดยเมื่อชาวอังกฤษสามารถยึดอินเดียและมาเลเซียเป็นเมืองขึ้นได้ จึงได้เริ่มนำชาวทมิฬเข้ามาอยู่ในเกาะสิงคโปร์เพื่อเป็นแรงงานและทหาร ซึ่งชาวทมิฬเหล่านี้ได้นำเอาศาสนาฮินดูและวัฒนธรรมแบบอินเดียใต้เข้ามาในเกาะสิงคโปร์อีกด้วย เทวาลัยแบบทมิฬจึงถูกสร้างขึ้นในสิงคโปร์จำนวนมาก","subject":"ทมิฬ, เทวาลัยแบบทมิฬ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะสมัยอาณานิคมอังกฤษ","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/942"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุ วัดอินแปง","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระธาตุ, ศิลปะลาว, วัดอินแปง","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/943"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุ วัดนาคใหญ่","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"พระธาตุ, ศิลปะลาว, พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, วัดนาคใหญ่","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/944"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"สิม วัดสีสะเกด","creator":null,"description":"พระเจ้าอนุวงศ์โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้น โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะรัตนโกสินทร์อย่างมาก ทั้งรูปแบบของสิมและหอไตร วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายจากการบุกรุกของสยามทำให้ยังคงหลงเหลือศิลปกรรมสมัยพระเจ้าอนุวงศ์มาจนถึงปัจจุบัน","provenance":"พระเจ้าอนุวงศ์โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้น โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะรัตนโกสินทร์อย่างมาก ทั้งรูปแบบของสิมและหอไตร วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายจากการบุกรุกของสยามทำให้ยังคงหลงเหลือศิลปกรรมสมัยพระเจ้าอนุวงศ์มาจนถึงปัจจุบัน","subject":"ศิลปะลาว, สิม","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/945"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"หอไตร วัดสีสะเกด","creator":null,"description":"พระเจ้าอนุวงศ์โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้น โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะรัตนโกสินทร์อย่างมาก ทั้งรูปแบบของสิมและหอไตร วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายจากการบุกรุกของสยามทำให้ยังคงหลงเหลือศิลปกรรมสมัยพระเจ้าอนุวงศ์มาจนถึงปัจจุบัน","provenance":"พระเจ้าอนุวงศ์โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้น โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะรัตนโกสินทร์อย่างมาก ทั้งรูปแบบของสิมและหอไตร วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายจากการบุกรุกของสยามทำให้ยังคงหลงเหลือศิลปกรรมสมัยพระเจ้าอนุวงศ์มาจนถึงปัจจุบัน","subject":"ศิลปะลาว, หอพระไตรปิฎก, ศิลปะรัตนโกสินทร์, วัดสีสะเกด","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/946"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ธาตุดำ","creator":null,"description":"เมืองคูน หรือเมืองเชียงขวางเก่า เป็นเมืองสำคัญของชาวพวน พระธาตุทีสำคัญที่สุดประจำเมืองคูนได้แก่ ธาตุดำหรือธาตุฝุ่น ซึ่งเมื่อชาวพวนได้ย้ายถิ่นฐานไปในที่ต่างๆ ก็มักจำลองพระธาตุองค์นี้ในบ้านเมืองของตนด้วย","provenance":"เมืองคูน หรือเมืองเชียงขวางเก่า เป็นเมืองสำคัญของชาวพวน พระธาตุทีสำคัญที่สุดประจำเมืองคูนได้แก่ ธาตุดำหรือธาตุฝุ่น ซึ่งเมื่อชาวพวนได้ย้ายถิ่นฐานไปในที่ต่างๆ ก็มักจำลองพระธาตุองค์นี้ในบ้านเมืองของตนด้วย","subject":"ศิลปะลาว, ธาตุดำ, เมืองคูน","spatial":null,"temporal":"ศิลปะล้านช้าง","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/947"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"โบสถ์ซานออกุสติน","creator":null,"description":"ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน  ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ใหม่โดยใช้หิน ในปลายศตวรรษที่ 16 ต่อมา ในศตวรรษที่ 18 มีกรสร้างประตูของป้อมอุทิศให้กับเซนต์เจมส์ นักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน  ต่อมาประตูแห่งนี้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปลายศตวรรษที่ 20","provenance":"ป้อมซานติอาโก้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองอินทรามูรอส เดิมเป็นที่ตั้งป้อมของสุลต่านสุไลมาน  ต่อมา ใน ค.ศ.1571 ชาวสเปนสถาปนาเมืองมะนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของฟิลิปปินส์ และสร้างป้อมซานติอาโกขึ้น ใหม่โดยใช้หิน ในปลายศตวรรษที่ 16 ต่อมา ในศตวรรษที่ 18 มีกรสร้างประตูของป้อมอุทิศให้กับเซนต์เจมส์ นักบุญผู้อุปถัมภ์ประเทศสเปน  ต่อมาประตูแห่งนี้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปลายศตวรรษที่ 20","subject":"โบสถ์, นิกายโรมันคาธอลิก","spatial":null,"temporal":"อิทธิพลสเปนตอนต้น","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/948"},{"type":"ประติมากรรม","title":"นางอัปสร","creator":null,"description":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","provenance":"ปราสาทบันทายศรีสร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะและพระเทวีอีกสององค์","subject":"ทวารบาล, ฮินดู, บันทายสรี, ชัยวรมันที่ 5, ยัชวราหะ","spatial":null,"temporal":"ศิลปะบันทายสรี","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/949"},{"type":"สถาปัตยกรรม","title":"ปราสาทถูเทียน","creator":null,"description":"-","provenance":"-","subject":"จาม, จาม, จามปา, จามปา, ปราสาทถูเทียน, ปราสาทถูเทียน","spatial":null,"temporal":"บิญดิ่น, บิญดิ่นตอนปลาย","language":"ไทย","rights":"ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)","license":"-","source.uri":"https://db.sac.or.th/seaarts/artwork/950"}]}